เรื่องเกษตร คนเมืองก็เข้าใจได้

<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 ตุลาคม 2555
 

มะเดื่อฝรั่ง

ความเป็นมาของมะเดื่อฝรั่ง
ใน บรรดาผลไม้ที่เขียนไว้ในคัมภีร์ไบเบิลได้พูดถึงผลไม้ที่ชื่อ “มะเดื่อ ฝรั่ง” ไว้มากที่สุด บ้างก็ว่าเป็นผลไม้ที่ต้องห้ามโดยอ้างถึงอาดัมและอี ฟกินผลไม้ที่ต้องห้ามที่ชื่อว่ามะเดื่อฝรั่ง ทำให้เกิดอารมณ์กิเลสและตัณหา ต่างๆ จึงเกิดความรู้สึกอับอายต่อร่างกายที่เปลือยเปล่า ดังนั้น จึงได้ไป เด็ดเอาใบมะเดื่อฝรั่งมาปิดบังของสงวน ในพระคัมภีร์ยังบอกรายละเอียดถึงงาน เลี้ยงหรือการกินของคนในสมัยนั้น(ประมาณ 6,000ปีที่ผ่านมา) จะ พูดถึงอาหาร หลักที่ประกอบไปด้วยขนมปัง น้ำผึ้งและผลมะเดื่อฝรั่ง เหมือนกับว่าในสมัย นั้นมีการบริโภคมะเดื่อฝรั่งเป็นชีวิตประจำวันชนิดหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น มี แหล่งที่ขุดพบซากต้นมะเดื่อพบว่าเกิดมานานไม่น้อยกว่า 5,000 ปี ก่อน คริสต กาล

ประมาณ 2,000 ปี ก่อนคริสตกาล เรื่องของมะเดื่อฝรั่ง มีเขียนไว้ในหนังสือ Badylomian Hymn ได้กล่าวขานถึงพระเจ้าแห่งกรีกพระองค์หนึ่งที่มีชื่อว่าดีมีเตอร์ ได้นำผลมะเดื่อมาเผยแพร่ให้คนได้รู้จักเป็นครั้งแรกโดยใช้ชื่อเป็นภาษา อังกฤษว่า “FIG” และในขณะนั้นมะเดื่อฝรั่งได้ถูกจัดเป็นผลไม้ศักด็สิทธิ์ของประเทศ อียิปต์,กรีซและอิตาลีและอีกหลายประเทศในแถบเอเซียตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อ

เจ้าของเมืองอัตติกา (Attica) ที่มีชื่อว่าโซลอน ได้มีการลักลอบนำต้นมะเดื่อฝรั่งออกมาจากประเทศกรีซมาปลูกที่เมืองอัตติกา เมื่อช่วงเวลาประมาณ 639-559 ก่อนคริสตกาล มะเดื่อฝรั่งเริ่มมีการปลูกแพร่หลายที่เมืองนี้ ต่อมากษัตริย์พระองค์หนึ่งของเปอร์เซียนมีนามว่า เซอร์เซส (Xerxes) ทำศึกรบชนะชาวกรีกที่เมืองซาลามิส (Salamis) เมื่อประมาณ 480 ปีก่อนคริสตกาลและในช่วงที่ชนะสงครามนั้นกษัตริย์เซอร์เซสได้รับประทานผล มะเดื่อฝรั่งที่ปลูกจากมืออัตติกาเป็นประจำทุกมื้อ

นอกจากนั้นยังมีกษัตริย์ชาวกรีกพระองค์หนึ่ง ที่มีชื่อว่าไมไทเดท (Mithridates) ได้ยกย่องมะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่เป็นยารักษาโรคได้หลายชนิดและยังสั่งให้ ประชาชนภายใต้การปกครองบริโภคมะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่เป็นยารักษาโรคหลาย ชนิดและยังได้สั่งให้ประชาชนภายใต้การปกครองบริโภคมะเดื่อฝรั่งเป็นประจำทุก วัน

** มะเดื่อฝรั่งได้ถูกจัดเป็นผลไม้สำคัญอีกชนิดหนึ่งสำหรับนักกีฬาโอลิมปิคใน สมัยเริ่มแรกที่มีการแข่งขันที่ประเทศกรีก และในสมัยนั้นได้มีการใช้มะเดื่อฝรั่งมอบเป็นรางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน อีกด้วย

ในช่วงเวลาประมาณ 52-133 ปี ก่อนคริสตกาลได้มีนักเขียนโรมันชื่อดังท่านหนึ่งที่ชื่อว่า พลินี (Pliny) ได้พูดถึงคุณประโยชน์ของมะเดื่อฝรั่งไว้ว่า “เป็นผลไม้ที่ช่วยเสริมสร้าง ซ่อมแซม เพิ่มความแข็งแรงของเด็ก ถนอมสุขภาพ และเมื่อบริโภคเป็นประจำจะช่วยลดรอยเหี่ยวย่นทำให้ผู้บริโภคอ่อนวัยลง” หรือแม้แต่โหรชื่อดังในอดีตที่มีชื่อว่าโมฮัมเหม็ด (Mohammed) เคยอุทานออกมาว่า “ถ้าให้ตอนเองได้นำผลไม้ขึ้นสู่สวรรค์ได้ ผลไม้ชนิดนั้นจะต้องเป็นมะเดื่อฝรั่ง” ยังมีคำกล่าวถึงคุณประโยชน์ของมะเดื่อฝรั่งไว้อีกมากมายในอดีต

สำหรับคนไทยเมื่อพูดถึงผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า “มะเดื่อ” มักจะ นึกไปถึงผลมะเดื่อที่มีแต่ยางที่บริโภคไม่ได้ รู้จักแต่มะเดื่อป่า, มะเดื่ออุทุมพร (มะเดื่อชุมพร) ซึ่งเป็นไม้ป่าชนิดหนึ่งที่มีขนาดของต้นใหญ่มาก ในวารสาร “อภัยภูเบศรสาร” ที่ปี 5 ฉบับที่ 52 ประจำเดือนตุลาคม 2550 ได้บรรยายไว้ว่า “มะเดื่ออุทุมพร” (คำว่าอุทุมพร แปลว่ามะเดื่อในภาษาบาลี) บางพื้นที่เรียก “มะเดื่อชุมพร” เชื่อกันว่าเป็นที่มาของจังหวัดชุทพร ส่วนทางภาคอีสานจะเรียกว่า “เดื่อเกลี้ยง” ทางภาคใต้จะเรียก “เดื่อน้ำ” ซึ่ง มะเดื่ออุทุมพรนั้นถือเป็นไม้มงคลเป็นสมุนไพรที่เก่าแก่มาเป็นพันๆปี เล่ากันว่าพระพุทธเจ้าองค์ที่ 26 พระนามว่า พระโกนาคมนพุทธเจ้า ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันอุดม ณ ควงไม้มะเดื่อ หลังทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ 6 เดือนเต็ม มะเดื่อในตำนานของชาวฮินดูถือว่าเป็นไม้มงคล และเป็นที่นับถือของคนไทย พม่า มอญ มาแต่โบราณ คนไทยเชื่อว่าเป็นไม้มงคลที่สมควรปลูกประจำทิศเหนือโดยจะทำให้บ้านนั้นอุดม สมบูรณ์ ยอดอ่อนและผลอ่อนยังนำมารับประทานเป็นผัก ทั้งเป็นรูปผักสดกินกับน้ำพริกหรือกินกับขนมจีนน้ำยา แกงส้ม ยำ เป็นต้น

ประโยชน์ทางยาของมะเดื่อทุมพร คือ ราก ใช้ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ แก้หวัด แก้ไข้ออกตุ่ม แก้ไข้ที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโต แก้ร้อน นอกจากนั้นยังใช้ฝนทารักษาเริมและงูสวัด เปลือกต้น ใช้ต้มข้าวน้ำชะล้างแผลรักษาแผลเรื้อรัง แก้ประดงผื่นคัน ใช้อมบ้วนปาก แก้เหงือกบวม ยางของมะเดื่อยังช่วยรักษาอาการปวดแสบปวดร้อนจากเริมหรืองูสวัด ในอินเดียเชื่อว่าในทุกส่วนของมะเดื่อมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด การศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า มะเดื่อมีฤทธิ์ลดการอักเสบแก้ปวด ลดไข้ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อไวรัส คลายอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายโดยสารพิษซึ่งจะเห็นว่าการทดลองสมัยใหม่สนับสนุน การใช้ของคนโบราณ มะเดื่ออุทุมพรจึงเป็นสมุนไพรที่เราต้องช่วยกันอนุรักษ์ทั้งในฐานะของผัก พื้นบ้านสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือในฐานะของยาเย็นที่ช่วยแก้พิษร้อนทั้งในร่างการและผิวพรรณ และที่สำคัญมะเดื่ออุทุมพรให้ร่มเงาดีมากเป็นพืชที่มีความสามารถในการช่วย โลกร้อนได้ดีชนิดหนึ่ง

การปลูกมะเดื่อฝรั่งในประเทศไทย
“มะเดื่อ ฝรั่ง” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “FIG” เป็นผลไม้ที่มีการปลูกเชิงพาณิชย์ อยู่ในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา, กรีก, ฝรั่งเศส, ตุรกี , อิตาลี ฯลฯ (คาดว่ามะเดื่อฝรั่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทางเหนือของประเทศ อิรักหรือประเทศตุรกี) แต่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้จัก คนไทยที่เคยเดินทางเข้าไป ต่างประเทศ อาจจะได้เคยบริโภคมะเดื่ออบแห้งกันมาบ้าง ส่วนใหญ่ยังคิดกันไป ว่าผลไม้ชนิดนี้จะปลูกไม่ได้ในเมืองไทย ความจริงแล้วทางโครงการหลวงได้เคยมี การรวบรวมพันธุ์มะเดื่อฝรั่งมาทดลองปลูกที่ดอยอินทนนท์ จ.ชียงใหม่ ในอดีต เป็นเพียงแค่งานทดลองและศึกษาเรื่องสายพันธุ์ (ปัจจุบันทางโครงการหลวงได้มี การศึกษา, วิจัยและขยายพื้นที่ปลูกมะเดื่อฝรั่งมากขึ้น) และยังเชื่อกัน ว่า”มะเดือฝรั่ง” เป็นผลไม้กึ่งเมืองร้อนหรือภาษาอังฤกษเรียก ว่า “Subtropical” จะปลูกให้ประสบความสำเร็จได้ยากในประเทศไทยซึ่งเป็นเมือง ร้อน หรือถ้าปลูกจำเป็นจะต้องเลือกพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นพอสมควรหรือ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล เช่น พื้นที่บนดอย เป็นต้น ไม่เหมาะที่จะปลูกใน พื้นที่ราบที่มีอากาศร้อน

ข้อดีของมะเดื่อฝรั่ง

เมื่อได้ศึกษาจากการปลูกมะเดื่อฝรั่งอย่างจริงจังกับพบว่าเป็นผลไม้อีก ขนิด หนึ่งที่น่าปลูกและควรส่งเสริมให้การเกษตรมีการขยายพื้นที่ปลูกในอนาคต โดยสรุปถึงความน่าปลูกของลูกมะเดื่อฝรั่งดังต่อไปนี้

1.เป็นผลไม้ที่ให้ผลผลิตเร็ว

โดยปกติแล้วกิ่งพันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่มีการซื้อ-ขายกันในปัจจุบันจะเป็น ประเภทกิ่งตอน ราคาซื้อ-ขายกิ่งพันุ์มะเดื่อฝรั่งจะมีราคาเฉลี่ยกิ่งละ 500 บาท เมื่อนำต้นมะเดื่อกิ่งตอนมาปลูกลงแปลงหรือบางสายพันธุ์ปลูกในกระถางได้ จะให้ผลผลิตเมื่อต้นมีอายุเพียง 5-6 เดือนหลังจากการปลูกลงดิน

2.ไม่พบปัญหาเรื่องไม่ออกดอกติดผล

สายพันธุ์มะเดื่อฝรั่งเกือบทั้งหมดที่มีการนำมาปลูกในบ้านเราขณะนี้ไม่พบ ปัญหาเรื่องของการไม่ออกดอกและติดผล กล่าวคือเมื่อนำมาปลูกมั่นใจได้ว่าได้ผลผลิตอย่างแน่นอนเพียงแต่คัดเลือกสาย พันธุ์ที่เหมาะสมเท่านั้น

3.จัดเป็นผลไม้แปลกและหายาก

คนที่ไม่เคยทานมะเดื่อฝรั่งทุกคนมักจะคิดว่าเป็นผลไม้ไม่อร่อย เนื่องจากยังคิดกับภาพมะเดื่อพื้นบ้านหรือมะเดื่อป่าของไทยที่ผลมีแต่ยางและ บางครั้งก็มีหนอนอนู่ในผล ซึ่งความจริงแล้วมะเดื่อฝรั่งจัดเป็นผลไม้ที่รู้จักเท่านั้นเอง กรณที่มะเดื่อญี่ปุ่นที่ทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรนำสายพันธุ์มาจาก ญี่ปุ่นมาปลูกในแปลงทดลองของชมรมฯ ที่ จ.พิจิตร รสชาติอร่อยมาก กล้ายืนยันได้ว่าอร่อยกว่ามะเดื่อฝรั่งสดที่วางขายในหลายประเทศ ดังนั้นเกษตรกรมีหัวก้าวหน้าและกล้าตัดสอนใจลงทุนปลูกผลไม้ชนิดนี้เพื่อที่ จะมีคู่แข่งด้านการตลาดในช่วงแระอยย่างแน่นอน

4.เป็นผลไม้ที่บริโภคเป็นอาหารและยา

มีข้อที่เป็นวิชาการและยอมรับกันทั่วโลกว่ามะเดื่อฝรั่งมีคุณค่าทางอาหาร สูง มาก โดยเฉพาะปริมาณของธาตุแคลเซียม, ไม่มีธาตุโซเดียมที่เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนั้นในผลไม้ที่ไม่มีคลอเรสเตอรอล ในบางตำราถึงกลับบอกว่าถ้ามีการบริโภคมะเดื่อฝรั่งเป็นประจำจะช่วยป้องกัน โรคนิ่วในไต,ป้องกันโรคกระเพาะปัสวะอักเสบและยังช่วยฟอกตับและม้าม หลายคนทราบดีว่าปัจจุบันคนไทยหันมารักษาสุขภาพกันมากขึ้น ตลาดผลไม้สุขภาพจึงมีการเจริญเติบโตมากอย่างต่อเนื่อง

5.มะเดื่อฝรั่งนำมาปลูกในระบบปลอดสารพิษได้

ถึงแม้มีข้อมูลในต่างประเทศว่ามะเดื่อฝรั่งมีศัตรูระบาดทำลายอยู่หลาย ชนิด แต่ยังจะได้จัดว่าน้อยกว่าผลไม้เศรษฐกิจหลายชนิดที่จะต้องมีการฉีดพ่นสาร ปราบศัตรูพืชเป็นประจำ จากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ได้จากการศึกษาและปฏิบัติจริงกับการปลูกมะเดื่อ ฝรั่งมานาน 4 ปี ช่วงปลูกเริ่มแรกด้วยความไม่รู้และความกลัวมีการจัดตารางฉีดพ่นยาปราบศัตรู พืชเป็นประจำทั้งสารฆ่าแมลงและยาฆ่าเชื้อรา สุดท้ายก็เลิกฉีดพ่นทั้งหมอเนื่องจากพบว่าศัตรูที่สำคัญมีเพียงมดและนกเท่า นั้น ซึ่งหาวิธีการป้องกันได้ไม้ยาก สำหรับปัญหาเรื่องแมลงวันทองจะใช้วิธีการห่อผลในช่วงที่ผลเริ่มเข้าสีเพียง 2-3 วันเท่านั้น

ขอขอบคุณแหล่งความรู้จาก   

  • คลังความรู้ทางการเกษตร

ชอบกด Like & Share  เป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะจ๊ะ ==>




Create Date : 05 ตุลาคม 2555
Last Update : 5 ตุลาคม 2555 16:06:16 น. 0 comments
Counter : 749 Pageviews.  
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
Mr.Evo_IV
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




[Add Mr.Evo_IV's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com