5. สติกับความโกรธ


 

ที่ใดที่มีความโกรธที่นั่นไม่มีสติ  ที่ใดมีสติที่นั่นไม่มีความโกรธ

 

ความโกรธเปรียบเสมือนหนู  สติเปรียบเสมือนแมว  ที่ใดมีแมวที่นั่นไม่มีหนู

 

ที่ใดมีหนูที่นั่นไม่มีแมว  ฉะนั้นสติจึงเป็นธรรมซึ่งใช้เป็นคู่ปรับกับความโกรธ

 

ได้เป็นอย่างดี  ถ้าเราอยากจะหนีความโกรธ  เราก็ควรฝึกสติในทุกๆ

 

อิริยาบถ  เมื่อเรามีสติอยู่ในทุกอิริยาบถ  ก็คือเรามีความตื่นรู้อยู่ในทุก

 

อิริยาบถ  จิตของเราที่มีความตื่นรู้เป็นอารมณ์แล้ว  ก็ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับที่

 

ความโกรธจะแทรกตัวเข้ามา  ฉะนั้นสันนิษฐานได้อย่างหนึ่งว่า  ใครโกรธ

 

คนนั้นกำลังขาดสติ

 

                ถ้าเราอยู่กับคนที่เขากำลังโกรธ  วิธีที่จะให้เขาลดความโกรธ  คือ

 

                ประการแรก  เราต้องไม่โกรธไปกับเขา  เพราะถ้าเราโกรธไปกับเขา

 

หรือเอาตัวเองไปเป็นพวกเขาปุ๊บ  เราถูกลากเข้าไปในสมรภูมิแห่งความโกรธ

 

เรียบร้อยแล้ว

 

                ประการที่  2  เราต้องสามารถควบคุมความคิดของตัวเองไม่ให้ตก

 

เป็นฝักเป็นฝ่าย  ทั้งฝ่ายคนที่กำลังโกรธและฝ่ายคนที่มากระตุ้นให้เขาโกรธ

 

แต่เราควรวางตัวเป็นกลางเพื่อจะได้มองเห็นคนที่กำลังโกรธอยู่ข้างหน้าของเรา

 

อย่างชัดเจนว่าเขากำลังโกรธแล้วนะ  เขากำลังเริ่มมีอาการวิปริตผิดเพี้ยนแล้วนะ

 

เมื่อเราสังเกตเห็นเขาอย่างชัดเจน  เราจะได้เตรียมพร้อมว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร

 

                ประการที่  3  เราต้องวางตัวให้เป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในนาทีอย่างนั้น

 

นั่นคือใจเย็น  พูดเย็น  แล้วก็ทำเย็น  ใจเย็นก็หมายความว่าอย่าไปซ้ำเติมเขา

 

ว่าเขากำลังหลุด  เขากำลังเสียศูนย์นะ  พูดเย็นก็คือพยายามพูดในลักษณะ

 

เตือนสติเขาให้กลับมาอยู่กับเหตุกับผล  และทำเย็นคืออยู่ใกล้ๆ  เขาแล้ว

 

แสดงออกอย่างชัดเจนว่า  คนที่กำลังโกรธนั้นยังมีคุณเป็นเพื่อนอยู่นะ

 

เมื่อเขารับรู้ได้ถึงความเมตตาของเราในนาทีอย่างนั้น  ความโกรธก็จะค่อยๆ

 

ลดความแรงลง

 

                ประการที่  4  พาเขาออกจากสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาโกรธให้เร็วที่สุด

 

                ประการที่  5  ควรพาเขาไปล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกสติ 

 

น้ำมีปฏิสัมพันธ์เป็นพิเศษกับความตื่นรู้ในหัวใจคน  พระพุทธเจ้าตรัสรู้เพราะนั่ง

 

สมาธิอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา  ท่านอาจารย์พุทธทาสเลือกสวนโมกข์ก็เพราะ

 

มีธารน้ำไหล  วัดทุกวัดที่พระพุทธเจ้าเคยจำพรรษาล้วนแล้วแต่มีสระน้ำ

 

เป็นองค์ประกอบหลักของวัดซึ่งขาดไม่ได้  ฉะนั้นมีน้ำที่ไหน  มีธรรมชาติ

 

แห่งการตื่นรู้อยู่ใกล้ๆ  พาคนที่เขากำลังโกรธไปล้างหน้าล้างตาเพื่อเรียกสติ

 

                จากนั้นควรชวนเขาไปทำงานอะไรสักอย่างหนึ่ง  ชวนไปกินข้าว

 

ชวนไปทำงาน  ชวนไปร้องเพลง  หรือชวนพูดจาชวนคุยก็ได้  เพื่อเคลื่อนย้าย

 

พลังงานแห่งความโกรธซึ่งเป็นอกุศลจิตชนิดหนึ่ง  ให้ออกมาจดจ่ออยู่กับงานซึ่งกำลัง

 

อยู่ข้างหน้าเขา  เมื่อมาถึงขั้นเคลื่อนย้ายพลังงานอย่างนี้สำเร็จแล้ว  ก็เริ่มพูดคุย

 

กับเขาด้วยวาจาสุภาษิต  คือพูดด้วยเมตตา  ใช้เหตุใช้ผล  ถึงขั้นนี้แล้ว

 

อาตมภาพคิดว่าความโกรธนั้นเย็นตัวลงมากแล้ว

 

                วิธีที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่สุด  ถ้าอยากจะตัดความโกรธออกจากชีวิตเลย

 

คือ  “เจริญวิปัสสนากรรมฐาน”  เพราะเมื่อเรามีความตื่นรู้อยู่ในทุกๆ

 

อิริยาบถ  ความโกรธจะแทรกเข้ามาในจิตเราไม่ได้  คนที่ปล่อยให้ความโกรธ

 

แทรกเข้ามาในจิตได้ก็แสดงชัดเจนว่าเขายังเป็นคนที่ขาดสติ  ธรรมชาติของ

 

จิตจะรับอารมณ์ได้ทีละเรื่อง  ถ้าจิตของเราอยู่กับสติ  ความโกรธก็ไม่เข้ามา

 

ถ้าจิตของเราอยู่กับความโกรธ  สติก็ไม่เข้ามา

 

                ดังนั้นเราจึงควรให้พื้นที่แห่งจิตของเราอยู่กับสติมากกว่า  เพราะวิธีนี้

 

เป็นวิธีป้องกันความโกรธที่ได้ผลดีที่สุด

 

                “ถ้าเราอยากจะหนีความโกรธ  เราก็ควรฝึกสติใน

 

ทุกๆ  อิริยาบถ  เมื่อเรามีสติอยู่ในทุกอิริยาบถ  ก็คือเรามี

 

ความตื่นรู้อยู่ในทุกอิริยาบถ  จิตของเราที่มีความตื่นรู้

 

เป็นอารมณ์แล้ว  ก็ไม่มีพื้นที่ว่างสำหรับที่ความโกรธจะ

 

แทรกตัวเข้ามา”

 

จากหนังสือรักแท้  คือ  กรุณา

 

ผู้แต่ง   ว.วชิรเมธี

 

ดำเนินการพิมพ์โดย บริษัท สำนักพิมพ์สุภา จำกัด  (กลุ่มลูกพุทธะ)

 




Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2560 17:32:35 น.
Counter : 35 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

นาคสีส้ม
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



วัตถุประสงค์ของ blog นี้ :

เนื่องจากส่วนตัวเป็นคนชอบได้หนังสือธรรมะมาจาก
ที่ต่างๆ และมักชอบซื้อมาอ่านเป็นประจำเสมอ
เลยทำให้หนังสือกองเต็มบ้านมากมาย
เวลาจะนำไปบริจาค ก็มักจะเสียดาย เพราะ
บางครั้ง บางที ก็หยิบเล่มเก่าๆมาอ่านอีกรอบ
เวลาใครมาขอรับบริจาคอะไรต่างๆ
มักจะหวงไว้ ไม่ค่อยส่งต่อหนังสือให้ใคร

จนมาคิดว่า ไม่ควรจะหวงไว้
เพราะเนื้อหาค่อนข้างมีประโยชน์
นำมาปรับใช้ในชีวิตได้เป็นอย่างดี
เลยอยากจะแบ่งปันความสุขให้คนอื่นๆ

เลยจัดทำ blog นี้ขึ้นมาค่ะ
ไว้เก็บรวบรวมเนื้อหาที่ได้อ่านแล้ว
มาเก็บไว้ที่นี่ ส่วนหนังสือก็จะนำไปบริจาค
ให้คนอื่น ได้ใช้ประโยชน์ต่อไปค่ะ

สำหรับเล่มไหนที่เพื่อนๆคิดว่าสนุก
ก็สามารถแนะนำได้นะคะ ^__^
กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28