A time to Keep Silence
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2555
 
6 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
10 วิธีฝ่าระยะหยุดนิ่ง (Plateau) ของการลดน้ำหนักให้สำเร็จ

ระยะ Plateau หมายถึง ร่างกายถึงระยะที่มีการปรับเปลี่ยน โดยร่างกายจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือระยะหยุดนิ่ง สำหรับผู้ที่ทำการลดน้ำหนักโดยการปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวัน มีการควบคุมการรับประทานอาหาร ควบคุม calorie และมีการ ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายชัดเจนคือน้ำหนักตัวลดลง รูปร่างมีความกระชับได้สัดส่วนขึ้น

โดยปกติร่างกายเราจะใช้พลังงานจากแคลอรี่ที่เราได้มาก่อนถึงจะไปเผาผลาญพลังงานไขมัน การควบคุมอาหารทำให้เราได้รับ พลังงานน้อยลงเป็นผลให้เราเผาผลาญไขมันเร็วขึ้น และดูเหมือนร่างกายจะมีระบบรักษาสมดุลได้เป็นอย่างดี

ในระยะต่อมาร่างกาย จะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อรักษาสมดุล โดยการใช้พลังงานน้อยลง รวมทั้งเก็บรักษาไขมันเพิ่มขึ้น ทีนี้เมื่อถึงจุดนี้ ถึงแม้เราจะมีการปรับเปลี่ยนฟฤติกรรมการกินของเราแล้วแต่เราก็ควรจะทำบางอย่างและปรับเปลี่ยนโปรแกรมการออกกำลังเพื่อท้าทาย

10 วิธีฝ่าระยะหยุดนิ่ง (Plateau) ของการลดน้ำหนักให้สำเร็จ

1. เพิ่มเวทเทรนนิ่งในการออกกำลังกาย (Resistance Training)
วิธีที่เยี่ยมยอดที่สุดในการลดน้ำหนักและเพิ่มระดับเมตาบอริสซึม ฝ่าด่านในขั้นต่อไปคือ การเพิ่มโปรแกรมเวทเทรนนิ่งควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การเดิน 30 นาที 3 - 4 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ (ถ้าคุณอายุมากกว่า 35 ปี ให้เริ่มจาก 10 - 15 นาที 2-3 ครั้ง) ต่อสัปดาห์ และ ทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบ เวทเทรนนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องหรือการใช้ free weight ซึ่งช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยให้คุณเผาผลาญพลังงานแคลอรี่ได้มากขึ้น

และจากการศึกษาพบว่าการที่เล่นเวทช่วยเพิ่มระดับเมตาบอริสซมให้กับร่างกาย 10 % ในช่วงนอนหลับ และ ยังช่วยเพิ่มระดับของเมตาบอริสซมให้ยาวนานอีกถึง 21 ชม. ภายหลังจากที่เราได้ออกกำลังกาย

2. ตรวจดูน้ำตาลที่แอบซ่อนอยู่ในรายการอาหาร
ถ้าการลดน้ำหนักของเราที่กำลังได้ผลอยู่ อยู่ดีๆก็หยุดชะงัก ให้เราตรวจดูหรือสังเกตถึงอาหารบางอย่างที่มีปริมาณน้ำตาลแอบแฝงที่ทำให้เราได้รับแคลอรี่เพิ่มอย่างเช่น พวก น้ำผลไม้ ซ๊อสมะเขือเทศ หรือ ซ๊อสอื่นๆ น้ำสลัด รวมทั้งพวกอาหารอบแห้งต่างๆ ที่ อาจทำให้เราได้รับปริมาณของน้ำตาลมากกว่าที่เราคิด

3. พยามที่จะจดบันทึกรายการอาหารการกิน
จดรายการอาหารต่างๆและบันทึกไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าเราเลือกรับประทานอาหารที่ถูก และ ไม่รับประทานแคลอรี่มากเกินความต้องการที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราหยุด

4. ให้แน่ใจถึงเป้าหมายการลดน้ำหนักที่ตั้งไว้ไม่เกินจริง
เราต้องแน่ใจว่าเป้าหมายในการที่เราจะลดน้ำหนักเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมและไม่เกินจริง จงอย่าเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นและฟังเสียงร่างกายของตนเอง

วิธีที่เราจะรู้ว่าน้ำหนักตัวที่เหมาะสมยังไงก็โดยการเช็ค body mass index

5. เพิ่มโปรตีน ลดน้ำตาล
ถึงแม้ว่าเราจะดูเหมือนน้ำหนักลดลงซึ่งอาจเป็นผลมาจากทั้งน้ำหนักไขมันและกล้ามเนื้อลดลง แต่เราควรต้องทบทวนโปรแกรมหรือเมนูการรับประทานของเราว่ามีโปรตีนมากน้อยเพียงใด

ที่สำคัญผู้หญิงควรได้รับสารอาหารโปรตีนอย่างน้อย 100 กรัม ต่อวัน เพื่อที่จะสร้ามเสริมเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆที่ใช้ในโปรแกรมลดน้ำหนักของเรา ถ้าเรารู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อเราลดลงเป็นผลมาจากโปรแกรมของเรา เราควรที่จะต้องรับประทานโปรตีนที่จะทำให้ร่างกายสร้างกล้ามเนื้อได้ซึ่งทำให้ร่างกายของเราใช้พลังงานเผาผลาญมากขึ้นช่วยให้กระตุ้นร่างกายเหมือนการเริ่มต้นโปรแกรมใหม่ ฉะนั้นถ้าคุณงดทุกๆอย่างในรายการอาหารหรือทานแต่ผลไม้สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นและการลดน้ำหนักก็จะหยุดนิ่ง

6. Drink for burn
น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกาย และ มีความสำคัญต่อการลดน้ำหนักของเราด้วย ถ้าเรารับประทานน้ำน้อยเกินไปก็จะทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปช้า ข้อแนะนำคือให้ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว

ที่สำคัญในช่วงเช้าและก่อนนอน รวมถึงพกพาน้ำไปดื่มขณะออกกำลังกาย

7. ลองปรับเปลี่ยนวิธีการออกกำลังกาย
อีกวิธีหนึ่งที่จะฝ่าด่านระยะ Plateau คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายของเรา โดยการเปลี่ยนวิธีเล่น หรือ เปลี่ยนอุปกรณ์อื่น เช่น สมมุติว่าเรากระชับหน้าแขนด้วยดัมเบลในท่า Bicep Curl ให้เราลองเปลี่ยนจากการใช้ดัมเบลไปใช้ บาร์เบลแทน หรือ ถ้าเรามีโปรแกรมบริหารกล้ามเนื้ออกด้วยท่า bench press โดยการใช้บาร์ คราวต่อไปก็ให้ลองเปลี่ยนไปใช้ ดัมเบล หรือ อุปกรณ์ที่เป็น machine ที่เล่นกล้ามเนื้อมัดเดียวกัน การที่เราทำอย่างนี้จะทำให้ท้าทายร่างกายของเรา และช่วยให้เราลดน้ำหนักได้เพิ่มขึ้น ที่สำคัญจะทำให้เราไม่เบื่ออีกด้วย

8. ลองออกกำลังกายอย่างอื่น
ถ้าเราออกกำลังกายอย่างหนึ่งมาเป็นเวลานาน เช่น คุณเดินเผาผลาญพลังงานทุกวันวันละ 30 นาที และได้ผลจนกระทั่ง คุณมาถึงระยะหยุดนิ่ง ก็ให้เราลองเปลี่ยนไปออกกำลังกายอย่างอื่นแทน

เช่น อาจจะไปขี่จักรยาน หรือ ว่ายน้ำ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยน และ ร่างกายหรือกล้ามเนื้ออื่นๆทำงานเพิ่มขึ้น ช่วยทำให้เราสามารถลดน้ำหนักได้ต่อไป

9. มีความยืดหยุ่นให้กับตัวเอง
ไม่ว่าจะเป็นรายการรับประทานอาหารหรือโปรแกรมการออกกำลังกาย คุณจำเป็นที่จะต้องฟังเสียงตอบรับจากร่างกายคุณเองและสังเกตการตอบสนองของร่างกาย ไม่ใช่ทำตามโปรแกรมหรือรายการที่เค้าว่าไว้ทุกอย่างแต่คุณจะต้องรู้จักยืดหยุ่นและมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับคุณ ชีวิตการดำรงชีวิตของคุณ เพศ วัย ให้ยึดหลักสายกลาง พอเพียงอันนี้เป็นหัวใจหลัก

10. รักษา ความตั้งใจที่จะลดน้ำหนักอย่างแน่วแน่
อันนี้สำคัญที่สุด ที่คุณจะต้องมุ่งมั่นกับสิ่งที่คุณตั้งใจไว้ ถ้าคุณปล่อยตัวตามใจคุณในทุกๆเรื่อง และที่สำคัญหากคุณรู้สึกท้อถอยล้มเลิกกลางคัน เมื่อระยะนี้มาถึงก็คงเป็นระยะสุดท้ายจริงๆ อยากให้ลองคิดว่า คุณปล่อยตัวเองให้มีน้ำหนักเกินมานานเท่าไหร่ รวมทั้งใช้ชีวิตแบบทำร้ายร่างกายมานานแค่ใหน คุณจำเป็นที่จะต้องให้คำตอบกับตัวเองและมุ่งมั่นทำในสิ่งดีๆกับตัวคุณเองให้ได้ และคุณต้องเริ่มคิดในทางบวกกับตัวเองให้พูดอยู่เสมอว่า ฉันทำได้ โดยที่ไม่ท้อถอยหรือล้มเลิกไปก่อน



ที่มา : http://calorie4you.com/toptennew003.html


Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2555 0:14:36 น. 0 comments
Counter : Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Hachi_chan
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember


....................................................................

The best and most beautiful things in the world cannot be seen or even touched. They must be felt with the heart.
....................................................................


ปี 2555



ปี 2556


Friends' blogs
[Add Hachi_chan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.