คันฉ่องและโคมฉาย -หัวใจเศรษฐี (๖)ลูกขอเงินแต่พ่อแม่ให้สิ่งที่สูงกว่าเงิน
“สามเณร” แปลว่า ผู้เป็นหน่อเนื้อของสมณะ พระราหุลกุมารได้เป็นสามเณรรูปแรกในพระพุทธศาสนา เมื่อเข้ามาบวชแล้วก็ปรากฏว่า ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ ใฝ่สู้ศึกษาอย่างยิ่ง คัมภีร์เล่าจริยวัตรของสามเณรน้อยผู้ใฝ่การศึกษาเอาไว้ว่า ทุกเช้าสามเณรราหุลจะตื่นขึ้นมาแล้วก็ไปที่กองทราย ค่อยๆ กอบทรายขึ้นมาเต็มกำมือแล้วก็โปรยทรายลงมากอง พลางเปล่งวาจาตั้งสัตยาธิษฐานว่า “สาธุ วันนี้ขอให้ได้ฟังธรรมจากเสด็จพ่อมากมายหลายร้อยหลายพันหัวข้อเหมือนดั่งเม็ดทรายในกำมือของลูกด้วยเถิด”
ลูกของโยมทั้งหลายเป็นอย่างนี้ไหม ตื่นขึ้นมาตอนเช้าไปที่กองทราย “สาธุ วันนี้ขอให้แม่ ขอให้พ่อ ขอให้ครูสอนเยอะๆ” อาตมายังไม่เจอเลยนะ อาตมาไปสอนที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ถ้าวันไหนอาตมาติดประชุม นิสิตดีใจจนออกนอกหน้าเลยนะ ไม่รู้ว่าเด็กเดี๋ยวนี้เรียนหนังสือกันอย่างไร ครูไม่มานี่รู้สึกดีนะ ครูมาแทนที่จะรู้สึกดี เพราะจะได้ปัญญา แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่นะ ถ้าครูไม่มานะ โอ... ดีอกดีใจกันใหญ่

นี่แหละนิสิตนักศึกษาของเราเดี๋ยวนี้ โดยมากเป็นผู้ที่ไม่มีอุปนิสัยพระราหุล ภาษาพระเรียกว่าไม่มี “ธมฺมกามตา” (ความใฝ่ในธรรม) หรือ “สิกขากามตา” (ความใฝ่ในการศึกษา) เยาวชนคนรุ่นใหม่ของเราไม่ค่อยมีอุปนิสัยอย่างนี้ แต่พระราหุลกุมาร หรือราหุลสามเณรนั้น เมื่อบวชเข้ามาแล้ว ทุกเช้าไปที่กองทราย กอบกองทรายขึ้นมา เอาทรายโปรยลงมาพลางตั้งปณิธานประจำวัน “สาธุ วันนี้ขอให้ได้ฟังธรรมจากเสด็จพ่อมากมาย หลายร้อยหลายพันข้อดั่งเม็ดทรายในกำมือด้วยเถิด” นี่ยอดคนเขาตั้งปณิธานในการดำเนินชีวิตกันอย่างนี้ คือ ใฝ่เรียน ใฝ่ศึกษา ใฝ่แสวงหาสัจธรรม
เมื่อคืนโยมคนหนึ่งไปหาอาตมา เล่าให้ฟังว่า พ่อคือสามี รักลูกมาก มีสมบัติหลายร้อยล้าน ถ้าลูกขอพ่อก็อยากจะให้ไปเสียทั้งหมด พ่อมีลูกสาวคนเดียวจึงไม่อยากทำให้ลูกผิดหวัง พอลูกขอ พ่อก็ไม่กล้าขัด
เราทั้งหลายต้องไม่ลืมนะ บางครั้งความรักก็ทำร้ายลูก ความรักที่กลายเป็นความร้าย เรียกเป็นสำนวนว่า “พ่อแม่รังแกฉัน” คือลูกเขาขออะไร พ่อแม่ก็ยินดีจัดให้ไปเสียทุกอย่าง ทำบ่อยๆ ระวังนะ ระบบความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกจะกลับตาลปัตร แทนที่พ่อแม่จะเป็นผู้บังเกิดเกล้า แต่การณ์จะพลิกไปอีกอย่างหนึ่ง กลายเป็นว่าลูกบังเกิดเกล้า เมื่อลูกเป็นลูกบังเกิดเกล้าเสียแล้ว แล้วพ่อแม่เป็นอะไร พ่อแม่ก็กลายเป็นบ่าวผู้ภักดีของลูก นี่คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังอย่าให้ความสัมพันธ์กลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือเป็นอันขาด พ่อแม่ต้องเป็นพ่อแม่บังเกิดเกล้า ลูกต้องเป็นบ่าวผู้ภักดี (กล่าวเป็นสำนวนไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่มีอาญาสิทธิ์เหนือลูก จนลูกไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียง แต่หมายความเพียงว่าพ่อแม่ต้องยกไว้ในฐานปูชนียบุคคล ส่วนลูกคือกตัญญูกตเวทีบุคคลผู้มีหน้าที่ต้องสนองพระคุณมารดรบิดา) แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นบ่าวผู้ภักดี ส่วนลูกเป็นลูกบังเกิดเกล้า นี่ผิดหลักพุทธศาสนา
เมื่อราหุลกุมารมาบวช ซึ่งการบวชนั้นก็เกิดจากที่พระพุทธองค์ทรงพุทธดำริว่า กุมารน้อยนี้ขอโลกียทรัพย์ แต่อย่ากระนั้นเลย โลกียทรัพย์นั้นเป็นของที่ไม่มีแก่นสารอันใด กินใช้ไปแล้วก็สิ้นเปลืองหมดไป เราจะมอบอริยทรัพย์ดีกว่า
อริยทรัพย์ก็คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ กล่าวอย่างสั้นที่สุดก็คือ “ธรรมะ” เมื่อทรงนำราหุลกุมารมาแล้ว ในที่สุดราหุลกุมารก็ได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา ก็เท่ากับว่าพ่อได้ทำหน้าที่ของพ่อได้สมบูรณ์แบบที่สุด นั่นคือ สอนลูกจากปุถุชนให้เป็นอารยชน ลูกขอโลกียทรัพย์ แต่พ่อให้อริยทรัพย์ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายเคยทำอย่างนี้ไหม
ลูกขอโลกียทรัพย์ แต่พ่อแม่ให้อริยทรัพย์
ลูกขอทรัพย์ภายนอก แต่พ่อแม่ให้ทรัพย์ภายใน
ลูกขอเงิน แต่พ่อแม่ให้สิ่งที่สูงกว่าเงิน!
ว.วชิรเมธี



Create Date : 25 ธันวาคม 2553
Last Update : 25 ธันวาคม 2553 9:10:56 น.
Counter : 339 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Thus Spoke Eitthakorna
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ ธัมโม สังโฆ
พุทโธ พุทโธ พุทโธ

"ใจทั้งปวง จงสงบเย็นเป็นสุขเถิด
การกระทำทั้งปวงของเรา จงยังใจทั้งหลายให้สงบเย็นเป็นสุขเถิด
ใจที่สงบเย็นเป็นสุขแล้ว ประเสริฐจริงหนอ
ใจทั้งปวง จงมีดวงตาเห็นธรรมเถิด..."
อะระหัง สัมมาสัมพุธโธ ภะคะวา, พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้เองชอบ, ตัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. ข้าพเจ้าอภิวาทกราบไหว้พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้ว, ตัง ธัมมัง นะมัสสามิ. ข้าพเจ้านมัสการกราบไหว้พระธรรมนั้น. สุปะฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาค ที่ท่านปฎิบัติดีแล้ว, ตัง สังฆัง นะมามิ. ข้าพเจ้านอบน้อมกราบไหว้พระสงฆ์นั้น
ธันวาคม 2553

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
26
27
28
29
30
31