Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
6 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
❤ ❤พ ริ ก ก ร ะ เ ห รี่ ย ง ...ใ น บ้ า น เ จ๊ ห ลี + ก า ร ทำ พ ริ ก แ ห้ งใ ช้ เ อ ง






เป็นพริกกระเหรี่ยงที่เจ๊หลีปลูกไว้เองในบ้านค่ะ

เก็บมาได้มากมายพอควรเชียว มีต้นเดียวนี่แหละ






ตอนเป็นต้นกล้าเล็ก ๆ ที่เพาะเอาไว้

จากนั้นแบ่งคนอื่น ๆ ไป

เหลือไว้ลงดินนิดเดียวพอค่ะ






เจ๊หลีปลูกมาได้ระยะหนึ่งก็โตประมาณนี้







เผลอแป๊บเดียว โตขนาดนี้เลย


อึดมากค่ะ ไม่มีแมลงอะไรมากวนเลย แม้กระทั่งไก่ที่เจ๊หลีเลี้ยงเอาไว้






กิ่งย้อยแทบหักเลยนะคะ แตกกิ่งก้านสาขาไปเรื่อย ๆ


เจ๊หลีต้องใช้ เคเบิ้ลไทน์ ที่รัดสายไฟรัดไว้ไม่ให้ติดดิน






ภาพล่างนี้เป็นฝักเขียวตอนยังอ่อนอยู่ค่ะ

ถ้าแก่จะเป็นเมล็ดสีส้ม และแดง









ความที่มีมากมาย เจ๊หลีจึงรอให้แก่จัด

แล้วรวบรวมเก็บมาทำพริกป่นเองค่ะ เพราะไปซื้อพริกป่นที่ทำสำเร็จ

กลัว ค่ะ กลัว กลัวเก่า กลัวเชื้อรา มากมาย

ที่สำคัญเจ๊หลีเคยทำพริกแห้งเอง แบบไม่ทราบเทคนิค

ตากแดดไว้เป็นกิโล ๆ แต่เน่าเกือบหมดเลย

มารอบนี้ ได้ความรู้ใหม่ มีเคล็ดลับค่ะ ว่า ให้นำพริกไปลวกน้ำก่อน

เจ๊หลีเลยแก้ต้วใหม่ไปเก็บพริกมาได้เยอะพอควรแบบนี้ค่ะ





มามะ ....ตามเจ๊หลีมาดูการทำพริกแห้ง ไว้ทำพริกป่นกันค่ะ

ก่อนอื่น ตั้งน้ำให้เดือดจัดในภาชนะค่ะ

จากนั้นเทพริกกระเหรี่ยงสด ๆ ที่เรามีอยู่ลงไปพร้อมกันทั้งหมด










รอสักครู่เดียว ....ใช้วิธีลวกเอาค่ะ

จากนั้นรีบช้อนขึ้นมาไว้บนถาดที่เราจะนำไปตาก

สำหรับเจ๊หลี ๆ ใช้ถาดใหญ่ ๆ ที่เจ๊หลีทำขนม เป็นที่ตากสบายเลย







ตากแดดจัด ๆ 3-4 วัน ก็เป็นแบบนี้ค่ะ

สังเกตนะคะ ว่าใช้วิธีลวกน้ำก่อน พริกจะไม่มีเน่าเลย

เจ๊หลีเคยตากโดยไม่ลวกน้ำก่อนนะคะ

ตากเป็นกิโล ก็เน่าทิ้งเป็นเกือบกิโลเหมือนกันค่ะ

เสียดายมากกกกก ขอบอกค่ะ






พริกกระเหรี่ยงเอามาทำพริกป่นนะคะ

สีสวย และเผ็ดโดด ไปเลยค่ะ อิ อิ

แต่เจ๊หลียืนยันนะคะ ทำเอง เออเอง สะอาด และเราคัดได้คุณภาพจริง ๆ

เจ๊หลีไม่เคยซื้อหรือทานพริกป่นข้างนอกอีกเลยค่ะ

สาเหตุเหรอคะ เพราะว่า เอาพริกแห้งเน่า ๆ ราเยอะ ๆ ด้อยคุณภาพ

มาป่นเราก็มองไม่เห็นแน่นอนค่ะ

ลองทำเองทีละน้อย เก็บไว้ใช้ ปลอดภัยดีค่ะ










ชื่อ "พริกขี้หนู"


วงศ์ "SOLANACEAE"



ชื่อวิทยาศาสตร์ "Capsicum frutescens Linn."


ชื่อพื้นเมือง "ครี(กระเหรี่ยง-กำแพงเพชร) ดีปลี(ปัตตานี)
ดีปลีขี้นก พริกขี้หนู(ใต้) ปะแกว(ชาวบน-นครราชสีมา)
พริก(กลาง เหนือ) พริกขี้หนู(กลาง) พริกแด้ พริกแต้ พริกนำ(เหนือ) มะระตี(เขมร-สุรินทร์) มือซาซีซู มือส่าโพ(กระเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) หมักเพ็ด(ตะวันออกเฉียงเหนือ)"


การปลูก “พริกลาว” หรือ “พริกกะเหรี่ยง” ให้ได้ผลดีต้องปลูกในที่โล่งแจ้ง และปลูกในระยะที่ห่างพอสมควร เพื่ออาศัยแสงแดดช่วยในการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ อาทิ ราและแบคทีเรีย และปลูกในที่ไม่มีน้ำท่วมขังจึงจะไม่เกิดโรครากและโคนเน่า สำหรับปัญหาโรคใบด่างนั้น แม้ว่าพริกพันธุ์นี้จะเป็นโรคใบด่างแต่สามารถเติบโตและให้ผลผลิตได้อย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่ปัญหาสำคัญสำหรับการปลูกพริกพันธุ์นี้



การปลูก “พริกลาว” หรือ “พริกกะเหรี่ยง” พริกพันธุ์นี้ ไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีป้องกัน และกำจัดโรคใดๆ ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมี ลดปัญหาสารพิษตกค้างที่มีต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เป็นการสนับสนุนแนวคิดการเกษตรแบบพึ่งตนเองได้อย่างแท้จริง



การปลูกพริกกะเหรี่ยงแซมในไร่ข้าวซึ่งมีความชุ่มชื้น ต้นพริกจะขึ้นดี แข็งแรงและออกผลดกกว่าแปลงที่ปลูกเฉพาะพริกอย่างเดียว ปลูกพริกกะเหรี่ยงเราไม่ต้องให้น้ำ แล้วต้องปล่อยตามธรรมชาติ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะถ้าเราใช้ปุ๋ยใช้ยา พริกกะเหรี่ยงจะกลายพันธุ์ รสชาติจะไม่เหมือนเดิม แม่ค้าจะไม่รับซื้อเลย เพราะเขาดูรู้”


ชาวกะเหรี่ยงในประเทศไทยอาศัยอยู่ทางภาคเหนือ ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก ไล่ลงมาตามแนวชายแดนภาคตะวันตกที่จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี ราชบุรี ชาวกะเหรี่ยงทุกกลุ่มล้วนปลูกและกินพริกกะเหรี่ยงกันมานาน อย่างไรก็ตาม พริกกะเหรี่ยงแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ ว่ากันว่าพริกกะเหรี่ยงที่เผ็ดจัดและหอมมากต้องมาจากอำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี


ลักษณะทางพฤกษศาสตร์


พริกเป็นพืชที่มีอายุได้หลายฤดูและลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ1-2.5ฟุตใบแบนเรียบและเป็นมันใบรูปร่างกลม
รีปลายใบแหลมใบออกตรงข้ามกันดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดเล็กก้านดอกตรงหรือโค้งกลีบดอกจะมีสีขาวหรือ สีม่วงเกสรตัวผู้มี1-10อันเกสรตัวเมียมี1-2รังไข่ผลมีหลายขนาดพริกขี้หนูจะมีผลขนาดเล็กยาวประมาณ
1-1.5นิ้วมีเส้นผ่าศูนย์กลาง1-4-2/3นิ้วเมื่ออ่อนสีเขียวเข้มและเมื่อเจริญเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือเหลือง
ในแต่ละผลจะมีเมล็ดจำนวนมารเรียงตัวกันหนาแน่นขนส่วนของรากมีสีขาว


การเตรียมเมล็ดและต้นกล้าก่อนปลูก


1. เลือกต้นที่มีลำต้นสมบูรณ์แข็งแรง ทนทานต่อโรคและแมลง สามารถปรับตัวเข้ากับ สภาพแวดล้อม ในท้องถิ่นได้ดี ให้ผลผลิตดก ขนาดใหญ่เต็มที่และเก็บผลในรุ่นที่ 2-3


2. ผลพริกที่เลือกเก็บนั้น ควรเป็นผลที่เริ่มสุกหรือสุกสีแดงสดปราศจากโรคแมลงทำลาย นำเมล็ดพันธุ์แช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หรือนำมาห่อ ในผ้าขาวบางซับ ๆ เก็บไว้ประมาณ 2-3 วัน จนมีตุ่มรากสีขาวเล็ก ๆ แล้วนำไปเพาะ

ประโยชน์ทางยา


พริกเป็นสมุนไพรที่มีการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์มายาวนานผลของพริกมีสรรพคุณขับลมขับปัสสาวะ แก้ไข้หวัดบรรเทาอาการเจ็บปวด ขับเหงื่อและช่วยให้เจริญอาหาร


ประโยชน์ทางอาหาร


ส่วนที่เป็นผัก/ฤดูกาล ยอดอ่อนและผลของพริกใช้เป็นผักและเครื่องปรุงรสได้ พริกจะแตกยอดงามในฤดูฝน
และก่อนติดผลเมื่อมีผลแลวจะมียอดน้อยลง ผลจะมีตลอดปี
การปรุงอาหารยอดอ่อนของพริกรับประทานโดยลวกเป็นผักแกล้มกับน้ำพริกหรือนำไปปรุงอาหารประเภท
แกงจือ แกงเลียง ทำให้รสชาติอร่อยส่วนผมมักใช้เป็นเครื่องปรุงรสสำหรับอาหารไทยหลายชนิด


ลักษณะเด่นของพริกกะเหรี่ยง


1. มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม ทนทานต่อสภาวะอากาศและโรคแมลง
2. ลำต้นใหญ่ การแตกแขนงดี สามารถให้ผลผลิตติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
3. เป็นที่นิยมทำเป็นพริกตากแห้งได้ดี คุณภาพผลสด 3 กิโลกรัม ตากแห้งได้ 1 -1.3 กิโลกรัม
4. มีความเผ็ดและหอมซึ่งเป็นลักษณะประจำพันธุ์ของพริกกะเหรี่ยง
5. โรงงานทำซอสพริกนิยมนำไปปั่นผสมกับพริกหนุ่มเขียวเพื่อเพิ่มความเผ็ดและความหอม


การเก็บผลผลิต

หลังย้ายปลูกประมาณ 60 วัน พริกกะเหรี่ยงเริ่มทยอยผลผลิตและสามารถเก็บผลผลิตได้โดยเลือกเก็บเมล็ดที่มีสีแดงสดเพื่อใช้ ในการแปรรูป ผลผลิตพริกสดประมาณ 400-500 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นพริกแห้งได้ประมาณ 80-100 กิโลกรัมๆ ละประมาณ 80-150 บาท รายได้เฉลี่ยประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อไร่


วิธีการทำพริกแห้งให้มีสีสวย มีหลายวิธีดังนี้คือ


1. ตากแดดที่จัดจนแห้งสนิท โดยทำเป็นขั้นตอนดังนี้

- บ่ม ในกรณีที่เก็บพริกไม่แดงตลอดผลโดยเก็บรวมกันในเข่งประมาณ 2 คืน เพื่อให้พริกสุกแดง สม่ำเสมอกัน

-ย่าง ย่างด้วยไฟรุม ๆ จนกระทั่งสุกเพื่อให้แห้งเร็ว

-การตากแดด หลังย่างแล้วนำมาตากแดดเพื่อให้แห้งสนิทยิ่งขึ้น ตากประมาณ 5แดดหลังย่างแล้วนำมาตากแดด

เพื่อให้แห้งสนิทยิ่งขึ้น ตากประมาณ 5 แดด ก็ใช้ได้แล้วบรรจุถุงพลาสติกผูกปากถุงให้แน่นกันความชื้น


2. นำไปลวกน้ำร้อนก่อน แล้วนำมาตากแห้งโดยที่การลวกน้ำร้อนนี้จะทำให้สีของพริกแห้งสวยไม่ขาวด่างเมื่อแห้งแล้ว หลังจากลวกน้ำร้อนแล้วก็นำไปตากแห้ง


3. นำไปอบด้วยไอร้อนในเตาอบซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ปลูกพริกเป็นจำนวนมากและเหมาะกับการทำพริกแห้ง


เจ๊หลีขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก

http://www.vegetweb.com




จนกว่าจะพบกันใหม่บล็อกหน้าค่ะ

















Create Date : 06 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 14 กันยายน 2554 17:12:30 น. 36 comments
Counter : Pageviews.

 
หุหุ มาคนแรกเลยค่ะเจ๊หลี เป็นความรู้ใหม่เลย เรื่องลวกพริกก่อนตากเนี่ยค่ะ และก้อพึ่งรู้อีกว่านี่เค้าเรียกพริกกระเหรี่ยง เจ๊หลีเริ่ดมากจริงๆ ค่ะ


โดย: kokophiz วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:22:49 น.  

 
โอ้---
ต้องลวกก่อนตากแห้งนี่เองนะคะเจ๊หลี ขอบคุณความรู้ดีๆค่ะ ไว้จะไปบอกเคล็ดลับให้แม่ค่ะ แม่ชอบทำพริกป่นใช้เอง แต่ตากแล้วพริกบางส่วนมันเน่าอย่างเจ๊หลีว่าเลยค่ะ


โดย: LittleKIWKIW วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:53:01 น.  

 
ตามมาดูพริกด้วยคนค่ะ
ได้เคล็ดการลวกน้ำร้อนด้วย ดีจริงๆ
พริกสีสวย ดูน่ารับประทานมากๆ ค่ะ
เผ็ดสะใจนะคะ ทำเองไม่ต้องซื้อ สบายกระเป๋า
แถมปลอดภัยไร้เชื้อรา สุดยอดค่ะ


โดย: diamondsky วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:16:11 น.  

 
เห็นพริกเจ๊หลีแล้วทำให้นึกถึงโอกินาว่าค่ะ เขาเอาพริกแบบนี้ล่ะค่ะดองใส่น้ำมัน(เขาเรียกกันว่า รายุ นะค่ะเอาไว้ใส่ราเมง )วางขายเป็นขวดๆเลยค่ะ กลายเป็นของขึ้นชื่อประจำภาคไปแล้วค่ะ น่าลองเอาไปทำบ้างใหมค่ะ


โดย: Hachisu วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:27:16 น.  

 
สวัสดีคะเจ๊หลี

ไม่ได้แวะมาทักทายนานเลยคะ คิดถึงๆๆๆ

พริกสีสวย สรรพคุณเยอะแยะ

ขอบคุณสำหรับเคล้ดลับดีๆสำหรับการตากพริกด้วยนะคะ

คราวนี้หน่อยจะบอกแม่ว่าต้องนำพริกไปลวกก่อน

เพราะที่เคยทำมาเน่าเยอะมากๆ

ที่บ้านนอกแม่ก็ปลูกพริกไว้กินเองเหมือนกันคะ







โดย: โตเหมี่ยว วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:42:48 น.  

 
สวัสดีค่ะ เจ๊หลี

ดีจังเลยค่ะ ได้รู้อะไรขึ้นอีกเยอะมากมายเลยค่ะ

พริกสีสดได้ใจจริงๆ ค่ะ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ



โดย: นู๋ยู้ฮู้ วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:00:36 น.  

 
หวัดดีจร้า

แวะมาเยี่ยมก่อนนอน

ราตรีสวัสดิ์นะจร้า จุ๊บจุ๊บ


โดย: สาวสะตอใต้ วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:23:23 น.  

 
โอ้โฮ ได้เคล็ดลับแบบนี้เอง เคยตากแบบสดๆเหมือนกันค่ะ เน่าหมดเลย ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะ


โดย: ozora วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:23:39 น.  

 

พริกบ้านเจ๊หลีเยอะจังเลยอ่ะ
สีแดงน่านำไปใส่ส้มตำมากๆ ค่ะ
เห็นแล้วแล้วน่าทาน...
เผ็ด แซ่บ หลาย


โดย: อุ้มสี วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:38:59 น.  

 
ตามมาขอบคุณที่ไปแวะทักทายกันที่ Blog นะคะ อยากทำอาหารเก่งๆบ้างจังค่ะ น่าทานทุกอย่างเลย ยังงัยขอ add friend's blog ไว้เรียนทำอาหารด้วยคนนะคะ


โดย: little_angel_com วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:23:37 น.  

 
เปิดมาเจอสีสดแสบสันของพริกตาสว่างเลยค่ะ ได้ความรู้อย่างอึ้งว่าพริกนำไปรวกแล้วสีก็ยังคงสดสวยอยู่..อึ้งไปเลย ขอบคุณค่ะ
เคยนำพริกขึ้หนูสวนจริงๆเม็ดเล็กๆตากแห้งไปโรยในกระถางไว้ ขึ้นนะคะแต่ใบใหญ่กว่ามืออีกแล้วไม่มีสักเม็ดเลยค่ะ


โดย: รัชต์ IP: 58.9.109.29 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:45:23 น.  

 
หวัดดีค่ะเจ๊หลี...โหจะดกปานนั้น
ขอแบบนี้ต้นเดียวพอเลยค่ะ
ที่นี่ฤดูหนาวๆๆๆ เนี่ย พริกแพงมั๊กๆๆ
ต้องซื้อตุนแช่แข็งเอาไว้หม่ำ เห็นแล้วอยากมีแบบนี้สักต้นค่ะ


โดย: kamonorchids วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:4:20:47 น.  

 
โอ้โฮ.. อะไรจะดกขนาดนั้นคะมีเคล็บลับอะไรช่วยบอกหน่อยเพราะที่บ้านชอบทานพริกมาก ๆๆๆ แอบติดตามบล๊อกเจ๊หลีมานานแล้วเพิ่งได้เปิดตัว ขอบคุณที่แวะไปที่บล๊อกด้วยนะคะ


โดย: เนินน้ำ วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:58:29 น.  

 
พริกดกจังเลยค่ะ แบบนี้ต้องแวะมาบ้านนี้บ่อยๆแล้วล่ะ
ชอบทำสวนผักเหมือนกันค่ะ โดยเฉพาะพริกกับมะเขือเปราะ





โดย: tomoyasukun (Tomoyasukun ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:38:18 น.  

 
เจ้หลีปลูกต้นไม้เก่งจังเลย ใบก็ดก เมล็ดก็เยอะ เค้าว่าคนที่
ปลูกต้นไม้ได้งามเป็นคนมือเย็นค่ะ อยากเห็นตอนเป็นพริกป่นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะเจ้หลีไม่ได้นำมาลงให้ดู
คงจะน่ากินมากเลยนะ เอ่อเจ้หลีรู้จักต้นบั่วเช่าไหมคะ
ที่คนจีนชอบเด็ดใบมาใช้เวลาไปงานต่าง ๆ ที่บ้านดิฉันปลูก
ในกระถางแล้วใบมันหรอมแหรมมากเลย (เพราะบ้านดิฉัน
เป็นอาคารพาณิชย์ไม่มีที่ลงดิน) ไม่ทราบเจ้หลีพอจะมีเคล็ด
ลับทำให้ใบดกไหมค่ะ


โดย: อ้วนอีกแล้ว IP: 222.123.94.225 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:41:29 น.  

 
ได้ความรู้มาอีกอย่างแล้วขอบคุณมากเลยค่ะ........ปลูกต้นไม้ได้เก่งจังค่ะ........ออกดอกออกผลเต็มต้นเลย


โดย: sun_ice วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:06:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ เจ๊หลี...
ยินดีที่ได้เข้ามาชมบล็อกอันแสนสวยของเจ๊หลี
นอกจากสวยแล้วยังมีประโยชน์ครบครัน
สักวันคงได้เจอตัวเป็นๆกันนะคะ
เมื่อก่อนป้ามดยังมีโอกาสออกเที่ยวได้บ้าง แต่ตอนนี้ต้องอยู่โยงร้านกาแฟ ไปไหนไม่ได้ มีแต่เด็กๆบล็อกนี่ละค่ะ ที่มาเยี่ยม


โดย: ป้ามด วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:34:06 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับเจ๊หลี


พริกกระเหรี่ยงนี่เผ็ดถึงใจจริงๆนะครับ
ที่บ้านผมก็คั่วพริกป่นทานเองครับ
หอมกว่าไปซื้อเยอะเลยครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:27:26 น.  

 
ของชอบเลยค่ะเจ๊หลี ... ใครให้พริกนี่ดีใจยิ่งกว่าได้ของอร่อยอย่างอื่น :)) ... เจ๊หลีปลูกพืชผักขึ้นดีจัง ต้นเดียวได้มาอย่างมากมายเลยนะคะ ... ขอบคุณสำหรับเทคนิคดี ๆ ค่ะ ... เพื่อนที่นี่เขามีวิธีเก็บพริกสดไว้ในฟรีซเซอร์ คล้าย ๆ เจ๊หลีเลยค่ะ เอาลวกน้กร้อนก่อน แล้วใส่ถุงซิปล็อค ค่อยนำเข้าฟรีซเซอร์ เก็บไว้ทานได้นาน ๆ เลย .... แต่พวกเราไม่มีปัญญาซื้อพริกสดมาตากเอง เพราะกำมือหนึ่ง แพงจังค่ะ ซื้อพริกแห้งเลย


โดย: Tristy วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:26:18 น.  

 
หวัดดีค่ะเจ๊หลี

มาชมวิธีการทำพริกป่นค่ะ เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ก่อนตากแห้งต้องนำพริกไปลวกก่อน ถ้านกทำเองก็คงเอาไปตากเลยเหมือนกันค่ะเจ๊

อิจฉาคนบ้านมีพื้นที่ปลูกผักปลูกพริกนะคะ นกอยู่คอนโดก็คงต้องกินพริกป่นแบบซื้อกันต่อไป


โดย: PePe_kotori วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:41:29 น.  

 
ขอบคุณเจ๊หลีมากค่ะที่แวะไปเยี่ยมบ้านหนู

ขอกรี๊ดกับพริกเจ๊หน่อยนะ

กรี๊ดดดดด ทำไมมันเยอะอย่างนั้นนนนนนนนนนน

ขอแบ่งมั่งนะคะ


โดย: ไก่ (Schnuggy ชนุ๊กกี้ ) วันที่: 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:51:06 น.  

 
พริกแห้งเค้าทำกันแบบนี้เอง ไม่เคยรู้เลยคะเจ๊หลี นี่มันเป็นความรู้ระดับเทพ เลยนะ

ไปอยู่ต่างบ้านต่างเมือง คงมีโอกาสได้ทำ กะเอาพริกไปปลูก

พริกเจ๊หลีสีสวยมากเลยคะ เอาไปทำกับข้าวสีต้องสวย และเผ็ดสุดๆ แน่ๆ เลย


โดย: Azizan วันที่: 12 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:24:37 น.  

 
สวัสดียามดึกค่ะ อิอิ เห็นพริกแล้วน้ำลายไหลเลย
คิดถึงเวลากลับไปบ้านที่อุดรธานี เวลาทำส้มตำก็ใช้พริกอันนี้แหละ ตำส้มตำได้เผ็ดสะใจจริงๆ ยิ่งตำใส่มะกอกกับปูหินนะคะ
แล้วตำใส่ขนมจีนซะหน่อย ใส่กระถินซะนิดโอ้ยยแซ่บๆๆๆ
*ปูที่จะมีเฉพาะหลังการเก็บเกี่ยวข้าวแล้วต้องใช้จอบขุดหาได้ดิน จะมีมันปูเยอะมากค่าอิอิ อันนี้ก็ไม่เคยหาได้เองนะคะมีแต่คนเค้าไปหาแล้วเอามาขายให้ที่บ้าน เคยไปลองขุดแล้วแต่ไม่รอดอิิอิ* ครีมเคยไปซื้อพริกที่ร้านขายต้นไม้มา
ซื้อมา2-3กระถางก็ปลูกไม่รอดตายเรียบหลายต้นแล้วค่า
ตอนนี้เลยถอดใจซื้อเค้ากินดีกว่าอิอิ
ปล.สงสัยมือจะร้อนปลูกอะไรก็ไม่รอดศักอย่างค่ะ


โดย: ครีม (cream_sin ) วันที่: 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:20:46 น.  

 
มันหอมนะครับ แต่เผ็ดร้อนมากเลย


โดย: endless man วันที่: 16 พฤศจิกายน 2553 เวลา:14:25:00 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับเจ๊หลี








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:7:41:23 น.  

 
ขอบคุณเจ๊หลีเช่นกันนะครับ
ที่ช่วยอุดหนุนหมื่นตาครับ




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:14:17 น.  

 
ได้ความรู้ใหม่อีกแล้ว ขอบคุณเจ๊หลีค่ะ
แต่ฉัตรคั่วพริกป่นยังไงก็ไม่หอม...ถ้าไม่เกรียมก็ไม่กรอบค่ะ
งง เหมือนกัน ไม่รู้ว่าคนที่เค้าคั่วพริกแห้งมาทำพริกป่นให้หอมๆ เผ็ดๆ เค้ามีเทคนิคอะไรหรือเปล่า หรือว่า...เราไร้ฝีมือเอง แง่วๆๆๆ
เจ๊หลีสบายดีนะคะ ^ ^



โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:33:56 น.  

 
วันนี้ลอยกระทงแล้ว
สวัสดีวันดีๆ ค่ะ เอาสิ่งไม่ดีลอยฝากพระแม่คงคาไป
พร้อมขอขมาท่านด้วยความเคารพ

ไปเที่ยวลอยกระทงที่ไหน ขอให้สนุกสนานและปลอดภัยนะคะเจ๊หลี


โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:59:58 น.  

 
สวัสดีวันลอยกระทงนะค่ะเจ๊หลี เห็นเจ๊หลีทำพริกแห้งกินเองแล้วนึกถึงแม่เลยค่ะ เพราะแม่ยุ้ยก็ชอบซื้อพริกสดมาแล้วก็คั่วไฟให้แห้ง แล้วนำไปตำใช้เองค่ะ


โดย: yumi_lee วันที่: 21 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:21:13 น.  

 
เก่งจังเลยค่ะเจ๊หลี
ทั้งทำหนม ปลูกผักสวนครัว


คิดถึงเสมอค่ะ


โดย: BerRum* วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:1:43:18 น.  

 

เจ๊หลีไปลอยกระทงที่ไหนเหรอคะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:08:37 น.  

 
หวัดดีค่าเจ๊หลี
โอโห้ พริกดกงามจังเลยค่ะ สีก็สวย
พึ่งรู้นะคะว่าจะตากพริกต้องลวกก่อน
วันก่อนพริกขี้หนูที่เก็บไว้มันแดงๆ
เลยเอาไปตากแดดอยู่ค่ะ
แต่พอดีว่ามันน้อยเลยไม่เน่า
ว่าจะมาทำพริกป่นเหมือนกัน
แต่ไม่รู้ได้แค่ไหน อิๆ


โดย: aitai วันที่: 24 พฤศจิกายน 2553 เวลา:20:37:27 น.  

 
เดี๋ยวบล๊อกต่อไปของเจ๊หลีเป็นวิธีการทำพริกป่น ฮา....
เจ๊หลีมือเย็นดีจัง พริกต้นกระจิ๊ด เก็บได้ตรึมเลย
แต่ต้นพริกนี่มหัศจรรย์จริงๆ นะ แหม่มเคยเก็บแบบต้นเล็กๆ
นี่แหละ เห็นกระหรอมกระแหรม ก็ว่าคงจะได้ไม่เท่าไร
ที่ไหนได้ เก็บมาได้แยะมากเลย
บล๊อกนี้ได้ความรู้ที่ไม่เคยรู้มาก่อนเรื่องลวกพริก
แต่ทำเองแบบนี้ดีนะคะ อย่างเวลาซื้อพริกแห้งมานี่
บางเจ้าต้องคัดออกเกือบครึ่งแน่ะ


โดย: narellan วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:40:32 น.  

 
ชื่นชมเจ๊หลีด้วยคนนึง
แจ่มจัดไปเรยอ่ะ เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่า พริกป่นเนี่ยมีกรรมวิธีทำด้วย
เรื่องใกล้ๆตัวบางเรื่อง เราก็ไม่เคยรู้ที่ไปที่มาของมันเนอะ


โดย: ตะเข้ IP: 124.121.53.232 วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:06:02 น.  

 
ขอบคุณคะจะไปทำบ้างคะ


โดย: กิ๊ก IP: 182.52.46.141 วันที่: 25 มีนาคม 2556 เวลา:20:42:38 น.  

 
ได้เข้าไปดู Blog ที่เจ๊หลีทำหลายๆอัน หนูชื่นชอบมากเลยค่ะ อย่างอันนี้หนูเคยลองเอาพริกไปตาก กะจะทำพริกแห้ง(ลองดูสนุกๆ) ปรากฏว่าพริกเน่าและขึ้นราเสียหมดเลย ขอบคุณสำหรับเทคนิคดีๆนะค่ะ ปล.คนนครปฐม


โดย: มุกิ IP: 101.108.175.109 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2556 เวลา:16:12:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
กิน ๆ เที่ยว ๆ
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 182 คน [?]







C o m i n g S o o n




P i c t u r e...L i n k s

M y ...B a k e r y


Rilakkuma Roll Cake

เค้กคัสตาร์ดชิฟฟ่อน

เค้กกล้วยหอมสุตรปรับปรุงของบีบี๋

คุ้ ก กี้ แ ฟ น ซี

คุ้ ก กี้ เ น ย

พ า ย ผี เ สื้ อ

พ า ยไ ส้ ก ร อ ก

พายกรอบรูปโบว์

<br>แต่งหน้าเค้กกระเช้า

หัดบีบกุหลาบ

ไอซิ่งกุหลาบ


M y...T h a i ... D e s s e r t


ล อ ด ช่ อ ง

ถั่ ว ท อ ด แ ผ่ น

ถ้ ว ย ฟู Fatt Koh

ข้ า ว ต้ ม มั ด

ข้ า ว ต้ ม น้ำ วุ้ น

ปุ ย ฝ้ า ย

<br>สังขยาไม่หวานจากฟักทองแกะสลัก


ไ ข่ น ก ก ร ะ ท า

<br>ข้ า ว เ  ห นี ย ว มู ล อั ญ ชั น

ก ล้ ว ย เ ชื่ อ ม<br>

ม ะ ม่ ว ง ก ว น



M y..A p p e t i z e r


ข น ม ช่อม่วงช่อชมพู

ข น ม จี บ ไ ท ย ตั ว น ก



M y... F r u i t... C a r v i n g



<br>แกะสลักฟักทองเป็นกุหลาบจัดจาน


<br>แกะสลักฟักทอง

แกะสลักมะม่วง



M y... C h i n e s e ...F o o d



กี จ่ า ง

<br>บ๊ะจ่าง

<br>บะหมี่หยก




F o o d P r e s e r v a t i o n


ไ ข่ เ ป็ ด ด อ ง เ  ค็ ม


M y ...G a r d e n


<br>พริกกระเหรี่ยงในบ้านเจ๊หลี


<br>ดอกอัญชันในบ้านเจ๊หลี


S h o r t ... N o t e

เจ๊หลี "美 麗"กิน ๆ เที่ยว ๆ เหตุที่ใช้ชื่อนี้เพราะเป็นความใฝ่ฝันว่า สักวันจะใช้ชีวิตแบบ กิน ๆ เที่ยว ๆ ไงคะ ^.< แต่คงไม่ถึงกับเดินไม่ไหวแล้วค่อยเที่ยวหรอกนะคะ 555++

หลาย ๆ คนถามว่าทำไมเจ๊หลีไม่เขียน Blog บ่อย ๆ เหตุผลคือเจ๊หลีติดงานประจำที่ทำอยู่ค่ะ ทำงานจันทร์-เสาร์ กว่าจะได้บล็อก ๆ หนึ่งเจ๊หลีก็ต้องทำขนมไปด้วย ถ่ายรูปไปด้วย มือก็เปื้อนกลัวกล้องพังก็กลัว กลัวขนมไม่ได้ที่ก็กลัวลำบากมากนะคะ เพื่อน ๆ ลองหลับตานึกภาพดูก็ได้... แต่เจ๊หลีก็เลือกที่จะทำค่ะ เก็บไว้ให้ตัวเองได้ดูว่าผ่านมาเราทำอะไรไว้บ้าง

เรื่องการอัพ Blog เจ๊หลีทำเพราะชอบถ่ายรูป โดยเฉพาะชอบลองสูตร ไม่ได้หมายความว่า ทำขนมหรืออาหารเก่งหรอกนะคะเพื่อน ๆ ลองทำลองดู แล้วนำมาแชร์กันใน Blog ถูกผิดยังไงช่วยแนะนำได้ค่ะ

พักเหนื่อยก็เข้า Blog.... Blog เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่แสดงความเป็นตัวตนของเจ๊หลี ..ทุกรายละเอียดเจ๊หลีทำด้วยความตั้งใจ และใส่ใจ หาก Blog นี้ทำประโยชน์ให้ใครได้แม้เพียงคนเดียว...เจ๊หลีก็ยินดียิ่งแล้วนะคะ


อยากให้ทุกคนทราบว่า เจ๊หลี.ปลื้มมากมาย ^0^ สำหรับทุก comment ที่น่ารักและอีกหลาย ๆ กำลังใจค่ะ

Strawberry Chocolate Donut
Friends' blogs
[Add กิน ๆ เที่ยว ๆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.