"I'll Be Your Butterfly"{Thinks Before Eat }
 
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
18 มกราคม 2553

GI คืออะไร?

<*table style="background:#F8FBDF ;border: 1px dotted #D9DCC2;"cellspacing=20><*td align=center>เราคงเคยได้ยินบ่อยๆว่า ถ้าอยากจะลดน้ำหนัก และมีหุ่นดีๆเหมือนดารานักร้องคนโปรด ต้องกินอาหารที่มี Low glycemic index
อะไร คือ Glycemic index (GI )
GI คือ การวัดผลของคาร์โบไฮเดรต ต่อระดับน้ำตาลในเลือด

High GI ได้แก่ อาหารพวก น้ำตาล แป้งขาวและข้าว จะทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มอย่างรวดเร็ว และมีผลให้ระดับ Insulin เพิ่มขึ้น อาหาร High GI พวกนี้ จะทำให้การเผาผลาญอาหารเปลี่ยนไปทางการสะสมของไขมันในร่างกาย โดยไม่ขึ้นกับจำนวนแคลลอรี่ที่กินเลยหมายความว่า กินมากกินน้อย ก็กลายเป็นไขมันสะสมเหมือนกัน

Low GI จะทำให้มีการลดลงของน้ำหนัก รักษาสัดส่วนปริมาณของกล้ามเนื้อไว้ และเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้ร่างกายมีพลังงานคงที่และทำให้น้ำหนักลดลง

บรรพบุรุษของเรา จะกินแต่อาหาร LowGI

หมาแมวที่บ้านเราก็ควรกิน Low GI คุณพระช่วย ! บ้านไหนเลี้ยงหมาแมวให้อ้วนเผละจนมันจุกอกตาย แสดงว่า ให้อาหาร High GI

Low GI เช่น โปรตีนทุกชนิด ผักทุกชนิด ส่วนใหญ่ของผลไม้

High GI เช่น อาหารที่ผ่านกระบวนการประกอบอาหาร อาหารขยะ ขนมปังขาว มันฝรั่งที่สุกแล้ว กล้วยสุก

Low GI diet ดีสำหรับสิ่งต่อไปนี้

ทำให้การลดน้ำหนักประสบความสำเร็จมากขึ้น
ป้องกันและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลิอด
ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาต
ป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน metabolic syndrome
ป้องกันและรักษามะเร็ง
ทำให้ไขมันในเลือดลดลง

การจำกัดอาหารไม่มีประโยชน์ แต่การให้อาหาร Low GI จะมีประโยชน์มากกว่า
การจำกัดอาหาร จะทำให้การเผาผลาญลดลง 10-15%
อาหาร Low GI จะลดการเผาผลาญน้อยกว่า อาหาร Low fat ( แปลว่า อาหาร Low GI ทำให้มีการเผาผลาญมากกว่า Low fat )

อาหาร Low GI จะทำให้หิวน้อยลง การดื้อต่ออินสุลินลดลง ระดับไขมันในเลือดลดลง ความดันเลือดลดลง C-reactive protein ดีขึ้น
อาหาร High GI สัมพันธ์กับน้ำหนักตัว

BMI ( Body Mass Index) จะสัมพันธ์กับ GI แต่ไม่สัมพันธ์กับการกินคาร์โบไฮเดรตต่อวัน หรือ เปอร์เซ็นต์ของแคลลอรี่ จากคาร์โบไฮเดรต ( ค่อยๆอ่านเน้อ เขียนเองยังงงเองเลย )
การกินมันฝรั่ง จะสัมพันธ์ กับโรคเบาหวาน Type2

กรรมพันธุ์ ทำให้อ้วน ?
กรรมพันธุ์ ทำให้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
กรรมพันธุ์ ของทุกคน สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้จาก Life style หรือการใช้ชีวิตประจำวัน
อาหาร Low GI ไม่เหมือนอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ
อาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง และกากใยน้อย จะเพิ่มโรคภัยไข้เจ็บและทำให้อ้วน
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนสูง และอาหารที่มีกากใยสูง จะช่วยลดโรคภัยไข้เจ็บ
คาร์โบไฮเดรตทุกตัว ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่เท่าเทียมกัน

มีการศึกษาพบว่า การกินอาหารขยะ ( Fast food) ทำให้

อ้วนและเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน
ถ้ากินอาหารขยะ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง น้ำหนักจะเพิ่มขึ้น 10 ปอนด์
เรียนรู้ที่จะกินอาหารสุขภาพ
พยายามหลีกเลี่ยงอาหารขยะ โดยพกพาอาหารสุขภาพไว้กิน เวลาหิวจะได้ไม่หน้ามืด กินอาหารขยะใกล้ๆตัว
เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ลูกหลานของท่าน เด็กๆกำลังจ้องมองอยู่ว่า ท่านหยิบอะไรใส่ปาก แล้วเด็กๆจะทำตามท่าน
อาหารขยะยังครองโลกอยู่ ***
จากการสำรวจ 10 อันดับแรกของอาหารที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงกินกันในอเมริกา

ผู้ชาย
1. Hamberger
2. French fries
3. Pizza
4. Breakfast sandwich
5. Side salad
6. Eggs
7. Doughnuts
8. Hash browns
9. Chinese food
10. Main salad

ผู้หญิง
1. French fries
2. Hamberger
3. Pizza
4. Side salad
5. Chicken sandwich
6. Breakfast sandwich
7. Main salad
8. Chinese food
9. Chicken nuggets or strips
10.Rice


GI ในเด็ก
ถ้าเด็กได้รับเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาล พฤติกรรมจะแย่ลงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับ 300 เท่า ในสายตาของคุณครู เอ! คล้ายๆตำราคนไทยเลี้ยงหมาให้ดุ ต้องให้กินหวาน CNN เตือนผู้ปกครอง อย่าให้เด็กกินน้ำตาลก่อนขึ้นเครื่องบิน คงกลัวไปร้องโยเยบนเครื่องรบกวนผู้โดยสาร น้ำตาลเทียม Aspartame ก็มีผลกับพฤติกรรมเช่นเดียวกัน การกิน diet soda ในวัยกลางคน มีโอกาสทำให้น้ำหนักเพิ่มและอ้วนตอนอายุมากขึ้นมากกว่าคนที่กิน regular,full-calorie soda
เวลาจะซื้อของให้อ่านป้ายอาหารให้ดี ซื้อของสด ไม่เก่าเก็บ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคำเหล่านี้
Sugars,high fructose,corn syrup,hydrogenated oils, trans fatty acids,cereal ที่ไม่มีน้ำตาลผสม มีกากใยมากกว่า 8 กรัม ขนมปังควรมีกากใย 3 กรัมต่อแผ่น

กำจัดอาหารขยะออกจากบ้าน
การติดของหวานไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด แต่เป็นนิสัยที่มาสร้างขึ้นภายหลัง
คุณจะเป็นอย่างที่คุณกิน พยายามมีอาหารใกล้มือเป็นผักสด ผลไม้สด สลัดสด แช่แข็งผลไม้ หรือทำเป็นน้ำผลไม้ปั่น นำผลไม้มาทำเป็นไอศกรีม พยายามทำอาหารสุขภาพให้เป็นอาหารว่าง

เลี้ยงลูกให้ถูกวิธี เด็กที่ไม่กินอาหารเช้า จะอ้วนและเรียนไม่ดี เด็กที่กินน้ำตาลและเครื่องดื่มที่หวาน จะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี เด็กที่ไม่ได้เลี้ยงดูด้วยอาหารสุขภาพ จะมีสุขภาพไม่ดีและเรียนรู้แย่กว่า โรคหัวใจ เบาหวาน และโรคมะเร็ง จะสัมพันธ์กับอาหารและลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน เด็กประถมที่กินข้าวโอตเป็นอาหารเช้า จะทำให้ความจำดีขึ้น

Metabolic syndrome
เดิมพบในผู้ใหญ่และวัยรุ่น ปัจจุบันพบมากขึ้นในเด็กประถม เกิดอะไรขึ้น? ปัจจุบัน1/4 ของประชากรอเมริกัน เป็น Metabolic syndrome

อาการประกอบด้วย 3 หรือมากกว่า 3 ข้อ ต่อไปนี้

ความดันสูง
น้ำตาลในเลือดสูง
Triglycerides สูง
HDL ต่ำ
รอบเอวสูง ผู้ชายมากกว่า 90 cm ผู้หญิงมากกว่า 80 cm

Metabolic syndrome ถือเป็นลางร้ายของโรคที่จะตามมาต่อไปนี้
โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และทำให้ตายก่อนวัยอันสมควร
เด็กอ้วน 1/5 คน จะเป็น Metabolic syndrome ควรให้ออกกำลังกายมากขึ้น และกินอาหารสุขภาพ

น้ำตาลมี GI = 100 รสหวานของน้ำตาลจะทำให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันมากขึ้น ถ้าหมักน้ำตาลเป็นเหล้า จะยิ่งทำให้กลายเป็นสารเสพติด

น้ำตาลเทียมไม่ใช่คำตอบสุดท้าย *** ไม่มีใครผอมลง หรือลดน้ำหนักได้จากน้ำตาลเทียม อาจทำให้อ้วนมากขึ้น เพราะเครื่องดื่มที่ใส่น้ำตาลเทียม อาจทำให้กลไกการควบคุมปริมาณอาหารจากความหวาน
ในร่างกายเสียไป ทำให้กินเลยเถิดจนอ้วนขึ้น
นิสัยเสียที่ต้องโยนทิ้งไป มีดังนี้
ไม่ออกกำลังกาย ขี้เกียจ ไม่มีเวลา ยุ่ง ทำให้มีโอกาสเป็นโรค กระดูกผุ กล้ามเนื้อลีบเล็กลง
ทำให้เพิ่มสัดส่วนของไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อ ทำให้สมรรถภาพร่างกายถดถอย ล้มบ่อยและเกิดกระดูกผุตอนอายุมากขึ้น

การออกกำลังกาย ควรเป็นแบบ cross training คือมีทั้ง aerobic และstrength training aerobic คือ เคลื่อนไหวไม่หยุดติดต่อกัน 30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่ออาทิตย์ ทำได้ทั้งเดิน เต้นรำ ขี่จักรยาน วิ่งสายพาน พยายามทำให้การออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวันของครอบครัว หลังกินอาหารอิ่มแล้วให้เดินสัก 20 นาที จะลดน้ำหนักตัวและลดไขมันได้

Strength training สำคัญสำหรับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ กล้ามเนื้อจะเป็นตัวบ่งบอกการเผาผลาญ การอดอาหารที่ล้มเหลว จะทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อ บางทีอาจมากถึง 30% และมีน้ำหนักเพิ่มกลับมาเป็นไขมัน แทน ตัวอย่างการออกกำลังเช่น ชกมวย คาราเต้ เต้นตามแผ่น DVD หรือไปออกกำลังกายในโรงยิม อย่างน้อย 2 ครั้งต่ออาทิตย์ ควรทำวันเว้นวัน เพื่อให้กล้ามเนื้อมีเวลาพื้นตัว

อ่านจบแล้ว เปลี่ยนชุด ไปออกกำลังกายได้แล้วจ้า

Credit: Dr.Jeslyn 27/12/2550(http://www.thai-antiaging.com.<*/td><*/tr><*/table><*/center>







Create Date : 18 มกราคม 2553
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2553 16:27:04 น. 0 comments
Counter : Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
TheSaEe
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add TheSaEe's blog to your web]