[Australia] เที่ยวหลากรส.. หลายสไตล์ @ Brisbane






ทริปนี้เป็นแค่ไซด์ทริป.. จากการที่ต้องไปทำธุระที่บริสเบน

ตามประสาคนชอบเที่ยว พลาดไม่ได้อยู่แล้ว..
กับการไปเปิดหูเปิดหากับสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป
^^

บล๊อกนี้จะพาไปเที่ยวหลากรส.. หลายสไตล์ ค่ะ
หลักๆ ได้แก่ North Stradbroke Island, Woodford Folk Festival
และ Lone Pine Koala Sanctuary..

.. ติดตามอ่านด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ ^^


v
v
v



[26 ธันวาคม 2554]


เริ่มจากไปเที่ยวเกาะกันก่อนเลยค่ะ.. “North Stradbroke Island”
The second largest sand island in the world.

เราขับรถจาก CBD (Central Business District).. ระยะทางแค่ 27.4 กม.
เจ้าถิ่นแนะนำว่าเป็นช่วงวันหยุดยาว รถน่าจะติด ให้เผื่อเวลาไว้สัก 2 ชม.
แต่รถไม่ติดอย่างที่คิด.. เราใช้เวลาขับรถแค่ประมาณครึ่งชั่วโมง
สุดท้ายต้องมานั่งแกร่วในคาเฟ่แถวท่าเรือ

ส่วนการข้ามไปยังเกาะนั้น.. เราใช้บริการเรือเฟอร์รี่ของ Stradbroke Ferries..
เฟอร์รี่จะแบ่งแยกชัดเจนระหว่าง car ferries กับ passenger ferries
.. car ferries = สำหรับคนที่ขับรถมาเอง ต้องขับรถขึ้นเกาะด้วย
ส่วน passenger ferries = สำหรับผู้ที่ใช้รถโดยสารประจำทาง
เฟอร์รี่ประเภทนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับจอดรถค่ะ


มัวแต่เอ้อระเหยไม่ยอมจองตั๋วเฟอร์รี่ซะที
สุดท้ายเหลือแต่ตั๋วเที่ยวสุดท้ายของวัน
เซ็งกันไปเลย!
ก็เลยจองตั๋วขากลับเป็นรอบสุดท้ายเหมือนกัน
เพราะเรามีเวลาบนเกาะแค่คืนเดียว.. ต้องใช้ให้คุ้มสักหน่อย

ค่าตั๋วเฟอร์รี่ไปกลับ 135 AUD..
สามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้เลยค่ะ.. ถ้าขับรถมาแบบเราก็ให้มาถึงก่อนเวลาประมาณ 15-30 นาที
เอารถมาจอดไว้ที่ท่าเรือก่อน ถึงเวลาเมื่อไหร่เค้าก็จะเรียกขึ้นเรือค่ะ





ระหว่างอยู่บนเรือ.. เราก็เดินเล่นถ่ายรูปตามประสา
ว่าจะรอถ่ายพระทิตย์ตก มันก็ไม่ตกสักกะที
.. เลยตามเลยละกันนะ ไม่ถ่ายมันแล้ว
ปล. เราเห็นเต่าทะเลด้วยล่ะ..
ตัวใหญ่มาก พอๆ กับล้อรถเลย





ก่อนพระอาทิตย์จะตกกัปตันเรือตะโกนเรียก
.. เราก็แบบเรียกใครฟระ .. อ๋อ เรียกเรานี่เอง
“พระอาทิตย์จะตกแล้ว จะถ่ายรูปก็รีบๆ เลย พระอาทิตย์ที่นี่ตกเร็ว”
กัปตันเค้าว่างั้น
“ขอบคุณนะคะ คุณกัปตัน”.. ใจดีจัง ^^




.
.
.



ใช้เวลาประมาณ 45 นาที เราก็ถึง North Stradbroke Island แล้วค่ะ
.. เราต้องรีบดิ่งไปโรงแรมก่อน กลัวว่ามืดแล้วจะหาโรงแรมไม่เจอ

เราจอง All Seasons Stradbroke Island ไว้.. คืนละ 314 AUD ไม่รวมอาหารเช้า
ราคาโรงแรมแพงน่าตกใจ คงเป็นเพราะช่วงระหว่างคริสต์มาส-ปีใหม่พอดี





ไปถึงรีเซฟชั่นออฟฟิศของโรงแรม.. ไม่มีพนักงานสแตนด์บายสักคนเดียว
มีป้ายตั้งไว้ประมาณว่า ถ้าต้องการติดต่อพนักงานให้โทรเบอร์นี้..
เราควักมือถือออกมาโทร.. เฮ๊ย! ไม่มีสัญญาณอีก
“ทำไงดี”.. ยอมรับว่าตอนนั้นตกใจเล็กน้อย
เพราะที่เกาะมันเงียบมาก มืดแล้วด้วย

โชคดีว่ามีคู่สามี-ภรรยาชาวออสเตรเลียใจดีคู่นึงเดินผ่านมาพอดี
.. ให้เรายืมโทรศัพท์
เราโทรไปตามเบอร์ที่แจ้ง.. พนักงานบอกให้รอ 5 นาที
แล้วชีก็ขับรถกระบะมา.. เดินลงมาในชุดเดรสสำหรับปาร์ตี้
แถมมาต่อว่าเราอีก.. ว่าเราไปไหนมาทำไมมาเอาป่านนี้ Smiley

เราถามถึงร้านอาหาร.. ชีหยิบแผนที่ขึ้นมา พร้อมกับวงร้านอาหารในแผนที่ให้
แล้วบอกว่าร้านอาหารทุกร้านปิด  20:00..
เฮ๊ย! (ครั้งที่ 2) ตอนนี้มันก็ 19:45 แล้ว!
สุดท้าย บึ่งรถไปซื้อพิซซ่ามาได้ถาดนึง.. แถมต้องจ่ายเพิ่ม 15% Holiday Charge
ขากลับโดนตำรวจเรียกตรวจระดับแอลกอฮฮล์ในเลือดอีก Smiley

ปล. รูปนี้ ถ่ายวันรุ่งขึ้นนะคะ..







การตกแต่งภายในเป็นสไตล์ลอฟท์.. เก๋ไก๋ดี





มีเครื่องซักผ้า.. ด้านนอกตรงระเบียงมีเตาบาร์บีคิวด้วยค่ะ

โดยรวมแล้วก็ไม่ได้ประทับใจกับที่นี่สักเท่าไหร่.. ติดๆขัดๆตั้งแต่ตอนเช็คอินแล้ว
อีกอย่างนึงที่ไม่ชอบก็คือต้องนำขยะในห้องไปทิ้งเอง ไม่เช่นนั้นจะค่าบริการ 100 AUD
.. อยากจะบอกว่าไม่เคยเจอโรงแรมที่ไหนเป็นแบบนี้ -_-“





ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น แพนทรี้อยู่ชั้นล่าง
.. ส่วนห้องนอนอยู่ชั้นสอง




.
.
.



ส่วนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะ.. เราก็ไม่ได้หาข้อมูลมาสักเท่าไหร่
กะว่าจะมาเอาแถวฟร้อนท์ที่โรงแรม แต่กลับกลายเป็นว่าที่โรงแรมก็ไม่มีเหมือนกัน
เราก็เลยต้องใช้การเดาเอาจากแผนที่ -_-“
ปล. มีความรู้สึกว่าที่นี่ค่อยไม่ค่อยสนใจนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่..

เริ่มจากที่นี่.. “Mooloomba Tracks”
สังเกตุไหมคะว่าป้ายมันเขียนว่า.. Difficult
เดี๋ยวเรามาดูกันว่ามันยากจริงหรือเปล่า





อันนี้ดอกอะไร จำไม่ได้แล้วค่ะ..
.. แต่จำได้ว่าระหว่างทางเค้ามีป้ายแนะนำไว้ ว่าดอกนี้มันเป็นวัชพืช
.. เราว่าสวยดีนะ





อยากจะบอกว่าทางเดินที่ทำไว้สะดวกมาก เป็นบันไดไม้ตลอดทาง
มันยากตรงไหนเนี่ย.. เราก็นึกว่าจะเดินปีนป่ายโขดหินอะไรไปโน้น





วันนี้ฟ้าหม่น.. คลื่นลมแรงด้วยค่ะ
แต่แดดร้อนมากกก




.
.
.




เดิน Mooloomba Tracks เสร็จหนึ่งรอบ.. ก็ถึงเวลาหาอะไรใส่ท้อง
.. แวะร้าน Fish and chips
ปล. รสชาติและราคาจำไม่ได้ค่ะ แหะ แหะ





วัยรุ่นโต๊ะข้างสั่งขวดนี้.. เห็นแล้วอยากจะลองบ้าง
เป็นประมาณน้ำอัดลมรสขิง อร่อยดีค่ะ ^^




.
.
.



เติมพลังเรียบร้อย.. ออกเดินกันต่อเลยค่ะ  
North Gorge Walk.. เทรลนี้อยู่ไม่ไกลจากร้าน Fish and chips ที่เราแวะกันเมื่อกี้เลยค่ะ
แค่เดินข้ามถนนก็ถึงแล้ว

เทรลนี้เป็นที่นิยมเชียวล่ะ.. นักท่องเที่ยวเดินกันเยอะเชียว





เทรลนี้เดินง่ายค่ะ ขึ้นเขาลงเขานิดหน่อย ไม่เหนื่อยสักเท่าไหร่.. ระยะทางแค่ 1.2 กม.
สามารถเดินไปได้ถึง Point Lookout ซึ่งเป็นจุดสำหรับเฝ้าดูปลาวาฬหลังค่อม (Humpback whale)





เทรลนี้ งามเชียวค่ะ.. เดินเลียบทะเล
มีจุดชมวิวเป็นระยะๆ















.. เราไม่มีโอกาสได้เป็นวาฬหลังค่อมตามฟอร์ม เห็นแต่คนเล่นเสิร์ฟเต็มไปหมด




.
.
.


แวะกินอีกแล้วอ่ะ
.. ร้อน หิว และง่วงนอน (หลายอารมณ์จริงวุ๊ย 55+)
“I need my caffeine fix”

แวะร้านเจลาโต้ที่เค้าว่าอร่อยที่สุดบนเกาะ
เหอะ.. หวานมาก ไม่อร่อยขั้นเจลาโต้ที่อิตาลี Smiley





พร้อมสั่งกาแฟเย็นอีกหนึ่งแก้ว.. กาแฟเย็นก็ขมสุดๆ
สุดท้ายใส่เจลาโต้ลงในกาแฟ อร่อยไปเลย ^^




.
.
.



จุดหมายต่อไป.. จะไปไหนดีน้า
เอาแผนที่ขึ้นมากาง สะดุดตากับ Blue Lake และ Brown Lake
.. จากชื่อ Blue Lake ก็น่าจะสวยกว่าอยู่แล้ว
ตกลงใจขับรถไป Blue Lake ละกัน..





ตามแผนที่.. จาก Blue Lake “C” ถึงตะวันออกสุดของเกาะ (Causeway "B") ห่างกันไม่เท่าไหร่
.. ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็เลยต้องขับรถไปดูสักหน่อย

แง แง.. ไปถึงเค้าไม่ให้เข้าอ่ะ
อนุญาตเฉพาะรถที่มีเพอร์มิตเท่านั้น
เลยต้องขับย้อนกลับมาทางเดิม





บึงแถวนี้รู้สึกว่าจะเป็นแหล่ง Bird watching นะคะ..






.
.
.



ถึงทางเข้า Blue Lake.. เราต้องจอดรถไว้ แล้วเดินเท้าต่อเข้าไป 3 กม.
ปล. ขับรถจาก “A” ถึง “C” ระยะทางแค่ 28 กม. เท่านั้น.. ไม่ไกลเลยค่ะ





ระหว่างทาง.. ได้ยินเสียงฟ้า ครื่นๆ มาแต่ไกล
“ฝนตกแน่เลย” หันไปบอกเพื่อนร่วมทริป.. บ่ ยั้นค่ะ อยู่ใต้ฟ้า ไม่กลัวฝนอยู่แล้ว





เราเดินสวนกับนักท่องเที่ยวบางส่วน ที่เดินมาจาก Blue Lake
.. ทุกคนใส่ชุดว่ายน้ำ กับมีผ้าขนหนูอยู่ในมือ
เราถามว่า Blue Lake เป็นไงบ้าง.. “It's gorgeous”
แบบนี้ค่อยมีกำลังใจในการเดินหน่อย..





เดินไปถึง.. คงเพราะฝนตก น้ำเลยไม่เป็นสีฟ้าอย่างที่คิด
ทำเอาเซ็งกันไปตามๆ กัน





ฝนยังลงเม็ดอยู่เลย.. แต่ฟ้าเริ่มใสแล้ว









จขบ. เดินนำหน้าอยู่นั่นค่ะ
.. ทั้งเซ็ง ทั้งเปียก อิอิ ^^




.
.
.



เดินทางไปจุดหมายต่อไปกันเลยค่ะ
ระหว่างขับรถอยู่..
เพื่อนร่วมทริปตะโกนบอก “Roo”.. เราก็งง รูอะไรฟระ
อ๋อ ที่แท้ก็ Kangaroo
เจ้าตัวนี้มันยืนอยู่ริมถนนเลยค่ะ ไม่รู้ว่ายืนรออะไรเหมือนกัน ^^





เพื่อนร่วมทริปตั้งใจจะไปว่ายน้ำต่อที่ Flinders Beach - Amity Point "D"
หาดนี้มีคลื่นลมสงบ ไม่เหมือนฝั่ง Point Lookout .. เหมาะสำหรับการว่ายน้ำเป็นอย่างยิ่ง

.. ขณะที่เพื่อนร่วมทริปว่ายน้ำอยู่อย่างสบายใจ เราเห็นกระโดงปลาอะไร แว๊บๆ
ทีแรกเราก็ตกใจเหมือนกัน ฉลามป่าวเนี่ย.. ห่วงความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทริป
ดูไปดูมา ที่แท้โลมานี่เอง
.. ส่วนอีกฝากนึง เพื่อนร่วมทริปเดินหน้าตาตื่นมา
บอกว่าตอนอยู่ในน้ำได้ยินเสียงอะไรก็ไม่รู้ น่ากลัวมาก.. 55+

เราแวะซื้ออาหารเย็นกันแถวนี้ด้วย..
ถ้าใครจะมาเที่ยวที่นี่ และมีรถ เราแนะนำว่าให้พักที่ Amity Point ดีกว่า
.. ราคาอาหารและที่พักแถวนี้ถูกกว่าแถว Point Lookout พอสมควร

ได้เบอร์เกอร์มา 2 กล่อง.. รีบบึ่งรถไปท่าเรือก่อน ไปหาเวลากินเอาดาบหน้า
เดี๋ยวจะตกเรือเที่ยวสุดท้ายของวัน เวลา 18:45 น.





บ๊าย บาย Straddie.. เราคงไม่ได้เจอกันแล้วนะ
แบบไม่ชอบเที่ยวที่ซ้ำๆ ไง 55+
ปล. ลำนี้ไม่ใช่เฟอร์รี่ของเราคะ เป็นของอีกเจ้านึง “Big Red Cat”




v
v
v



[29 ธันวาคม 2554]


"Woodford Folk Festival"..
งานเทศกาลดนตรี งานใหญ่ประจำปี

จัดกัน 6 วัน 6 คืน.. ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. ถึง 1 ม.ค. ของทุกปี

งานนี้จัดที่เมือง Woodford.. 72 กม. ทางเหนือของบริสเบน

เราไปงานนี้แบบเอ๋อๆ ก่อนไปก็จินตนาการไม่ออกว่างานจะเป็นยังไง
แต่เท่าที่คุยกับคนบริสเบน.. 85% เคยไปงานนี้ทั้งนั้น
เอ้า ลองไปดูละกัน..





ตั๋วมีหลายราคา.. ทั้งแบบเข้าชมหนึ่งวัน แคมป์ปิ้งหนึ่งคืน หรืออยากจะอยู่ดูทั้งซีซั่น (6 วัน) ก็ได้
เราซื้อตั๋วแค่เข้าชมหนึ่งวัน (Day&Evening) ราคา 111 AUD..

ถ้าใครสนใจจะมาแคมป์ปิ้ง.. ทางผู้จัดงานจะจัดแคมป์กับห้องน้ำไว้ให้
บริเวณแคมป์ก็จะแบ่งแยกไว้เป็นโซนชัดเจน
ถ้าเป็นศิลปินที่มาโชว์ที่งาน ก็จะพิเศษหน่อย.. นอนแคมป์ติดแอร์
ปล. แคมป์ปิ้งทั้งซีซั่น (6 คืน).. 536 AUD





ทุกวันการแสดงจะเริ่มตั้งแต่เก้าโมงเช้า จนถึงตีหนึ่งของอีกวันนึง
.. ประมาณว่าดูกันให้ตาแฉะกันไปข้างนึง ^^
ปล. เราสงสารเบบี้คนนี้นะ.. เสียงเพลงดังมาก หูดับไปหรือยังไม่รู้ -_-“





ศิลปินที่มาโชว์งานนี้.. หลากหลายมาก จากทุกมุมโลก
เราได้ดูหลายโชว์เหมือนกัน.. เท่าที่จำได้ก็มี 2-3 แบนด์จากแอฟริกา
ศิลปินจากธิเบต นักร้องจากแคนาดา ฯลฯ
เจอศิลปินไทยกรุ๊ปนึงมาโชว์ร็องแง็งที่นี่ด้วย
ปล. งานนี้.. เราถ่ายรูปไม่เยอะค่ะ ส่วนมากก็ไม่ชัดด้วย
เลยมีมาให้ดูแค่เนี่ย -_-"







ชอบลายสักเจ้คนนี้เป็นการส่วนตัว.. เจ๋งอ่ะ
แต่ถ่ายมาไม่ชัดอีกนั่นแหละ -_-“





ป้ายโฆษณา ใบปลิวต่างๆ สำหรับงานนี้
.. แม้แต่ในห้องน้ำก็ไม่เว้น ^^







นอกจากโชว์ของศิลปินบนเวทีแล้ว
.. ยังมีโชว์รอบๆ บริเวณงานอีกด้วย
ปล. เวทีการแสดงเอง ก็มีถึง 20 เวทีแนะ.. “เยอะมากก!”





“โชว์คนขายาว”





กรุ๊ปนี้.. โชว์คนตัวเขียว
พวกเค้าเรียกตัวเองว่า “Gremlins”
ประมาณเค้าโยนมันฝรั่งขึ้นฟ้า แล้วก็เอาส้อมรับ
ถ้ารับมันฝรั่งด้วยส้อมได้.. ก็ร้องเย้ ดีใจกัน
เราดูแล้วก็ไม่เข้าใจว่าจะดีใจกันทำไมเนี่ย 55+





ส่วนตาคนนี้ ก็ยืนทำหน้าตาน่ากลัว.. คอยหลอกเด็กๆ





งานนี้.. นอกจากโชว์แล้ว ยังมีทั้งของกิน ของขายเต็มไปหมด
พ่อค้าคนนี้ขายเครื่องมือทำบับเบิ้ลค่ะ..





เธอคนนี้ สงสัยจะมาค้างหลายวัน..
ดูโชว์จนเบื่อ เลยมานั่งอ่านนิตยสารซะงั้น ^^





แวะซื้อกาแฟร้านนึง..เห็นป้ายพวกนี้ขำๆ ดี





ถ่ายรูปไว้หลายอันเหมือนกัน.. จนเจ้าของร้านแอ๊คท่าให้ถ่าย นึกว่าถ่ายรูปเค้า
เราก็ไม่กล้าบอกว่าเข้าใจผิด อิอิ ^^




v
v
v



[30 ธันวาคม 2554]


สุดท้าย “Lone Pine Koala Sanctuary”.. เคยมาเที่ยวที่นี่หลายครั้งแล้วล่ะ
แต่ครั้งนี้ตั้งใจจะมาฝึกมือถ่ายเจ้าโคอาล่าเป็นจุดประสงค์หลัก ^^





Lone Pine Koala Sanctuary - Since 1927
Address:  708 Jesmond Road, Fig Tree Pocket Qld 4069, AUSTRALIA
Telephone:  +61 7 3378 1366
Fax:  +61 7 3878 1770
email:  service@koala.net

เปิดบริการ:  ทุกวัน 09.00 - 17.00 น
ค่าบริการ:  ผู้ใหญ่ 33AUD / เด็ก 22AUD





ที่นี่อยู่ห่างจาก CBD (Central Business District) ประมาณ 12 กม.
ถ้าขับรถก็ใช้เวลาประมาณ 20 นาที.. นั่งเรือมาก็ได้นะคะ
เป็นบริการของ “Mirimar Cruises





Mirimar Cruises Schedule
Departs Cultural Centre Pontoon (อยู่แถวๆ CBD นั่นแหละค่ะ):  10.00am
Arrive Lone Pine:  11.15am
Depart Lone Pine    :  1.45pm
Arrive Cultural Centre Pontoon:  3.00pm

.. ตามตารางเรือด้านบน มีเวลาให้เที่ยว Koala Sanctuary ได้แค่เกือบๆ 4 ชม.
ส่วนตัวคิดว่าถ้าไปกับเด็กๆ คงไม่พอค่ะ




.
.
.



ต่อกันด้วยโชว์การตัดขนแกะ “Sheep Shearing Show”
.. อันนี้เราไม่ค่อยตื้นเต้นเท่าไหร่ เคยดูมาแล้วที่นิวซีแลนด์





แกะที่นี่สนใจนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ
เห็นเป็นไม่ได้.. เดินดาหน้ากันเข้ามาเลย ^^





อยากจะบอกว่า.. เจ้าสุนัขตัวนี้จริงๆ แล้วเป็นสุนัขเลี้ยงแกะ
แต่ตอนนี้มันไม่สนใจแกะแล้วแหละ ^^




.
.
.



บริเวณใกล้ๆ กันเป็นส่วนของ Bird of Prey (นกล่าเหยื่อ)..





เอ.. แล้วนกเป็ดน้ำพวกนี้ เข้ามาอยู่ในส่วนของ Bird of Prey ได้ไงเนี่ย ^^




.
.
.


เกือบสุดท้ายแล้วค่ะ..
เราไปดู Wild Lorikeet Feeding กัน.. โชว์นี้มีวันละ 2 รอบ 09:45 กับ 16:00





นกแก้วพวกนี้ สวนสัตว์ไม่ได้ขังไว้นะคะ
แต่มันรู้เวลา.. ถึงเวลากินมันก็บินกันมาปั๊บ ^^





นกแก้วพวกนี้ เป็นนกพื้นถิ่นของ Queensland
.. เวลาเราขับรถบนทางหลวง
ก็เห็นเจ้าพวกนี้เกาะอยู่บนต้นไม้อยู่เหมือนกัน





ถึงเวลาโชว์ “Wild Lorikeet Feeding” เมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่จะมาเทอาหารลงในถาด
นักท่องเที่ยวก็สามารถนำมาถือเลี้ยงเจ้านกแก้วได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ ^^
ปล. น้องผู้หญิงคนนี้..เป็นนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์




.
.
.



ปิดท้ายกันด้วย.. Feeding Kangaroos
อันนี้ไม่ต้องรอโชว์จากเจ้าหน้าที่ค่ะ..
สามารถไปซื้ออาหารจิงโจ้ มาป้อนเจ้าพวกนี้ได้เลย
ปล. รู้สึกว่าอาหารจิงโจ้จะราคาถุงละ 50 เซนต์





คราวที่แล้วจำได้ว่าป้อนอาหารจิงโจ้แล้วมือมีแต่น้ำลายจิงโจ้
.. น้ำลายมันเยอะมากๆ ยืดๆ ด้วย 55+
คราวนี้เลยไม่เอาดีกว่า ^^







มีอีกเซ็คชั่นนึง.. ซื้ออาหารเลี้ยงนกอีมู (Emu) ได้ด้วย
แต่ครั้งนี้เราไม่ได้เดินไป
.. อันนั้นน่ากลัวอ่ะ นกมันตัวใหญ่มาก
ปากก็แหลมๆ แล้วต้องใช้มือป้อนอาหารให้มันเนี่ยนะ -_-"





เจ้าตัวนี้อาจจะหน้าตาคล้ายกับจิงโจ้ แต่เค้าคือ Wallaby ค่ะ
.. Wallby ขี้อาย กลัวคน.. เข้าใกล้ทีไรกระโดดหนีทุกที





บ๊าย บาย Lone Pine Koala Sanctuary กันด้วยภาพนี้ค่ะ
.. กิ้งก่าตัวนี้มารอเราอยู่หน้าห้องน้ำ
ตกใจแทบแย่.. เหอ เหอ ^^




v
v
v



ครั้งหน้าจะพาไปเที่ยวไหน.. รอติดตามชมนะคะ

ปล. ถ้าไม่มีทริปอื่นมาเบียด..
ก็น่าจะเป็นทริปสงกรานต์ 2012 (American Southwest) ค่ะ ^^




Create Date : 17 มิถุนายน 2555
Last Update : 17 มิถุนายน 2555 19:54:09 น. 1 comments
Counter : 5578 Pageviews.

 
น่าไปจังเลยค่ะ เด็กน้อยที่ให้อาหารจิ้งโจ้น่ารักจริงๆ ^^


โดย: enterstep วันที่: 21 มิถุนายน 2555 เวลา:19:44:42 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Holly
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




counter for blogger

Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
17 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Holly's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.