บทที่ 82 ลมหวน (iii)
********************************************************************************

ก่อนอื่นต้องขออภัยผู้อ่านบางท่านที่ยังติดตามอยู่ แต่ด้วยสาเหตุหลายประการทั้งเรื่องส่วนตัวและอื่นๆ ตั้งแต่วิกฤตคดีเป็ดห้องก้นครัว ไปจนถึงมหาอุทกภัยในปัจจุบัน ทำให้ไม่ได้เข้าเวป Pantip รวมทั้ง update บล็อกนี้เป็นเวลาหลายเดือน ...

แต่ตามที่ได้สัญญาไว้กับตัวเองตั้งแต่แรกว่าอย่างไรเสียก็จะเล่าเรื่องนี้ไปจนจบ เพื่อเป็นการบันทึกความทรงจำในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตไว้ และเผื่อว่าเรื่องที่เล่านี้อาจจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อย ... ส่วนผู้อ่านที่อาจจะล้มเลิกการติดตามไปกลางคันและอาจจะรู้สึกค้างคาใจอยู่บ้าง ก็ต้องขออภัยอีกครั้งมา ณ โอกาสนี้ ...

********************************************************************************

ภายหลังจากการพบกันระว่างเจฟกับวิทในครั้งล่าสุดนี้ ทั้งสองคนต่างก็กลับไปวุ่นวายอยู่กับการงานและชีวิตของตัวเอง แต่ระหว่างนี้ก็ได้มีการติดต่อพูดคุยกันทาง email และโทรศัพท์อยู่อย่างสมำเสมอ ...

จนกระทั่งเวลาเกือบสามเดือนผ่านไป ... วิทและเจฟจึงพอจะมีเวลาว่างที่ตรงกัน จึงได้นัดหมายการพบปะกันอีกครั้ง ... ในตอนบ่ายวันศุกร์ปลายเดือนพฤษภาคม วิทนั่งรถไฟจากเมืองที่อยู่ไปยังลอนดอน แล้วไปต่อรถไฟที่สถานียูสตัน ซึ่งใช้เวลาเดินทางอีกราวๆ 40 นาทีก็มาถึงเมืองชื่อยาวๆ xxxxxxxx xxxxxxx แห่งนั้น ...

เจฟมารอรับวิทที่ชานชลาของสถานีในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีดำ และผูกเนคไท แล้วพาไปยังลานจอดรถที่อยู่ใกล้ๆ

"นายซื้อรถแล้วเหรอ" วิทถามเหมือนจะชวนคุย เพื่อไม่ให้บรรยากาศกดดันมากเกินไป

"ก็คันนี้ไงที่เราขับไปหานายคราวที่แล้ว ... คันเดียวกับที่ขับไปคราวก่อนนั้นด้วย"

"อ๋อ คันที่นายยืมที่บ้านมา แล้วบอกกว่าเครื่องดนตรีราคาแพงกว่ารถนั่นใช่มั้ย"

"ใช่ๆ ... พอเราได้งานทำก็เลยขอซื้อรถคันนี้ต่อจากพ่อ-แม่ แล้วผ่อนจ่ายทีละเดือน ... ส่วนที่บ้านก็ไปออกรถใหม่มาใช้แทน" ...

รถคันนั้นแล่นออกจากสถานีรถไฟซึ่งอยู่ค่อนข้างห่างจากตัวเมืองออกมา ไปตามถนนสายเล็กที่มุ่งหน้าออกจากตัวเมือง ที่สองข้างทางมีแต่ต้นไม้ใหญ่ ทุ่งหญ้า และพื้นที่เพาะปลูก ...

ไม่นานต่อมา เจฟก็เลี้ยวรถจากถนนสายนั้นเข้าไปยังถนนอีกสายที่เล็กกว่าเดิมซึ่งตัดผ่านเข้าไปกลางทุ่งข้าวสาลี มองเห็นบ้านหลังค่อนข้างใหญ่ที่มีลักษณะเป็นฟาร์มเฮาส์ตั้งอยู่โดดเดี่ยวที่ปลายทาง ...

"เราอยู่ที่นี่แหละ" เจฟบอก

"ทั้งหมดนั่นเลยเหรอ" วิทสงสัย

"เปล่าหรอก" เจฟหัวเราะเบาๆ "บ้านนี้เจ้าของเป็นครอบครัวชาวนา (ข้าวสาลี) แล้วเค้าก็ต่อเติมส่วนของบ้านออกมาทำเป็นแฟลตให้เช่าน่ะ"

ในที่สุดรถคันนั้นก็มาจอดที่ลานกว้างๆด้านข้างของบ้านหลังนั้น ... มีรถอีก 2-3 คันจอดอยู่เลยไปอีกด้านหนึ่งของประตูหน้า ซึ่งคงเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าของบ้านแห่งนี้ ... เจฟไขกุญแจเปิดประตูด้านข้าง ซึ่งภายในก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าที่ว่างเล็กๆและขั้นบันไดที่นำไปสู่ชั้นบน ...

และที่ชั้นสองของบ้านหลังนี้ หรือที่จริงก็คือส่วนที่ต่อเติมออกมานี้ก็คือแฟลตที่เจฟพักอยู่ ซึ่งเมื่อขึ้นมาถึงขั้นบันไดสูงสุดก็จะเจอกับห้องกว้างที่ใช้เป็นที่รับแขกและบริเวณพักผ่อน โดยที่ฝั่งติดผนังด้านหนึ่งของห้องใหญ่นี้จัดเป็นบริเวณทำครัวที่มีอุปกรณ์ครัวครบครันและโต๊ะอาหารขนาดย่อม ส่วนฝั่งที่ตรงข้ามกับครัวก็มีห้องย่อยอีก 2 ห้อง คือห้องนอนและห้องน้ำ ...

เจฟให้วิทนั่งพักที่โซฟาริมหน้าต่าง ในขณะที่เจ้าตัวหายเข้าห้องไป แล้วกลับออกมาใหม่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์

"ไปเดินเล่นกันเถอะ" เจฟชวน

"เอาสิ"

********************************************************************************

เจฟพาเขาเดินออกจากแฟลต ย้อนกลับไปตามถนนสายแคบๆ ที่สองข้างทางมียอดข้าวสาลีสีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง ไหวเอนไปตามสายลมของปลายฤดูใบไม้ผลิเหมือนจะทักทายผู้มาเยือน แล้วข้ามถนนสายที่ตัดผ่านหน้าฟาร์มแห่งนี้เข้าไปในถนนแคบๆอีกสายหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มุ่งหน้าไปยังร้านค้าเล็กๆซึ่งขายสินค้าประเภทหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ขนมประเภทขบเคี้ยว ลูกกวาด และช็อกโกแล็ต ที่หลบอยู่ข้างหมู่ไม้บนถนนสายนั้น ...

"นายหิวหรือยัง" เจฟถามขึ้นในระหว่างที่เดินกลับมาตามทางเดิม หลังจากที่แวะซื้อหนังสือพิมพ์รายวันจากร้านค้าแห่งนั้น

"ก็นิดหน่อย" วิทตอบ

"งั้นพอถึงห้องแล้วก็กินมื้อเย็นเลยละกัน เราเตรียมไว้แล้ว"

********************************************************************************

อาหารเย็นมื้อนั้นเป็นอาหารเบาๆ เหมาะสำหรับปลายฤดูใบไม้ผลิย่างเข้าฤดูร้อน ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าสลัดผักจานใหญ่แต่งหน้าด้วยชีสนมแพะหั่นเป็นชิ้นๆขนาดพอคำ ขนมปังก้อนกลม สตรอเบอร์รี ไวน์ขาวคนละแก้ว และที่ขาดไม่ได้คือน้ำแร่ Perrier ที่เจฟโปรดปราน ...

ทั้งสองยังคงนั่งคุยกันที่โต๊ะอาหาร แม้ว่าอาหารที่เตรียมไว้จะเกลี้ยงจานไปพักใหญ่แล้ว จนกระทั่ง ...

"เดี๋ยวเราไปห้องน้ำแป๊บนึงนะ" วิทพูด พลางลุกขึ้นจากที่นั่ง แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นออกไปก็ถูกเจฟที่ลุกขึ้นมาบ้างดึงข้อมือเอาไว้

"นายจะรีบไปไหน" เจฟถามด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย แต่มือที่กุมข้อมือวิทเอาไว้รัดแน่นยิ่งกว่าเดิม

"นายเล่นอะไรเนี่ย" วิทพยายามจะดึงมือตัวเองออกแล้วเดินออกไป แต่กลับถูกเจฟกระชากและกึ่งเหวี่ยงกึ่งประคอง จนเขาล้มลงไปนอนอยู่บนพื้นพรมนุ่มข้างๆโต๊ะอาหารนั่นเอง

ยังไม่ทันที่วิทจะหายงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เจฟก็ย้ายมานั่งหลวมๆอยู่บนตัววิทแล้วกดแขนวิทไว้กับพื้นทั้งสองข้าง จนแทบจะขยับไปไหนไม่ได้

"นายเจ็บมั้ย" เจฟถาม ขณะที่สายตาของเจฟจ้องมาที่วิทเหมือนจะมองให้ลึกไปถึงหัวใจ

วิทส่ายหน้าน้อยๆ แล้วบ่นพึมพำขึ้นมาว่า "นี่นายเมาหรืออะไรเนี่ย เล่นอะไรแปลกๆ"

เจฟยังคงจ้องหน้าวิทอยู่อย่างนั้นอีกพักหนึ่งโดยไม่พูดอะไร ถึงแม้ว่าสองมือที่กดแขนอยู่นั้นจะผ่อนคลายลงไปบ้าง ... แล้วจู่ๆเจฟก็ขยับตัวออก และช่วยฉุดวิทให้ขยับตัวลุกขึ้น

"นายไปได้แล้ว" เจฟพูดขำๆ "แต่ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด"

วิทได้แต่นึกในใจระหว่างเดินผ่านหน้าเจฟ "ถ้าคิดจะหนีจริงๆ คงไม่มาที่นี่หรอก"

********************************************************************************

เมื่อวิทกลับมาที่ห้องโถงนั้นอีกครั้ง ก็พบกับเจฟนั่งรออยู่บนโซฟา แก้วไวน์สองแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กด้านข้างถูกเติมจนเต็มอีกครั้ง ไฟโคมดวงใหญ่บนเพดานถูกปิดไป และแทนที่ด้วยแสงสลัวจากโคมไฟตั้งพื้น

"วิทมานั่งที่นี่สิ"

วิทมองออกไปนอกหน้าต่างซึ่งไม่เห็นอะไรนอกจากเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่คนละฟากถนน และท้องฟ้าที่มีเมฆปกคุลมบางๆ แทรกด้วยแสงดาวระยิบระยับอยู่ประปราย ท่ามกลางสายลมเอื่อยจากภายนอกที่พัดผ่านเข้ามาเป็นระยะๆ

เจฟลุกไปที่เครื่องเล่นซีดีที่อยู่บนชั้นไม่ห่างไปนัก และไม่นานเสียงหวานปนเศร้าของเปียโนก็ดังคลออยู่ในบรรยากาศ ในขณะที่เจฟและวิทเอนตัวอยู่ด้วยกันบนโซฟาตัวนั้น

"เพลงโปรดของนายไงล่ะ" เจฟบอก

"นายจำได้ด้วยเหรอ" วิททึ่ง ... เพลงนั้นคือ Waltz in B minor Opus 69 No. 2 ประพันธ์โดยโชแปง ...

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 19 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2554 13:15:12 น.
Counter : 231 Pageviews.

2 comments
  
Welcomed back!

It has been 8 months since last episode. This one is worth waiting.

Thanks,
TJ
โดย: TJ IP: 178.152.119.81 วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:27:59 น.
  
Welcome back, indeed!!! Thanks Khun TJ. It's gone past 3 quarters of the whole story now. I'll see if I can make it exactly 100 episodes, just like the novel "Letters from Thailand". :)
โดย: Historicus วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:44:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
19 พฤศจิกายน 2554
All Blog