บทที่ 18 หิมะตกแล้ว
นับตั้งแต่วันปิดเทอม หอพักและรวมทั้งใน U ก็เงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัด ... สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้กลับประเทศตัวเอง ก็ยังพอมีทางเลือกในช่วงนี้ ได้แก่ อยู่โยงเฝ้าหอพัก ไปหาเพื่อนที่เมืองอื่น หรือซื้อทัวร์ราคาย่อมเยาไปเที่ยวยุโรป ประเภท 7 วัน 10 ประเทศ ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนรถทัวร์ และจอดแวะพักตามสถานที่สำคัญแต่ละแห่งราวๆครึ่งชั่วโมง ให้ไปเข้าห้องน้ำ เดินยืดเส้นยืดสาย และถ่ายรูป ... และอีกทางเลือกหนึ่งก็คือไปสมัครเข้าร่วมโครงการที่จัดให้นักศึกษาต่างชาติไปพักอยู่กับโฮสท์ โดยผู้ร่วมโครงการจะต้องเสียค่าเดินทางไปที่บ้านของโฮสท์ซึ่งอยู่เมืองอื่น และไปพักอยู่ด้วยในช่วงวันหยุด แต่ระหว่างนั้นก็ไม่ต้องเสียค่าที่พัก หรือค่าอาหาร และโฮสท์ส่วนใหญ่ก็จะพาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ...

ส่วนบรรยากาศในเมืองกลับเป็นตรงกันข้ามกับใน U ... ถนนหนนทาง ห้างร้าน และบ้านเรือนหลายหลัง ถูกตกแต่งด้วยไฟสี และสัญลักษณ์ต่างๆของวันคริสต์มาส ... ใกล้ๆ City Hall มีต้นสนขนาดใหญ่ที่ประดับประดาอย่างสวยงาม ... ยิ่งใกล้วันคริสต์มาสมากขึ้นเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่ 24 ธันวาคม แทบจะทุำกร้านค้าในเมืองล้วนแต่มีผู้คนแออัด แย่งกันจับจ่าย โดยเฉพาะร้านของเล่นที่มีลูกค้าหนาแน่นมากเป็นพิเศษ ... ตามซุปเปอร์มาร์เกตก็มีผู้คนมาซื้อของเตรียมไว้สำหรับอาหารมื้อพิเศษสำหรับครอบครัวในวันรุ่งขึ้น ... หลายคนแวะมารับไก่งวงตัวโต หรือห่านยัดไส้ ที่สั่งจองไว้ล่วงหน้า ให้ความรู้สึกไม่ีต่างอะไรกับช่วงตรุษจีนที่ผู้คนไปจองไก่ต้มจากร้านในตลาดมาไหว้จ้าว

********************************************************************************

สำหรับวิท วันคริสต์มาสผ่านไปแบบเหงาๆ ... ทุกคนที่อยู่ในบล็อกนี้ต่างก็มีโปรแกรมไปหาเพื่อนที่เมืองอื่น จึงเหลือวิทอยู่คนเดียว ... ในวันนั้นเ็ป็นวันหยุด ซึ่งแม้แต่รถเมล์ก็หยุดให้บริการ และร้านค้าในเมืองก็ปิดทำการทั้งหมด ... แต่ก็ไม่ได้แย่ไปเสียทีเดียว เพราะว่าสถานีโทรทัศน์ก็จะเอาหนังค่อนข้างใหม่หรือหนังดีๆจำนวนมากมาฉายในช่วงนี้ ...

วันรุ่งขึ้นคือวันที่ 26 ธันวาคม ก็ยังเป็นวันหยุดอีกหนึ่งวันคือ Boxing day ... รถเมล์กลับมาวิ่งตามปกติ แต่มีความถี่เท่ากับวันอาทิตย์คือออกครึ่งชั่วโมงละคัน ... แต่กระนั้นในเมืองก็ยังเงียบเหงาเหมือนเมืองร้าง ร้านค้าส่วนใหญ่ยังปิดอยู่ แต่ซุปเปอร์มาร์เกตก็เปิดให้บริการแล้ว ...

แต่หลังจากนั้น เทศกาลสินค้าลดราคาก็เริ่มขึ้น ในเมืองกลับมาคึกคักเหมือนเดิม ... สินค้าชิ้นเดียวกันที่วางขายราคาเต็มในวันที่ 24 อาจลดราคาไปถึง 50% ในช่วงนี้ ... วิทยังไม่ซื้ออะไรมากในเวลานี้ เพราะต้องเก็บเงินไว้สำหรับตอนไปเที่ยวเยอรมันนีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

********************************************************************************

วันสิ้นปีและปีใหม่ผ่านไปแบบเงียบๆ ... ในคืนวันสิ้นปีมีจัดเคาท์ดาวน์กันในเมือง แต่ก็ไม่ได้จัดใหญ่โตอะไร วิทเลยนั่งดูการถ่ายทอดงานเคาท์ดาวน์ทางโทรทัศน์ที่จัดใหญ่โตจากเมืองสำคัญๆ เช่น ลอนดอน หรือ Edinburgh ...

หลังปีใหม่เพียงวันเดียว ก็มีพยากรณ์อากาศว่าคืนนี้อาจจะมีิหิมะตก ... วิทสังเกตว่าท้องฟ้าในคืนนั้ันดูมัวๆมีสีเทาอมส้ม มีลมพัดแปลกๆ และอากาศก็ไม่เย็นเท่าคืนที่ผ่านๆมา แต่จนใกล้เที่่ยงคืนก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเลยนอนหลับไป ...

เช้าวันใหม่ มีเสียงคนร้องเพลงดังแว่วมาจากข้างนอกหน้าต่าง

"ตื่นเถิดชาวไทยอย่าหลับใหลลุ่มหลง ..." วิทตื่นขึ้นมาพร้่อมกับงงว่าตอนนี้ตัวเองย้อนกลับไปอยู่บางกอกในสมัย "ท่านผู้นำ" หรืออย่างไร ... แต่ไม่ใช่ เขายังนอนอยู่บนเตียงในห้องพักในอังกฤษ

"ตื่นเถิดชาวไทยอย่าหลับใหลลุ่มหลง ..." เสียงเพลงนั้นดังมาอีกรอบ เป็นเสียงผู้หญิงคนเดียวร้อง

วิทเปิดหน้าต่างและชะโงกหน้าออกไป แต่สิ่งแรกที่สะดุดตามากกว่าผู้หญิงคนที่มาร้องเพลงอยู่ใต้หน้าต่าง คือทั่วทั้งบริเวณล้วนแต่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ สนามหน้าที่เคยเป็นสีเขียว ตอนนี้ปกคลุมไปด้วยหิมะ ต้นไม้่ที่เหลือแต่กิ่งก้านก็ยังมีหิมะติดอยู่ แม้แต่ถนนหนทางหรือหลังคาตึกที่อยู่ตรงข้ามก็ดูขาวไปหมด ... การได้เห็นหิมะจริงๆเป็นครั้งแรกเป็นความตื่นตาตื่นใจที่บรรยายไม่ถูก

เมื่อวิทละสายตาจากหิมะข้างนอกจึงเห็นว่าคนที่มายืนร้องเพลงอยู่ใต้หน้าต่างคือพี่นก ซึ่งตอนนี้กำลังพูดคุยกับใครซักคนที่อยู่เหนือห้องเขาขึ้นไป เมื่อแหงนหน้าขึ้นจึงเห็นพี่กบที่อยู่ชั้นบนกำลังชะโงกออกมานอกหน้าต่างคุยกับพี่นกอยู่

"อ้าวเจ้าวิท ..." พี่นกร้องทัก "ไปเดินเล่นกัน"

ในที่สุดพี่นก พี่กบ วิท และเพื่อนพี่กบที่มาพักอยู่ด้วยจากเคนท์ ก็มารวมกันอยู่ข้างล่าง ... พี่อ้อย ขอตัวเพราะอยู่มาหลายปี คงเห็นหิมะจนชินแล้ว ... ส่วนพี่เล็กซึ่งไม่ค่อยสบายก็ไม่ลงมาเช่นกัน ...



พี่นกพาเดินตัดสนามหญ้ามุ่งหน้าไปทางทะเลสาบ ... หิมะที่ปกคลุมอยู่บนพื้นไม่หนามาก และทุำกก้าวที่ย่ำลงไปให้ความรู้สึกเหมือนเหยียบไปบนน้ำแข็งไส ที่ฟูและนุ่มเท้า ... ไกลออกไปกลางทุ่งหญ้า มีใครไม่รู้มาปั้นตุ๊กตาหิมะไว้ก่อนแล้ว พี่นกเลยพาเดินไปทางตุ๊กตาหิมะ ...

แต่ระหว่างทางก็เห็นมีเด็กผู้ชายฝรั่งคนหนึ่ง อายุอานามน่าจะซัก 13-14 ค่อยๆเดินกลิ้งหิมะก้อนใหญ่มาแต่ไกล ... พี่กบเลยบอกพี่นกให้เดินไปหา เมื่อเข้าไปใกล้จึงเห็นว่าที่แท้มีน้องชายตัวเล็กที่โดนก้อนหิมะบังอยู่ ช่วยกลิ้งมาอีกคน ...

"พวกเธอจะกลิ้งหิมะไปไหน?" พี่กบถาม

"เอาไปลงทะเลสาบ" เจ้่าเด็กคนพี่ตอบ

"ให้พวกเราช่วยมั้ย" พี่กบเสนอ

"โอเค" เจ้าเด็กสองคนตอบพร้อมกัน ... ท่าทางไม่กลัวคนแปลกหน้าเลย

ในที่สุดทั้ง 6 คนก็เลยมาช่วยกันกลิ้งหิมะก้อนโตไปลงทะเลสาบ ซึ่งขนาดของก้อนหิมะก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เำพราะตลอดระยะทางที่กลิ้งไปก็ไปรวมเอาหิมะที่อยู่บนทางเข้ามาด้วย ตามเส้นทางที่ผ่านมาจึงเหลือเพียงหญ้าที่ไม่มีหิมะปกคลุมเป็นทางยาว ... ในที่สุดหิมะก้อนนั้นก็ตกลงไปในทะเลสาบเรียบร้อย ท่ามกลางฝูงเป็ดที่ว่ายน้ำหลบกันวุ่นวาย

"เราสองคนต้องกลับแล้ว ขอบคุณที่ช่วยครับ" เจ้าเด็กคนพี่บอก แล้วก็พาน้องเดินลุยหิมะลัดทุ่งหญ้าย้อนกลับไปทางประตูข้างมหา'ลัย



สงวนลิขสิทธิ์รูปภาพและบทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 06 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2552 12:31:33 น.
Counter : 255 Pageviews.

1 comments
  
หวัดดีค่ะ แวะมาอ่าน ^^ สวยจังค่ะ รูปหิมะตก
โดย: ken-chu-cool-guy วันที่: 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:58:03 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
พฤศจิกายน 2552

1
2
3
4
5
7
8
9
11
12
13
14
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
6 พฤศจิกายน 2552
All Blog