บทที่ 13 โชคดี-โชคร้าย เหมือนเหรียญคนละด้าน
การเรียนปริญญาโทโดยเข้าคอร์สร่วมกับนักศึกษาปริญญาตรีนั้น จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ...

ในวันแรกของสัปดาห์ที่ 8 ของการเรียน เป็นวันกำหนดส่งรายงานของทั้งสองวิชาที่วิทลงทะเบียนเีรียนในเทอมนี้ ... ซึ่งอาจดูเหมือนจะค่อนข้างกระชั้น และนักศึกษาอาจจะยังไม่ได้เรียนรู้มากพอที่จะมีข้อมูลไปเขียนรายงานของวิชานี้ได้ ... แต่ในการเรียนที่นี่ เน้นการอ่านหนังสือด้วยตัวเองเป็นหลัก และนอกจากนั้น สัปดาห์ที่ 7 ทั้งสัปดาห์ ก็เป็นช่วงที่เรียกว่า study period คือไม่มีการเรียนการสอนใดๆ ... นัียว่า ใครที่ยังไม่ได้เริ่มหาข้อมูลหรือเขียน (พิมพ์) รายงาน จะได้ใช้เวลาทั้งสัปดาห์ในการทำให้เสร็จ ... ดังนั้นในสัปดาห์ที่ 7 นี้ วิทก็เหลือแค่ตรวจสอบความถูกต้องของตัวสะกด ไวยากรณ์ต่างๆ และพิมพ์ออกมาเท่านั้น ... ส่วนการเข้าเล่มก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่ใช้ลวดเย็บกระดาษเย็บที่ขอบด้านซ้าย ซัก 3-4 ตัวก็เสร็จเรียบร้อย ...

ในการส่งรายงาน ซึ่งหลายๆวิชากำหนดให้ส่งในวันเดียวกัน กลับไม่ได้ให้ส่งที่อาจารย์ผู้สอนหรือผู้ประสานงานวิชาโดยตรง แต่ทุกวิชาให้ส่งที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของโรงเรียน ซึ่งทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ ... เมื่อวิทไปถึงห้องทำงานของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว พร้อมกับรายงาน 2 ฉบับ ก็ไปเจอกับเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่ง พร้อมกับตะกร้าพลาสติกหลายใบ วางซ้อนๆกันอยู่ ซึ่งจะเป็นที่ใส่รายงานของแต่ละวิชา ... เมื่อวิทส่งรายงานให้ เจ้าหน้าที่คนนั้นก็หยิบตราประทับขึ้นมาและประทับวันที่ลงไปบนหน้าปกรายงาน และใช้ตราอันเดียวกันประทับลงไปบนกระดาษแ่ผ่นเล็กๆอีกใบหนึ่ง ... เมื่อครบทั้งสองฉบับ เจ้าหน้าที่ก็ส่งกระดาษใบเล็กๆ 2 ใบนั้นให้เขาเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มาส่งรายงานในวันนั้นแล้ว

จริงๆแล้วคะแนนรายงานเป็นเพียงส่วนเล็ำกๆของคะแนนทั้งวิชา และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการสอบปลายภาค กับข้อสอบเลือกทำ 3 ข้อที่มีคะแนนข้อละ 25% มากกว่า ... แต่อย่างน้อยที่สุด คะแนนนี้ก็จะเป็นตัวช่วยให้ิวิททำคะแนนได้เกิน 35% เพื่อจะไ้ด้ผ่านวิชานี้ไปให้ได้ ...

อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีระบุไว้ในคู่มือการเีรียนว่า ถ้าใครสอบตกในวิชาใด (คือได้เกรด R - ซึ่งหมายถึง Referred for Reassessment) ก็จะต้องไปติดต่อกับผู้ประสานงานวิชาเพื่อทำการแก้เกรด ในภาคเีรียนฤดูร้อน ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะของการให้สอบใหม่ ทำงานส่ง หรือทำรายงานก็ได้ ... แต่ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมในการแก้เกรดดังกล่าวอีกต่างหาก

********************************************************************************

ในวันหนึ่งขณะที่วิทกำลังจะออกจากหอพักเพื่อไปธุระข้างนอก โดยเิดินลงทางบันไดหนีไฟที่ปลายบล็อกที่จะไปออกทางด้านหลังตึก ก็มีผู้หญิงเอเชียคนหนึ่งเดินสวนขึ้นมา และมาเจอกันตรงกลางบันไดพอดี ... ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าวิทแล้วนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า

"Hello, are you Thai?"

"Umm ... yes?" วิทตอบไป งงเหมือนกันว่าจะใช้ภาษาอะไรดี เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นคนไทย 1 ใน 3 คนที่อยู่ชั้นบนสุด

ผู้หญิงคนนั้นยิ้มออกมา "นึกแล้วว่าน่าจะเป็นน้องที่อยู่ชั้นล่าง ... พี่ชื่ออ้อยนะ ... น้องชื่อวิทใช่มั้ย เห็นกบเค้าเคยบอก"

"ใช่ครับ"

วิทกับพี่อ้อยคุยกันอยู่ตรงบันไดได้พักใหญ่ ถามเรื่องทั่วๆไป เรื่องโรงเรียน เรื่องงานวิจัยที่ทำอะไรพวกนั้น

"อ้อ ข้างบนก็มีพี่เล็กอีกคนนึง วิทคงยังไม่เจอ ... แต่พี่เค้าสุขภาพไม่ค่อยดี ก็เลยอยู่แต่ในห้องไม่ค่อยได้ไปไหน เวลาจะเอาอะไรก็ฝากคนอื่นซื้อให้ตอนที่เข้าไปในเมือง"

"งั้นเดี๋ยวแวะไปเยี่ยมพี่เค้าหน่อยดีกว่า คงไม่รบกวนมั้งครับ" วิทตัดสินใจ

"ได้ิสิ ขึ้นไปกับพี่ได้เลย ... ว่าแต่วิทไม่มีธุระที่ไหนเหรอ"

"อ๋อ เมื่อกี้ว่าจะไปห้องคอม แต่เดี๋ยวเยี่ยมพี่แล้วค่อยไปก็ได้ฮะ"

********************************************************************************

"พี่เล็ก" เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองไทยที่มาเรียนต่อปริญญาเอก ตอนนี้ก็สอบวิทยานิพนธ์ผ่านเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่แก้เล่มแล้วให้กรรมการตรวจดูอีกครั้งหนึ่ง ... ถ้าถูกต้องสมบูรณ์ดีแล้วก็สามารถนำไปเข้าปกและส่งเล่มให้ทางมหา'ลัยได้ และหลังจากนั้นก็จะกลับบ้านได้ในเวลาอีกไม่นาน ... แต่ในความโชคดีก็มีความโชคร้ายคือดันมาป่วยตอนนี้พอดี ...

วิทกับพี่อ้อยนั่งคุยกับพี่เล็กอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากที่มีการแนะนำตัวกันเป็นที่เรียบร้อย ... จนกระทั่ง ...

"กริ๊งๆ ... กริ๊งๆ" ... เสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมา พี่เล็กหันไปยกหูและพูดคุยอยู่พักหนึ่ง ...

"ห้องพี่มีโทรศัพท์ด้วยเหรอฮะ" วิทสงสัย

"ใช่แล้ว แต่จะทำไงล่ะ พี่สุขภาพไม่ค่อยดี ทางบ้านก็เลยเป็นห่วง เลยต้องติดโทรศัพท์ไว้ในห้อง จะได้สะดวกเวลาติดต่อกับที่บ้าน"

"แล้วเวลาย้ายห้องทำไงฮะ"

"ก็ไปยกเลิก ... แล้วพอได้ห้องใหม่ก็ขอใหม่ ... นอกจากโชคดีไปเจอห้องที่มีการเดินสายไปแล้วก่อนหน้า ก็แค่ขอเปิดสัญญาณ จ่ายราวๆ 10 ปอนด์เอง ... แต่พี่ก็โชคไม่ดีหรอกนะ อยู่มากี่ห้องก็ต้องขอติดตั้งใหม่ทุกทีเลย "

"อย่างห้องกบเค้าก็มีนะกล่องสัญญาณน่ะ แต่เค้าไม่ไปขอใช้เอง" พี่อ้อยเสริมขึ้น "คงไม่จำเป็น เพราะเห็นวันๆก็อยู่แต่ในห้องแล็บ"

********************************************************************************

เมื่อวิทกลับมาถึงห้องในเย็นวันนั้น จึงลองสำรวจภายในห้องดู เพื่อหากล่องสัญญาณโทรศัพท์ที่ว่า เผื่อจะโชคดีเหมือนห้องพี่กบ ... ในที่สุดวิทก็เจอกล่องนั้นจริงๆ ซ่อนอยู่ติดผนังใต้โต๊ะทำงาน ...

และเมื่อวิทเ้ข้าเมืองครั้งต่อไปจึงไปติดต่อกับบริษัทโทรศัพท์เพื่อให้เปิดสัญญาณ และไม่ลืมแวะซื้อเครื่องโทรศัพท์ถูกๆจากในเมืองมาด้วย ... เื่มื่อกลับมาถึงห้องและลองใช้ดู ก็สามารถใช้โทรได้แล้ว

แต่นั่นอาจเป็นที่มาของความโชคร้ายบนความโชคดี ... และมีผลกระทบที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของเขาในอนาคตอันใกล้ ...

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 21 มีนาคม 2553 11:13:07 น.
Counter : 218 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทาย
โดย: somphoenix วันที่: 8 ตุลาคม 2552 เวลา:3:47:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
ตุลาคม 2552

 
 
 
 
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
26
27
28
30
31
 
All Blog