บทที่ 12 คำเชิญจากทอม
เจ๊แมงมุม (นามสมมุติ) เป็นผู้หญิงผิวดำคนเดียวที่อยู่ในบล็อกนี้ั เธอเป็นสาวร่างสูงใหญ่ อยู่ห้้องติดกับทอม ได้ทุนมาเรียนปริญญาโทปีเดีียว มีลูกสาว 1 คนอยู่ที่ประเทศในแอฟริกา และไม่เคยมีการพูดถึงสามีแต่อย่างใด ...

ในเย็นวันหนึ่ง เจ๊แมงมุม ซึ่งปกติก็กินอาหารง่ายๆ และไม่ค่อยทำกับข้าวในครัวซักเท่าไหร่ แต่วันนั้นเธอเข้าไปทำอาหารเป็นเรื่องเป็นราว และมีหนุ่มผิวดำอีกคนหนึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะกินข้าว ... เมื่อมีคนอื่่นๆเดินเข้าไปในครัว เธอก็จะแนะนำว่าหนุ่มคนนี้เป็น "เพื่อน" ที่กำลังเรียนปริญญาเอกที่มหา'ลัย Oxbridge ซึ่งแวะมาเยี่ยม ... วันนั้นทุกคนเลยดูจะพร้อมใจกันทำอาหารง่ายๆและยกเข้าไปกินในห้องพัก ปล่อยให้เจ๊แมงมุมกับเพื่อนใช้ครัวได้ตามสบาย ...

********************************************************************************

คืนนั้นหลังจากกินอาหารมื้อเย็นเสร็จและนั่งดูโทรทัศน์อยู่พักใหญ่ วิทจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปอาบน้ำที่ห้องน้ำรวมที่อยู่ปลายบล็อกติดกับห้องครัว ... ถ้าเปิดประตูห้องน้ำเ้ข้าไป ด้านขวามือจะเป็นห้องส้วมเรียงกัน 2 ห้องและถัดไปด้านในสุดเป็นห้องอาบน้ำกว้างที่มีอ่างอาบน้ำ ส่วนทางด้านซ้ายมือฝั่งตรงข้ามกับห้องอาบน้ำจะเป็นห้องอาบน้ำแคบๆที่มีฝักบัวอีก 2 ห้อง ...

โดยปกติห้องที่มีอ่างอาบน้ำนี้จะมีคนใช้อยู่แค่ 2 คนคือเจมส์ ซึ่งนานๆจะมานอนแช่น้ำอุ่นซักที กับทอมซึ่งใช้อ่างนี้สำหรับซักเสื้อผ้าเนื้อดีที่ต้องซักด้วยมือ ส่วนคนอื่นๆซึ่งไม่ค่อยมั่นใจในความสะอาดของอ่างอาบน้ำรวม จึงไม่มีใครกล้าใช้ห้องนี้

เมื่อวิทเปิดประตูเข้าไปในห้องน้ำพบว่าห้องทุกห้องไม่มีใครใช้ นอกจากห้องที่มีอ่างอาบน้ำเพียงห้องเดียวที่ปิดล็อกอยู่ แต่ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่ในห้องนั้น ... เสียงหนึ่งเป็นเสียงของเจ๊แมงมุม ส่วนอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงที่ไม่คุ้นเคย วิทเลยเดาว่าน่าจะเป็นเพื่อนของเจ๊นั่นเอง ... วิทเดินเงียบๆเข้าไปที่ห้องอาบน้ำฝักบัวริมสุดทางซ้ายมือ ใช้เวลาอาบน้ำที่เร็วที่สุดในชีวิต และออกไปเงียบๆเหมือนตอนที่เข้ามา ... ส่วนเจ๊แมงมุมและเพื่อนจะเข้้าไปซักผ้าและพูดคุยเรื่องดินฟ้าอากาศกันในนั้น ก็คงไม่ใช่สิ่งที่วิทควรจะเข้าไปยุ่งด้วยแต่ประการใด

********************************************************************************

2-3 วันต่อมา เจ๊แมงมุมมาหาวิทถึงห้องพัก วิทเปิดประตูออกมาแบบงงๆเพราะร้อยวันพันปีไม่เคยพูดคุยกันมากไปกว่าทักกันเวลาเดินสวนกันในครัวหรือในทางเดินเท่านั้น ... วิทนึกว่าเจ๊จะพูดเรื่องห้องอาบน้ำวันก่อน ... แต่ไม่ใช่ ...

"วิท ... นี่พวกเราจะไปขอโทรศัพท์กัน เอาไว้เวลารับโทรศัพท์จากทางบ้าน ... เธอสนใจมั้ย?"

"พวกเรานี่มีใครบ้าง?"

"ก็มีฉัน ราณี ทอม และ ..." เจ๊แมงมุมพูดชื่อคนผิวดำที่อยู่ในบล็อกอีก 2 คน "ก็หารค่าติดตั้งโทรศัพท์กัน ค่าเครื่อง และค่าบริการรายเดือน ... ส่วนใครที่จะโทรออกก็จ่ายตามบิล"

ในเวลานั้น ค่าติดตั้งโทรศัพท์มีราคาแพงเอาการคือประมาณ 100 ปอนด์ ซึ่งเป็นค่าเดินสายและติดตั้งจุดรับสัญญาณโทรศัพท์ ... และอีกอย่างวิทก็ไม่เห็นความจำเป็นในการแชร์โทรศัพท์แบบนี้ เพราะที่บ้านไม่เคยโทรมา ส่วนเวลาจะโทรไปก็สามารถใช้เครื่องสาธารณะที่อยู่ตรงโถงบันไดถัดไปอีกแค่บล็อกเดียวได้

"เราไม่แชร์ด้วยดีกว่า ไม่ค่อยได้ใช้น่ะ" วิทตอบไปในที่สุด

สรุปว่าเจ๊แมงมุมไปถามทุกคนในบล็อก แต่คนอื่นที่เหลือก็ไม่เห็นความจำเป็น เลยมีแค่ 5 คนเท่านั้นที่ใช้ ... โดยจุดรับสัญญาณจะติดไว้ที่ห้องเจ๊แมงมุม แต่จะวางเครื่องโทรศัพท์ไว้หน้าห้อง กับสายที่ยาวราวๆ 10 เมตร เอาไว้สำหรับลากเครื่องไปห้องอื่นเวลาที่มีโทรศัพท์ของคนนั้นเข้าหรือเวลาโทรออก ... ส่วนเวลากลางวันที่ทุกคนไปเรียนหรือดึกๆ ก็จะลากเข้าไปเก็บในห้องเจ๊

********************************************************************************

คืนวันหนึ่งขณะที่วิทนั่งดูโทรทัศน์อยู่กับทอมภายในห้อง ... อยู่ๆทอมก็ถามขึ้นมา "วันหยุดคริสต์มาสนายจะกลับบ้านหรือเปล่า?"

"ไม่กลับหรอกเพิ่งมานี่ยังไม่ถึง 2 เดือนเลย ... แล้วก็ไกลมากด้วยแหละ"

ในการเรียนภาคฤดูใบไม้ผลินี้ซึ่งเริ่มในปลายเดือนกันยายน และเรียนไป 12 สัปดาห์ก็จะจบคอร์สในราวๆกลางเดือนธันวาคม หลังจากนั้นก็จะหยุด 4 สัปดาห์ ซึ่งจะตรงกับช่วงคริสต์มาสพอดี และเืมื่อกลับมาก็จะเป็นสัปดาห์สอบปลายภาีคอีก 2 สัปดาห์ ... พอสอบเสร็จก็เริ่มเปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิในสัปดาห์ถัดไป ... ดังนั้นในช่วงวันหยุด นักศึกษาทั้งชาวอังกฤษและยุโรปส่วนใหญ่ก็จะกลับไปฉลองคริสต์มาสที่บ้าน และหลังจากนั้นอาจจะอยู่ยาวหรือมีโปรแกรมไปเที่ยวที่อื่นก็ได้ ... แต่นักศึกษาต่างชาติที่อยู่ไกลกว่านั้น ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่หอพัก หรือบางคนก็อาจจะถือโอกาสไปทัวร์ในช่วงนี้ ...

"แล้วนายจะไปเที่ยวไหนหรือเปล่า?"

"ไม่รู้เลย ยังไม่มีโปรแกรม"

"ช่วงปีใหม่นายไปเที่ยวที่บ้านเรามั้ย?"

"ที่เยอรมันนีน่ะเหรอ ... นายพูดเล่นหรือเปล่า"

"พูดจริงๆ ... บ้านเราอยู่ที่ Potsdam"

"Potsdam? อยู่แถวไหนเนี่ย ไม่เคยได้ยินแฮะ"

"อยู่ติดกับเบอร์ลินไปทางตะวันตกเฉียงใต้"

"เบอร์ิลิน ... ที่เคยมีกำแพงเบอร์ลินน่ะเหรอ"

"ใช่แล้ว"

ด้วยความรู้ประวัติศาสตร์ยุโรปอันน้อยนิด แต่วิทเข้าใจว่าเมืองที่อยู่รอบๆเบอร์ลินน่าจะเคยอยู่ในเยอรมันนีตะวันออก ก่อนการรวมประเทศอีกครั้งพร้อมๆกับการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ... วิทนิ่งคิด และอะไรบางอย่างคงแสดงออกมาทางสีหน้า ...

"นายเป็นอะไรไป?" ทอมถามหลังจากเห็นวิทเงียบไป

"เอ่อ ... อาจารย์ที่สอนเศรษฐศาสตร์สมัยเรียนปริญญาตรีเคยบอกว่า การรวมประเทศเยอรมันนีหลังสงครามเย็น จะทำให้ชาวเยอรมันตะวันออกมาเป็นภาระของชาวเยอรมันตะวันตก ... เพราะคนพวกนี้ ... เอ่อ ..." วิทยายามนึกคำพูดที่ไม่แรงจนเกินไป "ไม่ค่อยขยัน"

สีำหน้าทอมเปลี่ยนไปทันที ดูเหมือนจะโกรธ แต่โกรธใครหรือโกรธอะไรก็เดาได้ยาก ... โกรธวิทที่พูดออกมาแบบนั้น ... โกรธอาจารย์ที่บอกนักศึกษาไปแบบนั้น ... หรือโกรธคนทั่วไปที่มีมุมมองแบบนั้น ... แต่ ...

ก็อกๆๆ ... เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะขึ้นในวินาทีนั้นพอดี ... ทั้งสองคนมองหน้ากัีน แต่ในที่สุดวิทก็ลุกไปเปิดประตู ...

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผมดำ ตาสีน้ำตาลเข้ม หน้าตาเหมือนลูกครึ่งเอเชีย-ฝรั่ง ... วิทเคยเห็นนายคนนี้มาหาเพื่อนที่อยู่บล็อกติดกัน 2-3 ครั้งเวลาที่เดินผ่านทางนั้นไปออกประตูด้านหน้า แต่ก็ไม่เคยทักทายหรือพูดจากัน

"ขอโทษนะ ... นายมียางรัดของมั้ย?" หนุ่มคนนั้นถามขึ้น

"ยางรัดของเหรอ ... ไม่มีหรอก" เมื่อหัีนไปมองหน้าทอมก็เห็นส่ายหน้าเหมือนกัน

"งั้นไม่เป็นไร ... ขอโทษที่มารบกวน" ว่าแล้วก็เดินกลับไปทางบล็อกติดกัน

วิทเิืิดินกลับมานั่งแบบงงๆ ... และทอมดูเหมือนจะควบคุมอารมณ์ได้แล้ว ก็พูดขึ้นมาว่า "แล้วนายว่าเราเป็นแบบนั้นหรือเปล่าล่ะ"

"ก็เปล่านี่" วิทตอบจากใจจริง "ขอโทษนะที่ทำให้ไม่สบายใจ"

"ไม่มีอะไรหรอก" ทอมตอบ "แต่เยอรมันนีตะวันออกก็อยู่ใกล้เมืองไทยมากกว่าเยอรมันนีตะวันตกไง หรือว่าไม่จริง" ในที่สุดทอมก็ยังเป็นทอมคนเดิมที่ชอบมีมุกแบบหน้าตายแบบนี้จนได้

"จริงสิ" วิทยิ้มออกมาได้ในที่สุด

"แล้วตกลงว่านายจะไปไหม ช่วงวันหยุดน่ะ"

"เอางี้นะ ... นายถามที่บ้านก่อนว่าจะขัดข้องหรือเปล่า ... ถ้าไม่ เราก็จะไป" วิทตอบแบ่งรับแบ่งสู้

"ได้สิ ... เรารู้ดีว่าพ่อแม่เราไม่มีปัญหาหรอก ... แต่เราจะถามให้"

อีก 3-4 วันต่อมา ทอมกลับมาบอกว่า หลังจากที่โทรคุยกับที่บ้านแล้ว ที่บ้านไม่ขัดข้องอะไร จึงขอเชิญให้วิทไปพักอยู่ด้วยในช่วงวันหยุดที่จะมาถึงนี้ ...

********************************************************************************

ps. สำหรับเรื่องหนุ่มลูกครึ่ง ... ในคืนนั้นไม่ปรากฏว่าไปเคาะห้องเจมส์ซึ่งอยู่ติดกับบล็อกติดกันและถึงก่อนห้องวิท หรือเคาะห้องอื่นใดในบล็อกนี้

pps. หลังจากวันนั้น วิทยังเดินสวนกับหนุ่มคนนี้อีกหลายครั้งใน U ... แต่ก็ไม่ได้ทักทายกัน ... และครั้งหนึ่งวิทเห็นหนุ่มคนนี้อยู่กับเพื่อนอีกหลายคนที่เป็นสมาชิกชมรม LGB (Lesbian Gay and Bisexual) ของมหา'ลัย

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 01 ตุลาคม 2552
Last Update : 2 ตุลาคม 2552 20:08:07 น.
Counter : 383 Pageviews.

1 comments
  

ทำไมไม่ไปเคาะห้องอื่นๆน้าาาาาาาาาาา
โดย: mecon (m_econ ) วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:21:52:21 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
ตุลาคม 2552

 
 
 
 
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
26
27
28
30
31
 
All Blog