บทที่ 11 เทศกาลอาหารนานาชาติ
เมื่อโชคชะตานำพาให้คน 4 คนที่มาจากคนละประเทศ มาอยู่ที่แห่งเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน ... และมาคบหาเป็นเพื่อนกัน ... ราณี จากเนปาล อายุมากที่สุด แต่งงานแล้วลูกสอง ช่างพูด เจ้ากี้เจ้าการ ... ทอม จากเยอรมันนี นักอนุรักษ์ิสิ่งแวดล้อม สบายๆเป็นกันเอง ... เจมส์ ท่าทางสุภาพ ถือตัวนิดๆแบบหนุ่มอังกฤษ แต่แอบมีมุมร้ายเล็กๆซ่อนอยู่ ... และวิท อายุน้อยสุด ค่อนข้างใจร้อน บางทีคิดมากแต่ไม่พูด แต่หลายทีที่คิดแล้วพูดออกไปเลย ...

เรามีกันอยู่ 4 คน ... เราเจอกันครั้งแรกในครัว และครัวก็เป็นที่ที่มิตรภาพของเราเิติบโตขึ้น ...

********************************************************************************

"คืนพรุ่งนี้พวกเธอว่างกันมั้ย?" ราณีถามขึ้นในคืนวันพฤหัสหนึ่ง ขณะที่พวกเรานั่งกินอาหารเย็นที่โต๊ะ ...

วันรุ่งขึ้นเป็นคืนวันศุกร์ ซึ่งถ้าเป็นนักศึกษาป.ตรีส่วนใหญ่ก็มักจะไปผับ บาร์ หรือไนท์คลับ ... แต่เนื่องจากเราทั้ง 4 คนเป็นนักศึกษาป.โท ซึ่งอาจจะไปผับบ้างในบางครั้งหรืออาจมีคนเชิญไปงานปาร์ตี้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ ... และส่วนใหญ่ก็จะอยู่กันที่หอพักและนั่งกินอาหารเย็นคุัยกันในครัวมากกว่า

"ว่างสิ ... ไม่มีใครวางแผนไปไหน ... มีอะไรเหรอ?" เจมส์ตอบหลังจากที่ถามคนที่เหลือเรียบร้อยแล้ว

"ฉันจะเชิญพวกเธอทั้ง 3 คนมาลองชิมอาหารเนปาลน่ะ"

"แต่เราก็เคยชิมอาหารของเธอแล้วนี่นา" วิทสงสัย หลายๆครั้งก่อนหน้านี้ราณีเคยแบ่งอาหารเย็นให้ลองชิมมาแล้ว

"นั่นมันอาหารธรรมดา พรุ่งนี้ฉันจะทำอาหารพิเศษเชียวนะ" ราณีว่า "สรุปว่าเรามีนัดกันแล้วนะพรุ่งนี้"

********************************************************************************

วันรุ่งขึ้น วิทเข้าไปในครัวเห็นราณีวุ่นวายอยู่กับการเตรียมอาหารตั้งแต่เย็น

"มีอะไรให้ช่วยมั้ย?" วิทถาม

"ไม่ต้องหรอก ... เธอเป็นแขกจะให้มาช่วยได้ยังไง" "เธอไปนั่งดูโทรทัศน์ที่ห้องก่อนแล้วค่อยกลับมาตอนทุ่มนึงนะ" ...

เมื่อวิทกลับไปในครัวอีกครั้งตอนใกล้เวลา ราณีทำอาหารจวนจะเสร็จแล้ว

"มีอะไรให้ช่วยมั้ย?" วิทถามซ้ำ

"เธอมาก็ดีแล้ว ช่วยคิดหน่อยว่าอาหารพอมั้ย ... มีข้าวและกับข้าว 2 อย่าง ... แต่ฉันอยากจะทำไข่เจียวเพิ่มอีกซักอย่าง" เมนูไข่เจียวเป็นสิ่งที่ราณีเคยเห็นวิททำมาก่อนและเคยชิมไปแล้ว ... และถึงแม้ว่าราณีจะรู้วิธีทำแต่ก็ขาดเครื่องปรุงสำคัญไปอย่างนึง "งั้นขอยืมน้ำปลาหน่อยนะ"

"ได้สิ ... แต่วันหลังต้องเอามาคืนด้วยนะ" วิทตอบขำๆ

และเมื่อได้เวลา แขกอีก 2 คนก็เดินออกจากห้องพักเข้ามาในครัว ราณีจัดแจงตักกับข้าวใส่จานกลาง ส่วนข้าวตักใส่จานส่งให้แต่ละคน

"เธอต้องช่วยอธิบายด้วยว่ามีอะำไรบ้าง" ทอมว่า

"นี่ข้าวบาสมาติ หุงแบบพิเศษเลยนะ ใส่นมสดกับลูกเกด"

"ข้าวบาสมาติ?" วิทสงสัย "มันเป็นยังไง?"

"อะไรเธอไม่รู้จักข้าวบาสมาิติเหรอ ... นี่เป็นข้าวที่่ดีที่สุดเลยนะ แพงที่สุดด้วย" ราณีตอบ เจมส์พยักหน้าสนับสนุน

"จริงเหรอ ... ไม่รู้จักข้าวนี้จริงๆนะ ... รู้แต่ว่าข้าวหอมมะลิน่ะเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก" วิทตอบอ่อยๆ ชัีกไม่ค่อยมั่นใจ

"ข้าวหอมมะลิอะไร ไม่รู้จัก ... ลองไปดูในซุปเปอร์มาร์เกตสิ ข้าวนี้แหละแพงที่สุด" ราณีสรุป

และก็เป็นจริงตามนั้น ... ข้าวที่มีขายในซุปเปอร์มาร์เกตทั่วๆไปก็จะมีหลักๆอยู่ 2 ชนิดคือข้าวอเมริกันซึ่งมีราคาถูก กับข้าวบาสมาติที่ราคาแพง ส่วนบางแห่งอาจมีข้าวหอมมะิลิขายซึ่งมีราคาอยู่ระหว่างข้าวทั้งสอง ... และถ้าไม่ยึดกับคติชาตินิยมมากจนเกินไป คงต้องยอมรับว่าข้าวบาสมาติ เมล็ดใหญ่กว่า หอมกว่า หุงขึ้นหม้อกว่า และแพงกว่าข้าวหอมมะลิจริงๆ ...

ข้่าวที่ราณีหุงในครั้งนี้ใส่น้ำนมลงไปด้วยทำให้หน้าตาเหมือนข้าวเหนียวเปียก แุุถมมีลููกเกดผสมลงไปด้วย วิทนึกถึงข้าวมธุปายาสคงมีหน้าตาคล้ายๆแบบนี้ ...

ส่วนกับข้าวมีำไก่ผัดเครื่องเทศ เน้นรสเค็มเป็นหลัก ... กับอีกจานเป็นผัดผักโขม (แช่แข็ง) ... และไข่เจียวแบบไทย ทอดโดยราณี บริจาคน้ำปลาโดยวิท

อาหารมื้อนั้นจบลงโดยที่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "อร่อยมาก" ... แต่ในเวลาต่อๆมา วิทก็ยังไม่เคยไปงานปาร์ตี้ที่ไหนที่แขกจะบอกว่าอาหารที่เจ้าภาพทำมานั้นไม่ "อร่อยมาก" เลยซักครั้งเดียว ...

และก่อนจบรายการในคืนนั้น วิทเลยเิชิญทุกคนมาลองชิมอาหารไทยในคืนวันรุ่งขึ้น ... และอาจเป็นด้วยเหตุนั้นเลยทำให้อีกสองคนที่เหลือเลยเิชิญมาชิมอาหาร (ที่ทำโดยคน) เยอรมันและอังกฤษบ้างในสัปดาห์ถัดไป ...

********************************************************************************

วันรุ่งขึ้นวิทจึงต้องเข้่าไปในเมืองเพื่อซื้อวัุตถุดิบมาทำอาหาร ... ในเมืองนี้มีร้านขายของชำของคนไทยอยู่แห่งหนึ่ง มีวัุตถุดิบจากเมืองไทยขายอยู่พอประมาณ แต่ราคาค่อนข้่างสูง ... วิทตัดสินใจซื้อพริกแกงเขียวหวานจากร้านนี้เพื่อกลับไปทำแกงเขียวหวานไก่ใส่หน่อไม้กระป๋อง ... ส่วนข้าว ... คงไม่ใช้ข้าวบาสมาติหรือข้าวหอมมะลิ เพราะฝีมือการหุงข้าวยังไม่เข้าขั้น ... ก็เลยใช้ข้าวอเมริกันเลี้ยงแขกไปก่อนก็แล้วกัน ...

บรรยากาศในวันนี้ก็เหมือนวันวาน ... ข้าวคนละจาน กับข้าวอยู่ตรงกลาง มีแกงเขียวหวานไก่ หมูทอดกระเทียมพริกไทย และไข่เจียว แต่วันนี้วิทแอบใส่หมูสับกับต้นหอมซอยลงไปด้วย ...

ระหว่างกำลังกินข้าวกันอยู่นั้น ประตูครัวก็เปิดออกและมีหนุ่มผิวดำซึ่งอยู่ห้องเยื้องๆกับครัวเิดินเข้ามาหาวิท

"วิท ... แม่นายมาแน่ะ เมื่อกี้เห็นไปเคาะที่ห้องแล้วนายไม่อยู่ ... ฉันก็เลยเข้ามาดูให้ ... ตอนนี้เค้ารออยู่หน้าห้องครัวนี่แหละ" นายผิวดำอธิบายครบถ้วนกระบวนความ แต่ว่า ...

"แม่เหรอ?!" วิทงงมาก จะเป็นไปได้ยังไงที่อยู่ดีๆแ่ม่จะบินมาจากเมืองไทยไม่บอกไม่กล่าว และมาเคาะประูตูหน้าห้องเขาได้ แต่ในที่สุดวิทก็ตั้งสติได้ "ขอบใจนะ ... จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ"

ที่หน้าห้องครัวมีผู้หญิงยืนอยู่สองคน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ส่วนอีกคนอายุน้อยกว่า ดูจะแ่ก่กว่าวิทซัก 4-5 ปี

"น้องคนไทยใช่มั้ย พี่ชื่อนกนะ" ผู้หญิงวัยกลางคนเริ่มขึ้น "ส่วนนี่กบ ... คงเป็นรุ่นพี่มั้ง"

"เอ่อ ... วิทครับ"

"พี่เคยคุยกับคนเนปาลที่อยู่ชั้นนี้" พี่กบพูดบ้าง

"ราณีน่ะเหรอครับ"

"ใช่ๆ ... เห็นเค้าบอกว่าชั้นนี้มีคนไทยอยู่ก็เลยแวะมา ... เมื่อกี้ไปเคาะที่ห้องแต่ไม่เจอ"

"อ๋อ พอดีกำลังจัดปาร์ตี้กันน่ะครับ ... ราณีก็อยู่ในนั้น เห็นเค้าเคยบอกเหมือนกันว่ามีคนไทยอยู่ข้างบน 3 คน"

"ก็มีพี่ ... แล้วก็พี่อีก 2 คน" พี่กบว่า "ส่วนพี่นกอยู่ที่ xxxxxxxxx" ชื่อนั้นเป็นหอพักอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ทางด้านหลังของ U ที่ค่าเช่าแพงกว่า มีห้องน้ำในตัว และเงียบสงบกว่า

"ครับ" วิทไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

"พี่ๆอยู่กันข้างบน น้องมีอะไรก็แวะขึ้นไปก็แล้วกัน" พี่กบสรุป "พี่ไม่กวนแล้ว น้องไปปาร์ตี้ต่อเถอะ"

********************************************************************************

หลังจากที่เจอพี่คนไทยสองคนในวัีนนั้น ... ชีวิตของวิทก็ดำเนินไปตามปกติเหมือนที่ผ่านมา ... จนกระทั่งวันเสาร์ถัดไป ก็เป็นคิวของทอมที่จะทำอาหาร (เยอรมัน) ให้เพื่อนๆลอง ...

เย็นวันนั้นวิทเข้าไปในครัวก่อนเวลาราวๆครึ่งชั่วโมง เห็นทอมกำลังต้มเส้นสปาเกตตี้อยู่ และกระทะอีกใบเตรียมไว้ พร้อมๆกับวัตถุดิบที่หั่นไว้เรียบร้อยแล้ว

"มีอะไรให้ช่วยมั้ย?" วิทถาม

"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว ... นายจะนั่งรอก่อนก็ได้นะ คุยกันไปพลางๆไงล่ะ" ทอมว่า ... ไม่ไล่ให้กลับห้องไปดูโทรทัศน์เหมือนราณี

และแล้วทอมก็ทำอาหารเสร็จก่อนเวลานัด วิทเลยอาสาไปเคาะห้องตามอีกสองคนที่เหลือ ... เมื่อทุกคนนั่งเรียบร้อย ทอมก็เอาอาหารมาเสริฟ ...

"อะไรเีนี่ย" ราณีอุทาน

"สปาเกตตี้คาร์โบนาราไงล่ะ" ทอมตอบ "นี่ก็สลัดผัก"

"นึกว่าจะทำอาหารเยอรมัน" เจมส์ว่า

"ฉันไม่เคยบอกว่าจะทำอาหารเยอรมันเลยนะ" ทอมตอบหน้าตาเฉย "อีกอย่าง พวกวัตถุดิบอะไรก็หาไม่ได้ด้วยแหละ"

"ไ่ม่เป็นไรหรอก ... ก็อาหารที่ทำโดยคนเยอรมันไง" วิทพูดขึ้นมาในที่สุด

ในระหว่างที่นั่งกินอาหารกันอยู่นั้นทอมก็พูดขึ้นว่า "วิท พรุ่งนี้เช้าอย่าลืมปรับนาฬิกาย้อนหลังไป 1 ชั่วโมงด้วยนะ"

"ปรับทำไม? ... นี่นายล้อเล่นอะไรเนี่ย"

"ใช่ๆ เกือบลืมเลย" เจมส์ยืนยัน ราณีพยักหน้ารับว่าจริง

"ก็ก่อนหน้านี้เราใช้เวลา British summer time (BST) ซึ่งเป็นเวลาช่วงหน้าร้อน มีการปรับนาฬิกาล่วงหน้าไป 1 ชั่วโมงจากเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) ทำให้ช่วงนั้นกว่าฟ้าจะมืดก็ดึกแล้ว และตอนค่ำก็เลยไม่ต้องเปิดไฟ ทำให้ประหยัดไฟฟ้าไงล่ะ" ทอมอธิบาย "ตอนนี้หมดหน้าร้อนแล้ว ก็ปรับนาฬิกากลับมาใช้ GMT ตามเิดิม เิริ่มต้นหลังเที่ยงคืนคืนนี้"

"พูดง่ายๆ ... เช้าวันพรุ่งนี้นายก็ได้เวลานอนเพิ่มขึ้นอีกชั่วโมงนึงไง" เจมส์บอก

"ดีจริงๆ"

********************************************************************************

สิ่งที่มาพร้อมกับการปรับเวลามาใช้ GMT ก็คือฟ้ามืดเร็วกว่าวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด ... และกลางวันก็ิเริ่มสั้นลงไปเรื่อยๆเมื่อเวลาเข้าใกล้ปลายปีเข้าไปทุกวัน ...

วันอาิทิตย์นี้เป็นวันที่นายเจมส์จะทำอาหารอังกฤษ และเป็นการสิ้นสุดสิ่งที่ราณีเรียกว่า "เทศกาลอาหารนานาชาติ" ...

เมื่อทุกคนเข้ามาในครัวตอนเย็นวันนั้น ไม่เห็นเจมส์ทำอะไรมากไปกว่าการต้มผักแช่แข็ง และเมื่อทุกคนมาพร้อมแล้วเจมส์จึงเอาอาหารออกมาจากเตาอบ เป็นอาหารสำเร็จรูปที่ใส่เข้าเตาอบตามเวลาที่กำหนดก็พร้อมเสริฟ ...

อาหารที่ว่าคือ salmon et croute ซึ่งเป็นเนื้อปลาแซลมอนห่ออยู่ในแป้งบาง เสริฟพร้อมกับผักต้ม ... และของหวานที่เป็นพายแอปเปิ้ลสำเร็จรูป ออกมาจากเตาอบเช่นเดียวกัน

คราวนี้แขกที่มางานจะพูดว่า "อร่อยมาก" ก็ได้ไม่เต็มปาก เพราะเจมส์ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากต้มผัก กับเอาอาหารใส่เตาอบเท่านั้นเอง

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 14 กันยายน 2552
Last Update : 15 กันยายน 2552 22:08:27 น.
Counter : 259 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
กันยายน 2552

 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog