บทที่ 2 ฉันจะบิน
สนามบินดอนเมือง

วิทยืนอยู่ท่ามกลางหมู่ญาติ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกโหลดไปแล้วตั้งแต่ตอนเช็คอิน แต่ยังเหลือกระเป๋าใบย่อมกับเป้สะพายหลังที่จะนำขึ้นไปบนเครื่องด้วย ความวุ่นวายค่อยๆสงบลงเมื่อมีเสียงประกาศให้ขึ้นเครื่องได้ วิทกล่าวลาทุกคนที่มาส่ง และเดินเข้าไปข้างใน ...

ระหว่างทางเดินไปยังเกทค่อนข้างเงียบเหงา มีคนที่เตรียมไปขึ้นเครื่องเดินอยู่ประปราย ... วิทออกเดินไปข้างหน้า ไม่หันหลังกลับมา ในใจคิดว่าวันพรุ่งนี้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ...

********************************************************************************

ในที่สุดวิทก็เดินเข้ามาในเครื่องจนถึงที่นั่งว่างที่อยู่ริมทางเดิน ที่นั่งถัดไปอีกสองที่มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว

"Hello" หนุ่มตี๋วัย 20 ต้นๆใส่แว่นกรอบบางที่นั่งอยู่ตรงกลางทัก ในขณะที่ฝรั่งอีกคนที่นั่งด้านในหันมายิ้มให้

"Hello" วิทตอบ นึกงงอยู่บ้างว่าทำไมคนไทยถึงจะต้องมาทักกันเป็นภาษาอังกฤษ จนกระทั่งได้พูดคุยกันจึงได้รู้ว่าชื่อ Woo เป็นชาวมาเลเซีย เรียนโทอยู่ที่ลอนดอน และกำลังจะบินกลับไปเรียน

นาย Woo ดูเป็นคนช่างพูด และดูจะอยากคุยกับคนประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าตาฝรั่งวัยกลางคนที่นั่งติดกัน แต่สุดท้ายหลังจากที่วิทไม่ค่อยตอบสนองเพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องจนต้องถามซ้ำบ่อยๆ และบางครั้งก็นึกคำพูดโต้ตอบไม่ออก นาย Woo ก็เอาหูฟังมาฟังเพลงหน้าตาเฉย ทิ้งให้วิทอยู่กับความคิดของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ...

********************************************************************************

"จะรับอะไรดีครับ" สจ็วตหนุ่มเข้ามารับออร์เดอร์อาหาร ด้วยน้ำเสียงแจ่มใส

วิทก้มดูในรายการอาหาร มีอาหารไทยและอาหารอิตาเลียน เลยเลือกสั่งบางอย่างจากรายการอาหารทั้งสอง

"คุณ ..." คุณสจ็วตชักสีหน้า น้ำเสียงเหยียดหยามชอบกล "อาหารที่นี่เค้าเสริฟเป็นชุด ... คุณจะรับชุด A หรือชุด B"

เขาหน้าชา แต่ในที่สุดก็กลั้นใจตอบไปว่า "เอาชุด B ก็แล้วกัน" ส่วนชุด B จะเป็นอะไร ตอนนั้้นก็ไม่สนแล้ว

และแล้ววิทก็ได้อาหารชุดอิตาเลียนรสชาติจืดๆเย็นๆมากิน

"เฮ้อ! กินเพื่ออยู่" เขาบอกกับตัวเอง "ก็คนไม่เคยขึ้นเครื่องบินนี่หว่า จะไปรู้ได้ยังไงว่าอาหารเสริฟเป็นชุด"

********************************************************************************

Heathrow Airport

หลังจากที่ใช้่เวลาบนเครื่องบินราว 12 ชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงสนามบินฮีทโธรว์ ชานกรุงลอนดอน ... ผู้โดยสารต่างทยอยเดินออกจากเครื่อง ผ่านบรรดาแอร์สาวที่มายืนส่งตรงหน้าประตู

วิทและนาย Woo เดินออกไปด้วยกัน หลังจากที่นาย Woo รู้ว่าวิทเพิ่งเคยมาต่างประเทศเป็นครั้งแรกเลยตั้งใจจะคอยช่วยเหลือ ... และเมื่อเดินมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองที่มีคนยืนเข้าคิวรออยู่แล้วเป็นแถวยาว ทั้งสองคนจึงแยกเข้าไปต่อแถวกันคนละช่องใกล้ๆกัน แต่เหมือนคนที่อยู่ในแถวที่วิทต่อคิวอยู่จะมีปัญหาเพราะถูกเจ้าหน้าที่ซักถามอยู่นาน ทำให้แถวข้างๆเคลื่อนไปได้เร็วกว่า และนาย Woo ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่ประเทศนี้อยู่แล้วจึงผ่านไปได้อย่างสบาย ในขณะที่วิทยังยืนรออยู่ในแถว ... ท้ายที่สุดนาย Woo หันมามองเหมือนจะถามว่าจะให้รอหรือเปล่า วิทเลยตัดสินใจโบกมือให้ ในที่สุดนาย Woo ก็หันมามองอีกครั้งก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกไป

เมื่อผ่านตรวจคนเข้าเมืองออกมาได้ วิทก็เดินลากกระเป๋าเดินทางใบโตที่ติดสติกเกอร์ A4 สีส้ม มืออีกข้างหนึ่งถือกระเป๋าใบย่อม และหลังสะพายเป้อย่างทุลักทุเล ออกมาเจอกับแถวของผู้คนที่มารอรับคนที่มากับเครื่องบิน สายตามองหาคนที่จะมารับ ซึ่งไม่รู้จักรูปร่างหน้าตา รู้อย่างเดียวว่าเป็นคนไทย

"น้องวิทยาหรือเปล่า" ชายวัยกลางคนผิวคล้ำคนหนึ่งก้าวออกมาจากแถวเข้ามาทัก

"ใช่ครับ สวัสดีครับ"

"มาพี่ช่วย" ว่าแล้วก็ดึงกระเป๋าไปย่อมไปช่วยถือ "รถพี่จอดอยู่ทางนี้" ชายคนนั้นเดินนำหน้าไป ปล่อยให้วิทเดินลากกระเป๋าตามมาแบบงงๆ

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 17 กรกฎาคม 2552
Last Update : 18 กรกฎาคม 2552 8:51:26 น.
Counter : 251 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
18
19
20
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
17 กรกฏาคม 2552
All Blog