บทที่ 64 ปีกหัก (iii)
เมื่อวิทกลับมาถึง "บ้าน" ทุกสิ่งทุกอย่างไม่แตกต่างไปจาก 2-3 วันก่อนหน้านี้ แต่ในใจของวิทตอนนี้ ความรู้สึกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ... วิททิ้งกายลงบนเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อยและเพลียใจเป็นที่สุด ปล่อยให้ภาพในความคิดของคืนวันที่ผ่านมากลับมาฉายในความทรงจำอีกครั้งหนึ่ง ...

"ความรักของ 'เรา' เริ่มต้นที่นี่ไม่ใช่หรือ? ..." วิทถามตัวเอง "เพียงแต่ว่าความรักของเจฟอาจจะจบลงไปแล้ว แต่ของวิทเล่า? ..."

"เราลืมของสำคัญอย่างหนึ่งไว้ที่นี่ ... ฝากนายช่วยดูแลให้ด้วยนะ" คำพูดของเจฟเมื่อครั้งที่มาค้างที่ห้องนี้คราวที่แล้ว หวนกลับมาอีกครั้ง ... แต่บัดนี้ของสำคัญนั้น ถูกเจ้าของทวงคืนไปอย่างไม่ใยดี ด้วยประโยคที่ว่า "เราเลิกกันเถอะ" ซึ่งยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมา เหมือนวิญญาณที่ไล่ตามหลอกหลอนในฝันร้าย ...

"ลาก่อน" ภาพของเจฟที่ยืนอยู่ที่ชานชลา พร้อมกับริมฝีปากที่เอ่ยคำพูดนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนรถไฟจะแยกชีวิตของทั้งสองออกจากกันไปคนละทิศทาง ...

********************************************************************************

พักใหญ่ต่อมาวิทจึงพอจะรวบรวมกำลังใจเดินลงไปข้างล่าง เพื่อซื้ออาหารมื้อเย็นจากภัตตาคารจีนที่ยังคงเปิดอยู่ ...

วิทแข็งใจบังคับตัวเองกินข้าวผัดไข่หน้าเป็ดย่างที่เคยเป็นอาหารโปรดไปได้เพียงครึ่งกล่อง ก็ำไม่รู้สึกอยากจะกินอะไรอีก ... ในนาทีนั้น ท่ามกลางจิตใจที่อ่อนแอและเหนื่อยล้า เขามองไปที่เครื่องโทรศัพท์บนโต๊ะคอมฯปลายเตียง แล้วตัดสินใจเดินไปกดหมายเลขเพื่อโทรออก ...

"สวัสดีครับ เจฟพูดครับ" เสียงปลายสายตอบกลับมา

"เจฟ ..." วิทพูดได้เพียงเท่านั้น ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

"อ้าววิทเหรอ ... ไม่นึกว่านายจะโทรมา ..." เจฟตอบมาด้วยน้ำเสียงปกติ เหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น "ถึงบ้านแล้วใช่มั้ย?"

"เจฟ ... นายเป็นยังไงบ้าง?" วิทถาม จริงๆแล้วเจฟน่าจะเป็นคนถามคำถามนี้กลับมากกว่า

"หลังจากที่ส่งนายขึ้นรถไฟไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้เลยตลอดทั้งบ่าย" เจฟถอนหายใจเบาๆ "เราก็เลยไปเดินเล่นที่ลำธาร" ... วิทนึกภาพทุ่งหญ้าริมลำธาร ที่เจฟเคยเล่าให้ฟังว่าชอบไปที่นั่นเวลามีเรื่องให้ขบคิด หรือไม่สบายใจ ... เจฟพูดต่อไปว่า "เรามั่นใจว่าเราตัดสินใจถูกแล้ว" ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้วิทเจ็บช้ำมากไปกว่าเดิม

ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้ามากั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง แต่แล้วในที่สุดวิทก็กลั้นใจถามกลับไปว่า "ตกลงว่านายได้บอกที่บ้านหรือเปล่า ... เอ่อ ... เรื่องของเรา"

"ตอนนี้เราไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดกับที่บ้านเรื่องนี้แล้ว จริงมั้ย?"

"เราแค่สงสัยว่า ... ถ้า ... เรา ... ไม่ใช่ ..." วิทพยายามเรียบเรียงคำถามในสมอง แต่แล้วก็พูดขึ้นมาใหม่ว่า "ถ้าเราเป็น ... เอ่อ ... คนอังกฤษ ... พ่อแม่นายอาจจะรับเรื่องนี้ได้มากขึ้น จริงหรือเปล่า?"

"ก็อาจจะมีส่วนช่วยบ้างนิดหน่อย ..." เจฟตอบมาในที่สุด "แต่ไม่ว่าจะยังไง พ่อแม่เราก็เป็นคนหัวโบราณ คงทำใจยอมรับเรื่องแบบนี้ได้ยาก"

ทั้งคู่เงียบไปอีกพักหนึ่ง ก่อนที่เจฟจะถามขึ้นมาลอยๆว่า "นายรู้สึกยังไงบ้าง"

"รู้สึกแย่มากๆ" วิทตอบด้วยน้ำเสียงขมขื่น "เราต้องกลับมาอยู่ที่นี่ ... อยู่กับอดีต ... นายจำได้ไม่ใช่หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่นี่?"

"จำได้สิ" เจฟตอบเบาๆ เหมือนคำถามนั้นทำให้เจฟสะเทือนใจขึ้นมา แต่แล้วเจฟก็ถอนหายใจแล้วพูดกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ที่มหา'ลัียของนายน่าจะมีบริการให้คำปรึกษา [Counselling Service] โดยนักจิตวิทยา ... ถ้านายยังรู้สึกไม่ดีลองไปคุยกับเค้าดู อาจจะช่วยได้"

วิทอึ้งไปกับคำพูดของเจฟที่แม้จะหวังดี แต่ก็เหมือนกับสายน้ำเชี่ยวกราด ที่ไหลเข้ามากระแทกจิตใจที่บาดเจ็บของวิทให้เจ็บปวดมากกว่าเดิม

"พรุ่งนี้เราจะกลับบ้าน" เจฟพูดขึ้นมาเื่มื่อเห็นวิทไม่ตอบอะไร "คงอยู่ที่โน่นอีกซักพักใหญ่" ซึ่งสำหรับวิทแล้ว นั่นหมายความว่า หลังจากนี้ไปก็อย่าโทรไปหาเจฟที่บ้าน เพราะพ่อแม่เจฟอาจจะสงสัยได้

"โอเค งั้นแค่นี้นะ" วิทตัดสินใจพูดหลังจากที่ความเงียบเข้ามาแทรกอีกระลอกหนึ่ง "ลาก่อน"

วิทวางสายไป พร้อมๆกับหัวใจที่มืดมน รู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในห้องที่ประตูถูกปิดตาย ทำให้มองไม่เห็นหนทางใดๆ ... แต่ประโยคหนึ่งจากภาพยนตร์ "Gone with the Wind" ดังแว่วมาในความทรงจำ "After all, tomorrow is another day." ... "ใช่สิ วันพรุ่งนี้ยังมี" วิทบอกกับตัวเอง ...

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 28 พฤษภาคม 2553
Last Update : 28 พฤษภาคม 2553 19:27:47 น.
Counter : 248 Pageviews.

3 comments
  
แวะมาทักทายค่ะ

ฝันดี
โดย: รักนายพีรพงศ์ (Girl_lov_Star ) วันที่: 3 มิถุนายน 2553 เวลา:1:49:02 น.
  
ใจร้ายหนักว่าเดิมอีกเฮ้อออออออออออ
โดย: mecon (m_econ ) วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:0:18:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
3
4
6
7
8
10
11
13
14
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
28 พฤษภาคม 2553
All Blog