บทที่ 63 ปีกหัก (ii)
เมื่อแตนพาวิทมาถึงห้องแล็บในมหา'ลัย ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน แตนมองไปยังห้องเล็กๆภายในห้องแล็บซึ่งเป็นห้องทำงานของอาจารย์ที่ปรึกษา พลางกระซิบบอกวิทว่า "วันนี้อาจารย์อยู่ พวกเราก็เลยยังไปไหนไม่ได้ ..."

แตนเคยเล่าให้่วิทฟังก่อนหน้านี้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของตัวเองนั้น แม้จะเป็นคนอังกฤษแต่ก็บริหารแล็บคล้ายๆกับระบบญี่ปุ่นกล่าวคือ ในตอนเช้านักศึกษาทุกคนจะต้องมาถึงห้องแล็บก่อนอาจารย์ และตอนเย็นจะยังกลับบ้านไม่ได้จนกว่าอาจารย์จะหิ้วกระเป๋าออกพ้นประตูไปเท่านั้น

วิทรู้สึกดีใจว่าอาจารย์ที่ปรึกษาที่เคยเจอมาทุกคนตั้งแต่เรียนปริญญาตรีมาจนถึงปัจจุบัน ล้วนเป็นคนที่ไม่เรื่องมากและให้อิสระในการทำงานเป็นอย่างดี ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ ด้วยสถานะของนักศึกษาที่ทำงานที่สถาบันวิจัย ซึ่งไม่ต้องนับชั่วโมงการทำงานเหมือนอย่างนักวิจัยคนอื่นๆแล้ว และไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษามาคอยจ้ำจี้จ้ำไชเหมือนอย่างพี่คนไทยที่รู้จักหลายคนซึ่งทำแล็บในมหา'ลัย ทำให้เขามีเสรีภาพในการทำงานและวางแผนงานวิจัยค่อนข้างมาก ... อาจารย์ที่ปรึกษาึจึงมีบทบาทในการให้ "คำปรึกษา" จริงๆ ส่วนงานด้านเทคนิคแล็บนั้นต้องเรียนรู้จากหนังสือ คู่มือ บทความวิจัย หรือนักวิจัยคนอื่นๆในแล็บเอาเอง ...

********************************************************************************

แตนให้วิทนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเอง และไปลากเก้าอี้อีกตัวหนึ่งมานั่งใกล้ๆ ในระหว่างที่คนในแล็บอีก 2-3 คนกำลังเดินไปเดินมาง่วนอยู่ ...

วิทชำเลืองไปทางห้องที่เป็นออฟฟิสของอาจารย์ที่ปรึกษา แล้วพูดเบาๆว่า "อาจารย์เธอจะไม่ว่าอะไรเหรอ?"

"เค้ายังไม่ออกมาจากห้องหรอก จนกว่าจะได้เวลากลับบ้านโน่นแหละ" แตนตอบ แล้วก็พูดต่อไปว่า "ไหนเล่าให้เราฟังหน่อยซิว่าเกิดอะไรขึ้น?"

วิทเล่าเรื่องพลิกความคาดหมายอันแสนเจ็บปวดที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนให้แตนฟังคร่าวๆ ... ทุกประโยคที่พูดออกไปดูเหมือนจะตอกย้ำรอยแผลในใจให้ปวดร้าวมากขึ้นกว่าเดิม ... หลังประโยคสุดท้าย วิทถอนหายใจยาว ก่อนจะนิ่งไป ...

"อ้าว ทำไมเป็นยังงั้นไปได้ ..." แตนอุทานหลังจากที่ฟังจบ "ไม่ได้มีเรื่องทะเลาะอะไรกันมาก่อนใช่มั้ย?" เสียงของแตนเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์ ซึ่งไม่แตกต่างอะไรจากความรู้สึกของวิทในตอนนี้

"ไ่ม่เคยทะเลาะกันมาก่อนเลย ถึงจะถูก" วิทย้ำ "อยู่ๆก็ ... อืม ... เป็นแบบนี้แหละ ..." วิทถอนหายใจอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะพูดต่อไปว่า "ตอนนี้เราสับสนมาก ทำอะไรไม่ถูกเลย ..."

"เอาอย่างนี้ ... วันนี้เธออย่าเพิ่งกลับเลย ค้างที่หอเราซักคืน แล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อไป" แตนตัดสินใจ

เท่าที่วิทรู้มา แตนพักอยู่ที่แฟลต 3 ห้องนอนใจกลางเมืองลอนดอน ที่แชร์กับแฟนคนไทยและพี่คนไทยอีก 1 คน โดยอยู่กันคนละห้อง ...

"แตนลองโทรถามแฟลตเมทเธอก่อนดีมั้ยว่าจะขัดข้องหรือเปล่า ... อยู่ๆมีใครก็ไม่รู้จะมาค้างด้วย" วิทเตือน แต่ใจจริงก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน เหมือนกับสมองตื้อไปหมด ... ตั้งแต่เมื่อคืนที่เจฟบอกให้ค้างเป็นคืนสุดท้ายและกลับในวันรุ่งขึ้น รวมถึงไปนั่งกินพิซซ่าเมื่อตอนสาย วิททำตามนั้นทุกอย่างเหมือนสุนัขเชื่องๆที่เจ้าของสั่งให้ทำอะไรก็ทำตามโดยไม่โต้แย้งขัดขืนใดๆ ... ทั้งๆที่วิทก็คงเป็นได้แค่สุนัขที่เจ้าของไม่ต้องการและกำลังจะเอาไปทิ้ง แต่ก็ยอมเชื่อฟังจนวินาทีสุดท้าย พร้อมๆกับหัวใจที่ค่อยๆแตกสลาย

แตนไปกดโทรศัพท์ และสนทนากับปลายสายอยู่ครู่หนึ่ง ... ในระหว่างที่วิทจมอยู่กับความสับสนของตัวเองเพียงลำพัีง ได้ยินเสียงแตนที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่เริ่มดังขึ้นและหงุดหงิด เหมือนกำลังทะเลาะกับใครบางคนอยู่ ... เมื่อแตนวางหูโทรศัพท์ลงก็หันกลับมาหาวิท ด้วยใบหน้าที่สับสนระคนกับความยุ่งยากใจ ...

"มีอะไรหรือเปล่า?" วิทถาม

"ไม่มีอะไรหรอก"

"แตน ... พูดมาเถอะ เรารู้ว่าต้อง 'มีอะไร' แน่นอน ไม่งั้นเธอคงไม่เป็นแบบนี้"

แตนกลับเป็นฝ่ายถอนหายใจ แล้วพูดเบาๆว่า "เราโทรไปบอกกับแฟน ว่าเราชวนเธอจะมาค้างที่หอคืนนี้ ..." แตนนิ่งไปพักหนึ่ง เหมือนชั่งใจว่าควรพูดต่อดีหรือไม่

"แล้ว?" วิทเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล แต่ก็เดาไม่ได้ว่าคืออะไร

แตนถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อว่า "เขาตอบกลับมาว่า ถ้า 'วิทยา' มาค้างที่นี่คืนนี้ ... พรุ่งนี้เราเลิกกัน"

"อ้าว ..." วิทอุทานด้วยความงุนงง เพราะเขากับแฟนของแตนคนนี้ ไม่รู้จักกันมากไปกว่าเคยได้ิยินชื่อของกันและกันเท่านั้น ... แม้ว่าในยามที่สมองปลอดโปร่งเขาก็อาจจะพยายามคาดเดาความหมายไปต่างๆนาๆ แต่ในยามนี้คงไม่ใช่ "เค้าบอกมั้ยว่าเพราะอะไร?"

แตนส่ายหน้าแทนคำตอบ ... "แต่เราไ่ม่สนใจ ... เราไม่ปล่อยให้เธอกลับไปในสภาพแบบนี้หรอก" แตนพูดขึ้นมาในที่สุด

"เธอบอกเค้าใช่มั้ยว่าเรากับเจฟเพิ่ง ..."

"บอกสิ ... เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเค้าทำไมเป็นแบบนี้"

"ช่างเถอะ ..." วิทถอนหายใจเหมือนพยายามปลงกับโชคชะตาตนเอง ในยามทุกข์ดูเหมือนจะมีแต่ความโชคร้ายประดังเข้ามาพร้อมๆกันจนราวกับจะไม่สิ้นสุด "เราว่าเรา 'กลับบ้าน' ดีกว่า ... แตนไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ถ้าเราไม่ไหวจริงๆเดี๋ยวเราโทรหา ... ที่โ่น่นก็ยังพอมีพี่คนไทยที่สนิทกันอีกหลายคน"

********************************************************************************

วิทไม่รู้ว่าตัวเองกลับมาถึงเมืองปลายทางได้อย่างไร ... เมื่อออกมาจากสถานีรถไฟ แม้ว่าจะเป็นเวลาค่ำที่ฟ้ายังมีแสงสลัว วิทหมดเรี่ยวแรงแม้แต่จะเดินไปที่ป้ายรถเมล์เชิงปราสาทใจกลางเมือง เพื่อรอขึ้นรถประจำทางกลับห้องพัก ซึ่งเป็นสิ่งที่วิททำทุกครั้งเมื่อกลับมาจากการไปช็อปปิ้งที่ลอนดอน และนี่เป็นครั้งแรกที่วิทต้องขึ้นแท็กซี่ที่จอดรออยู่หน้าสถานีกลับมาที่แฟลต ...

ทุกวันที่วิทกลับมาที่นี่ วิทไม่เคยสนใจอะไรมากไปกว่ารีบเดินขึ้นไปบนตึก และไขกุญแจเข้าไปในห้อง ... แต่ในคืนนี้ หลังจากที่วิทลงจากรถแท็กซี่ที่ป้ายรถเมล์ริมถนน วิทมองขึ้นไปที่แฟลตสองชั้นที่อยู่เหนือร้านค้าซึ่งรายล้อมซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้องของวิทยังคงมืดอยู่ แต่มีหลายห้ิองที่เปิดไฟและปิดผ้าม่านเรียบร้อย เหมือนนกที่กลับคืนรังเมื่อสิ้นสุดวันที่ยาวนานและเหน็ดเหนื่อย ... วิทก็คงไม่ต่างอะไรจากนกพวกนั้น เพียงแต่ว่า นกตัวนี้เป็นนกที่ปีกหัก ซึ่งพยายามฝ่ามรสุมร้ายเพื่อพยุงกายกลับมาให้ถึงรัง ...

"เรากลับมาถึง 'บ้าน' แล้ว" วิทถอนหายใจเบาๆ รวบรวมกำลังใจทั้งหมดที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน ...

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 19 พฤษภาคม 2553
Last Update : 19 พฤษภาคม 2553 13:08:25 น.
Counter : 208 Pageviews.

5 comments
  
เข้ามาทักทายคนแรกเลย
โดย: แตน IP: 58.8.87.95 วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:31:04 น.
  
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:27:57 น.
  
ดีใจนะ ที่คุณปลอดภัย... ^^

โดย: ToMMY IP: 118.175.88.228 วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:35:45 น.
  
T.T
ไม่นานความเศร้าจะจางหายไป
โดย: T.T IP: 180.180.41.187 วันที่: 21 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:01:11 น.
  
ในเวลาที่เศร้าที่สุดถ้าครอบครัวอยู่ด้วยใกล้ๆก็คงดีสิเนอะ
จะได้ระบายให้ใครฟังได้บ้าง...
โดย: mecon (m_econ ) วันที่: 10 มกราคม 2554 เวลา:0:15:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
3
4
6
7
8
10
11
13
14
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
19 พฤษภาคม 2553
All Blog