บทที่ 45 จะจบมั๊ยเนี่ย?
วิททำงานที่สถาบันวิจัยแห่งนี้มาได้หลายเดือนแล้ว โดยมีเวลาทั้งหมด 1 ปีเต็มที่จะต้องทำงานให้เสร็จ เขียนและแก้เล่มปริญญานิพนธ์ และสอบปากเปล่า ...

วิททำงานวิจัยเกี่ยวกับสารให้กลิ่นหอมซึ่งสร้างจากแบคทีเรียที่ใช้เป็นหัวเชื้อในการผลิตชีส ... โดยในแบคทีเรียนั้นมีสารตัีวกลางตัวหนึ่ง ซึ่งสามารถถูกเปลี่ยนไปเป็นสารต่างๆได้หลากหลาย ทั้งก๊าชคาร์บอนไดออกไซด์ กรดแลคติก แอลกอฮอล์ กรดอะซิติก และรวมทั้งสารกลิ่นหอมที่วิทสนใจนี้ด้วย ... ดังนั้นงานวิจัยจึงแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการหายีนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสารนี้โดยตรง และสร้างสายพันธุ์ที่มีการยับยั้งยีนชนิดอื่น เพื่อให้สารตัวกลางดังกล่าวถูกเปลี่ยนเป็นสารกลิ่นหอมมากขึ้น ...

********************************************************************************

มีนักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งเคยเขียนไว้ทำนองว่า "โชค" เป็นสิ่งที่สำัคัญมากในงานวิจัยทางพันธุวิศวกรรม ... ยกตัวอย่างง่ายๆว่า ถ้าซื้อล็อตเตอรี่ 1 ใบ โอกาสที่จะถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวก็คือ 1/100 ดังนั้นถ้าต้องการเพิ่มโอกาสถูกก็ต้องซื้อมากขึ้น เช่นถ้าซื้อ 10 ใบเฉพาะที่ลงท้ายด้วย 0 โอกาสก็เพิ่มเป็น 1/10 ...

ในทำนองเดียวกัน ถ้านำโครโมโซมของแบคทีเรียมาตัดให้เป็นชิ้นย่อยๆสัก 400 ชิ้น และมียีนที่เราสนใจอยู่บนชิ้นใดชิ้นหนึ่งในจำนวนนั้น ... ถ้าคนที่โชคดี เลือกชิ้นส่วนโครโมโซมมา 10 ชิ้นก็อาจจะเจอยีนนั้นได้ ... ส่วนคนที่โชคไม่ดี ต่อให้เลือกมา 200 ชิ้นก็อาจจะยังไม่เจอ ไม่ต่างอะไรจากคนซื้อล็อตเตอรี่เลขคู่ 50 ใบ แต่งวดนั้นดันออกเลขคี่ เป็นต้น ... ซึ่งการทำงานวิจัยส่วนแรกนี้ วิทจัดอยู่ในคนกลุ่มหลัง

วิทเหลือเวลาอีกราวๆ 2 เดือนก่อนจะจบปีการศึกษา แต่งานวิจัยส่วนแรกที่นั่งทำซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่ต้นปีก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เหมือนซื้อล็อตเตอรี่ครั้งละ 20 ใบมาหลายงวดแล้ว แต่ก็ไม่เคยถูกรางวัลเลขท้ายซักที ... ส่วนงานวิจัยส่วนที่สองก็ต้องอาศัยโชคคล้ายๆกัน คือในการทำให้แบคทีเรียกลายพันธุ์นั้น ถ้าโชคดีทำครั้งเดียวก็อาจจะได้เลย แต่บางคนอาจทำเป็นสิบรอบก็ยังไม่ได้ผล

********************************************************************************

วิทเข้าไปปรับทุกข์กับอาจารย์ที่ปรึกษา หลังจากที่มองไม่เห็นอนาคตตัวเองในอีก 2 เดือนข้างหน้าว่าจะไปในทิศทางไหน ...

"สมมุติว่า ... ถ้าเราทำแล้วได้ผลเป็นลบตลอด แต่ก็ถือว่าได้ทำงานไปมากแล้ว อย่างนี้พอจะจบได้มั้ยครับ?" วิทถาม หลังจากที่ถอดใจเรื่องงานวิจัยส่วนแรกไปแล้่ว เพราะทำมาหลายเดือนก็ยังไม่เจอยีนที่ต้องการเสียที

"อืม ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" ดร.ฮีธ ตอบ ซึ่งทำให้วิทใจแป้วลงไปยิ่งกว่าเดิมอีก "เอาน่า คุณยังเหลือส่วนที่สองอีกไม่ใช่หรือ"

"ใช่ครับ ... ตอนนี้กำลังทดสอบอยู่ ...พรุ่งนี้ก็รู้ผลว่าจะได้สายพันธุ์ที่เราต้องการหรือเปล่า ... แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องเริ่มใหม่อีก" วิทถอนหายใจ "ผมกลัวว่าจะได้ไม่ทันในเวลาที่เหลือ"

"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ส่วนแรกคุณก็พักไว้แค่นั้น แล้วมาโฟกัสเฉพาะส่วนที่สอง ... ส่วนในระหว่างนี้คุณก็เขียนปริญญานิพนธ์ไปพร้อมๆกันเลย" ดร.ฮีธแนะนำ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่วิทกำลังทำอยู่แล้ว "ไม่แน่หรอกนะ พรุ่งนี้คุณอาจจะได้ผลก็ได้"

"ผมว่าผมคงไม่โชคดีอย่างนั้นหรอกครับ ... ขนาดทำเรื่องแรกมาเป็นเดือนๆ ยังไม่ได้อะไรเลย"

"ของแบบนี้เราไม่มีทางรู้หรอก" อาจารย์ที่ปรึกษาิทิ้งท้าย ...

********************************************************************************

และราวปาฏิหารย์ ในวันรุ่งขึ้นผลการทดสอบเบื้องต้นก็ออกมาว่าวิทน่าจะได้สายพันธุ์ที่ต้องการจริงๆ ... หลังจากผลออกมาวิทจึงรีบวิ่งไปหา ดร.ฮีธ ทันที

"ได้แล้วครับ สายพันธุ์ที่เราต้องการ" วิทประกาศ พร้อมกับส่งภาพถ่ายรูปเจลที่ยืนยันผลดังกล่าวให้อาจารย์ที่ปรึกษาดู

"ดีใจด้วยนะ" ดร.ฮีธยิ้ม ท่าทางโล่งใจเช่นเดียวกัน "แต่ยังไงคุณก็ยังต้องทดสอบอีกสองขั้นตอนนะ ... คือยืนยันว่าสายพันธุ์ที่คุณได้เนี่ย มีการยับยั้งยีนนั้นจริงๆ และดูว่ามันมีการสร้างสารมากขึ้นจริงหรือเปล่า ... แต่ผมว่าถ้าเป็นแบบนี้คุณก็มีผลงานพอที่จะจบได้แล้วหละ"

"ขอบคุณมากๆครับ อย่างนี้ผมค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย"

********************************************************************************

การทดสอบสองอย่างหลังกินเวลาเพียง 3-4 วัน ... ในที่สุดวิทก็ได้สายพันธุ์ที่ต้องการจริงๆ และมีการสร้างสารนั้นมากขึ้นจริงตามที่ตั้งสมมุติฐานเอาไว้ ... ดังนั้นขั้นต่อไปจึงเป็นการเขียนและแก้ปริญญานิพนธ์ให้เสร็จโดยเร็วที่่สุด และส่งให้กรรมการสอบอ่าน หลังจากนั้นก็จะนัดวันสอบปากเปล่ากัน และจะต้องทำให้เสร็จก่อนสิ้นปีการศึกษา ...

แต่เนื่องจากวิทได้เขียนส่วนอื่นๆเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ก็เหลือแค่เพิ่มเติมส่วนที่เพิ่งได้ผลล่าสุดเข้าไป พร้อมกับเพิ่มวิจารณ์และสรุปผลในส่วนนี้เข้าไปเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้ใช้เวลานานเท่าไหร่

ทั้ง ดร.ฮีท และ ดร.แมทธิว ก็ดูเหมือนจะเข้าใจเงื่อนไขของเวลาที่เหลือไม่มากนัก ทั้งสองจึงอ่านและแก้ปริญญานิพนธ์ของวิทได้เสร็จภายในสัปดาห์เดียว ...

"คุณไปแก้ตามนี้ก็แล้วกัน ... เรียบร้อยแล้วก็พิมพ์ส่งมา 2 เล่มสำหรับส่งให้กรรมการสอบ 2 คนอ่าน ... ส่วนคุณก็ควรจะมีอีกเล่มหนึ่งไว้ติดมาตอนเข้าสอบปากเปล่า"

ในการสอบปากเปล่านั้น ระเบียบของมหา'ลัยคือต้องมีกรรมการสองคน คนหนึ่งเป็นกรรมการภายใน ซึ่งก็ึคือคนจากสถาบันหรือจาก U ก็ได้ ส่วนอีกคนจะต้องมาจากภายนอก

ดร.ฮีธ เป็นคนเลือกกรรมการสอบ โดยกรรมการภายในจะเป็น "ป้าแครอล" ซึ่งเป็นหญิงอังกฤษวัยกลางคนที่เป็นสมาชิกในกลุ่มวิจัยนี้ และวิทก็คุ้นเคยกับป้าในระดับหนึ่ง ... ส่วนกรรมการภายนอกเป็นอาจารย์จากมหา'ลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งมีประสบการณ์วิจัยทางด้านนี้มาหลายสิบปี และรู้จักมักคุ้นกับสมาชิกหลายคนในกลุ่มนี้เป็นอย่างดี

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 24 มีนาคม 2553 10:30:00 น.
Counter : 242 Pageviews.

2 comments
  
เหอะๆ


สู้น่ะค่ะ

เป้นกำลังใจให้ค่ะ
โดย: Girl_lov_Star วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:12:10:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
มีนาคม 2553

 
1
2
3
5
8
9
11
12
14
17
18
19
23
25
29
 
 
All Blog