บทที่ 78 เปลี่ยนอาจารย์ที่ปรึกษา
เช้าวันหนึ่งขณะที่วิทกำลังง่วนกับการเตรียมเจลสำหรับวิเคราะห์ DNA ... ดร.ฮีธ อาจารย์ที่ปรึกษา ก็เดินออกมาจากห้องทำงานที่อยู่ด้านใน และมายืนข้างๆวิทเหมือนมีเรื่องสำคัญ

"วิท ... ผมมีอะไรจะบอก" อาจารย์ที่ปรึกษาเริ่มขึ้น "ผมจะทำงานที่นี่ถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น ..."

"อ้าว!" วิทอึ้งไป เพราะเรื่องที่ได้ยินอยู่เหนือความคาดหมาย มือที่ถือฟลาสก์ใส่เจลหลอมเหลวค้างไปชั่วขณะ "ทำไมเหรอครับ?"

"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ... คุณรู้ใช่ไหมที่สถาบันตอนนี้กำลังมีการลดจำนวนนักวิจัย ..." ดร.ฮีธนิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนจะพยายามเรียบเรียงให้ิสิ่งที่จะพูดไม่ฟังดูแย่จนเกินไป "ก็มีการเปิดโอกาสให้คนที่ต้องการจะออกสมัคร และถ้าได้รับอนุมัติก็จะได้ค่าชดเชย ..."

วิทได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันว่าคนที่จะออกนั้นจะได้ค่าชดเชยเป็นเงินก้อนโต แต่ไม่เคยคิดแม้แต่น้อยว่าหนึ่งในนั้นคืออาจารย์ที่ปรึกษาของเขาเอง "แล้วคุณจะทำอะไรต่อไปล่ะครับ"

"ก็คงไปทำธุรกิจส่วนตัว"

"แล้วงานวิจัยของผมล่ะครับ" วิทเริ่มกังวล เพราะรู้มาว่านักศึกษาป.เอกบางคนที่เกิดเหตุการณ์คล้ายๆอย่างนี้ ถ้าไม่ย้ายสถาบันตามอาจารย์ก็ต้องเปลี่ยนอาจารย์ใหม่ ซึ่งอย่างหลังนี้มักจะเป็นการเริ่มต้นใหม่จากศูนย์เลยทีเดียว ... และซ้ำร้ายในกรณีนี้จะย้ายตามอาจารย์ก็ไม่ได้เสียด้วย

"คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น ... แมท ยังเป็นที่ปรึกษาหลัก [supervisor] ของคุณอยู่ ... พอผมไปแล้ว แมท คงทำเรื่องเสนอชื่อคนอื่นขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาร่วม [advisor] แทน" เมื่อวิทมีท่าทางโล่งอกมากขึ้น ดร.ฮีธจึงพูดต่อว่า "ส่วนงานวิจัยคุณก็ทำต่อไปให้เสร็จ ... ส่วนใหญ่คุณก็ทำงานด้วยตัวเองได้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ"

"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ" วิทตอบ แต่ในใจยังสับสนกับข่าวที่ไม่ได้คาดหมายเรื่องนี้ และถึงแม้ว่าในช่วงหลังๆนี้ ดร.ฮีธ ไม่ค่อยมีบทบาทในงานวิจัยของเขามากนัก แต่การที่ทำงานด้วยกันมานานนับปีก็ทำให้วิทอดใจหายไม่ได้ ...

********************************************************************************

ข่าวที่ได้รับรู้เมื่อตอนเช้าไม่เหมือนกับข่าวร้ายเรื่องที่ถูกตีพิมพ์ผลงานวิจัยตัดหน้าไปก่อนหน้านี้ ซึ่งครั้งนั้นวิทได้ทราบข่าวเป็นคนแรกๆรองจากอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสองคน ... แต่คราวนี้วิทค่อนข้างแน่ใจว่าสมาชิกหลายคนในแผนกรู้เรื่องนี้มาก่อนหน้าเขาเสียอีก เพราะในตอนสายของวันนั้นเอง ป้าแครอลเดินเข้ามาหาวิทที่โต๊ะทำงานพร้อมกับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลมาให้

"วิท ... เสร็จแล้วส่งต่อให้คนอื่นๆด้วยนะ" ป้าบอกเขาก่อนจะเดินจากไป

ในซองนั้นมีการ์ดขนาดค่อนข้างใหญ่ ซึ่งภายในมีคนเขียนอวยพร ดร.ฮีธ มาแล้ว 5-6 คนซึ่งก็คือป้าแครอลและสมาชิกในห้องแล็บเดียวกัน ... นอกจากนี้ยังมีซองจดหมายสีขาวอีกหนึ่งซองที่มีเหรียญและธนบัตรจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ ...

วิทหยิบการ์ดออกมากางดูอีกครั้ง แล้วเขียนลงไปว่า "ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง และขอให้โชคดี" ก่อนที่จะหยิบเงินใส่ซองขาว แล้่วรวมทุกอย่างใส่ซองเอกสารเพื่อส่งให้คนอื่นๆต่อไป ...

********************************************************************************

3-4 วันต่อมา ซองสีน้ำตาลนั้นก็กลับมาอยู่บนโต๊ะของวิทอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเขานำกลับไปให้ป้าแครอลก็ได้คำตอบว่า "เธอช่วยเอาเงินในซองนั่นไปซื้อของขวัญให้ฮีธด้วยแล้วกันนะ ... ในฐานะที่ฮีธเป็นที่ปรึกษาของเธอน่ะ"

"แล้วจะซื้ออะไรล่ะครับ"

"ก็แล้วแต่เธอ ..." ป้าแครอลตอบง่ายๆ

"วิท ... พวกเราเชื่อมั่นในรสนิยมของเธอนะ เลยมอบหมายหน้าที่อันสำคัญนี้ให้" เจ๊ที่ทำงานในห้องนี้ แซวมาจากหลังโต๊ะแล็บ

"งั้นวันนี้ผมคงต้องเลิกงานเร็วหน่อย จะได้มีเวลาเข้าเมืองไปหาซื้อของก่อนร้านปิด" วิทพูดยิ้มๆ

"เป็นความคิดที่ดี" ป้าแครอลบอก

********************************************************************************

บ่ายแก่ๆของวันนั้น วิทเข้ามาเดินหาซื้อของขวัญ ท่ามกลางร้านค้าในเมืองที่ค่อนข้างเงียบเหงาเนื่องจากเป็นวันทำงาน ... วิทใช้เวลาอยู่นานก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะของที่ดูดีมีรสนิยมก็มีราคาเกินกว่าเงินที่รวบรวมได้ ...

ระหว่างที่เดินเข้าออกร้านค้าต่างๆจนเกือบจะทั่วทั้งเมือง สายตาของวิทก็เหลือบไปเห็นร้านๆหนึ่ง วิทยืนอ่านป้ายที่ติดอยู่ด้านหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก็เหมือนมีอะไรมาดลใจให้ผลักประตูเข้าไปข้างใน ... และทันทีที่วิทเข้าไปในร้าน พนักงานต้อนรับที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหน้าประตูก็ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้ัม

"สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ"

"เอ่อ ... ผมจะมาเจาะหูฮะ"

********************************************************************************

วิทถูกพาให้มานั่งในห้องด้านใน ในขณะที่พนักงานที่เจาะหูกำลังเตรียมอุปกรณ์ต่างๆอยู่ ความรู้สึกเหมือนอยู่ในร้านหมอฟันมากกว่าร้านเสริมสวยราคาแพงที่มีบริการเจาะหู

"คุณเคยเจาะหูมาก่อนหรือเปล่า" พนักงานสาวคนนั้นถาม

"ไม่เคยฮะ ... อืม ว่าแต่เจ็บมากมั้ย"

"ไม่เจ็บหรอก ... คุณจะให้เจาะตรงไหนคะ" ว่าแล้วก็หยิบปากกาขึ้นมาเตรียมจะจุดตำแหน่งลงไป

"เอาข้างซ้ายข้างเดียวนะครับ ให้อยู่ตรงกลางพอดี"

"ได้ค่ะ ... แต่ว่าเจาะสองข้างหรือข้างเดียวก็ราคาเท่ากันนะคะ"

"ไม่เป็นไรฮะ ... แค่นั้นพอแล้ว"

หลังจากนั้นพนักงานก็ปล่อยให้วิทนั่งรออยู่ ในขณะที่เธอไปหยิบเครื่องมือที่คล้ายกับปืนที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว ... วิทได้แต่คิดในใจว่า "คิดผิดหรือเปล่าหว่า ... แต่จะถอนตัวตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้ว"

"ทำใจให้สบายนะคะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว" พนักงานสาวบอก เมื่อเห็นท่าทางของวิทที่ดูเกร็งจนเห็นได้ชัด ... ว่าแล้วก็นำปืนอันนั้นมาหนีบไว้ตรงหูของเขา

"เอ่อ ถ้าจะเจาะเมื่อไหร่ช่วยบอกด้วยนะครับ ขอทำใจนิดนึง"

"คุณเรียนที่มหา'ลัยหรือคะ" จู่ๆพนักงานคนนั้นก็ถามขึ้น ด้วยท่าทางสบายๆ

"ใช่ฮะ" วิทตอบแบบงงๆ

"คุณว่าเมืองนี้เป็นยังไง"

"ก็น่าอยู่ดีนะ เงียบสงบดี ..." และยังไม่ทันจบประโยค วิทก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาหนีบที่หู แต่ไม่ได้รู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมๆมาแทงให้ทะลุอย่างที่จินตนาการเอาไว้ตอนแรก

"เสร็จแล้วค่ะ" พนักงานสาวตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ ... ที่แท้การชวนคุยนั้นเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจ และกว่าวิทจะรู้ตัวก็เรียบร้อยไปแล้ว "ไม่เจ็บใช่มั้ย"

"ก็รู้สึกแปลกดี ... แต่ไม่น่ากลัวเหมือนที่คิดเอาไว้"

"คุณจะเจาะอีกข้างนึงมั้ย"

"เท่านี้ก็พอแล้วฮะ"

********************************************************************************

และแล้ววิทก็กลับมาอยู่บนถนนอีกครั้ง ในขณะที่เวลาดูเหมือนจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว และท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลงไปเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังไม่ได้ของที่อุตส่าห์โดดงานมาหาซื้อ ...

วิืทเริ่มลังเลว่าอาจจะต้องกลับมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น แต่ในเมื่อเขาเดินไปจนเกือบจะทั่วทั้งเมืองแล้วยังไม่ได้ของ ถ้ามาในวันต่อไปก็อาจจะเป็นแบบเดิมก็ได้ ... ทันใดนั้นสายตาของวิทก็ไปเจอกับร้านค้าแห่งหนึ่งที่ขายสินค้าท้องถิ่นซึ่งนักท่องเที่ยวอาจจะมาซื้อหาเป็นของที่ระลึก ... วิทมองสินค้าที่แขวนอยู่ที่ผนังพร้อมกับป้ายราคา ซึ่งจากงบประมาณที่มีอยู่ก็ซื้อได้พอดี

วิทเข้าไปพูดคุยกับลุงที่เป็นเจ้าของร้าน ไม่นานก็ยกของชิ้นนั้นจากผนังออกมาใส่ถุงใบโตให้ ...

"เอ่อ พอจะห่อของขวัญให้ได้มั้ยฮะ"

ลุงทำหน้าประหลาดใจ เพราะของชิ้นใหญ่ขนาดนี้คงไม่มีใครห่อของขวัญกัน แต่ก็เสนอว่า "ห่อกระดาษสีน้ำตาลใ้ห้ได้ครับ"

"งั้นก็ได้ครับ" วิทรีบตกลง เพราะถ้าจะต้องเิดินหาร้านที่มีบริการห่อของขวัญอีก คืนนี้คงไม่ได้กลับห้อง

********************************************************************************

วันที่มอบของขวัญให้ ดร.ฮีธ นั้นตรงกับวันประชุมกลุ่มซึ่งทุกคนจะอยู่กันพร้อมหน้า ... ในวันนั้น ดร.ฮีธ ก็จะมาเสนอผลงานเป็นครั้งสุดท้ายคู่กับนักวิจัยอีกคนหนึ่ง ...

เมื่อจบการประชุม ดร.แมทธิว ซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกก็นำของขวัญชิ้นโตห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล ที่วิทวางแอบไว้ด้านหลังห้องไปมอบให้พร้อมกับกล่าวคำอวยพรตามธรรมเนียมแบบไม่ค่อยมีพิธีรีตรอง ... วิทรู้สึกใจหายไม่ได้ แต่ก็ยังอุ่นใจที่อย่างไรเสีย ดร.แมทธิว ก็ยังคงเป็นที่ปรึกษาหลักอยู่ การแต่งตั้งคนอื่นขึ้นมาเป็นที่ปรึกษาร่วมจึงไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่ ...

เมื่อวิทกลับขึ้นมาที่ห้องแล็บ ดร.ฮีธ ที่เดินตามมาทีหลัง ก็แวะเข้ามาคุยกับวิท

"วิท ขอบคุณมากนะสำหรับรูปภาพที่เลือกมาให้"

ของชิ้นนั้นคือภาพวาดสีน้ำใส่กรอบ ซึ่งเป็นภาพวิวของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในบริเวณแถบนี้ เป็นภาพแ่ม่น้ำสายหนึ่งที่มีบ้านรูปทรงสวยงามเรียงรายอยู่ ท่ามกลางหมู่ไม้และท้องฟ้ายามเย็น

"ไม่เป็นไรครับ ... ดีใจที่คุณชอบ"

"และนี่เป็นของสำหรับคุณนะ" ว่าแล้วอาจารย์ที่ปรึกษาก็ยื่นกล่องขนาดเล็กสีบรอนซ์ส่งให้ ... วิทรับมาเปิดดู พบว่าภายในเป็นปากกาด้ามสีทอง

"ขอบคุณมากครับ ... ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง"

"โชคดีนะ" ดร.ฮีธบอก และนั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาและอาจารย์ที่ปรึกษาได้พูดคุยกัน เพราะหลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็ถึงวันสิ้นเดือน ซึ่งเป็นวันทำงานวันสุดท้าย และในวันรุ่งขึ้น ดร.ฮีธ ก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย ...

********************************************************************************

หลังจากที่ ดร.ฮีธ ลาออกไปจากสถาบันแห่งนี้เพียงไ่ม่กี่วัน วิทก็มีแขกมาหาถึงที่โต๊ะทำงาน ซึ่งก็คือ ดร.แฟรงค์ หนุ่มใหญ่วัย 40 ต้นๆ รูปร่างท้วม แต่มีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ ซึ่งเพิ่งย้ายมาทำงานที่สถาบันแห่งนี้ได้ไม่ถึงสองเดือน

"วิืท ... แมทบอกคุณหรือยัง" ดร.แฟรงค์เริ่มต้นด้วยประโยคนี้

"บอกอะไรหรือครับ" วิทสงสัย "ผมไม่ได้เจอแมทมาหลายวันแล้ว ..." ซึ่งวิทไม่อยากจะพูดต่อว่า ครั้งล่าสุดที่เจอก็คือวันที่มีประชุมกลุ่ม แต่ก็เพียงเท่านั้นและไม่ได้มีโอกาสพูดคุยอะไรกันเลย ...

"แมทตั้งผมเป็นที่ปรึกษาของคุณแทนฮีธ"

"อ้อ เหรอครับ ..."

และนั่นก็ทำให้วิทได้อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่แบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่ต่างจากตอนที่คนเก่าลาออกไป ส่วนการทำงานวิจัยก็ยังคงดำเนินต่อไปเช่นเดิม

สงวนลิขสิทธิ์บทความ ห้ามเผยแพร่ ทำซ้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร



Create Date : 06 มกราคม 2554
Last Update : 6 มกราคม 2554 18:51:27 น.
Counter : 313 Pageviews.

5 comments
  
สนุกดีครับ ไล่อ่านมาอาทิตย์นึงแล้วครับ
พอดีตั้งใจว่าจะไปเรียนต่อเหมือนกัน
แต่ไม่แน่ใจว่าอังกฤษหรืออเมริกาดี
ขอบคุณครับ
โดย: ผู้หวังร้าย IP: 110.169.140.30 วันที่: 6 มกราคม 2554 เวลา:20:50:42 น.
  
It's been a long time.
Happy New Year to you, your significant other & your family.
โดย: K IP: 208.96.210.36 วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:2:03:27 น.
  
@ คุณผู้หวังร้าย - โชคดีกับการตัดสินใจนะครับ
@ Khun K - Happy New Year to you too. Nice hearing from you again.
โดย: Historicus วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:11:49:29 น.
  
If anything I can bring you from the U.S., please let me know. I'm planning to visit my family this year.
Take care
โดย: K IP: 208.96.210.36 วันที่: 7 มกราคม 2554 เวลา:20:37:30 น.
  
Many thanks, Khun K. Take care,
โดย: Historicus วันที่: 8 มกราคม 2554 เวลา:23:53:48 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Historicus
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คุณพ่อลูกสอง (ตัว)
"Have mercy, O Lord, and strengthen all broken wings." Kahlil Gibran

free counters



Waltz in B minor, Op. 69, No. 2 by Frédéric Chopin
มกราคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog