กรกฏาคม 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อนที่อะมะโนะฮาชิดาเตะ
สวัสดีค่ะSmiley

พักทริปซากุระ14วันเอาไว้ก่อน 

แซงคิวบล๊อกอื่นๆมาเขียนทริปหน้าร้อนที่โอซาก้าก่อนค่ะ 

12/7/2557

วันนี้เราจะไปแก้ตัวกันอีกครั้งที่อะมะโนะฮาชิดาเตะ  (Amanohashidate) 
ซึ่งคนญี่ปุ่นเขายกย่องให้เป็น 1 ใน 3 จุดชมวิวที่สวยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น  
ถ้าใครจำได้เราเคยไปที่นี่มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
แต่วันนั้นฝนตกค่ะ เลยทำได้แค่เพียงขึ้นไปดูวิวสวยตรงสถานีเคเบิ้ลคาร์ที่อยู่ใกล้ๆกับสถานีรถไฟอะมะโนะฮาชิดาเตะ
ที่เรียกว่า อะมะโนะฮาชิดาเตะวิวแลนด์ 

ครั้งที่แล้วเกิดข้อผิดพลาดเลยไม่ได้ซื้อ Amanohashidate Pass (เข้าใจผิด) 
มาครั้งนี้เป็นไปตามแผนการทุกอย่างอย่างดีค่ะ

เราถือพาส Kansai Wide Area Pass 7200 เยนสามารถนั่งขบวน LTD Non-Reserved ได้

ดังนั้นการเดินทางจึงเริ่มต้นที่
เราไปขึ้นรถไฟขบวน LTD.EXP KONOTORI 3 (9.04) ชานชาลา 18 ที่สถานีชินโอซาก้า (เพราะว่าโรงแรมที่เราพักอยู่ใกล้สถานีนี้ที่สุด)แต่จะไปขึ้นขบวนนี้ที่สถานีโอซาก้าก็ได้เหมือนกันค่ะ หรือจะขึ้นขบวน Hashidate มาจากเกียวโตเลยก็แล้วแต่ใครจะเลือก 

พอ 10.44 ลงที่สถานี Fukuchiyama นั้นขบวน Hashidate 1 นั้นจอดรออยู่ชานชาลาใกล้ๆกันแล้วสะดวกมากค่ะ (สองนาทีนี่เหลือเฟือมากๆค่ะ) เจ้าหน้าที่รถไฟก็จะมาตรวจตั๋ว ถ้าคนไม่ซื้อ Amanohashidate Pass ก็จะเสียส่วนต่าง 770 เยน แต่เราบอกเจ้าหน้าที่รถไฟไปว่าจะซื้อ Amanohashidate Pass เจ้าหน้าที่บอกว่าเขาไม่มี ให้ไปซื้อที่สถานี ซึ่งระบบการรถไฟญี่ปุ่นเขาวางระบบมาเป็นอย่างดีคือเมื่อไปถึงทางออกคุณไม่มีตั๋วออก ยังไงคุณก็ต้องซื้อตั๋วอยู่แล้ว พอ 11.22 ถึงสถานี Amanohashidae ก็โชว์ Kansai wide area pass แล้วบอกต้องการซื้อ Amanohashidate Pass 1600 เยน (เฉพาะค่าตั๋วรถไปกลับเฉยๆตรงส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มก็ปาเข้าไป 1540 เยนแล้วดังนั้นถ้าตั้งใจจะมาเที่ยวที่นี่แนะนำขอให้ซื้อพาสนี้เลยค่ะ คุ้มมากๆ) 



ออกจากสถานีรถไฟอะมะโนะฮาชิดาเตะแล้วก็เดินมาทางขวามือข้ามถนนเลยค่ะ ผ่านเข้ามาทาง Chionji Temple ซึ่งสร้างตั้งแต่ยุคเฮอันอยู่ใกล้ๆกับท่าเรือเฟอรี่ 
(สนใจข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ต่างๆสามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ www.amanohashidate.jp/lang/en.html )




ต่อที่หนึ่งสามารใช้ขึ้นรถไฟตรงพื้นที่ส่วนต่างที่ว่าแล้ว จะใช้ขึ้นรถบัสบริเวณแถบนี้ก็ได้ (ด้านหลังพาสจะบอกรายละเอียดว่าใช้อะไรได้บ้าง) ต่อที่สอง สามารถใช้นั่งเรือเฟอรี่ชมนก ชมวิว รับลมเย็นๆข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้ เพียงโชว์พาสให้เจ้าหน้าที่ดูก็ขึ้นเรือโลดค่ะ 



ฝูงนกดูท่าจะคุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวมากๆเลยค่ะ ยืนนิ่งให้ถ่ายเลย (เค้าไม่มีอะไรให้ตะเองกินเลยนะ)



การล่องเรือเฟอรีในฤดูร้อนนี้ค่อยยังชั่วหน่อยค่ะ ถ้าเป็นฤดูอื่นคงจะหนาวมากเพราะลมแรง



นึกถึงภาพหน้าปกหนังสือของ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน



ลงจากเรือแล้วก็เดินตรงเข้าไปในศาลเจ้าที่เห็นนี้ได้เลยค่ะ Motoise Kono Shrine 
ศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีประวิติยาวนานและมีความสำคัญของภูมิภาคนี้ (Tango)



ศาลเจ้านี้ยังคงอนุรักษ์หลังคาแบบโบราณเอาไว้ได้อย่างดี
หลังจากขอพรกันที่ศาลเจ้าแล้วเราก็เดินออกไปทางด้านซ้ายผ่านเสาโทอิริสีส้มๆ 






ระหว่างทางมีร้านขายของที่ระลึก



คุ้มต่อที่สามคือสามารถใช้พาสนี้ขึ้น Chairlift ได้ด้วยค่ะ หรือจะเป็น Cable Car ก็ใช้ได้เช่นกันค่ะ แต่เราแนะนำว่าขึ้นแชร์ลิฟท์เลยค่ะ ไม่ต้องกลัวเลยนะคะ ปลอดภัยมากๆ (ปรกติเรากลัวความสูงค่ะ)



อากาศดี๊ดี ดอกไฮเดรนเยียก็กำลังบานสวย



ที่กล้าบอกว่าปลอดภัยก็เพราะเขามีตาข่ายรองรับไว้อย่างดีค่ะ 
หากมีเหตุฉุกเฉิน



พาสนี้สามารถใช้ขึ้นได้เฉพาะฝั่งนี้นะคะ เรียกว่าฝั่ง Kasamatsu Park ซึ่งจากจุดนี้เราสามารถต่อรถบัสเพื่อไปวัดชื่อดังอย่าง Nariaiji Temple แต่เราไม่ได้ไปวัดนี้ค่ะ 

เราว่าวิวจากมุมนี้ก็สวยไม่แพ้ทางฝั่ง Amanohashidate View Land 



มาที่นึ่ต้องก้มหัวดูแบบนี้ค่ะ ถึงจะเห็นเป็นสะพานไปสู่สวงสวรรค์
(ให้ดูภาพก้มหัวจากทั้งสองฝั่ง)
วันนี้แดดจัดภาพอาจจะสวยกว่าครั้งที่แล้วซึ่งวันนั้นฝนตก



ตรงนี้เหมือนกับเสี่ยงทายหรือเปล่าเราไม่แน่ใจนะคะ แต่ที่แน่คือ 3 อัน 200 เยน



แล้วต้องพยายามเหวี่ยงให้เข้าไปในวงกลมๆนั้นค่ะ
(ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมแล้วจะมาบอกอีกครั้งนะคะ)
แต่เจ้าวงกลมๆนี้ ถึงกับเอาไปเป็นสัญลักษณ์อยู่หน้าสถานีรถไฟเลย (อยากรู้จังว่าคืออะไร)



One of the most scenic spots of Japan 

สะพานไปสู่สรวงสวรรค์



หลังจากลงมาก็เดินตรงมาเรื่อยๆไม่กลับไปทางเก่าเจอซุปเปอร์มาร์เก็ตนี้
เราก็เข้าไปหาซื้อเสบียงเอาไปปิคนิกกันค่ะ



ยังไม่หมดกับอะมะโนะฮาชิดาเตะพาสค่ะ ต่อที่สี่ใช้เช่าจักรยานได้อีกค่ะ เริ่ดไหมล่ะคะ แหมะ แหม คุ้มจริงๆ 1600 เยนเท่านั้น เราก็เอาจักรยานจากตรงท่าเรือที่เราลงเมื่อกี๊นี้แหละค่ะ  เจ้าหน้าที่จะเก็บค่ามัดจำไว้ 1000 เยน ให้เวลา 2 ชั่วโมงค่ะ เมื่อเอาจักรยานไปคืนก็จะได้เงินคืน ( 2 คัน 1000 เยน) เราก็ปั่นข้ามแซนด์บาร์ไป ต้นสนเขียวครึ้ม อากาศและบรรยากาศดีสุดๆ



แวะทานมื้อกลางวันกันริมหาด นั่งพักผ่อนหย่อนใจ  ใครจะมาเล่นน้ำเราก็เห็นมีที่ล้างตัวด้วยนะคะ 
ลองปั่นดูทำเลก่อนก็ได้ค่ะ











ขนาดปั่นจักรยานเรายังว่าไกลเหมือนกัน แต่เห็นคนญี่ปุ่นบางคนเขาก็เดินกันนะคะก็ได้ไปอีกอารมณ์หนึ่ง



พอข้ามมาอีกฝั่งเราก็เอารถไปคืนที่ท่าเรือ เอากระดาษที่ฝั่งโน้นให้มายื่นให้เขา
เจ้าหน้าที่ก็คืน 1000 เยนกลับมาค่ะ



แวะเดินเที่ยววัดอีกนิดหน่อย



หน้าสถานีเจอเจ้าสัญลักษณ์นี้อีกครั้งขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก





ครั้งที่แล้วเคยนั่งเจ้ารถขบวนนี้มาแล้วค่ะ เป็นของบริษัท Tango Railway จอดทุกสถานีค่ะ
แต่เรารอไปขบวน Hashidate เพื่อลงที่ Fukuchiyama เพื่อเปลี่ยนไปขึ้นขบวน Konotori ไปลงที่ Osaka


เป็นการใช้ Amanohashidate Pass ครั้งสุดท้ายค่ะ คือไม่ต้องเสียค่ารถตรงส่วนต่างนี้อย่างที่ว่า



ปิดท้ายวันแห่งความสุขนี้ด้วยการไปกินเนื้อย่างอร่อยๆที่สถานี Tsuruhashi 
แถวนั้นเป็นแหล่งรวมร้านยากินิคุเนื้อย่างดีๆอร่อยๆเลยค่ะ เรากลับไปกินร้านเดิมค่ะ มาทานร้านนี้หลายรอบแล้ว สั่งจานเซ็ตมาก่อนเลยค่ะ 3800 เยน กิมจิ ข้าวเปล่าคนละถ้วย เนื้ออร่อยสุดๆ เบียร์สดอีกคนละแก้ว ตบด้วยคารุบี้อีกจาน ถ้าสนใจอยากกืนร้านนี้ก็สังเกตุร้านตามตัวหนังสือที่เราวงกลมไว้ด้านล่างนี้ค่ะ 
หรือ..เราเคยกินอีกร้านใกล้ๆกันที่มีรูปอี๊ดจังติดอยู่ก็อร่อยค่ะ




พบกันใหม่บล๊อกหน้านะคะสวัสดีค่ะ

Smiley




Create Date : 25 กรกฎาคม 2557
Last Update : 26 กรกฎาคม 2557 10:54:06 น.
Counter : 2395 Pageviews.

0 comments

hellojaae
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]



เขียนบล๊อกเพราะอยากเขียน อยากแบ่งปัน ใช้วิธีจิ้มดีดจึงมีผิดๆถูกๆ (แม้จะพยายามตรวจทวนทุกครั้ง) เป็นบล๊อกอนุรักษ์รูปแบบเดิมๆคือเขียนไล่เรียงลงมา เพราะทำรูปแบบอื่นไม่เป็น 555 ยังเขียนต่อไปเพราะเห็นว่าก็ยังมีคนหลงๆเข้ามาอ่าน 555 สวัสดีและขอขอบคุณทุกคนค่ะ
Website counter