มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
8
9
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เที่ยวญี่ปุ่น12วันวันที่แปดเช้าเย็นกินซูชิเจ้าดังเดินเที่ยวปราสาทฮิเมจิ
สวัสดีค่ะ 

วันนี้กลับมาเขียนบล๊อกตะลอนเที่ยวญี่ปุ่นต่อค่ะ เพราะจบทริป12วันนี้แล้วยังมีทริป 5 วันโอซาก้าเมื่อกลางเดือนมกราคมที่เพิ่งผ่านมานี้อีกค่ะ โฮ่ โฮ่ ไม่อยากดองไว้นาน (นี่ขนาดแม่คุณไม่อยากดองนะ Smiley

5 วันแรกเราตะลอนเที่ยวตอนเหนือของเกาะคิวชู โดยใช้ JR.Pass Northern Kyushu 5วัน 9000 เยนค่ะ  
คุมาโมโตะ - ภูเขาไฟอะโสะ - เบปปุ - ยุฟุอิน- นางาซากิ  

 4 วันต่อมา ใช้ JR.West Sanyo Area Pass ราคา 20000เยน ปักหลักนอนที่โอซาก้า 5 คืน
ใช้พาสนี้นั่งชินคันเซ็นเที่ยวแบบไปกลับโอซาก้าค่ะ
เริ่มจาก ฮิโรชิมาไปเกาะมิยาจิมะ ,โอคายามา ไปคุราชิกิ และวันนี้วันที่ 8 ไปเที่ยวปราสาทฮิเมจิค่ะ

28/11/2013 

เช้าเริ่มต้นด้วยการออกจากที่พักขึ้นรถไฟไปลงสถานี Noda (หรือ Tamagawaก็ได้ค่ะ ) เดินมุ่งหน้าไป Central Wholesale Market  เพื่อจะไปทานร้านซูชิอร่อยชื่อดังเก่าแก่แห่งเมืองโอซาก้าเอ็นโดะซูชิ (Endo Sushi) เปิดร้านอยู่บริเวณตลาดขายส่งปลาเปิดมานานหลายสิบปีค่ะ  ติดใจในความอร่อยและราคาที่รับได้ เจ้าของร้านน่ารักตัวเล็กๆ(แบบคนญี่ปุ่นเก่า)ใส่เกี๊ยะเดินไปมาในร้าน ไปสองครั้งสังเกตุว่าส่วนมากลูกค้าจะเป็นขาประจำรุ่นเก่าๆ กับนักท่องเที่ยวแบบเราค่ะ 



มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ โดยเมนูนี้ทางร้านจะจัดเป็นเซ็ทไว้แล้วขายเพลทละ 1050 เยนค่ะโดยที่ทางร้านจัดเป็นเซ็ทๆนี้จะมีหนึ่งคำที่เป็นโทโระค่ะ แต่ถ้าเราไม่เอาอะไรหรือเพิ่มอะไรราคาก็จะแตกต่างไปจากนี้ค่ะ หรือจะแยกสั่งต่างหากเป็นจานเล็กๆก็ได้ค่ะ ราคาแตกต่างกันไป  พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ  ซุปมิโสะที่นี่ก็เข้มข้นอร่อยอย่าพลาดที่จะลองชิมดูนะคะ เราสามคนจัดไปคนละสองเพลทค่ะ อร่อยมากๆค่ะ



หลังจากอิ่มและอร่อย ก็เดินสำรวจตลาดนิดหน่อยค่ะ ส่วนมากจะเป็นร้านที่เปิดไว้ขายคนที่มาแถวนั้นล่ะค่ะ



ร้านขายผลไม้ร้านนี้ก็กลายเป็นขาประจำกันไปล่ะค่ะ พี่คนขายผู้หญิงจำเราได้ด้วยอะ คุณแฟนชอบแอ๊ปเปิ้ลร้านนี้ค่ะ ช่วงที่ไปเป็นช่วงที่แอ๊ปเปิ้ลกำลังอร่อยร้านนี้ขายไม่แพงเพราะเป็นร้านขายส่งค่ะ  ซื้อกลับเมืองไทยยิ่งเหมาะยกลังไปเลย



เปรียบเทียบราคาจากร้านที่เคยซื้อๆมา ร้านนี้ราคาถูกกว่าทุกร้าน




ระหว่างเข้าคิวรอจองตั๋วชินคันเซ็นไปลงสถานีฮิเมจิค่ะ 
เจอกลุ่มนักเรียนเด็กเล็กๆมาทัศนศึกษาที่สถานีรถไฟ น่ารักจังค่ะ


พาสนี้นั่งชินคันเซ็นขบวนโนโซมิ (Nozomi)ได้ด้วยนะคะมาลงสถานีฮิเมจิเห็นถนนหน้าสถานีมุ่งตรงไปปราสาทฮิเมจิ ต้นแปะก๊วยใบกำลังเปลี่ยนสีเหลืองทองสวยมากๆค่ะ ยิ่งเวลาที่แดดออกสียิ่งเหลืองสวยๆมากที่สุดค่ะ



มีถนนให้เดินช้อปปิ้งอยู่บนถนนนี้ด้วยนะคะ



สามารถเดินเล่นไปได้เรื่อยๆค่ะไม่ถึงกับไกลมาก แต่ถ้าใครขี้เกียจเดินจะขึ้นรถรางจากหน้าสถานีก็มีค่ะ 



แต่ถ้ามาช่วงใบแปะก๊วยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสวยขนาดนี้ ยอมเดินดีกว่าค่ะ



ส่วนด้านในนอกรั้วปราสาทใบไม้กำลังเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงาม



ใบไม้เปลี่ยนสีที่ปราสาทฮิเมจิ Himeji Castle



ฮ่า ฮ่า ฮ่า เหตุผลที่ยอมให้เพื่อนคนนี้ร่วมทริปมาได้เพราะสั่งอะไรก็ทำ



เย้สวยจัง (มโนเอาค่ะ)...ปราสาทฮิเมจิ ปราสาทนกกระสาขาว ปราสาทที่ถือว่าสวยงามเป็น 1 ใน 3 ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอีก 2 ปราสาทคือปราสาทคุมาโมะโตะ ซึ่งเราไปมาแล้วเมื่อวันแรกและอีกแห่งคือปราสาทมัทสีโมะโตะ กำหนดการซ่อมแซมนี้จะเสร็จราวๆมีนาคม ปี2015 ค่ะ ไปตอนนี้เลยได้เพียงแต่ขึ้นลิฟท์ไปชมวิวจากด้านบนและวิดีโอการสาธิตวิธีการบูรณะซ่อมแซมปราสาทซึ่งน่าทึ่งมากๆค่ะ ไม่ควรพลาดเข้าชมค่ะ 



ตอนเดินลงมาเจอนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นหน้าตาใจดี เลยถามเขาว่า(ด้วยภาษาญี่ปุ่นระดับ N6 ของเรา) คุณว่าปราสาทไหนสวยอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น คำตอบเขาประทับใจจริงๆค่ะ เขาบอกว่าตอบยากจริงๆ เพราะถ้าจะให้ตอบว่าสีขาวหรือสีดำสวยกว่ากันนั้นตอบยากจริงๆ แต่ละปราสาทก็มีความสวยงามที่ต่างกันไป 



ใกล้ๆกับตัวปราสาทมีส่วนจัดแสดงคล้ายๆกับพิพิธภัณฑ์โชว์ส่วนประกอบต่างๆของปราสาท จำไม่ได้แล้วค่ะว่าเรียกว่าอะไร






สัญลักษณ์บนปราสาทที่สามารถบ่งบอกยุคสมัยได้











ช่วงนี้ปราสาทฮิมจิยังทำการซ่อมแซมอยู่ค่ะ แต่ก็สามารถเสียเงินเข้าชมเพิ่มอีก 200 เยนเพื่อเข้ามาดูด้านในและขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนได้ค่ะ ทำให้เห็นอาณาบริเวณโดยรอบปราสาทและแนวกำแพง



บริเวณสวนซึ่งถ้าเป็นช่วงซากุระบานคงจะสวยงามมาก



ช่องด้านบนซ้ายมือของปราสาทนั่นแหละค่ะ ที่เราเพิ่งขึ้นไป ประเทศญี่ปุ่นแม้แต่ช่วงที่กำลังบูรณะซ่อมแซม
ก็ทำดูเรียบร้อยปลอดภัย



บริเวณทางออกด้านหน้าปราสาทเจอคุณลุงคนหนึ่งมีแมวล้อมรอบอยู่หลายตัว 
ท่าทางคุณลุงจะรักเจ้าแมวพวกนี้มาก



เดินกลับไปยังสถานีฮิเมจิแล้วค่ะ



ตอนเย็นมาเดินเล่นที่ชินไซบาชิ เดินยาวมาถึงโดทง
โบริเลี้ยวตรงหัวมุมที่มีปูยักษ์ตัวใหญ่ที่คนมักยืนถ่ายรูปกันน่ะค่ะ เป็นร้านซูชิที่ราคาไม่แพง



มีเมนูภาษาอังกฤษ พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ ขอแนะนนำว่าให้ไปนั่งด้านในหน้าเชฟเลยค่ะ จะได้สั่งสะดวกๆเห็นขั้นตอนการทำ แต่ถ้านั่งด้านนอกใกล้ประตูแบบเราก็จะได้เห็นคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น ใครเดินเกาะแขนใครมา ญี่ปุ่นนี่คนไทยเยอะนะคะ



ตุ๊กตาตีกลองอยู่หน้าร้านเรียกลูกค้าเข้าร้าน ลูกค้าส่วนมากเดินมาถ่ายรูปด้วยแต่ไม่ค่อยมีใครเข้าร้านเลยอะค่ะ แต่ก็เป้นสัญลักษณ์เป็นสีสันของถนนเส้นนี้ค่ะ



เดินจนเพลียแล้วก็ขึ้นรถไฟกลับที่พักของเราค่ะ เราได้ที่พักที่ราคาถูกในโอซาก้าชื่อ For Leaves Inn Uehonmachi ห้าคืนจ่ายไป 7186 บาท ก็ถือว่าค่อนข้างถูกนะคะ เพราะเป็นห้องน้ำส่วนตัว ห้องก็โอเค ความสะอาดก็ใช้ได้ แต่อยู่มาทางย่าน Tennoji เราไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้วอะค่ะ เก้าโมงเช้าออก สามสี่ทุ่มก็เข้ามานอน เป็นแบบนี้ทุกวัน โรงแรมนี้รับเฉพาะเงินสดนคะ (ต้องเอาผ้าเช็ดตัวและเครื่องใช้ในห้องน้ำไปเองนะคะ) ที่ล็อบบี้มีกาแฟฟรีค่ะ ในห้องมีกาน้ำร้อน ฮีทเตอร์ โทรทัศน์ ค่ะ



วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ล่ะค่ะ จะรีบทยอยเขียนทริปที่เหลือให้จบภายในเร็ววันนะคะ

ขอบคุณอีกครั้งที่ร่วมติดตามนะคะ

สวัสดีค่ะ

Smiley



Create Date : 03 มีนาคม 2557
Last Update : 3 มีนาคม 2557 16:00:04 น.
Counter : 3848 Pageviews.

0 comments

hellojaae
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]



เขียนบล๊อกเพราะอยากเขียน อยากแบ่งปัน ใช้วิธีจิ้มดีดจึงมีผิดๆถูกๆ (แม้จะพยายามตรวจทวนทุกครั้ง) เป็นบล๊อกอนุรักษ์รูปแบบเดิมๆคือเขียนไล่เรียงลงมา เพราะทำรูปแบบอื่นไม่เป็น 555 ยังเขียนต่อไปเพราะเห็นว่าก็ยังมีคนหลงๆเข้ามาอ่าน 555 สวัสดีและขอขอบคุณทุกคนค่ะ
Website counter