มกราคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ตะลุย Sony Store [ภาคหูฟัง]
  พอดีน้องชายได้บอกกล่าวเล่าแจ้งมาว่า ทำสายหูฟังขาด (รุ่น xba-c10) ซึ่งก็เสียดายแทนมากๆ
ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าไม่สามารถซ่อมได้ (ซ่อมไปก็ไม่เหมือนเดิม) แต่ถ้าหูฟังแพงจริงๆ แนะนำให้ซ่อมนะ
แต่ต้องไปซ่อมข้างนอก เพราะทางศูนย์ไม่น่าจะมีช่างซ่อมให้มั้ง ขายอย่างเดียว
แต่เรื่องสายบอบบาง มันเป็นจุดอ่อนของรุ่นนี้อยู่แล้ว เพราะมันเป็นรุ่นที่ลดต้นทุนจาก xba-10
แต่เสียงของ Balance Armature ซีรีย์นี้แจ่มมากจริงๆ ขอบอกว่าใช้มานานมากเลย



ซึ่งผมที่ใช้ซีรีย์เดียวกับน้อง แต่เป็นรุ่นที่ดีกว่า (มีซัฟวูฟเฟอร์) ซึ่งก็เป็นจังหวะเหมาะเจาะที่จะเซลล์
ของเราให้น้องไปในราคาถวกๆ อิอิ เพื่อเอากองทุนไปเดินเล่นในโซนี่สโตร์หาตัวใหม่มาประดับข้างหู
เพื่อหาของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง



ของเดิมตระกูล XBA มีด้วยกัน 4 พี่น้อง ขนาดนี่จะเพิ่มตามจำนวนไดร์เวอร์ที่มี ของผมรุ่น 2 รู้สึกว่า
ขนาดพอได้นะ แต่สายหนัก!นิดนึง เข้าใจว่าอยากให้ทนทานแข็งแรงอ่ะนะ แต่ถ้าตัว xba 3-4 นี่น่าจะ
หนักทั้งไดร์เวอร์ทั้งสายเลย โดยส่วนตัวชอบไดร์เวอร์ที่มีขนาดเบา ชอบ c10 มากกว่าอีก 
แต่ก็ใช้รุ่นนี้เพราะว่า เสียงมันก็ดีกว่าแบบเห็นได้ชัดล่ะนะ (ตัว c10 ก็ดีนะ แต่นี้มันดีกว่า)



มาดูพระเอก ตัวที่แอบเล็งไว้มานาน พอมาดู อ้าวไม่มี Control จบเลย เพราะของเก่ามี Control ด้วย
(ที่แบบ กด 1 จึ้กหยุดเพลง กด 2 จึ้กเลื่อนเพลงไปข้างหน้า) แต่ตัวนี้ไม่มีพระเจ้าจอร์ช ปกติซีรีย์ xba
จะทำออกมา 2 แบบ คือรหัสที่มี IP กับไม่มี โดยค่า Control นี้ราคา 500! บาทเลยนะครับ แค่ปุ่มกดนี้



หน้าตาคอนโทรล มีปุ่นคอนโทรลอยู่ตรงกลาง และสามารถเพิ่มลดเสียงได้ ซึ่ง xba-100 มีราคาสูงถึง
3690 บาท แต่ไม่แถมคอนโทรล โอเคไม่เป็นไร ลองฟังเสียงดู อืมม ผิดหวังโคตรเลยว่ะ เสียงดีกว่า
xba 10 นะ xba 10 นี่มีฉายาว่า สามัญชนก็ลิ้มลองรสเทพได้ คือเสียงค่อนข้างดีมากเมื่อเทียบกับราคา
ประมาน 1800 บาท และ 2300 บาทสำหรับตัวที่มี Control 



แต่พอมาราคา 3700! คือร่ะ ถึงจะชอบไดร์เวอร์ บาล้านอามาเจอร์ขนาดไหน แต่การเอาของเก่ามา
เปลี่ยนบอดี้เป็นทองเหลือง อัพราคา 2 เท่า หรือว่าไป R&D กันใหม่ก็ไม่รู้นะ รุ่นเก่ามันมี 4 ตัวไง
ค่า R&D อาจจะหารกัน แต่อันนี้ออกมารุ่นเดียวโดดๆเลยแพง(รึเปล่า?)



แล้วคือของจริง ดูไม่สวยเหมือนหน้ากล่องอ่ะ (ในรูปนี่ยังสวยนะ) แต่ใครซื้อมาใช้นี่ เตรียมรับสภาพเลย
เพราะว่าบอดี้ข้างนอกน่าจะเป็นรอยง่ายกว่าพลาสติกอีก แต่ไปสืบมาเห็นว่าลดเหลือ 2690 ช่วงนึง
(ถ้าราคานี้ เหมาะสมที่จะจัดนะ) แต่ตอนนี้ที่ผมไปเด้งกลับมาปกติแล้วคือ 3690 ทำใจไม่ลง
ถ้าราคานี้ไปจับ xba-h1 (ไม่มีขายละ) หรือ xba-a1 น่าจะดีกว่ามากกก แต่ A1 ไม่ได้ลองฟังนะ
เพราะของหมด!!!



ลองมาดูหูฟังไดมานิคกันบ้าง รุ่นนี้อยู่มานานแล้ว Ex650AP ลองฟังดูแล้วเบสกลองกระแทกมาก่อนเลย
แต่รู้สึกว่าเสียงแหลมไม่ค่อยมาเลย  รู้สึกว่าเสียงร้องโดนกลบ แถมตัวไดรเวอร์ขนาด 12mm รู้สึกยัดหูลำบากนิดนึง 
ผมฟัง BA มาก่อน มันเน้นเสียงนักร้อง เวทีเสียงกว้าง พอฟังอันนี้แล้วอึดอัด รู้สึกไม่ไหว
ถ้าใครชอบแนวร้อคๆ ตึบๆๆ จะจัดก็ได้นะ แต่อยากแนะนำให้ดูตัวต่อไปก่อน



พระเอกของงาน คือดีงามมาก มี 4 สันให้เลือก แดง ดำ ชมพู-ม่วง(Magenta) เขียว-ฟ้า(Cyan) สีสันโดนใจวัยรุ่นมาก
มีหลายๆสีเหมือนหูฟังราคาถูก แต่ไม่ใช่!! แพงนะคร้าบบ ปกติจะเน้นสีขาว เทา ดำ แต่รุ่นนี้สีแนวดี

มันคือรุ่นต่อจาก 650 นั่นเอง แต่นี่คือ 750 พร้อมกับราคาที่เพิ่มขึ้น 500 แต่พอลองฟังเท่านั้นแหละ
อื้อหือ! ก็คล้ายๆกับ 650 แต่ พวกกลองเบส เบากว่า แต่เสียงกลางมาชัดขึ้น เห้ยมันใช่อ่ะ!!!
ผสมกันค่อนข้างลงตัวมาก เป็นไดนามิคไดร์เวอร์ของโซนี่ตัวแรกเลยที่ถูกใจ มันใกล้เคียง BA มาก
แถมไดร์เวอร์ก็เหลือขนาดแค่ 9 mm. นะ พอดีมาก ตัว 650 ขนาด 12 mm.

ตอนแรกก็ลังเลกะ 650 นะ แต่คุณจะจ่าย 2500 เพื่อมาเสียใจกับสิ่งที่ไม่ชอบ หรือจะยอมจ่าย
3000 แต่มีความสุขกับการฟังเพลง จะจัดสีเขียวอ่ะ แต่ไม่มีของเสียใจ เลยเอาสีม่วงมา



ที่สำคัญเลยคือหูฟังตัวนี้ แนวเสียงจะเป็นไปตามเพลงที่เราเปิด จากการ burn ก็คือเปิดเพลงไปเรื่อยๆอ่ะนะ
เหมือนเอาหูฟังมาเก็บเลเวล อิอิ พอ 99 ก็จุติ กลายเป็นหูฟังเทพ 555+ ไม่ขนาดนั้น แต่มันก็ดีขึ้นมากนะ

พอซื้อเสร็จพนักงานก็เข้ามาคุยด้วย จะแนะนำ นู่นนี่นั่น แหม่ ไม่แนะนำตั้งแต่ก่อนซื้อฟะ
ก็บ่นๆว่าเนี่ย ตั้งใจมาดู xba-100 แต่ผิดหวัง ไม่ถูกใจเลย แต่ตัวใหม่นี้โอเคเลยนะ เค้าก็บอกว่า
เรื่องเสียงเนี่ย มันนานาจิตตังนะ แล้วแต่คนชอบ

มันก็ใช่นะ แต่คุณตะภาพแต่ละอันมันไม่เท่ากันหรอก ไม่งั้นมันไม่มีหูฟังราคาตั้งแต่ตัวละ 30 บาท ไปยัน 20,000 บาทหรอก

โดยส่วนตัว พนง.บอกว่า เขาชอบตัว 9,900 ที่กำลังลดราคาอยู่ คิดว่าน่าจะหมายถึงตัวนี้นะ
ผมเห็นแล้วแหละ ก็ได้แต่ถ่ายรูปไว้เฉยๆ แต่ไม่กล้าลองฟัง เพราะไม่อยากเสียตัง
เป็นวิธีการละกิเลศแบบหนึ่งนะ หุหุ





Create Date : 03 มกราคม 2559
Last Update : 3 มกราคม 2559 20:03:45 น.
Counter : 410 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Tommy & Gina
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]