"เธอไม่จำเป็นต้องรักฉัน... แต่ฉันจำเป้นต้องรักเธอ"
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
30 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 
เมื่อน้ำข้าวบังเอิญ.....ท้อง...

หลังจากที่เพื่อนๆรู้จักเจ้าตัวแสบ "พี่แมม" กับพันระยาสุดสวย คือ "น้ำเข้าว" ไปแล้ว แนนก็จะมาบอกเพื่อนๆค่ะว่า ทำไมแนนถึงมีกระต่ายตัวที่สามตามมาอีก ทั้งๆที่ พี่แมม(ที่โคตรดื้อ) นั้น กับน้ำข้าวก็น่าจะพอแล้ว ก็สำหรับครอบครัวแนน

ก็เพราะว่าได้มีความบังเอิญบางอย่างเกิดขึ้น กับตัวของน้ำข้าว จริงๆ แนนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าน้ำข้าวรู้ตัวหรือปล่าว ว่าเกิดอะรขึ้นกับเธอ หรือบางทีเธออาจจะรู้ แต่ไม่ยอมบอกเราเอาเป็นว่า แนนกับเกียดไม่รู้หรอกค่ะ ว่าวันที่เธอมาอยู่กับเรา เธอพาลูกๆ (ในท้อง)ของเธอมาด้วย

เธอมาอยู่กับแนนที่บ้านได้สามวัน แนนก็เริ่มรู้สึกว่า น้ำข้าวผิดปกติ นั่งนึก นอนนึก เอๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่อนเกียดเอากระต่ายประสาท มาให้เราป่าวน๊า

จะไม่ให้แนนคิดแบบนั้นได้ยังไงกันคะ ในเมื่อวันดี คืนดี(ก็เธอมาได้สามวันพอดีอ่ะ ถ้าครบเจ้ดวันแล้วเธอแสดงพฤติกรรมนี่นะ แนนคงหยองงงงงง อ่ะ) เธอก็มาขโมยผ้าเช้ดหม้อของแนนไปแอบใว้ในกรง แนนเก็บออก น้ำข้าวก็ไปหามาใส่ใหม่ นอกเหนือจากผ้าเช้ดหม้อแล้ว คุณนายเธอเห็นอะไรขวางหน้าไม่ได้ค่ะ เธอคว้าไปใว้ในกรงท่าเดียวเลย ทั้ง กระดาษทิชชู่ ผ้าเช้ดครัว กระดาษหนังสือพิมพ์ เอาเป็นว่ากรงเธอวันนั้นเป็ศูนย์รวมทุกอย่างเหมือน เทสโก้ โลตัสเลยอ่ะ มอมแมมก้คง ประหลาดใจเหมือนกัน เพราะวันนั้น มอมแมมหนีน้ำข้าวไปนอนอยุ่คนเดียวที่ห้องน้ำ (พี่แมมคงนึก แม่ๆๆๆ ผมอยากเปลี่ยนเมีย แล้วฮับบบ)

หลังจากที่แนนเดินหยิบออกจากกรง น้ำข้าวเดินคาบเข้ากรง ปาไปครึ่งวันแล้ว แนนเริ่มเหนื่อยกับการเดินตามล่า เอาผ้าเช้ดหม้อคืน และก็เริ่มรำคาญกับพฤติกรรมอันแปลกประหลาดของกระต่ายตัวใหม่ เลยโทรบอกเกียดว่า "สามีจ๋า กรุณากลับด่วน เพราะถ้าคุณไม่กลับ จะต้องมีคนใดคนนึงประสาทแน่ๆ ไม่แนน ก็ น้ำข้าว "เกียดซึ่ง ตอนนั้น ยังมะเข้าใจอะไร ก็ตาลีตาเหลือกกลับบ้าน เพราะห่วงแนน(หรือกลัวเมียประสาทหว่า อิๆๆ)

เมื่อเกียดกลับมาบ้าน แนนก็เล่าให้เกียดฟัง พร้อมทั้งจับน้ำข้าวยัดใส่กรงไปแล้ว น้ำข้าวดูจะมีความสุขกับการจัดที่นอนของเธอ จากอุปกรณ์ที่เธอขโมยเรามาล้วนๆค่ะ คาบไปวางตรงนู้น ตรงนี้ โดยที่มีสายตาของเรา มองอย่าง โกรธเคือง โมโห และหงุดหงิด เพราะอยากได้ผ้าเช้ดหม้อคืน (แงงๆๆๆๆๆๆ ของเค้าน๊า)

เกียดกับแนนจึงตกลงกันว่า พาน้ำข้าวไปหาหมอดีกว่า จะได้รู้แล้วรู้แรดกันไป ว่าเป็นอะไรกันแน่ เมื่อถึงคลิกนิก หมอของพี่แมมนั่นแหล่ะ มาตรวจ หมอถามแนนว่า.... ดีใจไหม๊ จะได้เป็นย่าแล้วนะ แนนก็ งง ซิ่คะ หมอพูดไรหว่า..... คุณหมอที่แสนจะน่ารัก จึงบอกว่า ตอนนี้น้ำข้าวท้องแล้วน๊า (เอาแล้วซิ่ ซวยแล้วตรูรรรรรร)
น่าจะคลอดลูกอีกไม่เกินสามสี่วัน เกียดยังยืน งง เหมือนต้องคำสาป ไม่รุ้ด้วยความตกใจหรือดีใจ ถึงได้ยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งเลย

แนนดีใจนะ เพราะว่าแนนจะได้มีหลาน แต่คิดไป คิดมา .... คิดมา คิดไป เฮ้ยยยยยยยยยย
มะใช่หลายฉันอ่ะ น้ำข้าวมาอยู่กับแนนได้ไม่ถึงอาทิตย์ ท้องจนจะใกล้คลอดแล้ว เป็นปะมะได้ แน่ๆๆ และที่มากกว่านั้นคือ พี่แมม ทำหมันแล้วด้วยน๊า

เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงกระจ่างว่า ยังไง๊ ยังไง ก็ต้องโดนหนุ่มๆที่บ้านเก่า "ตะละลิดติ๊ดชึ่ง" มาแน่ๆ แต่ว่า.........ก็ดีเหมือนกันได้ของแถม หุๆๆๆ

ส่วนเกียด หลังจากอึ้งทึ่งไปแล้ว กลับจากคลิกนิก ก็โทรไปเฉ่งเพื่อนซ้า... เพราะว่าดันเอากระต่ายท้องแก่มาให้
เพื่อนเค้าก็น่ารักค่ะ บอกว่า คลอดแล้วก็เอาไปให้เค้าแล้วกัน ไม่เป็นไร สามีสุดเลิฟ บอกว่า มะให้หรอก แกให้ฉันแล้วก็ต้องเป็นของฉันดิ่ เหอๆๆๆ แนนดีใจนะนั่น แต่ แปลกใจสามี ทำไมถึงมะยอมให้เค้าไป มารู้ตอนหลัง เกียดบอกว่า น้ำข้าวเป็นกระต่ายพันธ์เล้ก กลัวว่าให้เค้าไปแล้ว เค้าจะเอาไปกิน (ฮี่โธ่ๆๆๆๆๆ ทำมาเป็นพ่อพระ เรารู้หรอกน่า ว่าตัวเองอยากได้กระต่ายน่ารัก แบบพี่แมมใว้ในครอบครอง คริๆๆๆ)

การที่น้ำข้าวขโมยผ้าไปใว้ในกรง แนนก็พึ่งรู้ว่าเป็นการกระทำของกระต่ายที่ใกล้คลอด น้ำข้าวต้องหาที่นอนให้ลุกของเธอนั่นเอง แนนเริ่มที่จะดูแลน้ำข้าวมากขึ้น หาผ้ามาวางใว้ให้ และคอยดูเผื่อเธอจะเจ้บท้อง.....

ช่วงเวลาที่น้ำข้าวใกล้คลอด เป็นเวลาที่แนนรุ้สึกว่า มีค่าที่สุด ที่ไม่สามารถจะหาดูได้จากที่ไหนอีกแล้ว สองวันก่อนคลอด น้ำข้าวถอนขนตัวเองไปปูเป็นที่นอนให้ลูกๆของเธอ ขนที่เธอถอน ตอนที่เธอเจ็บท้อง ทำให้แนนสงสารเธอจับใจ แต่เท่าที่ทำได้ คือให้กำลังใจเธอเท่านั้น น้ำข้าวถอนขนทีละกระจุก จากท้อง จากข้างลำตัว และ แขน พอขนเต้มปาก เธอก้จะค่อยๆๆ ปล่อยขนเหล่านั้นวางลงบนผ้าที่เธอทำเป็นฐานใว้ อย่างบรรจง
แนนทำได้แค่เฝ้าดู เเละคอยหาน้ำให้เธอกิน ดูเธอเพลียขึ้นกว่าเมื่อวานมาก แต่เธอก็ยังทำหน้าที่ของเธอ คือ ถอนขนต่อไป แถมด้วยการขโมยผ้าไปอีกหลายผืน

ในความรู้สึกของแนนและเกียดตอนนั้น บอกว่า... เธอเป็นแม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก....

และแล้วเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึง เมื่อถึงวันที่เธอเจ็บท้องนั่นเอง เธอนั่งๆ นอนๆๆ เหมือนกับคนไม่สบายตัว ขนที่ถูกถอนไปแล้ว เหลือรอยช้ำและจ้ำแดงๆขึ้นเต้มตัวของน้ำข้าว ร่องรอยของความเป็นแม่ เริ่มมีมากขึ้น ตามสัญชาติญาณที่ใกล้จะคลอด ทั้งแนนและเกียดต่างก็ตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกของเราสองคน ที่จะได้เห็นสิ่งมีชีวิต เกิดขึ้นตรงหน้า

น้ำข้าวค่อยๆๆคลอดลุกของเธอทีละตัว เธอคาบลูกที่คลอดแล้ว ใส่ใว้ในปุยขนของเธออย่างถนุถนอม เราเห็นลูกของเธอ สามตัว นอนดุ๊กดิ๊ก อยู่ในผ้าเช้ดหม้อ ที่มีปุยขนของน้ำข้าวกระจัดกระจายอยู่เต็มผืน น้ำข้าว อ่อนเพลียกับการคลอดลูกมาก เธอนั่งหลับ และจะลืมตาขึ้นมามองกองผ้าที่อยู่ตรงหน้าเป็นครั้งคราว แนนยังคงหาของให้น้ำข้าวกินเป็นระยะ เพราะดูเธอจะหิว เธอกินอะไรไม่ได้มากเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะเธอยังเพลียอยู่

เราสองคนดีใจมาก ที่เด็กๆมีมากถึงสามตัว เกียดจัดการซื้อกรงใหม่ และที่นอนใหม่ สำหรับเจ้าตัวเล้ก( โคตร เห่อ เลย อ่ะ )
เพราะเกียด บอกว่าเมื่อถึงวันที่ต้องแยกกรง เด็กๆจะได้มีที่นอนใหม่ และกรงใหม่อยู่

วันต่อมา เราสองคนตื่นแต่เช้าเพราะยังตื่นเต้นกับการเกิดของพวกเค้าอยู่ และแล้ว การตื่นเต้นในตอนเช้า ก้ต้องจากไปอย่างกระทันหัน เมื่อได้รู้ว่า น้ำข้าวเลี้ยงลุกไม่เป็น เพราะเด็กๆเป็นลูกคลอกแรกของเธอ เมื่อคืนหลังจากเราเข้านอน เธอเหยียบลุกตายไปสองตัว วันนี้จึงเหลือเด็กอยู่ตัวเดียว ดิ้นดุ๊ดดิกอยู่ในผืนผ้า

เราพยายามช่วยเหลือน้ำข้าวเวลาที่ต้องให้นมเจ้าตัวเล้ก และนอกเหนือเวลานั้น เราก็พยายามดูเธอมากขึ้น เพราะกลัวเธอจะไปเหยียบลูกอีก แนนแทบไม่ได้ นอนเลย เพราะมัวแต่กังวล (หน้าแนน เป้นหมีแพนด้าเลยอ่ะ ตางี้ โบ๋เชียะ สามีบอกถ้าเจอตอนกลางคืน วิ่งหนีแน่ กร้ากกกกกกกกก)
ทุอย่างดูเหมือนจะไปได้ดี แต่อยุ่ๆพอเจ้าตัวเล้กได้อาทิตย์นึง น้ำข้าวก้ไม่ยอมให้ลูกกินนมซะงั้น เจ้าตัวเล้ก ตัวเย็นลงเรื่อยๆ แนนเริ่มร้องให้แล้ว เพราะรู้ว่า เจ้าตัวเล้กจะต้องไม่อยู่กับเราแน่ๆๆ แนนพาเจ้าตัวเล้กไปหาหมอ หมอบอกว่า เค้ายังเล็กเกินไปที่จะกินนมจากขวด เราคงต้องปล่อยให้เค้าไปอยู่กับพี่ๆของเค้า (ที่ไปก่อนหน้านี้แล้ว.... )
เพราะเราทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้....

และแล้ว เจ้าตัวเล้กก็จากเราไปจริงๆ ซึ่งในตอนนั้น เจ้าตัวเล้กได้มีชื่อเเล้ว เราสองคนตั้งชื่อให้เค้าว่า "ถุงทอง"

เกียดซึ่งดูเหมือนกับแข็มแข็งมาก กลับร้องให้อย่างไม่มีเหตุผล จริงๆ แนนแต่อยากให้เค้าเติบโตมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแนน ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่แนนอยากทำให้เค้า และอยากให้เค้าได้เห็นมัน
แต่ในเมื่อเค้าจำเป็นต้องจากพวกเราไป.......

มันเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดที่ และเป็นเรื่องแรกที่เราสองคนได้เจอหลังจากแต่งงานกันมา
แนนเอา ถุงทอง ไปฝังรวมกับพี่ๆของเค้าในสวน แนนปลุกดอกไม้ใว้บนหลุมของเค้าด้วย และรดน้ำให้เกือบทุกวัน..
เรายังคิดถึงพวกเค้าเสมอ....

แนนหวังว่า พวกเค้าจะได้มาอยู่กับแนนอีก (หวังอีกแล้ว..... )ไม่ว่าจะด้วยฐานะอะไร เค้าจะเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแนนที่แนนได้มอบความรักให้ เหมือนที่พี่แมมและน้ำข้าวได้รับอย่างสม่ำเสมอ จากแนนและเกียด

การจากไปของถุงทอง และพี่ๆอีกสองตัว สร้างความบอบช้ำให้แนนกับเกียดมาก ทางภาวะจิตใจ
ทุกครั้งที่เราสองคนเห็นกรงอันใหม่ที่เราเตรียมใว้ให้เค้า
เราต่างก็มีน้ำตา ยิ่งเมื่อคิดถึงวันที่เค้าจะได้มาเป็นลูกของพี่แมม (ลูกเลี้ยงก็เถอะ) เป็นหลานของแนนและเกียด ยิ่งทำให้เราเสียใจมากขึ้น

เมื่อทนไม่ได้กับการสูญเสีย เราจึงมีเด็กๆตัวอื่นมาแทนเจ้าตัวเล้กที่จากไป
ที่มาของกระต่าย กรงที่เหลือค่ะ








Create Date : 30 กรกฎาคม 2549
Last Update : 7 มกราคม 2550 23:54:33 น. 1 comments
Counter : 157 Pageviews.

 
น่าสงสารจัง


โดย: เก๋จัง IP: 203.188.9.166 วันที่: 30 กรกฎาคม 2549 เวลา:14:02:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hasyfamillie
Location :
MOELLERSDORF Austria

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อย่าดูถูกความรักของฉัน....
เพราะในวันที่ผิดหวัง เธอลุกขึ้นยืนได้
เพราะความรักจากฉัน.... จำใว้


Friends' blogs
[Add hasyfamillie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.