มกราคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
บ้านไม้ชายคลอง ถ่ายทอดได้มากกว่าที่คุณคิด จะเรียกว่าวิจาร์ณหนังสือได้มั้ยนะ~*

จะเรียกว่าวิจารณ์หนังสือได้มั้ยนะ~*
จั่วหัวคราวนี้เอาซะดูดีมีสาระเชียวค่ะ แต่ก็นะใช้คำว่าวิจารณ์กันเลยทีเดียว
หลังจากเป็นแฟนคลับหนังสือนวนิยายวรรณกรรมทั้งแปลและไม่แปลมานาน
แล้ว เลยอยากจะแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกที่ได้อ่านมาสักหน่อย แต่ก็ใช้คำสวยๆคำหรูๆไม่เป็นอีก เลยเอาตามเลยละกันนะ รู้สึกเยี่ยงไร มีความคิดเห็นแบบไหน หนังสือให้ข้อคิดอะไร ขอเอามาบันทึกไว้บล๊อกนี้ก็แล้วกัน ในอนาคตเรากลับมาอ่านอย่างน้องเราก็ยังมีความประทับใจเหล่านี้เก็บไว้ให้นึกถึง


(ขออนุญาตินะคะ เอามาจากพี่กูเกิ้ลของเรานี่เอง น่าจะเป็นเว็บของนานมีบุ๊คค่ะ)


หนังสือที่จะพูดถึงคือเรื่อง "บ้านไม้ชายคลอง" เป็นนวนิยายสำหรับเยาวชน ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ของผลงานรางวัลแว่นแก้ว ปี2553 ผู้เขียนชื่อ คุณจันทรา รัศมีทองค่ะ หลังจากได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก็เกิดเหตุการณ์บ่อน้ำตาแตก ไม่ใช่เพราะว่าเรื่องมันเศร้าหรอกนะคะ โอเคเนื้อหามันสะท้อนความทุกข์ของคนกลุ่มหนึ่งได้ดีทำให้เนื้อเรื่องบางส่วนเศร้า เจ้าของบล๊อกถึงกับนอนน้ำตาไหลพรากประหนึ่งสูญเสียอะไรสักอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็ยังถ่ายทอดได้มากกว่าความเศร้าหรือสูญเสียนะคะ ผู้เขียนได้สอดแทรกทั้งความสุข ความสามัคคีของพี่น้อง ความอดทน ความขยัน และความเป็นอยู่ในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา ได้อย่างลงตัว


อย่างที่กล่าวไป บ้านไม้ชายคลองเรียบเรียงและถ่ายทอดเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตได้เป็นอย่างดี เหมือนกับว่าได้พาเราย้อนกลับไปเห็นเรื่องราวเหล่านั้นกับตาจริงๆ (แอบกระซิบบอกว่าเมื่อ30-40 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเจ้าของบล๊อกยังไม่เกิดเลยค่ะ ^^) มันก็ประทับใจตรงนี้แหละทำให้เรามองเห็นภาพในอดีตที่เราไม่เคยเห็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ นวนิยายเล่มนี้เขียนขึ้นในปัจจุบัน แต่เก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างเยอะ ทำให้คนรุ่นหลังเช่นข้าว ได้ทราบถึงความเป็นไปของสังคมสมัยก่อน มันแสดงให้เห็นถึงความเหมือนและความแตกต่างอย่างพิลึกว่าคนดีและคนไม่ดีมีอยู่ตั้งแต่ก่อนโน้นจนถึงปัจจุบันปะปนกันไป การพัฒนาของสังคมทางเทคโนโลยีที่เจริญพรวดๆ แตกต่างจากสมัยก่อนมากนัก ตัวผู้เขียนใช้สำนวนที่เขียนหรือคำพูดค่อนข้างอ่านง่าย เข้าใจง่าย ไม่ต้องแปลแล้วแปลอีกกว่าจะเข้าใจเหมือนหนังสือบางเล่ม ซึ่งมันก็ดีนะ หากเยาวชนมาอ่านก็จะได้ง่ายต่อการเข้าใจมากขึ้นไม่ยากเกินไปที่พวกเค้าจะเข้าใจเสียก่อน


อ๊าา า า า า~* พิมพ์เหนื่อยจัง เอาไว้เดี๋ยวค่อยกลับมาต่อละกันนะ^^


เอาละมาต่อกันดีกั่ว ฟิ้ว ว ววว


เนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่องของบ้านไม้ชายคลอง เป็นการดำเนินเรื่องที่ไม่น่าตื่นเต้นหรือแปลกประหลาดอัศจรรย์อะไรมากนัก ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้เรียบง่ายจนไม่มีรสชาติ เพราะผู้เขียนก็ยังสอดแทรกมุขตลกอารมณ์ขันไว้อยู่มาก เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของการใช้ชีวิตริมคลองที่ต้องปากกัดตีนถีบ ต่อสู้ดิ้นรนชีวิตเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว เพื่อปากท้องของหลายชีวิต
สภาพความเป็นอยู่ที่ต้องประหยัดและอดทนแต่ยังมีความสุขที่ค้นหาได้ง่าย ดังประโยคที่ว่า " ....ในห้องเช่าที่ใช้ข้างฝาร่วมกับเพื่อนบ้าน เต็มไปด้วยรอยแตกแยกของเนื้อไม้ ซึ่งพ่อต้องใช้กระดาษปฏิทินปิดทับไว้ ฝาบ้านของเราจึงเต็มไปด้วยรูปนางงามและรูปดารา เพราะมีรอยแตกแยกให้ต้องปิดทับมากมาย....." ข้อความเหล่านี้ อ่านๆไปมันก็ทำให้เราตระหนักในชีวิตได้เหมือนกันนะ ว่าการดำเนินชีวิตของเรามีแต่วัตถุวิ่งตามสิ่งที่อยู่นอกตัวกันวุ่นวาย มีอีกหลายครอบครัวไม่มีโอกาสแม้แต่จะคิดไขว่คว้าวัตถุที่ถูกใจ เพราะเงินทุกบาทต้องประหยัดถึงขีดสุดเพื่อทุกคนในครอบครัว พอพูดถึงครอบครัวแล้วข้าวก็นึกถึงผู้นำครอบครัวของเรื่องนี้ อย่าง เตี่ย ที่แม้จะจนก็ขวนขวายพยายามทำมาหากินเพื่อรับผิดชอบครอบครัวของเขา มันสะท้อนว่าความจนไม่ได้มีอุปสรรคต่อความรัก ความดี ที่มีต่อครอบครัวของเขา เตี่ยเป็นตัวแทนของพ่อได้ดี คำสอนของเตี่ยที่สอดแทรกอยู่ในเรื่องทำให้ใจคิดถึงพ่อของเราเองซะนี่ พ่อของเราเองคอยพร่ำสอนถึงสิ่งดีและไม่ดี ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อลูกที่สุดจะขี้เกียจ 55+ แต่ที่ประทับใจมากที่สุดที่เตี่ยบอกกับลูกสาวคนโตว่า " ....คนเราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ บางครั้งการพูดความจริงทั้งหมดก็เป็นอันตราย...." เหมือนกับที่พ่อคอยสอนเสมอเลย เพราะข้าวเองก็เป็นคนตรง แถมปากไวอีกตะหาก ประโยคนี้ไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ปีอีกกี่สมัย มันก็ยังเอามาใช้ได้อยู่เสมอ ซึ่งมันก็จริงเนอะ ^^
ตัวละครที่อยู่ในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเตี่ย ที่อดทนทำมาหากินขยันขันแข็ง แม่สายบัวที่แบกรับภาระทุกอย่าง พุดพี่สาวคนโต เสียสละได้ทุอย่าง เป็นเจ้าของคำนิยามที่ว่า เป็นพี่โดยจิตวิญญาณ ไม่ใช่แค่การเกิดก่อน (พออ่านปะโยคนี้ในเรื่อง ร้องไห้กระซิกๆเลย เพราะเราก็เป็นพี่คนโตแต่เราก็ทำไม่ได้อย่างพุดอ่ะ T^T ) สัก คนที่เล่าเรื่องราวได้น่าติดตามและแฝงความรักความศรัทธาต่อบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัว และบรรดาน้องๆที่มาช่วยเติมเต็มให้เรื่องราวมันสนุกมากขึ้น ตัวละครเหล่านี้ดำเนินชีวิตได้ราวกับมีตัวตนจริงๆ ให้ผู้ติดตามได้จินตนาการตามแต่ใจนึกสร้างความสนุกได้อย่างเต็มที่


สุดท้ายที่อยากจะพูดถึงคือประโยคเด็ดที่อยากให้คนในสังคมเมืองตอนนี้ได้อ่านมากที่สุดคือ "....ตอนเป็นเด็ก สิ่งเหล่านั้นดูธรรมดาจนน่าเบื่อ แต่พอโตขึ้นนึกอยากจะเห็นความงามง่ายเช่นนั้นอีก กลับกลายเป็นเรื่องบากเย็นไปแล้ว จึงได้แต่ขุดค้นหาสิ่งที่ผ่านมาจากความทรงจำในอดีต...."


....ใบข้าว....





(ขออนุญาตินะคะ เอามาจากพี่กูเกิ้ลของเรานี่เอง น่าจะเป็นเว็บของนานมีบุ๊คค่ะ)





Create Date : 11 มกราคม 2554
Last Update : 14 มกราคม 2554 18:39:15 น.
Counter : 1655 Pageviews.

3 comments
  
อ้าว..ยังไม่จบเหรอคะ

ก็เรียกว่ารีวิวหนังสือได้หละค่ะ แต่น่าจะเลือกกลุ่มบล็อกเป็นหนังสือมากกว่าแวดวงวรรณกรรมนะคะ

พื้นบล็อกน่ารักมากค่ะ ชอบ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:17:05:32 น.
  
ขอบคุณมากค่า
โดย: ข้าว (Meenneykoala ) วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:14:36:08 น.
  
อย่ากทราบประวัตินักเขียนค่ะ
โดย: รุจิรา IP: 49.48.241.32 วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:21:38:46 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

cherishchari
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]