space
space
space
<<
สิงหาคม 2560
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
5 สิงหาคม 2560
space
space
space

HARBIN TRIP : Recommend : 8 Days





**  Guideline สำหรับนักท่องเที่ยวสายฟรีซ  **


::  ทริปในแต่ละวันสามารถปรับเปลี่ยนได้ .. ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ (แต่แนะนำว่า .. ควรจัดทริปสกีไว้วันหลังๆ เพราะถ้าหากบังเอิญเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บในทริปสกีเเล้ว ท่านอาจจะไม่ได้เที่ยวอย่างเต็มที่ในทริปวันถัดๆไป)

::  จะให้เเบคเเพ็ค 100% อาจทำได้ยากหน่อย .. แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ ..

::  สายสกี ไม่ควรพลาด .. เล่นสกีราคาถูก แถมหนาวสะใจ .. ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรป ราคาเบาๆ .. เรียนเชิญที่ฮาร์บิน ..


::  ประเทศจีน แต่วัฒนธรรมผสมผสาน .. เมืองสวย โบสถ์งาม .. เบียร์อร่อย .. ป่าสนสไตล์ไซบีเรีย เหมือนหลุดเข้าไปในนาร์เนียยังไงยังงั้น .. เกล็ดหิมะสวยๆของแท้ มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า .. หิมะขาวสะอาดรอให้เกลือกกลิ้ง .. น้ำแข็งประดับไฟแกะสลัก อลังการระดับโลก .. เเละอีกหลายๆสิ่ง .. มาแล้วไม่ลื่น เหมือน " มาไม่ถึงฮาร์บิน " เด้ออออออ 555


v
v
วันแรก .. จาก +30 มา -30 !! 

:: มาให้ถึงฮาร์บินสักเที่ยงๆกำลังดี .. ออกมาฟ้าจะได้ยังไม่ทันมืด .. นั่งรถชมเมืองไปเรื่อยๆ ถึงที่พักฟ้ามืดพอดี หุหุ (บ่ายสามฟ้ามืด)

:: หากพักแถวๆ ถนนจงยาง จะสะดวกมาก .. แต่ราคาค่อนข้างสูง .. เดินทางไปไหนมาไหนในตัวเมืองค่อนข้างสะดวก .. อาหารการกินหาไม่ยาก .. ถือเป็นย่านท่องเที่ยว ดังนั้น ราคาการอุปโภคบริโภคจะสูงกว่าย่านอื่นพอสมควร


v
v
วันแรก .. จาก +30 มา -30 !! 

:: หากมาถึงฮาร์บินค่อนข้างเร็ว ฟ้ายังสว่าง .. แนะนำให้มาที่ย่านเมืองเก่า " เหล่า เต้า ไว่ (老道外) " .. จะได้เห็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของเมืองฮาร์บิน ซึ่งปัจจุบันได้ชำรุดทรุดโทรมไปมาก ทางการจึงให้ทุบทิ้งไปแล้วหลายจุด ..

:: ย่านนี้อาหารอร่อย มากกกกกกกก .. เปิดมาเป็นร้อยปี .. อยากให้ได้มาชิม


v
v
วันแรก .. จาก +30 มา -30 !! 

:: ย่านเมืองเก่า " เหล่า เต้า ไว่(老道外) " เมื่อฟ้ามืด .. บ่ายสามเป็นต้นไปฟ้าก็มืดแล้ว .. กินข้าวเสร็จ ออกมาเดินเล่นในโซนที่เค้าทำเป็นเขตอนุรักษ์และท่องเที่ยว .. ชมตึกเก่าสไตล์บาร็อค .. ย่านนี้ถึงแม้จะไม่คึกคักและคราคร่ำไปด้วยผู้คนเหมือนย่านถนนจงยาง .. แต่ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายฮาร์บินในอดีตได้ดีมาก ..


v
v
วันแรก .. จาก +30 มา -30 !! 

:: เก็บเป๋าเข้าที่พักเรียบร้อย นั่งรถมาเที่ยวเล่นย่านพิพิธภัณฑ์มณฑลเฮยหลงเจียง .. เป็นอีกย่านหนึ่งที่มีความสำคัญนับแต่ในอดีตจนมาถึงปัจจุบันของเมืองฮาร์บิน

:: ย่านนี้เป็นวงเวียนใหญ่ๆ .. มีตึกเก่าๆสวยๆและแหล่งช้อปปิ้งให้เดินเล่นถ่ายรูป


v
v
วันที่สอง .. เที่ยวในตัวเมือง

:: โบสถ์เซนต์โซเฟีย .. อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่ใครๆจะต้องมาเยี่ยมชม .. ด้านในจัดเเสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ ..

:: จากถนนจงยาง สามารถเดินมายังโบสถ์ได้ .. ไม่ไกล


v
v
วันที่สอง .. เที่ยวในตัวเมือง

:: เมืองใหม่ Qunli (群力新区) .. อยู่ไกลจากตัวเมือง(นับจากถนนจงยาง) พอสมควร .. ถ้าไม่นั่งรถเมล์ ก็ต้องนั่งเเท๊กซี่มา ..

:: ที่นี่เป็นเขตเมืองใหม่ที่สร้างขึ้นมาเมื่อไม่กี่ปีที่เเล้ว .. มีสิ่งปลูกสร้าง บ้านพักอาศัย แหล่งชอปปิ้ง ฯลฯ สร้างขึ้นใหม่ๆมากมาย .. และยังมีการสร้างสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่เปิดให้เข้าได้ฟรีอยู่หลายจุด ตลอดเเนวยาวของถนน .. มีประติมากรรมที่สร้างจากวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น ที่ใหญ่โตอลังการ .. ปัจจุบันนับเป็นอีกแลนด์มาร์คหนึ่งของชาวเมืองฮาร์บิน ที่จะมาพักผ่อนหย่อนใจกันในวันหยุด


v
v
วันที่สอง .. เที่ยวในตัวเมือง

:: เมืองใหม่ Qunli .. ในภาพเป็นตึกที่สร้างเป็นที่พักอาศัย ได้ข่าวว่าราคาแพงเลยทีเดียว ไม่รู้คนอยู่เต็มรึยัง !!


v
v
วันที่สอง .. เที่ยวในตัวเมือง

:: วัดขงจื้อ .. อยู่แนวรถไฟฟ้าใต้ดิน .. ลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน " Gongchengdaxue (工程大学)" ทางออก 3 .. เดินไปตามถนน 文庙街 ประมาณ 900 เมตรก็ถึงละ

:: มีเวลาก็เดินต่อไปจนถึง มหาวิทยาลัยวิศวกรรมฮาร์บิน (Harbin Engineering University).. ตั้งเเต่ 7 มค เป็นต้นไปจนถึงมีนา จะมีหิมะเเกะสลักให้ได้ชม (ที่คนไทยมาเเข่งแกะสลักหิมะเเล้วได้เเชมป์แทบจะทุกปี) ..

ปล. ในรูปไม่ใช่ภาพถ่ายในฤดูหนา


v
v
วันที่สาม .. เที่ยวในตัวเมือง " เกาะพระอาทิตย์ (太阳岛)"

:: ในแต่ละปีจะมีการจัดเทศกาลแกะสลักหิมะนานาชาติที่เกาะพระอาทิตย์แห่งนี้ .. สามารถเที่ยวชมงานได้ตั้งแต่ราวๆปลายเดือนธันวาคม ยาวต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคม .. หรือจนกว่าเค้าจะทำการทุบทิ้ง ..

:: ธีมในการแกะสลักนั้น จะเเตกต่างกันไปในเเต่ละปี .. โดยมีศิลปินนานาชาติจำนวนหลายร้อยชีวิตเข้าร่วมในการแกะสลัก สร้างประติมากรรมสวยๆให้เราได้ชมกันในทุกๆปี

:: สมัยก่อนๆ เรามักจะได้เห็นแค่การนำ " หิมะ " มาเข้าบล้อคพิมพ์ และถอดพิมพ์ออกมาแกะให้เป็นรูปเป็นร่างขนาดใหญ่เล็กต่างกันไป .. แต่เมื่อสักสองปีที่ผ่านมา เราจะเริ่มได้เห็นประติมากรรม " น้ำแข็ง " ได้ถูกสร้างขึ้นเช่นกัน .. และจัดว่าสวยงามมากๆๆๆ ไม่แพ้ในงานโคมน้ำแข็ง ซึ่งจัดอยู่อีกที่หนึ่ง(ไม่ไกลกัน) เลยด้วย ..

:: สรุปง่ายๆก้คือ --> งานหิมะที่เกาะพระอาทิตย์ คืองานเที่ยวกลางวันเป็นหลัก .. มาที่นี่สักช่วงสายๆเดินเที่ยว พักกินข้าว เดินเที่ยวต่อ ยาวๆไปจนถึงบ่ายสาม .. เค้าจะเริ่มเปิดไฟ .. ทำให้เห็นงานน้ำแข็งเมื่อตอนกลางวันในรูปแบบติดไฟสวยงามมากกกกกกก .. แล้วค่อยไปเที่ยวงานโคมน้ำแข็ง ซึ่งเป็นงานเที่ยวกลางคืนต่อเลย 
ในวันเดียวกัน .. วันนี้ใช้เวลา 1 วันเต็มๆ กับที่เที่ยวสองจุดนี้

**  จากเกาะพระอาทิตย์ไปยังสถานที่จัดงานโคมน้ำเเข็ง สามารถเดินทางได้โดยรถแท๊กซี่ หรือรถเมล์ท่องเที่ยวสาย 29 (29 路观光巴士) สังเกตง่ายๆจะเป็นรถเมล์สองชั้นสภาพสวยงาม แต่ปกติมันมักจะไม่ติดเลขสาย 29 ไว้ที่รถ .. คนพื้นที่ที่รู้ถึงจะขึ้นถูก .. ง่ายๆคือสังเกตรถสองชั้นเป็นหลัก เเล้วเคาะกระจกถามคนขับว่าใช่สาย 29 มั้ย ไปงานน้ำเเข็งรึป่าว .. ปกติรถจะรอจนผู้โดยสารมีมากจำนวนหนึ่งถึงจะออกรถ .. ใครที่ได้ภาษาจีน ลองถามๆคนเเถวนั้นดูตรงที่จอดรถ ถามถึงรถเมล์สาย 29 นะ .. ค่ารถคนละ 5 หยวน .. เป็นรถเมล์พิเศษสำหนับนักท่องเที่ยว  ** 

** ข้อควรคำนึง **

:: เตรียมอุปกรณ์กันหนาวแบบจัดเต็มที่สุด เพราะต้องหนาวยาวๆทั้งวัน .. ทนไม่ไหวให้เข้าไปหลบตามร้านค้า จุดพักนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ฯลฯ 

:: ลานกว้างๆที่เห็นในรูปนี้ เป็นน้ำแข็งทั้งหมด .. ก่อนลงตั้งสติดีดี รองเท้าเกาะพื้นหน่อยจะดีมาก เดินบนน้ำแข็งที่ลื่นมากๆๆ ด้วยความระมัดระวัง


v
v
วันที่สาม .. เที่ยวในตัวเมือง " เกาะพระอาทิตย์ (太阳岛)"

:: ประติมากรรมหิมะแกะสลักขนาดใหญ่ .. ตั้งอยู่จุดในสุด ที่รถรางที่วิ่งบนเกาะนี้จะพาเราวิ่งมาจนสุดสายที่นี่ ..

:: สำหรับคนที่มีเวลามากๆ เข้ามาตั้งแต่เช้าๆ และเตรียมตัวรับความหนาวมาเป็นอย่างดี .. สามารถค่อยๆเดินมาจากปากทางเข้า เเล้วเดินเล่นถ่ายรูปมาเรื่อยๆ จนมาถึงสุดทางก้จะเจอกับ " ประติมากรรมชิ้นเอก" ที่ตั้งอยู่ตรงนี้ .. หลายๆคนมาไม่ถึงตรงนี้ค่ะ .. เพราะว่ากว่าจะเดินจากปากทางเข้ามามันไกลมากพอสมควร แล้วก้หนาวจนถอดใจเดินกลับไปทางเดิมแล้วออกจากงานไปเลย.. น่าเสียดายมากค่ะ ..(ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจีนค่ะที่เป็นแบบนี้ คนไทยเราสู้ตายยย ฮ่าๆๆ)

:: ข้อแนะนำคือ เดินจากปากทางเข้ามาสักระยะนึงแล้ว .. ท่านสามารถเรียกรถรางที่มีวิ่งบริการอยู่ภายในเกาะได้ (20¥/ท่าน) .. รถจะพาวิ่งมาเรื่อยๆ จนสุดปลายทาง จะลงที่จุดประติมากรรมชิ้นเอกตรงนี้ค่ะ .. จะมีงานแกะสลักชิ้นใหญ่ๆๆๆมากๆๆๆตั้งตระหง่านอยู่ (บอกไม่ได้ว่าจะแกะเป็นรูปอะไร .. เพราะต่างกันไปในทุกปีค่ะ) .. เมื่อท่านได้มาถึงปลายทางตรงนี้แล้ว .. ท่านจะต้องใช้เวลากับโซนนี้ไปมากอย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว .. อยู่ยาวๆหนาวก็พัก ของกินเล่นมีขายในอาคารจุดพัก .. รอจนบ่ายสามฟ้าเริ่มมืด ค่อยๆเดินออกมาดูงานที่เค้าติดไฟค่ะ สวยมาก .. แล้วนั่งรถราง (20¥) กลับออกมาค่ะ .. หรือจะค่อยๆเดินกลับออกมาก็ได้



v
v
วันที่สาม .. เที่ยวในตัวเมือง " เกาะพระอาทิตย์ (太阳岛)"

:: ในภาพเป็นเวลาประมาณสี่โมงเย็น .. ฟ้าเริ่มมืด .. เค้าเริ่มเปิดไฟตามสถานที่ต่างๆ .. แอบมีความร้อง " อู้วววหูวววว " เบาๆ !! .. บรรยากาศและความรู้สึกมันค่อนข้างจะเเตกต่างไปจากเมื่อช่วงเช้าสายบ่าย ที่เราได้เห็นอย่างชัดเจน .. เมื่อกลางวัน มันยังคงเป็นประติมากรรมหิมะสีขาวสะอาด ก้อนน้ำแข็งใสไร้สี .. แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นก้อนน้ำเเข็งพร้อมไฟหลากสี สะท้อนตัดกับพื้นน้ำเเข็งเงาวับ .. สวยค่ะสวยมากด้วย .. 


v
v
วันที่สาม .. เที่ยวในตัวเมือง " เทศกาลโคมไฟน้ำเเข็ง(冰雪大世界)"

:: การเดินทางมายังงานโคมน้ำเเข็งนั้น มีวิธีการเดินทางมามากมายหลายยยยยวิธี ! .. ขึ้นอยู่กับท่านจะเลือกทางไหน ?! .. จะง่ายเงินไปแพงเท่าไหร่ ! .. จะโดนหลอกอะไรหรือไม่ ! 


:: อธิบายแบบนี้ดีกว่า ..

1. ถ้าเรามาจากเกาะพระอาทิตย์ (คือเที่ยวงานแกะสลักหิมะเสร็จเเล้ว หารถมาจากเกาะพระอาทิตย์)

:: นิยมที่สุด --> นั่งแท๊กซี่ .. แท๊กซี่จะให้เราเหมารถ คิดค่ารถเป็นรายหัว .. ถ้าเรามากันน้อย ก็สามารถรอ นทท คนอื่นมาสมทบ เเล้วหารเฉลี่ยค่ารถไปด้วยกัน มันก็จะถูกขึ้น (แท๊กซี่จีน นั่งสี่คนนะ) .. เเต่ถ้าขี้เกียจรอ อาจต้องจ่ายเเพงหน่อย .. 

:: นิยมรองลงมา --> ขึ้นรถตู้เล็ก (นั่งประมาณ 6-7 คน) .. ปกติรูปแบบนี้จะทำโดยพวกทัวร์(เถื่อนไม่เถื่อนไม่รู้ แต่เราก็ไปนะ .. แล้วก็ไปถึงที่งานทุกครั้งอย่างปลอดภัย .. แต่เรามักเป็นคนเดียวที่รู้ภาษาจีน และรู้การทำงานของพวกนี้พอสมควร .. เราต้องจดจำหน้าของคนที่พาเรามาให้ดี เดินตามอย่าให้คลาดสายตา .. เพราะอาจถูกเทได้ทุกเมื่อ) .. รถตู้พวกนี้จะขายที่นั่งในรถให้เราพร้อมตั๋วค่าเข้างานโคมน้ำเเข็ง .. มักจะบอกว่า ค่ารถฟรีพร้อมตั๋วเข้างาน หรือไม่ก็ค่ารถ 10 Y/คน พร้อมตั๋วเข้างาน  (บัตรเข้างานราคา 330 Y /คน).. แต่ตั๋วที่ขายโดยรถตู้พวกนี้ จะเป็นตั๋วพิเศษ(กรุ๊ปทัวร์) .. ซึ่งต่างจากตั๋วหน้างานทั่วๆไป .. เมื่อเราได้รับตั๋วเรียบร้อย ต้องเดินตามตาคนที่พาเรามาอย่างกระชั้นชิด อย่าให้เค้าหนีเราไปไหนละกัน .. เพราะเงินเราก็จ่ายค่าตั๋วเรียบร้อยเเล้ว .. เเต่ถ้าหาตัวคนพามาไม่เจอ เราก็เข้างานไม่ได้ค่ะ .. เพราะมันจะมีทางเข้าพิเศษเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งจะเเยกจากตั๋วหน้างานช่องทางเข้าปกติ .. เคยมีเคส นทท จ่ายเงินเรียบร้อย ทั้งคนพาทั้งตั๋วหายจ้อยยยย .. 

:: นิยมน้อยสุด (คงเพราะคนรู้น้อย) --> ขึ้นรถเมล์ท่องเที่ยวสาย 29 .. ค่ารถ 5 หยวน .. ดีเเละปลอดภัย เเต่ต้องรอคนเต็มรถหรือรอคนจำนวนหนึ่งรถถึงจะออก 

2. ถ้าเรามาจากในตัวเมือง (ย่านถนนจงยาง) .. สามารถเรียกแท๊กซี่มาได้เลย สะดวกสุด (ค่ารถอาจเเพงหน่อย) หรือ ซื้อตั๋วกรุ๊ปทัวร์พร้อมขึ้นรถฟรี จากถนนจงยาง (มักจะมีคนเร่ขายตั๋วไปงานน้ำแข็งตามถนนจงยาง) .. เเต่วิธีหลังก็อาจเสี่ยงในการโดนเท อีกเช่นเคย .. 

** สำหรับขากลับเข้าเมืองฮาร์บิน ** 

:: แนะนำให้มองหารถเมล์ท่องเที่ยวสาย 29 เพราะราคาถูกที่สุด .. แต่รถนี่มันช่างหายากหาเย็นซะจริงๆ .. ถ้าโชคดีก็จะหาเจอ ฮ่าๆๆๆ .. แต่สุดท้ายมันหนาวจนรอไม่ไหว .. ใจมันสั่งให้รีบมองหารถเหมา ที่จะพาเรากลับที่พักให้เร็วที่สุด .. รถเหมาก็จะเข้ามาถามๆเราว่าจะไปไหน .. สิ่งที่เราต้องทำคือ ต่อราคาให้ได้ถูกที่สุด และเลือกรถที่ขนาดใหญ่พอกะจำนวนคนของกรุ๊ปเรา (บางทีมากันห้าหกคน ก็ให้เรานั่งอัดกันเป็นปลาป๋องในรถคันเล็กๆ ซึ่งผิดกฎหมาย บรรทุกคนเกินกำหนด .. ทำให้คนขับรถพาเราหลบตำรวจ .. เเล้วก็อาจจอดส่งเราไกลจากจุดที่เราต้องการ เพื่อเลี่ยงการพบเจอกับตำรวจ)  .. ถ้าเรามากันน้อย ก็สามารถถาม นทท คนอื่น ชวนกันมาหารเฉลี่ยค่าเเท๊กซี่ได้ เพราะต่างคนต่างหนาว เวลานั้นคือขอเเค่ให้ขึ้นรถเหอะ อะไรก็เอาหมด ฮ่าๆ ชีวิตลำบากจริงๆ)




v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)

สำหรับทริปหมู่บ้านหิมะ เราเคยเขียนรายละเอียดฉบับย่อๆไว้เเล้วในนี้ --> ช่องฟรีซ แห่ง มูตันเจียง # 牡丹江 # 雪乡 # China Snow Town 


v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)

" นั่งสกู๊ตเตอร์ขึ้นเขา " เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมแอ๊ดเวนเจอร์ ของเส้นทางท่องเที่ยวทริปหมู่บ้านหิมะ .. ถ้าหากต้องการซื้อตั๋วสำหรับกิจกรรมนี้กิจกรรมเดียว อาจต้องจ่ายในราคาค่อนข้างสูงถึง 2,000 บาท (400 Y) .. เริ่มนั่งจากตีนเขาเเว๊นขึ้นไปสูงระดับหนึ่ง เค้าจะปล่อยให้เราเดินเล่นปีนป่าย ถ่ายรูปอะไรก็ว่าไป อยากจะอยู่นานแค่ไหนก็ที่ตามใจอยากอยู่ (แต่ส่วนใหญ่อยู่สักช่วโมงกว่าๆก็จะเผ่นแน่บกลับลงมากันเเล้ว) .. ถ้าเจอฟ้าเปิดก็จะได้เห็นวิว 360 องศา สวยๆ .. ถ้าเจอหิมะตกฟ้าครึ้มก็จะเป็นอีกอารมณ์หนึ่ง (ในรูปด้านบน คือบนเขาหิมะตกค่อนข้างหนัก ฟ้าปิด เเละหนาวมาก มองไม่เห็นวิวพานอรามาเลย หุหุ) .. ถือเป็นประสบการณ์การนั่งสกู๊ตเตอร์ชมป่าไซบีเรียในราคาที่จับต้องได้ ..


v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)

" หมู่บ้านแห่งความฝัน (梦幻家园) " แลนด์มาร์คดั้งเดิมเเห่งหมู่บ้านหิมะมู่ตันเจียง .. บ้านไม้ธรรมดาๆ ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ เมื่อฤดูหนาวมาเยือน หิมะตกลงมา ทับถมๆๆ เกิดเป็นรูปทรงแปลกตาสวยงาม หิมะขาวโอโม่ลอยเด่นคล้ายมวลเมฆลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ .. โดยเฉพาะในยามค่ำคืน แสงไฟสลัว โคมไฟสีแดง ตัดกับหิมะปุยขาว ราวกับก้อนเมฆนั้นลอยได้ .. เกิดเป็นความประทับใจ ที่ทำให้หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้กลายเป็นจุดมุ่งหมายของบรรดานักท่องเที่ยวผู้รักหิมะและความหนาวเย็น .. ที่นี่เก็บค่าบัตรผ่านประตูด้วยนะ ..


v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)

เราเคยมาที่นี่ตั้งเเต่ที่นี่เริ่มจะมีชื่อเสียง จากการถ่ายทำเรียลลิตี้ชื่อดังของจีน " 爸爸去哪儿 " .. ผู้คนต่างพากันตามหาว่า สถานที่นี้มันอยู่ที่ไหนกัน .. ด้วยเวลาอันรวดเร็ว .. จากหมู่บ้านในหุบเขาอันไกลโพ้น และเดินทางยากลำบากมากในฤดูหนาว หิมะตกหนักและยาวนาน ถนนเต็มไปด้วยหิมะ น้ำแข็ง คดเคี้ยว ทั้งลื่นเเละอันตราย .. กลับกลายเป็นจุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยวชาวจีน .. กลายเป็นอีกหนึ่ง Destination ของทริปท่องเที่ยวฮาร์บิน (ซึ่งที่นี่ไม่ได้อยู่ในเมืองฮาร์บิน !!) .. ปัจจุบันทางการจีนได้ทำการปรับปรุงและปฏิรูปเส้นทางการเดินทางมายังหมู่บ้านหิมะ รวมถึงปรับปรุงและจัดการระบบการท่องเที่ยวภายในหมู่บ้านหิมะด้วย .. เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก .. เเต่สิ่งที่ตามมาจากการท่องเที่ยวนี้ ก็ไม่พ้นการที่หมู่บ้านจะมีการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ของท้องถิ่น มาเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจแบบเช่นทุกวันนี้ ..  


v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)

วิวสวย .. บนเส้นทางระหว่างการเดินทางไปหมู่บ้านหิมะ .. 


v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)

วิวสวย .. บนเส้นทางระหว่างการเดินทางไปหมู่บ้านหิมะ .. 


v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)


" นั่งม้าลากเลื่อน " ก็เป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมเเอ๊ดเวนเจอร์ของทริปหมู่บ้านหิมะ (ค่าแพคเกจประมาณ 1300-1500 บาท / ระยะเวลา 1.5 ชม).. ระหว่างทางไปหมู่บ้านจะมีจุดบริการนักท่องเที่ยวที่สนใจนั่งม้าลากเลื่อน .. นั่งผ่านแนวป่าเเละสวนเกษตร (ซึ่งหน้าหนาวเราจะมองไม่เห็นอะไรที่เป็นสวนเกษตรเเล้วนะ เพราะหิมะปกคลุมหมด) .. ชาวบ้านจึงนำม้าเเละอุปกรณ์รถลาก ออกมาประกอบอาชีพให้นักท่องเที่ยวใช้บริการนั่งม้าลากเลื่อนเเทน .. 

" ถามว่า ทำไมต้องเป็นม้าลากเลื่อน ? " .. ม้าต่อลากเลื่อน เป็นสิ่งที่ชาวบ้านละเเวกนั้นใช้งานกันจริงๆ ในวิถีชีวิตปัจจุบัน .. สมัยก่อนเมื่อนานมาเเล้ว การเดินทางมายังดินแดนอันหนาวเหน็บห่างไกลผู้คนละแวกนี้ การเดินเท้านับเป็นอะไรที่ยากเย็น ม้าลากเลื่อนจึงถูกนำมาใช้เพื่อบรรทุกคนในครอบครัว รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ ในการอพยพหาที่อยู่และทำมาหากิน .. ปัจจุบันยังมีชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถบนี้ ก็ยังใช้ม้าลากเลื่อนเพื่อบรรทุกพืชผลทางเกษตร ที่เพาะปลูกเก็บเกี่ยวกันก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน .. ดังนั้น กิจกรรมการนั่งม้าลากเลื่อน ถือเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตอย่างหนึ่งของผู้คนเมืองหนาวแถบบนี้ .. 


v
v
วันที่สี่-ห้า .. เที่ยวหมู่บ้านหิมะ (中国雪乡)

" Trekking ป่าหิมะ " อีกหนึ่งในกิจกรรมเเอ๊ดเวนเจอร์ของทริปหมู่บ้านหิมะ .. ระหว่างทางไปหมู่บ้านจะมีป่าสวยๆตลอดทาง .. แต่จะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเป็นบางที่เท่านั้น .. จุดแวะต่างๆจะดำเนินการโดยเอกชน บางจุดเก็บค่าเข้า .. ส่วนใหญ่แล้วจุดที่เปิดให้คนเข้าไปเทรคกิ้งในป่าได้นั้น จะเป็นจุดที่มีคนเข้าไปดำเนินตรวจเช็คความปลอดภัยแล้ว .. การเดินป่าหิมะแท้ๆนั้น ไม่ใช้ทำได้ง่ายๆ .. เพราะเราจะไม่รู้เลยว่า ตรงไหนมีหิมะลึก อาจทำให้เราที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เดินเข้าไปแล้วจมลงไปในหิมะ ที่ลึกเป็นเมตรๆได้ .. เพื่อความปลอดภัยในการเดินป่าหิมะ ควรปฏิบัติตามที่เจ้าหน้าที่แนะนำ ..


v
v
วันที่หก .. เที่ยว Harbin Volga Manor (伏尔加庄园)

:: Harbin Volga Manor หรือที่พวกเราคนไทยมักชอบเรียกว่า คฤหาสน์รัสเซีย หรือ สวนรัสเซีย หรือ คฤหาสน์โวลก้า .. เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่นับวันยิ่งมีคนรู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ .. ปัจจุบันถูกจัดเป็นหนึ่งในโปรแกรมท่องเที่ยวฮาร์บิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาว .. 

:: Harbin Volga Manor ได้เปิดทำการเป็นครั้งเเรกในวันที่ 1 มิถุนายน 2012 .. มีการก่อสร้างจำลองอาคารในสถาปัตยกรรมแบบ Russian classical architecture เเละมีรูปแบบอาคารที่ไม่ซ้ำกัน มากกว่า 30 อาคารเลยทีเดียว .. 

:: นอกจากรูปแบบอาคาร สถาปัตยกรรมต่างๆแล้ว .. ยังมีการจัดแสดงศิลปวัฒนธรรมในสไตล์รัสเซียอื่นๆอีก เช่น จิตรกรรมสีน้ํามันติดผนัง , การจำลองหมู่บ้านรัสเซีย , พรมสไตล์รัสเซีย ฯลฯ


v
v
วันที่หก .. เที่ยว Harbin Volga Manor (伏尔加庄园)

:: ในปี 2007 ฮาร์บินได้ทำการบูรณะฟื้นฟูวิหารเซนต์นิโคลัสเป็นครั้งแรก .. หลังจากที่ได้ถูกทำลายลง ในสงความปฏิวัติวัฒนธรรม เมื่อปี ค.ศ.1966 (โบสถ์ St.Nicholas ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1899) .. เเละด้วยความต้องการที่จะระลึกถึงโบสถ์ St.Nicholas เเละบูรณะสถาปัตยกรรมเก่าแก่เมื่อครั้งร้อยปีที่ผ่านมา ขึ้นมาอีกครั้ง .. จึงได้สร้างอาคารในสถาปัตยกรรมรัสเซียขึ้นมาอีกครั้งที่นี่ .. โดยหัวใจหลักของสถาปัตยกรรมนั้น .. ก็คือโบสถ์ St.Nicholas นั่นเอง .. 

:: หลังจากปี 2007 ไม่นาน .. ก็ได้สร้างอาคารอื่นๆขึ้นมาอีกมากมาย ซึ่งต่างก็เป็นอาคารในสถาปัตยกรรมเก่าแก่ .. ซึ่งมีทั้งสถาปัตกรรมเก่าของฮาร์บินเอง ที่ได้สูญหายไปตามกาลเวลา .. รวมถึงสถาปัตยกรรมในประเทศรัสเซียในยุคเก่าแก่ ที่ก็หายไปตามกาลเวลา เช่นกัน .. ได้ถูกนำมาจำลองแบบ และสร้างขึ้นใหม่ที่นี่อีกครั้ง .. เช่น Pavlov castle เป็นต้น 


v
v
วันที่หก .. เที่ยว Harbin Volga Manor (伏尔加庄园)

:: ที่คฤหาสน์โวลก้าแห่งนี้ .. นอกจากการสร้างสิ่งที่ผู้คนเคารพ ในประวัติศาสตร์และมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรมขึ้นมาเเล้วนั้น .. ไม่เพียงแต่ทำให้คนระลึกถึงประวัติศาสตร์ .. แต่ยังสร้างเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนจีนและรัสเซียอีกด้วย.. 


v
v
วันที่หก .. เที่ยว Harbin Volga Manor (伏尔加庄园)

:: จากการที่ได้มาที่นี่เป็นประจำทุกๆปี มาสามสี่ปีติดๆกัน .. ก็พบว่า สิ่งปลูกสร้างที่นี่ ก็มีสร้างขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ .. อลังการขึ้น ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ .. สำหรับคนฮาร์บินเอง เค้ามักจะมาที่นี่ในช่วงฤดูร้อน หรือฤดูอื่น ที่ไม่ใช่ฤดูหนาว .. ซึ่งวิวทิวทัศน์นั้นจะแตกต่างกับหน้าหนาวโดยสิ้นเชิง .. เรียกว่าในฤดูอื่นๆที่ไม่ใช่ฤดูหนาว คือ ไฮซีซั่น ของคนฮาร์บินก็ว่าได้ !! 

:: หากไม่ใช่ช่วงฤดูหนาว .. เราจะได้เห็นทะเลสาบสวย ต้นไม้สีเขียว ดอกไม้ใบไม้หลากสีสัน .. ในทะเลสาบมีเรือเเล่นไปมา นำนักท่องเที่ยวนั่งชมวิว รับประทานอาหารบนเรือ โดยมีดนตรีรัสเซียขับกล่อมบรรเลง .. ไม่ดูเงียบเหงาโดดเดี่ยวเหมือนในฤดูหนาว .. ซึ่งกิจกรรมบางอย่างที่มีอาจหายไป .. แต่ก็เพิ่มกิจกรรมบางอย่างที่มีได้ในหน้าหนาวเข้ามาแทน .. เช่น ลานสกี สำหรับฝึกสกีเบื้องต้น (เพิ่งเปิดเป็นทางการเมื่อปี 2016 นี่เอง) , สไลเดอร์ห่วงยาง , นั่งรถม้าไปบนทะเลสาบซึ่งเป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว เป็นต้น


v
v
วันที่เจ็ด .. เที่ยว สกีรีสอร์ท(滑雪场)"


v
v
วันที่เจ็ด .. เที่ยว สกีรีสอร์ท(滑雪场)"


v
v
วันที่เจ็ด .. เที่ยว สกีรีสอร์ท(滑雪场)"

สกีรีสอร์ท มีให้เลือกหลายเกรด หลายระดับ .. ตั้งเเต่ระดับราคา One Day Trip 400 บาท/คน ไปจนถึง 3,500 บาท/คน .. 


v
v
วันที่เจ็ด .. เที่ยว สกีรีสอร์ท(滑雪场)"


v
v
วันที่แปด .. เที่ยว พิพิธภัณฑ์เบียร์ฮาร์บิน(哈尔滨啤酒博物馆)"

Harbin Beer เป็นเบียร์ยี่ห้อแรกของประเทศจีน .. ก่อตั้งมาเมื่อปี 1900 .. ด้วยประวัติศาสตร์ของฮาร์บินที่ได้ติดต่อกับต่างชาติมาเเต่เก่าก่อน ทำให้ได้รับอารยธรรมมาจากต่างชาติ โดยเฉพาะรัสเซีย .. เบียร์ฮาร์บินได้ถูกผลิตขึ้นด้วยรสชาติและคุณภาพที่โดดเด่น เเละกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองฮาร์บินในเวลาต่อมา .. 


v
v
วันที่แปด .. เที่ยว พิพิธภัณฑ์เบียร์ฮาร์บิน(哈尔滨啤酒博物馆)"

ในวันสุดท้ายของการท่องเที่ยวฮาร์บิน .. สามารถวางแผนไฟลท์บินกลับไทยเป็นช่วงเย็นๆหรือหัวค่ำ .. ครึ่งวันเช้าเราสามารถเเพลนไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เบียร์ฮาร์บินได้ .. 

พิพิธภัณฑ์เบียร์ฮาร์บิน :  เปิดทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์  (ปิดทุกวันจันทร์)
เวลาเปิดทำการ :  9:00-17:00 (ปิดขายตั๋วเวลา 16:00)
บัตรราคา 50 Yuan



เรื่องราวในฮาร์บิน : Harbin [ตู้เย็นแลนด์]




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2560
0 comments
Last Update : 6 สิงหาคม 2560 15:59:13 น.
Counter : 256 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

IsnowBeer
Location :
Heilongjiang, Harbin China

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ปัจจุบันเราเป็นนักศึกษาไทยในฮาร์บินค่ะ..กำลังเรียนปอโทอยู่ คณะการจัดการการท่องเที่ยว @ มหาวิทยาลัยเฮยหลงเจียง..อยู่ฮาร์บินมาแล้วสามปีกว่าๆ ..รักและหลงใหลในเมืองนี้เอามากๆ..ฮาร์บินมีอะไรดีดีน่าสนใจมากมาย..บล็อคนี้กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเขียน..เพื่อที่จะแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตที่อยู่ที่นี่ค่ะ..

加好友 Wechat ID : Oil_Angkhana

space
space
[Add IsnowBeer's blog to your web]
space
space
space
space
space