space
space
space
<<
กรกฏาคม 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
12 กรกฏาคม 2560
space
space
space

ุ6 July【 Harbin,China --> Vladivostok, Russia 】# ตอนที่ 3 @ เพื่อนรัสเซีย




[ 4-9 July 2016 : Harbin --> Vladivostok, Russia ] 


ต่อจากตอนที่ 2
 : 4-5 July【 Harbin,China --> Vladivostok, Russia 】# ตอนที่ 2 @ รัสเซียตะวันออกไกล



เช้าวันนี้ 6 กค 2016 :: ชีวิตเราเริ่มต้นแบบไม่เร่งรีบ .. 

ก่อนออกจากที่พัก .. ซื้อเคบับเนื้อ (ยักษ์) ตรงร้านกล่องข้างๆโฮสเทลมาอันนึง .. โอ้โหหห มันโคตรใหญ่เลย !! แต่เราก็กินหมด ฮ่าๆๆๆๆ 



วันนี้เราได้รับเกียรติจากไกด์ท้องถิ่นกิติมศักดิ์ นั่นก็คือ ... คุณแม่อิเซอร์เก้ นั่นเองงงงง ฮ่าๆๆ



แต่ก่อนที่เราจะไปเจอแม่ กับเพื่อน .. อิเซอเก้ ให้เราสองคนนั่งรถเมล์ไปบ้านนางก่อน .. เพื่อไปขึ้นรถที่บ้าน (จากบ้านนนาง --> ไปโฮสเทลที่เราพัก .. ถือว่าค่อนข้างไกล) .. นางให้เราขึ้นรถเมล์สาย 23 .. ขึ้นตรงป้ายท่ารถบัส(ที่เรามาจากฮาร์บินนั่นเเหละ) เป็นเส้นเข้าตัวเมือง .. บ้านนางอยู่เส้นนั้น ทางผ่านพอดี .. เเล้วก็บอกชื่อป้าย เเละอัดเสียงคำอ่านของชื่อป้ายนั้น ส่งวีแชทมาให้เราฟัง .. 

วันนี้เเม่ลงทุนลางานครึ่งวัน เพื่อพาลูกๆไปเที่ยว .. กราบขอบพระคุณ เป็นภาษาไทยอีกครั้ง 55 


ออกจากที่พัก ก็ไปรอขึ้นรถเมล์ .. ดูผู้คน และวิถีชีวิตแบบไม่เร่งรีบ ของผู้คนที่นี่ .. ภายใต้หน้าตาที่ดูบึ้งตึง ไม่ยิ้มแย้ม .. เรากลับพบว่า เค้าใจดีจัง .. (อารมณ์คงจะต่างจากคนที่เคยไปเห็นวิถีรัสเซียตะวันตก .. อันนี้จะออกแนวชนบทแบบสโลไลฟ์ น่ารัก มีความสุข)



คนขับรถเมล์ .. รอจนคนขึ้นรถหมด .. ค่อยๆออกรถอย่างนิ่มนวล .. ถ้าเห็นใครกำลังวิ่งจะมาขึ้นรถอยู่ไกลๆ คนขับก็จะยังคงจอดรอ ชิลจริงๆ (หาไม่ได้ที่เมืองจีน หรือแม้เเต่ฮาร์บินบ้านเราเองก็เถอะ ไม่รู้แมร่งจะรีบไปไหน !) ขาลง ก็ค่อยๆรอจนคนค่อยๆเดินลงจากรถเมล์จนหมด จึงค่อยออกรถ น่ารักจริงๆบ้านเมืองนี้ .. ค่ารถเมล์ คนละ 20 RUB .. อยู่บนรถ ทุกคนนิ่งสงบ ไม่คุยกันโหวกเหวกโวยวาย .. มีบ้างที่เล่นมือถือ ฟังเพลง .. เเต่ส่วนใหญ่ก็เห็นนั่งเฉยๆ ดูวิวทิวทัศน์ข้างทางกันไป .. 


นั่งมาไม่นาน .. ได้ยินประกาศชื่อป้ายที่จะต้องลง .. ก็ลงกันไปเเบบเหวอๆ !! 555555


เย้ !! มาถึงจนได้ .. อิเซอเก้ เดินออกมารับเราที่ป้ายรถเมล์ .. พาเราเดินลัดเลาะไปที่บ้านนาง .. ระหว่างทางผ่านร้านขายผลไม้ .. อู้หูววววว มีแต่ของโปรดดดด ที่ปกติไม่ค่อยมีปัญญาซื้อกิน ฮ่าๆๆๆ .. เลยจัดมาสองสามอย่าง พอหอมปากหอมคอ .. 


เพื่อนกับแม่เพื่อนบอกว่า .. สำหรับคนที่นี่แล้ว ผลไม้ที่เห็น ราคาเท่านี้น่ะ .. ถือว่าเเพงสำหรับพวกเค้า .. ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ค่าเงิน RUB ลดฮวบ .. เราเอาเงินหยวนเเลกที่ฮาร์บินมาส่วนนึง ก่อนจะมาที่นี่ .. 1 Yuan : 10 Rubles .. สำหรับนักท่องเที่ยวอาจมองว่าค่าครองชีพที่วลาดิฯนั้นถูกมากๆ แต่สำหรับคนเมืองเเล้ว มันคือแพง .. 

มาถึงบ้านเพื่อนละ แต่ไม่ได้เข้าไปในบ้าน .. แม่นั่งรออยู่ในรถเเล้ว (บอกว่ารอมาได้สิบนาทีละ หุหุ) ..เเม่เป็นคนน่ารัก ใจดี มีความเฟี้ยวในตัว และเเม่ขับรถเก่งมากๆๆๆๆๆ .. อย่างที่รู้ๆกันว่าวลาดิวอสต็อค เป็นเมืองภูเขา ลักษณะเป็นเกาะ ริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก .. ถนนหนทางที่นี่ก็เป็นสไตล์ภูเขา คดเคี้ยวลาดชัน .. คุณเเม่ขับรถเก่ง คล่องเเคล่ว ยอมใจเลย .. ถึงเเม้ว่าจะสื่อสารกับแม่ไม่รู้เรื่อง แต่ก็มีอิเซอ ที่ทำหน้าเป็นล่ามให้พวกเราได้คุยกับแม่ .. เเม่บอกว่า ได้ยินอิเซอพูดถึงเราบ่อยๆ ว่าเป็นเพื่อนคนเดียวที่คณะ ที่เรียนด้วยกัน (ก็ใช่น่ะสิ .. ก็ทั้งคณะมีเรากับมันแค่สองคน ฮ่าๆๆ) .. ทริปเราวันนี้ ออกตัวกันแบบชิลๆ ขับรถกันแบบชิลๆ .. 



แม่บอกว่า..วันนี้แม่จะพาลูกๆไปที่ๆแม่ Proudly to present สุดๆ :: Vladivostok fortress & Guns of Novosiltsevskaya Coastal .. เป็นป้อมปราการ ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่ง ใกล้กับสะพาน cable-stayed bridge ที่จะข้ามไป Russian island .. เป็นป้อมปราการที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์รัสเซีย .. สร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 .. หลังจากการล่มสลายของพอร์ตอาร์เธอร์ ในสงครามระหว่างรัสเซีย - ญี่ปุ่นในปี 1904-1905 .. ป้อมปราการป้องกันเมือง Vladivostok ก็ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นเช่นที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้ .. ในปี 1923 .. ได้มีการลงนามข้อตกลงระหว่างรัสเซียและญี่ปุ่นเกี่ยวกับการปลดปล่อย Vladivostok ให้เป็นอิสระ ..  ป้อม Vladivostok fortress ถูกเปิดใช้งานในช่วงต้นปี 1930 เมื่อมีการทำสงครามกับญี่ปุ่นอีกครั้ง .. 



เรื่องประวัติศาสตร์ อะไรพวกนี้ เราเองก็ไม่ได้รู้มากนัก .. ศึกษาก่อนมาคร่าวๆหน่อยนึง .. อาศัยว่ามาดูของจริง แล้วค่อยๆศึกษาเพิ่มเติมในสิ่งที่อยากรู้ ..



แต่สิ่งที่รู้ตอนนั้นก็คือ .. ที่นี่วิวโคตรสวยอ่ะ !! .. 









เพื่อนเล่าว่า .. ป้อมปราการแห่งนี้ ไม่ได้มีส่วนร่วมในปฏิบัติการทางทหาร .. เเต่มันก็มีอยู่เพื่อภารกิจในการปกป้องประเทศ .. ณ ตอนนั้นเมื่อฝ่ายศัตรูได้เห็นการปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงป้อมปราการที่กระจายอยู่ตามริมชายฝั่ง .. ทำให้ฝ่ายศัตรูไม่กล้าโจมตีเมืองวลาดิวอสต็อคแห่งนี้ .. เมืองจึงอยู่รอด สงบสุขมาจนถึงทุกวันนี้ ..



ปีนป่ายกันขึ้นไปดูวิวกันอยู่พักใหญ่ๆ .. แม่บอกว่านานเเล้วที่แม่เองก็ไม่ได้ขึ้นมาบนนี้ .. ตอนนเรามาไม่เจอคนอื่นนะ มีเเต่พวกเรานี่แหละ .. อากาศกำลังดี แอบมีลมแรงหน่อยๆ ..

ลงจากเขาป้อมปืน .. เเม่พานั่งขับรถเรียบชายฝั่ง .. แล้วก็จอดให้พวกเราลงไปจุ่มทะเลกันแป๊ปนึง .. ตอนนี้ยังไม่มีคนมาพักผ่อน เล่นน้ำ เพราะอากาศในช่วงนี้ถือว่ายังไม่ร้อนเต็มที่ (เค้าบอกว่ายังหนาวๆอยู่ !) .. เลยไม่มีคนมานั่งเล่นน้ำ .. ต้องรอสักเดือนสิงหาคมไปแล้ว คนจะเริ่มพากันมาปิคนิค อาบแดด เล่นน้ำ ตกปลาฯลฯ 



ครึ่งวันผ่านไปแบบชิลๆ .. แม่ต้องกลับไปทำงานละ .. ที่ทำงานแม่อยู่ใจกลางตัวเมือง .. จากที่จอดรถที่ทำงานแม่ เราก็เดินกันลงจากเขา(ฮ่าๆๆๆ) . เข้ามาหาร้านกินข้าวกลางวัน .. เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปชื่อร้าน หรือจำพิกัดไว้ .. ถ้าได้ไปอีกนี่น่าจะได้อยู่นะ ..

ร้านนี้เป็นร้านที่อิเซอเก้เพื่อนเราชอบมาก .. เป็นร้านประจำที่นางมากินแทบจะทุกวัน โดยไม่มีเบื่อ .. เป็นร้านที่เค้าจะจัดชุดอาหารใส่ถ้วย/จาน/ชาม/ .. คือจัดเป็นเซตๆพร้อมทาน .. เราจะเอาอะไร ก็บอกพนักงาน ชี้ๆๆๆ เค้าก็จะหยิบออกมาให้เรา .. โดยเราจะต้องไปหยิบถาด, ช้อนส้อม มาให้เรียบร้อยก่อน .. ยืนเข้าคิว ผ่านทีละตู้ๆ อาหารจะไม่ซ้ำกัน .. พูดแล้วน้ำลายไหลลลลล

อาหารแต่ละวันเราว่าก็มีบางอย่างที่ไม่ซ้ำกันนะ .. เพราะจากที่เรามากินกันแทบทุกวัน เลยลองสังเกตดู .. จะเป็นอาหารท้องถิ่นจริงๆ ที่มีแต่คนที่นั่นมากิน .. เมนูที่มีปลาเเซลมอนเป็นเมนูโปรดของเราเลย .. คือเอาจริงๆ นี่ก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร .. เเรกๆก็มีเพื่อนมาคอยบอกให้ฟัง หลังๆก็โซโล่กันเอง ลองๆสั่งมา ถึงได้รู้ว่ามันคืออะไร ฮ่าๆๆๆ หนุกดีนะ .. ไปกินกันจนพนักงานในร้านจำหน้าได้ ..



ค่าอาหารร้านนี้ เรากินแบบจัดเต็มทุกมื้อ .. กับข้าว รวมน้ำผลไม้ (โคตรอร่อย) ก็แล้วแต่ 3-5 อย่าง .. ราคาก็ตกอยู่ราวๆ 250 RUB .. ถูกและอร่อยแบบนี้ไง เลยต้องมาจัดเกือบทุกวัน .. กินวนไปเรื่อยๆไม่ซ้ำอย่าง .. 



กินข้าวกลางวันเสร็จ .. อิเซอพาไปเดินย่อยที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง Arseniev Museum (Svetlanskaya street, 20) .. ค่าบัตรประมาณ 250 RB .. ข้างในก็พิพิธภัณฑ์จัดเเสดงเรื่องราวในประวัติศาสตร์ (จำไม่ได้เเล้วมีอะไรบ้าง และก็ไม่ได้ถ่ายรูปมาด้วย) .. รู้เเต่ว่าซื้อของที่ระลึกจากที่นี่มาเพียบ .. เดินเล่นพักนึง ก้ไปที่หมายต่อไปของวันนี้ .. เราอยากไปมากกกกก .. เรานั่งรถเมล์(จำไม่ได้ละว่าสายอะไร) นั่งไปจนสุดทาง .. ลงรถแล้วเดินต่อไปอีกไกล .. Vladivostok lighthouse ..



ในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของ Vladivostok .. เมืองที่นอกจากจะมีความสำคัญ ในการเป็นเมืองท่าที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของรัสเซียเเล้ว .. สิ่งที่ถือเป็นสัญญลักษณ์ของความเป็นวลาดิวอสต็อคอย่างมากก็คือ ความเก่าเเก่ของประภาคาร ในยุคทศวรรษที่ 19 .. หนึ่งใน 6 ประภาคารที่สำคัญในเมืองวลาดิวอสต็อค .. Tokarevsky Lighthouse "Egersheld"..






ถึงเเม้ว่าในเมืองวลาดิวอสต็อค จะมีประคารอยู่มากมายหลายแห่ง .. ได้ยินว่ามีอย่างน้อยๆ 6 แห่ง .. แต่ถ้าหากพูดว่าจะไปดูประภาคาร (Lighthouse) .. คนที่นี่ก็มักจะนึกถึงที่นี่เป็นแรก หรืออาจจะชี้ให้เราได้มาเที่ยวที่นี่สักครั้ง .. เช่นเดียวกันกับที่อิเซอเก้เพื่อนเรา ภูมิใจนำเสนอที่นี่ !! 



Tokarevsky lighthouse แห่งนี้ .. ตั้งอยู่ริมชายฝั่งคาบสมุทร Muravyova-Amur .. เป็นหนึ่งในประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียตะวันออกไกล .. เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง Vladivostok .. เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดการมาเยือน ..













มองจากตรงนี้ .. เราจะได้เห็นสะพานเคเบิ้ล ที่ทอดเชื่อมระหว่างเมืองวลาดิฯ กับ Russky Island ..



ขากลับจากประภาคารเข้าตัวเมือง .. เพื่อนพาเรานั่งเเท๊กซี่ .. แท๊กซี่ที่นี่ก็แปลกๆ .. หากผู้โดยสารจะใช้บริการ ในช่วงเวลากลางวัน ไปถึงถึงสามสี่ทุ่ม .. ต้องโทรหา บ.รถ แจ้งที่หมายปลายทาง (เบอร์โทรติดอยู่ที่รถเลย) เเละตกลงราคาค่ารถให้เรียบร้อยก่อน .. พนักงานขับรถถึงจะสามารถรับเราพาไปส่งที่หมายได้ .. ก็ยังคิดๆอยู่ว่า ก็ถ้าเรามากันเองแบบพูดรัสเซียก็ไม่เป็น ไม่มีเพื่อนมาด้วย เราจะกลับกันยังไง .. (วันนี้โดนอิเซอเก้แอบงอน .. หึหึ)

หลังจากกลับเข้าเมืองเเล้ว .. เราลงรถที่ Central Square .. เพื่อนรัสเซียเรากลับบ้านไปก่อน .. เหลือเราสองคนเดินเที่ยวต่อในเมือง (พลังยังเหลือเฟือ ฮ่าๆ) .. ตอนนี้พวกเราจำถนนหนทางได้ค่อนข้างเยอะเเล้ว เลยอยากเดินเล่นต่ออีกสักพัก .. ฟ้ายังไม่มืดเลย .. 



Sportivnaya Gavan (Sportivnaya Harbor)



จากถนนหลายๆเส้นในเมือง .. สามารถเดินไปที่ชายหาดนี้ได้ .. เเต่ที่เราเดินลงบ่อยๆ ก็น่าจะช่องนี้นี่แหละ (ถนนอะไรสักอย่าง ที่มีหมายเลข 29) .. โฮสเทลใหม่ที่เราจะย้ายเข้ามานอนในเมืองใน 2 คืนสุดท้าย .. ก็อยู่บนถนนเส้นนี้แหละ สะดวกเลย ..



ช่วงหัวค่ำคนเริ่มเยอะละ .. เห็นคนท้องถิ่นในชุดทำงาน ก็พากันมานั่งเล่นเป็นกลุ่มๆ .. 



Sportivnaya Gavan .. เป็นถนนเรียบทะเล ที่เปรียบเสมือนเเหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวด้วย .. ในอดีตเป็นที่รู้จักกันในนาม Sports Harbor .. มีไฮไลค์อีกอย่างหนึ่งคือ น้ำพุดนตรี ซึ่งเป็นน้ำพุแห่งเเรกในเเคว้น Primorsky Krai ..





เรานั่งเล่นกันอยู่ตั้งเเต่หกโมงกว่าๆ จนสามทุ่ม ..



นั่งดูผู้คน .. บางคนเพิ่งเลิกงาน มาในชุดทำงาน เพียงลำพัง .. มายืนนิ่งๆสงบๆอยู่ริมทะเล ..



บางคนก็มากันเป็นหมู่คณะ .. หนุ่มๆพายเรือกันอยู่กลางทะเล .. หัวเราะกันเอิ๊กอ๊ากสนุกสนาน ..



สามทุ่มกว่าๆ .. ฟ้ามืดเเล้ว .. คนก็เริ่มทยอยกันกลับ .. เราก็กลับด้วย ..
รถเมล์สาย 23 พาเรากลับที่พักในคืนนี้ ..


สรุปค่าเสียหาย 6 July :: 

อาหารการกิน   1,252  RB (125 Y)
ค่าเดินทาง    180  RB (18 Y)
ของที่ระลึก                                                     1,030  RB (103 Y)
ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์      250  RB (25 Y)





 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2560
0 comments
Last Update : 13 กรกฎาคม 2560 0:55:25 น.
Counter : 254 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

IsnowBeer
Location :
Heilongjiang, Harbin China

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ปัจจุบันเราเป็นนักศึกษาไทยในฮาร์บินค่ะ..กำลังเรียนปอโทอยู่ คณะการจัดการการท่องเที่ยว @ มหาวิทยาลัยเฮยหลงเจียง..อยู่ฮาร์บินมาแล้วสามปีกว่าๆ ..รักและหลงใหลในเมืองนี้เอามากๆ..ฮาร์บินมีอะไรดีดีน่าสนใจมากมาย..บล็อคนี้กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเขียน..เพื่อที่จะแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตที่อยู่ที่นี่ค่ะ..

加好友 Wechat ID : Oil_Angkhana

space
space
[Add IsnowBeer's blog to your web]
space
space
space
space
space