**เล็งไปที่ดวงจันทร์ ถึงแม้คุณจะพลาด คุณก็ยังอยู่ในหมู่ดวงดาว**

aod100
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




: ผู้มาเยือนตอนนี้

108 อาชีพเสริม

 ธุรกิจทำเงินทันใจ

 เงินด่วน เงินกู้ ทันใจ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add aod100's blog to your web]
Links
 

 

‘อาชีพไหนรุ่ง-อาชีพไหนร่วง’ ปี 52

Image

ปี 2552 ปีที่ใครๆ ก็กล่าวกันว่าเป็นปีเผาจริงแห่งเศรษฐกิจไทย

คาดการณ์คนตกงานนับล้านคน ถ้าถึงขั้นนั้นจริงเห็นทีคนไทยคงจะลำบากกันไม่น้อย



อย่างไรก็ดี หน้าช่องทางทำกินหน้าพิเศษรับปีใหม่วันนี้ ทางทีมงานเราก็มีมุมมองที่จะเป็นประโยชน์ ของนักวิชาการด้านที่เกี่ยวกับธุรกิจ ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มุมมองที่เกี่ยวกับการประกอบอาชีพ มาให้ลองพิจารณากัน.....



ดร.ภูษิตบอกว่า... ในปี 2552 นี้ ผู้ประกอบการน่าจะเพิ่มมากขึ้น ทั้งระดับรากหญ้า และเอสเอ็มอี เพราะทั้งโรงงานและบริษัทมีการเลิกจ้างงาน ดังนั้น พ่อค้า แม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อยจะเยอะมากขึ้น เพื่อดิ้นรนให้อยู่รอดต่อไป ซึ่งอาจจะดูเป็นวิกฤติ แต่ในวิกฤติก็ย่อมมีโอกาสอยู่ด้วย



ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิด



“ตัวร่วงมีเยอะ แต่ตัวรุ่งมีบ้าง ค้าขายประเภทอาหาร และเครื่องดื่ม มาแน่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะอย่างไรคนก็ต้องกิน แต่ที่เด่นจะเป็นอาหารที่ไม่เหมือนเดิม เป็นอาหารที่ใส่เรื่องสุขภาพเข้าไป”



เพราะจะสังเกตเห็นว่าปัจจุบันคนเลือกกิน ผิดกับเมื่อก่อนที่กินอะไรก็ได้ ยุคนี้เช่นพวกบิวตี้ดริ๊งค์ ที่กินแล้วสวย ขณะนี้ ที่ญี่ปุ่นนิยมมาก กินแล้วขาว กินแล้ววาววับ จะขายดีมาก และ กระแสสุขภาพก็จะมาพร้อมกับความงาม ซึ่งอาหารและเครื่องดื่มก็ต้องแคร์คนมากขึ้น



อาจารย์คณะบริหารธุรกิจ วิเคราะห์ธุรกิจรายตัวต่อไปว่า  ธุรกิจร้านกาแฟ  แม้ยุคนี้การบริโภคกาแฟของคนไทยเป็นนิสัยไปแล้ว แต่ยุคนี้ธุรกิจนี้ก็เริ่มอยู่ตัวแล้ว ที่จะอยู่ได้น่าจะเป็นเจ้าใหญ่ เพราะทำให้ต้นทุนถูก ราคาถูกได้ ส่วนคนที่จะเข้ามาเล่นใหม่ ถ้าไม่เซ้งจากเจ้าเดิมที่จะเลิกกิจการ ใช้ทุนไม่สูงมาก ก็คงลำบากหน่อย 
 
“
สำหรับ ธุรกิจเบเกอรี่ ปีนี้ผมก็มองว่าซบเซาลง ซึ่ง 2-3 ปีที่ผ่านมาเบเกอรี่ค่อนข้างแรง แต่ตอนนี้คนเริ่มคิดแล้วว่ากิน เบเกอรี่อย่างไรไม่ให้อ้วน คนเราห่วงสุขภาพมากขึ้น ตอนนี้คนเริ่มจะคิด เพราะมีความรู้มากขึ้น แต่ในปีนี้ไอศกรีมอาจจะดีขึ้น โดย เฉพาะไอศกรีมเชอร์เบท หรือไอศกรีมผลไม้ ซึ่งปีนี้เน้นเลย ต้อง เพื่อสุขภาพ ต้องแบบว่ากินแล้วไม่อ้วน เพราะตอนนี้คนไทยเรา กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการกินมากขึ้น
”
 
ธุรกิจมือถือ
ดร.ภูษิตมองว่า คิดว่ายังมาแน่นอน เพราะปีนี้เรื่องเทรนด์เทคโนโลยีมันจะเปลี่ยนแรง โดยเฉพาะ 3G เพราะค่ายมือถือทุกค่ายจะตั้งเสา 3G หมด  รวมไปถึงโครงการอย่าง iphone ดังนั้น คนใช้จะมีการเปลี่ยนมือถือ เปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ ธุรกิจมือถือ และอุปกรณ์มือถือ ก็จะมาแรง  และถ้าปีนี้  3G  สำเร็จ ไตรมาส 2 คนจะใช้มือถือในการทำงาน  ถึงตอนนั้นคนจะเปลี่ยนแบบสิ้นเชิงเลย
 
ส่วน ธุรกิจอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ก็คงขยายตัวไปเรื่อย ๆ ตัวอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ราคาจะตกลง เพราะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี  มันพัฒนาเร็วขึ้น ราคามันก็ตกเร็วขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่คนก็จะบริโภคได้มากขึ้น และมันจะสอดคล้องถึง ธุรกิจอุปกรณ์กล้องถ่ายรูป ซึ่งมาแน่นอน เพราะการถ่ายรูปจะมากขึ้น
 
“
เรื่องของ ธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้า จะค่อนข้างยากในปีนี้ เพราะทุกวันนี้เยอะแยะเกลื่อนกลาดไปหมด จะเห็นพ่อค้าแม่ค้าเสื้อผ้าเต็มไปหมด อย่างไรก็ตาม ตอนนี้กลายเป็นว่าเทรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าจะมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ซึ่งนำเข้ามาขายก็จะขายดีได้ เพราะประเทศจีนเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ ราคาไม่แพง เพราะฉะนั้นเทรนด์ของแฟชั่นที่คนเราชอบเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และกลุ่มที่จะบริโภคแฟชั่นก็คือวัยรุ่น ยังไงก็ขายได้ แต่ ต้องไม่แพง ต้องล้ำสมัย เพราะเด็กวัยรุ่นจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เบื่อง่าย
”
 
มุมมองในส่วนของ 
ธุรกิจร้านอินเทอร์เน็ต-ร้านเกม
นักวิชาการท่านนี้บอกว่า... จะมีเยอะมาก แต่จะอยู่ได้ดีต้องไม่ใช่เพียงแค่ร้านเกม ร้านอินเทอร์เน็ต ต้องมีบริการอื่น ๆ เพิ่มขึ้นด้วยอย่างครบวงจร เพราะการแข่งขันสูงมากขึ้น (และอย่าลืมว่าต้องเป็นร้านสีขาว ปฏิบัติถูกกฎหมาย เพราะจะมีการเข้มงวดกวดขันมากขึ้น)
 
“ในส่วนของ งานเกี่ยวกับศิลปะ ผมมองว่าจะลำบาก ถ้าไม่ใช่ตลาดนิชมาร์เกตจริง ๆ คงอยู่ลำบากแน่นอน เพราะทุกวันนี้งานศิลปะมีออกมามากมาย และมีงานก๊อบปี้เยอะมาก ๆ” 
 
พร้อมกันนี้ ดร.ภูษิต ยัง ทิ้งท้ายว่า...
 
“มีสิ่งหนึ่งที่อยากฝากมาก หลังจากที่กลับจากญี่ปุ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ คือเขาบอกว่าประเทศไทยขาดความโปร่งใสในการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งทำให้การบริหารการจัดการยาก ดังนั้น อยากให้คนไทยโปร่งใสในการทำธุรกิจ เช่น ทำอาหารต่าง ๆ จะต้องไม่มีพิษไม่มีภัย ซึ่งความโปร่งใสความหมายมันเยอะนะ
 
และอย่างที่สองคือเรื่องของนวัตกรรม ซึ่งพวกเอสเอ็มอีก็ต้องคิดกันมากขึ้น และแม้แต่พวกอาชีพรากหญ้าก็ควรต้องมี เพื่อที่จะอยู่ได้”  
 
ก็เป็นข้อมูลที่นำมาฝากให้ลองพิจารณากันดู !!!.



แนวโน้ม ‘เอสเอ็มอีเด่น-ด้อย’



สถานการณ์ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ   “เอสเอ็มอี” ในปี 2552 นี้มีกระแสในเชิงน่าเป็นห่วงค่อนข้างแรง อย่างไรก็ตาม จากการเปิดเผยของ นายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการ  รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กับโครงการวิเคราะห์และเตือนภัย SMEs รายสาขา (SAW) ที่ สสว.ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาประจำภูมิภาค ทำการศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลเอสเอ็มอีเป็นรายสาขา ทั้งในภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคบริการ โดยสำรวจผู้ประกอบการจำนวน 4,200 ตัวอย่างทั่วประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มเอสเอ็มอี ปี 2552 พบว่า...



นอกจากที่ต้องเฝ้าระวัง ก็ยังมีที่โดดเด่นด้วย



ทั้งนี้ นายภักดิ์เปิดเผยไว้ว่า... สถานการณ์แนวโน้มเอสเอ็มอีในปี 2552 นี้ มีทั้งในส่วนของสาขาที่มีความโดดเด่น และสาขาที่ต้องระมัดระวังในการดำเนินกิจการ โดยมีรายละเอียดโดยสรุปดังนี้คือ.....



ภาคการผลิต จะมีปัจจัยที่จะส่งผลต่อการดำเนินกิจการ ได้แก่ การส่งออก ผลิตภาพทุน ผลิตภาพแรงงาน ความสามารถในการชำระหนี้ ผลตอบแทนจากการดำเนินงาน และรายได้ด้อยค่า



ธุรกิจสาขาที่มีความ “โดดเด่น” ในภาคการผลิต ที่น่าจะไปได้ด้วยดี มี 10 สาขา ประกอบด้วย... สิ่งพิมพ์, ยา-สมุนไพร และเวชภัณฑ์, เยื่อกระดาษ, เคมีภัณฑ์, เนื้อสัตว์, นมและผลิตภัณฑ์นม, น้ำตาลและผลิตภัณฑ์จากน้ำตาล, เครื่องดื่ม, อาหารกึ่งสำเร็จรูปประเภทเส้น, รีไซเคิล



ธุรกิจภาคการผลิต สาขาที่ “ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ” ได้แก่... เครื่องใช้ไฟฟ้า, ไม้และผลิต ภัณฑ์ไม้, หนังและผลิตภัณฑ์หนัง, เฟอร์นิเจอร์, แก้วและเซรามิก, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, เครื่องอิเล็ก ทรอนิกส์, เครื่องมือเฉพาะด้าน, แร่อโลหะ, เครื่องจักรกล



ภาคการค้าและบริการ จะมีปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่ รายได้ ผลิตภาพทุน ความสามารถในการชำระหนี้ ผลตอบแทนจากการดำเนินงาน และรายได้ด้อยค่า



ธุรกิจสาขาที่มีความ “โดดเด่น” ในภาคการค้าและบริการ 5 ลำดับแรก ได้แก่... บริการที่ปรึกษา, บริการทางการเงิน, ไปรษณีย์, โลจิสติกส์, บริการการศึกษา



ธุรกิจภาคการค้าและบริการ สาขาที่ “ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ” ได้แก่... โรงแรมและภัตตาคาร, ก่อสร้าง, บริการเสริมสุขภาพ, สปา, บริการอสังหา ริมทรัพย์, บริการท่องเที่ยว.



ที่มา เดลินิวส์ ....


และ http://www.siaminfobiz.com/mambo/content/view/3238/42/






 

Create Date : 19 กันยายน 2552
1 comments
Last Update : 19 กันยายน 2552 21:27:45 น.
Counter : 269 Pageviews.

 

เห็นด้วยกับเรื่องของความโปร่งใสค่ะ คนญี่ปุ่นเขาทำมาหากินตรงไปตรงมานะ ไม่มีย้อมแมวขาย ไม่มีก๊อปปี้ ไม่มีปลอมแปลง อยากให้บ้านเราเป็นอย่างบ้านเขาน่ะค่ะ และต้องซื่อสัตย์ด้วยค่ะ

 

โดย: Tukta21 19 กันยายน 2552 21:45:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.