Love Story ตอนที่ 3


Love Story-3  


                “ไงมึง แหมเดี๋ยวนี้เสน่ห์แรงนะเว้ย เมื่อวานก็มีสาวมาเฝ้าถึงร้าน ว้าวๆอิจฉาว่ะ” เสียงไอ้เปิ้ลเพื่อนตัวดีแซวดังมาแต่ไกลก่อนที่เจ้าของเสียงจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ


“สาวที่ไหนวะ” เราถามอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเหมือนเดิม  วิชานี้ยากจริงๆด้วย


“ก็คนที่น่ารักๆหน้าตาเหมือนตุ๊กตาไง ใช่เด็กมึงป่ะ ชื่ออะไรหรอ แนะนำให้รู้จักบ้างดิ” เปิ้ลถามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นทำเอาเราที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่เงยหน้าขึ้นมามองมันพร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างขำขำ


“ไม่ใช่เว้ย รู้จักกันโดยบังเอิญน่ะ พอๆเลิกถามได้แล้ว อ่านหนังสือซะมั่งเหอะมึง จะสอบอยู่อีกไม่กี่วันแล้ววิชานี้ปราบเซียนซะด้วยมัวแต่เรื่อยเปื่อยอยู่ได้”เราบ่นที่จริงแล้วผมก็ไม่ใช่เด็กเรียนอะไรหรอกครับเพียงแต่ว่าฐานะทางบ้านไม่ได้ร่ำรวยมากมายที่จะเอาเงินมาจ่ายค่าลงทะเบียนเพราะสอบไม่ผ่าน ก็งี้แหละคนจนต้องรีบเรียนรีบจบ เฮ้อ..


“เออๆบ่นยิ่งกว่าแม่กูอีกนะมึง ได้ข่าวว่าเป็นเพื่อนไม่ใช่หรอคร้าบบบบ”


“ก็แม่มึงไม่เคยบ่นไงกูเลยช่วย 555”


                และการสอบวันแรกก็ผ่านไปอย่างมึนๆ ช่วงนี้มีสอบติดต่อกันหลายวันเรากับไอ้เปิ้ลเลยขอพี่นุชลาหยุดงานที่ร้านไปก่อนซึ่งพี่แกก็เข้าใจให้หยุดได้โดยไม่ได้ว่าอะไร ระหว่างที่เรากำลังเดินมึนๆ กลับหออยู่นั้น เราก็เห็นผู้หญิงท่าทางคุ้นตาคนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนกำลังลูบหัวเจ้าบิ๊กกี้เล่นอย่างเอ็นดู


                “มาไงเนี่ยฟ้า” เราทักพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ วันนี้เธอดูแปลกตาไปจากทุกวันคงเพราะผมยาวเป็นลอนที่ถูกรวบเป็นหางม้าดูน่ารักไปอีกแบบ


“วันนี้มารถเมล์ กลับช้าแบบนี้ทุกวันเลยหรอ” เธอเงยหน้าจากเจ้าบิ๊กกี้ขึ้นมามองเราบ้าง


“หือ..ไม่หรอกวันนี้แวะนั่งติวหนังสือกับเพื่อนน่ะเลยช้า ป่ะขึ้นไปนั่งเล่นบนห้องก่อนมั้ย ข้างล่างยุงเยอะเดี๋ยวขาลายหมดหรอก”


                พอขึ้นมาถึงบนห้องฟ้าก็ยังเหมือนเดิม เดินดูนู่นนี่ไปเรื่อยๆ บางทีก็หยิบไอ้นู่นไอ้นี่มาถามอยู่เรื่อยๆ เราก็ตอบคำถามเธออย่างไม่มีเบื่อเหมือนเคย งานที่เราวาดไว้หลายต่อหลายแผ่นถูกหยิบออกมาวางตรงหน้าโดยมีตัวการนั่งดูอย่างสนอกสนใจ


                “วาดเองหมดเลยหรอ เก่งจัง”


“วาดส่งอาจารย์น่ะ” เราพูดพร้อมกับเหลือบไปมองนาฬิกาบนผนังเผลอแป๊บเดียวจะทุ่มนึงแล้ว


“จะทุ่มนึงแล้วกลับกันเถอะเดี๋ยวเราไปส่ง” เราชวน


“ไล่หรอ งั้นฟ้ากลับก็ได้ไม่ต้องไปส่งหรอก” ฟ้าทำแก้มป่องเหมือนเด็กๆเวลาไม่พอใจจนเราอดยิ้มออกมาไม่ได้ ไม่ว่าจะมองมุมไหนๆเธอก็น่ารักไปซะหมด...เธอน่ารักแบบธรรมชาติไม่ใช่แอ๊บแบ๊วตามกระแสนิยม


“เปล่า เราไม่ได้ไล่สักหน่อย แค่เป็นห่วงน่ะเห็นว่ามืดแล้ว”


“ไม่ได้ไล่จริงๆนะ งั้น...ฟ้ายังไม่กลับหรอก 555” เธอพูด แล้วก็เดินสำรวจนู่นนี่ต่อ ทั้งที่จริงๆแล้วห้องเรามันก็ไม่ได้มีอะไรให้สำรวจมากหรอก


“งั้นนอนนี่เลยมั้ยคร้าบบบ” เราแกล้งแหย่เธอขำขำ


“อย่าชวนน้า..เดี๋ยวเอาจริง555”


“หิวไหม”


“หิวสิ มีอะไรกินด้วยหรอ” ฟ้าหันมาถามทำตาบ้องแบ๊วเหมือนลูกแมวน้อย


“เอ่อ..ขอดูก่อนนะ”


                แล้วเราก็เดินมาเปิดตู้เย็น อืมมีนมเปรี้ยวแต่หมดอายุตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว  คะน้าสีเหลืองคงกินไม่ได้แล้วมั้ง(เน่าเปล่าหว่า) เบียร์แช่เย็น2กระป๋อง - -*ฟ้าคงไม่ชอบกินแน่ๆ แล้วเราก็เหลือบเห็นบนหลังตู้เย็น ‘มาม่า’ คงเป็นความหวังสุดท้าย..


                “ฟ้ากินมาม่าได้ไหม” เราหันไปถามคนที่กำลังสนใจอยู่กับข้าวของ ของชาวบ้าน ชาวบ้านคนนั้นก็เรานั่นแหละ


“ได้สิ ตอนนี้หิวจนจะกินหมาได้ทั้งตัวแล้ว” เธอตอบอย่างไม่ได้สนใจมากนัก มือก็รื้อนู่นรื้อนี่ไปเรื่อยๆ


“แนน รูปนี้..” ฟ้าหยิบรูปใบนึงขึ้นมาถาม มันเป็นรูปวาดไม่ได้สวยงามอะไรมากนักเพราะเกิดจากฝีมือคนวาดคนละคนกัน วาดด้วยปากกาบ้างดินสอบ้าง แต่ก็ออกมาเป็นรูปเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในชุดนักเรียนคอซอง


“อ๋อ..รูปนี้ได้มาตอน ม.ต้นน่ะ” เราตอบขณะที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการต้มมาม่า


“ได้มายังไงหรอ” ฟ้ายังคงถามต่อ


“ตอนนั้นเราซอยผมก็เลยไม่ผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของโรงเรียน เลยต้องไปอบรมจะได้จบ ม.3 พอวันสุดท้ายเค้าก็ให้นั่งล้อมวงแล้วก็วาดรูปส่งต่อๆกันไปตามวง รูปนั้นก็รูปเรานั่นแหละ คนในวงก็ไม่ได้รู้จักกันเลย พอถึงคนสุดท้ายเค้าก็ให้เขียนอะไรก็ได้ให้เจ้าของกระดาษก่อนจะส่งคืนไม่รู้เหมือนกันนะว่าคนสุดท้ายที่เขียนข้อความนั้นเป็นใคร” เราตอบนึกถึงเรื่องตอน ม.ต้นแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ตอนนั้นกับเพื่อนๆมีความสุขกันมากมาย รูปที่เกิดจากฝีมือวาดรูปของคนหลายคนโดยไม่รู้ว่าเจ้าของกระดาษแผ่นนั้นคือเรา รูปที่ออกมาเลยเกิดจากจินตนาการของเพื่อนๆในวงนั้น


“บังเอิญจังเลยนะแนน  เราเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้แหละแต่เราแค่จำไม่ได้” เราหันไปมองฟ้าด้วยสีหน้างงๆ เคยเจอกันมาก่อนหน้านี้เหรอ จะเป็นไปได้ยังไงกันในเมื่อเราก็เรียนมัธยมที่ต่างจังหวัดมาตลอด


“ยังไงหรอ ตอนนั้นเรายังเรียนโรงเรียนแถวต่างจังหวัดอยู่เลย” เราถาม


“ถ้าไม่ได้เจอรูปใบนี้ฟ้าก็คงจำไม่ได้เหมือนกัน ฟ้าจำได้แค่ว่าเคยเขียนข้อความแบบนี้ให้เพื่อนตอนอบรม ม.3น่ะตอนนั้นฟ้าผมยาวเกินไม่ยอมตัดก็เลยถือว่าผิดระเบียบต้องอบรมด้วย”


“หา.. แต่เราเรียนที่เชียงใหม่นะ”


“ฟ้าก็เคยเรียน ม.ต้นที่นั่น พอจบม.3ก็ย้ายเข้ามาที่กรุงเทพฯเนี่ย บังเอิญจัง”


“เออจริงด้วย แปลกจังนะ ทำไมเราไม่เคยเห็นฟ้าเลยแฮะ” เราพูดพลางเกาหัวแกรกๆ จำได้ว่าโรงเรียนสมัย ม.ต้นของเราเป็นโรงเรียนหญิงล้วนไม่ใหญ่มาก แต่กลับไม่คุ้นหน้าฟ้าเอาซะเลย เอ..หรือว่าจะเคยเจอกันแต่จำไม่ได้ก็ไม่รู้นะ ...


“จะจำได้ไงล่ะก็ตอนนั้นฟ้านะอ้วนจะตายยยย ไม่ได้สวยแบบนี้หรอกนะ อิอิ”


“โหยยย กล้านะเธอ” ปากก็พูดไปงั้นเองแหละ จริงๆก็ไม่เถียงหรอกว่าเธอน่ะสวย...


                หลังจากกินมาม่าเป็นมื้อเย็นพร้อมกับคุยถึงเรื่องเก่าๆสมัยม.ต้นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินไปส่งฟ้าที่ปากซอยบ้าน ระยะทางหนึ่งป้ายรถเมล์ดูจะใกล้เกินไปซะแล้ว.. ก่อนจะนั่งรถกลับมาที่หอพักของตัวเองและแวะซื้อลูกชิ้นเปล่าๆมาฝากเจ้าบิ๊กกี้เหมือนทุกวัน มันยังคงกระดิกหางอย่างดีใจเมื่อเจอเราเหมือนทุกครั้ง


.......ตะ ตะ ตะ ตั๊บแก  ตั๊บแก ...


                เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น..เฮ้อ..ตกใจทุกทีเลยว่าจะเปลี่ยนหลายครั้งแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนสักที  ชื่อไอ้เปิ้ลโชว์หราอยู่บนหน้าจอ


                “โหล..ว่าไงวะ”  เรากดรับสาย


“เออพรุ่งนี้หยุดมึงไปไหนเปล่าวะ” เสียงไอ้เปิ้ลลอดมาตามสาย


“คิดว่าไม่นะ มึงมีอะไรเหรอ” เราถามอย่างไม่ใส่ใจมากนักมือก็ยังคงลูบหัวเจ้าบิ๊กกี้เล่นอย่างเรื่อยเปื่อย


“ก็พวกไอ้วันมันชวนไปกินเหล้าที่ห้องมันอ่ะ เนี่ยมันให้กูมาชวนมึงด้วย มึงจะไปเปล่า ไปเหอะนะ” ไอ้เปิ้ลอ้อนวอนสุดฤทธิ์


“เออๆกี่โมงอ่ะแล้วกินเนื่องในโอกาสอะไรวะ”


“อ๋อเนื่องจากไอ้วันมันทำข้อสอบได้มั้ง555 เออพรุ่งนี้แดดร่มลมตก เดี๋ยวกูขับมอเตอร์ไซค์ไปรับที่หอมึงละกันตู๊ดๆๆๆๆ” พูดจบมันก็วางสายไปทันที เออไอ้นี่มันจะรีบไปไหนของมันวะ สงสัยกลัวเสียตังค์ค่าโทรเยอะมั้ง เหอๆ


                เรากับไอ้เปิ้ลมาถึงหน้าหอของวันเพื่อนสนิทอีกคนนึงเอาเกือบๆสองทุ่ม ทั้งๆที่หอก็อยู่ไม่ไกลกันมากเท่าไหร่ ก็ไอ้เปิ้ลน่ะสิครับดันมาช้า ไม่นานเราก็เดินมาถึงหน้าห้องเพื่อน ไอ้เปิ้ลเปิดประตูเข้าไปทันทีโดยที่ไม่ได้เคาะ เมื่อเข้าไปสภาพทุกคนก็ดูจะเริ่มกรึ่มๆแล้ว


                “เมากันแต่หัววันเลยนะมึง  ไม่มีรอเลยคนเรา”เปิ้ลบ่นพร้อมกับใช้มือแหวกๆหาที่เพื่อแทรกตัวลงนั่ง


“กูซื้อโซดามาเพิ่ม ยังไหวกันไหมวะเนี่ย” เราพูดพร้อมกับหยิบโซดาหลายขวดออกจากถุง


“ทำไมพวกมึงมาช้ากันจังวะ กูรอจนจะเมาแล้วเนี่ย” ไอ้วันบ่นพลางชงเหล้าส่งให้เรากับไอ้เปิ้ล  และหันกลับไปโอบน้องมิ้ลค์แฟนมันเหมือนเดิม


“มาช้าดีกว่าไม่มาน่ามึง ไม่ได้จะเมาหรอก เมาแล้วแหละ ดูดิวะเละเชียว” ไอ้เปิ้ลพูดขำขำก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก เราจึงยกซดบ้าง


“แม่งชงเข้มว่ะไอ้วัน จะมอมพวกกูหรือไง” เราหันไปบ่นไอ้วันที่กำลังนัวเนียอยู่กับแฟนสาวอย่างไม่อายใคร คนเราก็อย่างงี้แหละพอเหล้าเข้าปากหน้าก็เริ่มไม่มียาง


“กินๆไปเถอะน่า เออเดี๋ยวกูขอตัวก่อนนะ” พูดจบไอ้วันกับน้องมิ้ลค์ก็ประคองกันเดินหายเข้าไปในห้อง ทิ้งให้เพื่อนๆในวงมองตามกันอย่างยิ้มๆ


“เฮ้ย!แนน ไม่พาแฟนมาด้วยหรอวะ” เติ้ลสาวหล่อเพื่อนซี้ในวงเหล้าแต่เรียนกันคนละคณะกับเราถามขึ้น


“บ้าไม่มีหรอก อย่างกูใครจะเอา” เราตอบก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากแบบรวดเดียวหมด เออมึนเลยแฮะ =_=**


“ทำมาพูดไงมึง คนก่อนกูก็ยังเห็นเค้าตามมึงไม่เลิกไม่ใช่เรอะ 5555สลัดไม่หลุด” ไอ้มีนที่กำลังนั่งเปิดเพลงอยู่เมื่อกี้ไม่วายหันมาตอกย้ำ แต่คนที่เงียบกลับกลายเป็นไอ้เปิ้ลแทน


“เงียบไปเลยมึง ชิ เปิ้ลชงให้กูแก้วดิ๊” เราหันไปสั่งเปิ้ลเพราะมันเป็นคนที่ชงเหล้าถูกใจเราที่สุด


“...กูขอโทษนะ”



***************************************ติดตามตอนต่อไป






Free TextEditor




 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2554
0 comments
Last Update : 9 กรกฎาคม 2554 15:42:06 น.
Counter : 262 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


hamstersom
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hamstersom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.