มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ฉายเดี่ยวเที่ยวHamburg ฉบับนัก( เรียน )ล่าฝัน

คุณเคยมีความฝันที่ไม่เคยลงมือทำหรือไม่คะ สำหรับผู้เขียนเองเป็นเวลานานมากแล้วกลับที่ไม่ได้กลับไปอ่านในสมุดบันทึกความฝันที่เคยจดเอาไว้ เหตุการณ์ในชีวิตหลายๆอย่างได้เข้ามาขัดจังหวะ ทำให้เราหลงลืมที่จะทำมัน พอมาเปิดสมุดเล่มแดงปกหนาเล่มนั้นที่เต็มไปด้วยความฝันมากมาย กลับมีเครื่องหมายติ๊กถูกอยู่ไม่กี่ข้อ  ที่ทำลุล่วงไปแล้วก็ตั้งแต่ก่อนที่กระแส Lady Gagaจะฟีเวอร์ไปทั่วโลกซะอีกพูดง่ายๆคือฝันทิ้งฝันขว้างไม่ยอมทำนั่นเองค่ะ เราเป็นคนหนึ่งที่มีความฝัน แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เลยได้แต่ผลัดไปก่อนวันแล้ววันเล่า จนมารู้ตัวอีกที อายุปาเข้าไปจะ30ซะอย่างงั้น|||@_@



สัญลักษณ์ประจำเมืองฮัมบวร์ก


เวลาที่ผ่านไปนั้นช่างน่าเสียดายเหลือเกิน ถ้าวันนั้นเราตัดสินใจลงมือทำ ป่านนี้เราอาจจะได้เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือนัก…อะไรซักอย่าง มาถึงตอนนี้เราไม่มีเวลามากพอให้ใช้อย่างทิ้งขว้างได้อีก เวลาในช่วงเช้าถูกใช้ไปกับการสำรวจตนเองตัวเองว่ามีความสุขกับเรื่องอะไร มีความถนัดหรือทำอะไรได้ดีบ้าง คำตอบเดียวที่กลั่นออกมาได้คือความถนัดในการใช้ภาษา ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ทำได้ดีในชีวิต  และภาษาเยอรมันคือหนึ่งในภาษาที่เราชื่นชอบ ทั้งๆที่เราไม่เคยมีคนรู้จักหรือมีเพื่อนเป็นชาวเยอรมันเลย และไม่คิดว่าชีวิตนี้จะอพยพไปทำงาน หรือใช้ชีวิตที่นั่น คิดแค่ว่าหากใช้ภาษานี้ได้อย่างคล่องแคล่ว อาจทำให้เรากลับมาหางานดีๆ และใช้ชีวิตที่เมืองไทยได้จะได้เลิกสมองไหลเสียที ทุกวันนี้เบื่อกับการต้องย้ายไปทำงานต่างบ้านต่างเมืองเหลือเกิน  การพัฒนาความรู้และประสบการณ์ที่มากขึ้นเท่านั้นที่จะนำเราไปในที่ๆอยากอยู่ และเป็นในสิ่งที่เราอยากเป็นได้ แต่ภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่ค่อนข้างยาก ในไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ ส่วนการออกเสียงภาษาเยอรมันก็แสนจะแปลกประหลาด เรารู้สึกเหมือนได้แปลงร่างเป็นเครื่องต้มกาแฟ เพราะการออกเสียงต้องเปล่งเสียงออกจากลำคอ โครกครากๆเป็นส่วนใหญ่ พูดจบคอคุณจะรู้สึกโล่งทันที เรามั่นใจว่าคนเยอรมันคงไม่มีปัญหาเสมหะติดคอเป็นแน่แท้ ;p  โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้สนใจเรื่องความนิยม หรือเรียนแล้วจะหางานได้หรือไม่ เราแค่คิดว่ามันน่าสนุกเหลือเกิน เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นทำอะไรซักอย่าง ส่วนใครที่สนใจเรียนภาษานี้ ท้ายเรื่องเราจะบอก 10 เหตุผลที่ทำไมคุณควรเรียนภาษาเยอรมันค่ะ



ก่อนที่ชีวิตจะหมดไฟ เราจัดแจงลางาน 1 เดือนเต็ม จองตั๋วเครื่องบิน สมัครคอร์สเรียนภาษาเยอรมัน เก็บความฝันใส่กระเป๋าเดินทางใบโต ฉายเดี่ยวไปเรียนถึงประเทศต้นตำรับที่เยอรมันนีโน่น เมืองที่เราเลือกไปเรียนคือเมือง Hamburg (ภาษาอังกฤษอ่านว่า แฮมเบิร์ก แต่ภาษาเยอรมันอ่านว่า ฮัมบวร์ก เนื่องจากภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่มีวิธีอ่านออกเสียงแบบตรงตัวเป๊ะๆนั่นเองค่ะ ) เหตุผลที่เลือกไปเรียนที่ฮัมบวร์กก็เพราะหากอยากได้สำเนียงภาษาเยอรมันแบบเป๊ะๆ ควรมาเรียนที่เมืองทางเหนืออย่างเช่น Hamburg, Hanover, Berlin เป็นต้นค่ะ เมืองเหล่านี้ถือว่าเป็นHigh German คือเป็นเมืองที่มีการพูดที่มีสำเนียงใกล้เคียงมาตราฐานที่สุดค่ะ นอกจากนี้เรามีโอกาสได้ไปเที่ยวในหลายๆเมืองในประเทศเยอรมนี แต่ไม่มีเมืองไหนที่น่าประทับใจเท่าHamburg ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามเพราะเป็นเมืองที่ล้อมรอบด้วยทะเล ใจกลางเมืองมีทะเลสาบที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน ฤดูไหนก็จะเห็นผู้คนเดินออกกำลังกาย ขี่จักรยานรอบๆทะเลสาบ ถือว่าเป็นชีวิตชายน้ำที่รื่นรมย์เชียวค่ะ แถมยังได้นั่งดูเรือใบแล่นเล่นลมไปมา อากาศดีก็ไปพายเรือแคนนูเล่นกับเพื่อนๆ ถือว่าเป็นชีวิตเมืองใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงาม ผู้คนจึงมีจิตใจร่าเริง อัธยาศัยดี แถมเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูง และมีระบบการคมนาคมที่สะดวกสบายมากแถมยังใหม่สะอาดอีกด้วย  ส่วนเรื่องอาหารการกินก็หายห่วงค่ะ แทบทุกมุมของเมืองมีร้านอาหารไทยอยู่แทบทุกที่ แถมมีsuper marketของไทยด้วยค่ะ ถ้ารู้สึกเลี่ยนจากไส้กรอก ขาหมูทอดขึ้นมาวันไหน ก็สามารถไปซดน้ำต้มยำกุ้งแซ่บๆ หรือถ้าเปรี้ยวปากจัดๆก็ลุยข้าวเหนียวส้มตำรสเด็ดได้ทันใจนึกค่ะ;) และหากใครคิดถึงบ้านมากๆก็สามารถหาซื้อหนังสือพิมพ์ นิตยาสารต่างๆจากเมืองไทย หรือดีวีดีรายการทีวีจากเมืองไทยได้ตามsuper marketของไทยเหล่านี้ค่ะ เวลาที่ต้องไกลบ้านของพวกนี้ช่วยปลอบใจให้หายคิดถึงได้เยอะเชียวค่ะ


 




บรรยากาศของ Hamburgในวันฝนพรำ แต่ที่นี่ก็ไม่เคยเงียบเหงาจากผู้คนเลย ตึกที่เห็นนี้คือRathaus ( ราดเฮาส์ )หรือศาลาว่าการ รอบๆ Rathaus ถูกรายล้อมไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังต่างๆ ร้านอาหารเก๋ๆมากมาย รวมถึงร้านขายของที่ระลึกด้วยค่ะ ส่วนคลองเล็กๆหน้าตึกนี้ก็เป็นจุดที่ผู้คนจะมานั่งทอดอารมณ์ ชมวิว ให้อาหารเจ้าหงส์ขาวและนกเป็ดน้ำที่เป็นนักเลงเจ้าถิ่นที่นี่ เห็นเริ่ดๆเชิดๆกันแบบนี้ เจ้าพวกนี้แสบมากเลยค่ะ เรานั่งอยู่ดีๆพี่เค้าก็กระโดดขึ้นจากน้ำมาขูดรีดขอไอติมเราไปกินซะอย่างงั้น หนักๆเข้าก็ข่มขู่เอาขนมมากันเป็นทีมเลย เปรี้ยวมั้ยล่ะคะ! 


 





 



 


  


 


และนี่คือย่านโปรดที่สุดของเราคือ Speicherstadt (ชไปเชอร์ชตัด)ย่านเก่าแก่และมีมนต์ขลังที่สุดของเมืองนี้ ในสมัยก่อน Speicherstadtคือที่อยู่อาศัยของพ่อค้าผู้มั่งคั่ง และเป็นโกดังสินค้าที่สำคัญของฮัมบวร์ก ในปัจจุบันชไปเชอร์ชตัดยังคงเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญ และเป็นจุดชมเมืองที่สวยงามเก่าแก่ นอกจากนี้ที่นี่ยังรายล้อมไปด้วยพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ร้านอาหารและผับมีสไตล์ รวมถึงสวนสนุกแนวโจรสลัดและบ้านผีอย่าง Hamburg Dungeonอยู่ด้วย เรียกว่ามาที่เดียวได้ทั้งความรู้ ความสนุกตื่นเต้น แถมบรรยากาศและทิวทัศน์ที่สวยงามยังทำให้เลือดสูบฉีดอีกด้วยค่ะ



Hamburgเป็นเมืองทางตอนเหนือของเยอรมนี อยู่ใกล้กับBerlinซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ  Hamburgเป็นเมืองท่าที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศรองจาก Berlin ประชากรของเมืองนี้มีศักยภาพในการพัฒนาเหนือกว่าระดับประเทศ นอกจากHamburgจะเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และอุตสาหกรรมภาพยนตร์แหล่งใหญ่ของประเทศอีกด้วย ท่ามกลางความยิ่งใหญ่ทางอุตสาหกรรม ความเป็นสังคมเมืองแบบเข้มข้น แต่ไม่เคยมีวันไหนที่เรารู้สึกว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่เร่งรีบแออัดเลย เพราะในเวลาเดียวกันHamburgก็เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความตระการตาทางศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลาย ที่สำคัญต้องขอบคุณธรรมชาติสวยๆที่จรรโลงให้จิตใจชุ่มฉ่ำทุกวันค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นเมืองนี้มีที่เที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาเป็นว่า30 วันในเมืองนี้ มีแค่วันเดียวที่ได้นอนอ่านหนังสืออยู่บ้าน นอกนั้นออกซิ่งทุกวัน ถึงกระนั้นก็ยังมีอีกหลายที่เหลือเกินที่เรายังไม่ได้ไป คงต้องอยู่ซักครึ่งปีถึงจะครอบคลุมให้ได้ทุกที่ เราเป็นคนที่รักการท่องเที่ยวและรักการเดินชมเมืองเป็นชีวิตจิตใจ เดินชนิดที่ว่าพื้นรองเท้าหักเป็นสองท่อนคาตาแต่ก็ยังจะเดินต่อทั้งๆที่รองเท้าประท้วงหยุดงานทั้งอย่างงั้นล่ะ การได้ใช้ชีวิตที่นี่ทำให้เราได้ใช้ชีวิตในทุกรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะชอบชีวิตเมืองที่ชอบวิถีชีวิตที่หวือหวาเปรี้ยวยวปรี๊ดหนุ่มสาวผู้รักธรรมชาติ เป็นศิลปินติสต์แตก หรือนักเรียนผู้มุ่งมั่น เมืองนี้ถือว่าตอบโจทย์ได้ทั้งหมดค่ะ


 



 


  



 


ภาพพี่ๆเป็ดเจ้าถิ่นกำลังว่ายน้ำซิ่งแข่งกับเรือใบในทะเลสาบAlster บางตัวแข่งแล้วแพ้ก็ขึ้นมานั่งหอบแฮ่กๆอย่างที่เห็นค่ะ( คำบรรยายอาจไร้สาระไปบ้าง คงไม่ว่ากันนะคะ เรารู้ทันเป็ดพวกนี้จริงๆ:P)


 





 


ภาพวิวสวยๆของฮัมบวร์ก ในวันว่างผู้คนจะออกมาแล่นเรือใบ พายเรือออกกำลังกาย บ้างก็ไปนอนเล่นพักผ่อนกันในสวนเพื่อฟอกปอดและชาร์จพลัง แต่ถ้าชาร์จไม่ระวังอาจจะนอนทับหรือเหยียบขี้เป็ดได้… โดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะค่ะ


หลายคนคงเข้าใจว่าเจ้า Hamburger  มีที่มาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ความจริงแล้วเมนูยอดฮิตนี้มีที่มาจากเมืองฮัมบวร์กนี่แหละค่ะ ตรงตามชื่อเป๊ะๆ หากใครเคยดูการ์ตูนโดราเอมอน โนบิตะจะดีใจทุกครั้งถ้าวันไหนจะได้กินแฮมเบอร์ก (ออกเสียงแบบภาษาอังกฤษ ) ในเชิงอาหารแฮมเบอร์ก แปลว่าเนื้อบดทอดเป็นก้อนกลมๆ แต่ถ้าใส่ขนมปังโปะเข้าไปสองชิ้น ก็จะเรียกว่าแฮมเบอร์เกอร์ค่ะ แต่ที่มันกลายเป็นอาหารประจำชาติของชาวอเมริกันไปแล้ว เนื่องมาจากช่วงศตวรรษที่19 ทหารเรือและแรงงานชาวเยอรมันที่อพยพเข้าไปอยู่ในอเมริกา ด้วยความสำนึกรักบ้านเกิดจึงนำเจ้าเมนูแฮมเบอร์เกอร์ติดตัวไปด้วย ไม่นานแฮมเบอร์เกอร์ก็กลายเป็นอาหารฮิตติดปากชาวอเมริกัน ชอบกินกันจริงจังจนกลายเป็นอาหารประจำชาติไปในที่สุดค่ะ ในขณะที่ชาวฮัมบวร์กในปัจจุบันนิยมทานแซนวิชกันมากกว่า



Hamburgerอาจแปลตามตัวว่าชาวฮัมบวร์ก หรือjunk foodแสนอร่อยที่พวกเราชาวโลกต่างคุ้นเคยกันดี


ก่อนที่จะอ้วนไปกันใหญ่ ขอวกกลับเข้าเรื่องเรียนก่อนนะคะ โรงเรียนที่เราเลือกเรียนคือสถาบันสอนภาษาเยอรมัน Goethe Institut ค่ะ ที่เลือกที่นี่เพราะว่าGoetheเป็นสถาบันที่เรียกว่าได้มาตรฐานมากที่สุด ทางสถาบันให้ความร่วมมือกับสถานทูตเยอรมันในการเผยแพร่วัฒนธรรมและสอนภาษาเยอรมัน ปัจจุบันGoetheมีสาขาครอบคลุมทั่วโลก เราเคยเรียนที่Goetheสาขาที่ดูไบมาก่อน รู้สึกว่าครูที่นี่สอนดีมาก ไม่ว่าจะสงสัยอะไรเค้าก็จะตอบคำถามเราได้หมด ถึงบางครั้งเราต้องขาดเรียนก็สามารถเขียนอีเมลล์ไปถามคำถามครูได้ตลอด พอมีโอกาสได้ไปเรียนถึงที่เยอรมนี เราจึงวางใจเรียนกับสถาบันแห่งนี้อีก หากใครต้องการเรียนภาษาที่เยอรมนีเราแนะนำให้มาเรียนที่นี่ หากจะเทียบค่าเล่าเรียนกับสถาบันอื่น  Goetheมีอัตราค่าเล่าเรียนที่แพงกว่า แต่หากซื้อpackageรวมค่าที่พักด้วย ถือว่าราคาพอๆกันหรือถูกกว่านิดหน่อยค่ะ เราเลือกพักกับHost Familyชาวเยอรมัน รวมราคาค่าที่พักกับค่าเรียนหนึ่งเดือนเป็นเงินทั้งหมด 1,500ยูโรค่ะ



7 วันแรกในเยอรมันเป็นช่วงเวลาที่แสนลำบาก ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับ Yvette ผู้เป็นเจ้าของบ้านก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน เรียกได้ว่าที่สุดของความเย็นชา เธอเคยใจร้ายกับเราถึงขั้นที่ว่าไม่ยอมเปิดเครื่อง heater ให้เราทั้งๆที่อากาศยามค่ำคืนนั้นหนาวเข้ากระดูกชั้นในสุด โดยเธอให้เหตุผลมาว่ามันว่าเปลืองไฟ แต่ยังดีที่ให้heaterเครื่องจิ๋ว เปิดจ่อเหมือนพัดลมบ้านเรา ทุกคืนเราจะห่มผ้าหนาหลายๆชั้น และนอนซุกตัวอยู่ใต้ห่มอันแสนจะไม่อุ่นนั้น แถมห้องอาบน้ำอยู่ชั้นใต้ดิน ข้างล่างนั่นหนาวชนิดที่ Yvette ใช้แช่อาหารแทนตู้เย็น! คิดดูละกันค่ะว่ามันทรมานเข้าเส้นเลือดขนาดไหนที่ต้องลงไปอาบน้ำในห้องแช่แข็งนั่นทุกคืน แรกๆเราไม่เข้าใจว่าทำไมต้องประหยัดขนาดนี้ แต่หลังๆก็เริ่มเข้าใจเค้ามากขึ้น เนื่องจากyvetteต้องทำงานถึงสามงานเพื่อหาเงินมาผ่อนบ้าน แถมตัวคนเดียว แต่กว่าจะทำความเข้าใจได้เล่นเอาหืดขึ้นคอเลยทีเดียว


 


หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันในบ้านหลังเล็กๆย่าน Wansbeckmarkt ทำให้เราต้องเปลี่ยนความคิดYvetteเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมาก เธออายุ41แล้ว แต่ยังทำตัวเหมือนอายุ25 เธอเป็นหม้ายอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียว แต่แบ่งห้องในบ้านให้นักเรียนจากGoetheมาเช่าอยู่ ส่วนตัวเธอนั้นต้องทำงานถึงสามงาน เธอเป็นทั้งพยาบาล ทำroad show และเป็นดีเจที่คลื่น Radio Tide 96.0 หากใครชอบเพลงTrance และอยากฝึกภาษาเยอรมันก็ลองฟังดูได้นะคะ เข้าไปที่facebook แล้วพิมพ์GlamourClub GlamourGirls นะคะ ไม่นานนักเราก็เริ่มเข้ากันได้ มีความเป็นเพื่อนให้กันมากขึ้น หากมีเวลาว่างจากการอ่านหนังสือ เราจะทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆให้เค้านิดหน่อย ทำกับข้าวให้ทานบ้าง ส่วนYvetteก็น่ารักมาก เวลาเราไม่สบายเธอจะชงชาอุ่นๆมาให้เราตลอด บางวันก็มีสมูธตี้สับปะรดหวานฉ่ำมาเสริฟถึงห้องนอนด้วย แถมยังเปลี่ยนผ้าปูที่นอน ทำความสะอาดห้องให้เราอีกต่างหาก เราแทบไม่อยากเชื่อว่าเธอคือYvetteคนเดียวกันกับแม่มดใจร้ายใจร้ายเมื่อ7วันก่อน


 


  




 


นี่เลย! บ้านที่เราพักอยู่ สวนห้องนอนของเราก็ตกแต่งแบบหวานแหววสาวแตกน่ารักมากๆ นักเรียนที่มาพักอยู่กับHost Family แถวWansbeckmarkt


 


เป็นธรรมชาติของชาวเยอรมันหากเค้ายังไม่ไว้ใจ ไม่สนิทสนมกัน เค้าก็จะไม่ใส่ใจและเย็นชามาก แต่ถ้าได้เป็นเพื่อนกันแล้วก็จะเป็นเพื่อนที่จริงใจและน่ารักมาก ชาวเยอรมันจะไม่ค่อยพูดจาหวานหู หรือชื่นชมใครง่ายนัก คำชมนั้นจะหลุดจากปากเมื่อคุณสมควรจะได้รับมันจริงๆเท่านั้นค่ะ หากคุณได้รับคำชมจากชาวเยอรมันก็เตรียมหามงกุฎกับสายสะพายมาใส่ได้เลยค่ะ สำหรับเราอยู่มาหนึ่งเดือนเต็ม ได้รับคำชมทั้งหมด…1 ครั้งถ้วนค่ะ!


 


เมื่อมาถึงHamburgวันแรก นักเรียนจะต้องเข้ามารายงานตัวกับทางโรงเรียนทันที และทำแบบทดสอบเลื่อนระดับชั้นในวันเดียวกัน เราได้เข้าเรียนในระดับA2.2ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าระดับพื้นฐานขึ้นมานิดนึง เนื่องจากเราไม่ค่อยมีพื้นฐานมากเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าน่าพอใจและเป็นการปูพื้นฐานที่ดี วันแรกของการเปิดเรียน เป็นวันละลายน้ำแข็งแห่งชาติเลยทีเดียว ทุกคนจะดูเคอะเขิน เงียบขรึม ดูแล้วห้องนี้น่าจะมีแต่เด็กเรียบร้อยคงแก่เรียน หารู้ไม่ว่าห้องA2.1คือห้องรวมดาวแสบแห่ง Goethe Institutในรุ่นนั้นเลยทีเดียว และหนึ่งในกลุ่มเด็กเหลือขอประจำโรงเรียนนั้น ก็มีป้าแก่จากไทยแลนด์ร่วมป่วนอยู่ในนั้นด้วย






 



ฉมหน้าของตึกHuna Posten ข้างล่างของตึกจะเป็น Bibliotekหรือห้องสมุด ส่วนชั้นบนสุดคือสถาบันGoethe Institut อลังการมากๆเลย


 


  




 




ภาพเพื่อนๆในชั้นเรียนGoethe Institut และภาพหลุดๆหลังเลิกรียนค่ะ











หน้าตาของก๊วน Disney Club ค่ะ วันนี้พวกเราพากันมานอนผึ่งพุงกันที่ Alster Park สวนสวยกลางเมืองHamburgค่ะ ภาพบางส่วนไปขอยืมมาจากสมุดscrapbookของMaria เพื่อนสาวในกลุ่ม



 


เพื่อนๆกลุ่มที่เราอยู่ด้วยส่วยใหญ่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ อายุประมาณ20-22ปีเท่านั้นค่ะ เราจึงตั้งชื่อกลุ่มนี้ว่า Disney Club แต่ก็เป็นธรรมดาที่พวกฝรั่ง หรือคนอาหรับหน้าตาเค้าอาจจะรีบนำอายุไปก่อนก็เป็นเรื่องปกติค่ะ ทุกๆวันเราจะมีเวลาว่างครึ่งวันหลังเลิกเรียน ทางสถาบันจะจัดกิจกรรมพานักเรียนไปเที่ยวชมเมืองในที่ต่างๆทุกวัน โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่ม จะมีก็นิดหน่อยเป็นค่าตั๋วรถไฟ ไปเที่ยวต่างเมือง หรือไปดูconcert แต่ยังไงก็ไม่เกิน 20 ยูโรค่ะ



การทำกิจกรรมร่วมกับทางโรงเรียนมีผลมากในการฝึกภาษาเยอรมัน เพราะนอกจากการบรรยาย หรือการสนทนาทั้งหมดจะเป็นภาษาเยอรมันล้วนๆแล้ว ยังทำให้เราได้รู้จักเพื่อนๆจากชั้นเรียนอื่นๆ ซึ่งถ้าเค้าอยู่ในชั้นที่เก่งกว่าเราเค้าก็จะสอนภาษาให้ด้วยค่ะ มีบ่อยครั้งที่เราไปhang out กับเพื่อน class อื่น แม้กระทั่งนั่งรถทัวร์ไปเที่ยว Berlin กับเพื่อนต่างห้องก็เคยมาแล้ว มันทำให้สังคมและการเรียนรู้ของเรากว้างขึ้น เพราะนี่คือการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้จากห้องเรียนค่ะ หรือถ้าใครอยากไปเที่ยวกันเองก็ตามสะดวก ส่วนใหญ่เราก็จะพากันไปเที่ยวเล่นสำรวจเมือง ตกกลางคืนอาจไปปาร์ตี้บ้าง เพื่อนๆเรากลุ่มนี้เป็นพวกสายเดี่ยว ส้นตึก เที่ยวดึก เมาแอ๋กันอยู่แล้ว แต่ถึงจะเมาปลิ้นกันขนาดไหนผลการเรียนของพวกเราก็จัดได้ว่าดีที่สุดในห้องค่ะ เด็กๆกลุ่มนี้รับผิดชอบตัวเองได้ดี และมีความเป็นผู้ใหญ่สูง พอถึงเวลาเล่นพวกเค้าจะเล่นเหมือนจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว ห้องของเราจึงเป็นห้องที่สนุกสนานมากเพราะเป็นห้องที่รวบรวมตัวพ่อหรือตัวแม่เอาไว้ทั้งหมด เพื่อนๆห้องอื่นยังชอบบอกเลยว่า ห้องเราน่าอิจฉา อยากเรียนห้องนี้จัง







 



อีกหนึ่งวันดีๆในฮัมบวร์ก พวกเรามางานปาร์ตี้วันเกิดของเพื่อนสาวในกลุ่ม ต่างคนต่างนำอาหารมาแบ่งกันทาน ไฮไลท์ของงานคือBBQไส้กรอกหลากชนิด กับเบียร์และไวน์ ส่วนเราขอแค่น้ำหวาน อาศัยจังหวะที่คนอื่นกำลังเมาจัดการกับไส้กรอกจนหมดเกลี้ยง บอกแล้วว่าแอลกอฮอลทำให้สมรรถภาพในการกินลดลง ;) จากนั้นก็กระโดดลงในทะเลสาบเล่นน้ำกันอย่างเมามัน






นั่งชิลๆริมทะเลสาบที่ Blankenese ที่นี่ถือว่าเป็นย่านที่พักอาศัยที่สวยสุดในเมืองค่ะ เพราะจะได้ชมวิวบ้างเชิงเขา และทะเลสาบ บรรดาเศรษฐีผู้มั่งคั่งมักจะมาปลูกบ้านอยู่กันที่นี่ ใครที่ได้Host Familyที่นี่ถือว่าโชคดีสุดๆไปเลย



 




ภาพบรรยากาศWorld Cup Fever ที่ Hyundai Fan Park Hamburgถึงปีที่แล้วเยอรมนีจะไปใช่เจ้าภาพ แต่ทุกมุมเมืองไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร บาร์ สนามกีฬาต่างๆจะเต็มไปด้วยผู้คนมาเชียร์บอลกันอย่างเนืองแน่น เรียกว่าคึกคักพอๆกับที่แอฟริกาใต้เลย                                                


 




 


 


 


วันสบายๆยามบ่าย พวกเราชาวGoetheพร้อมใจกันมาพายเรือแคนนูรอบเมือง ทำให้รู้ว่าทะเลสาบAlster นั้นใหญ่กว่าที่เห็นเยอะเลย


 


การได้มาเรียนที่ Hagmburg ด้วยเงินเก็บจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองในครั้งนี้ คือการทำความฝันเล็กๆให้เป็นจริง 30 วันมหัศจรรย์ในเยอรมนีช่างแสนสนุกเหมือนได้เล่นรถไฟเหาะทุกวัน หนึ่งปีผ่านไปไดอารี่ปกแดงเล่มเก่ามีเครื่องหมายติ๊กถูกและรายละเอียดที่มากกว่าเดิม แม้จะเป็นความฝันเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่เหลือเกินสำหรับการเริ่มต้น หากแต่การรักษาความฝันเอาไว้คือสิ่งที่ยากยิ่งกว่ายังคงรอคอยให้เราได้พิสูจน์ตัวตน สำหรับใครที่สนใจอยากไปเที่ยว เรียนต่อที่ประเทศเยอรมนี หรือสนใจอยากเรียนภาษาเยอรมันเข้ามาcomment ส่งคำถามมาก็ได้นะคะ เราจะพยายามตอบเท่าที่รู้ ในตอนหน้าเราจะพาไปตะลุย Hamburg และเมืองอื่นๆในเยอรมนี ไม่ว่าจะ ช็อป ชิม เที่ยว รับรองว่าจุใจกว่าเดิมแน่นอน สุดท้ายแล้วถึงที่ไหนจะสวยยังไงก็สวยสู้บ้านเราไม่ได้หรอกค่ะ เราได้มีโอกาสไปมาหลายประเทศทั่วโลก แต่ไม่เคยมีที่ไหนสวยและอุ่นใจเท่าที่นี่….ประเทศไทย

ปิดท้ายกันด้วย 10 เหตุผลว่าทำไมคุณควรเรียนภาษาเยอรมัน ทีนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะค่ะ ว่ามันใช่สำหรับตัวคุณรึเปล่า

1. ภาษาเยอรมัน (Deutsch) เป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแม่มากที่สุดในสหภาพยุโรป : ประมาณ 120 ล้านคน คือ 1/4 ของชาวยุโรปทั้งหมด และ 200 ล้านคนทั่วโลก พูดภาษาเยอรมัน ภาษาเยอรมันเป็นภาษาต่างประเทศที่สอนทั่วโลกมาเป็นอันดับ 3 และ เป็นหนึ่งในภาษาราชการของสหภาพยุโรป หากเป็นภาษาเยอรมันแล้วรับรองว่าคุณเอาตัวรอดสบายใน EU จ้า

2. กิจกรรมที่หาไม่ได้จากที่อื่น : นักเรียนสายภาษาเยอรมันจะได้มีกิจกรรมเข้าค่ายร่วมกันทั่วประเทศในเดือนมีนาคมของทุกปี เพื่อทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน Deutscher Tag งานแข่งขันทักษะทางภาษาเยอรมันจัดขึ้นทุกปีในเดือนสิงหาคม ของนักเรียนสายภาษาเยอรมันจากทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีงานเทศกาลอาหารเยอรมันและกิจกรรมการแสดงประจำชาติเยอรมันในโอกาสต่างๆอีกด้วย

3. โครงการโรงเรียนความร่วมมือแห่งอนาคต (PASCH) โครงการความร่วมมือระหว่างโรงเรียนแกนนำในการสอนภาษาเยอรมัน 9 แห่ง กับสถานทูตเยอรมันแห่งประเทศไทย และสถาบันเกอเธ่ (สายนี้แบ็คอัพเค้าดีจริง)ที่ได้มีการสนับสนุนทุน ในการเรียนการสอนภาษาเยอรมัน และมอบทุนในการศึกษาต่อปีละ 6 ทุนแก่นักเรียน ว้าว โอกาสในการไปเยอรมันอยู่แค่เอื้อมเท่านั้น

4. วงการธุรกิจ : การใช้ภาษาเยอรมันสื่อสารกับหุ้นส่วนทางธุรกิจของคุณ จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดีกว่าเดิม และ สร้างโอกาสที่ดีกว่าที่จะสื่อสารได้ผลลัพธ์ที่มากกว่า และนั่น คือ “ความสำเร็จ”

5. อาชีพระดับโลก : หากมีความรู้ภาษาเยอรมัน คุณจะมีโอกาสที่มากกว่า หากคุณสมัครงานกับบริษัทสัญชาติเยอรมัน ก็จะทำให้คุณเป็นคนทำงานมีผลงาน ให้แก่นายจ้างได้ในระดับการติดต่อทางธุรกิจระดับโลก (ปัจจุบันมีบริษัทสัญชาติเยอรมันมากมายที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในประเทศไทย) เช่น Opel, Audi, BMW ,Mercides-Benz, Porsche, Volkswagen, Siemens, , Puma Hugo-Boss, usw. และอื่นๆอีกมากมายค่า

6. วงการท่องเที่ยวและโรงแรม : นักท่องเที่ยวจากประเทศที่พูดภาษาเยอรมัน มักจะท่องเที่ยว มากครั้งกว่า และ ไกลกว่า พวกเค้าใช้จ่ายเงินในวันหยุดพักผ่อนมากกว่านักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศอื่นๆ พวกเค้ามักจะเคลิ้มไปได้ง่ายกับไกด์ หรือ พนักงานที่พูดภาษาเยอรมันได้ โดยเฉพาะประเทศไทยถือว่ามีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันหลั่งไหลกันเข้ามาท่องเที่ยวกันมากมาย ทั้งนี้ยังช่วยยกระดับการท่องเที่ยวของเรา และศักยภาพของมัคคุเทศก์ไทยอีกด้วย ที่สำคัญทั้งโรงเรียนสอนล่าม หรือ การโรงแรมอันดับหนึ่งของโลกอยู่ในสวิซ ซึ่งใช้ภาษาเยอรมันเป็นภาษาราชการ

7. การสื่อสาร : เวปไซด์ต่างๆที่สำคัญ เป็นเวปภาษาเยอรมัน หนังสือจำนวนมากพิมพ์เป็นภาษาเยอรมัน ความรู้ภาษาเยอรมันเปิดโอกาสให้คุณได้รับรู้ข้อมูลมากขึ้น และลดความผิดพลาดจากการสื่อสารให้น้อยลง เพราะมีอยู่บ่อยครั้งที่ชาวเยอรมันใช้จุดอ่อนข้อนี้ของชาวไทยเป็นข้อได้เปรียบ และแสวงหาประโยชน์จากพวกเราชาวไทยตาดำๆ

8. วรรณกรรม,ดนตรี,ศิลปะ และ ปรัชญา : ท่านกวีเกอเธ่,คาฟกา ศิลปินอย่างโมสาร์ต บาค และ บีโทเฟน ใช้ภาษาเยอรมันในการถ่ายทอดผลงาน น้องจะได้รู้สึกซึ้งถึงการอ่านวรรณกรรม ของ เกอเธ้ และ ฟังผลงานเพลงของโมสาร์ต บาค และ บีโทเฟน จากผลงานของพวกเขาจากต้นฉบับภาษาเยอรมัน

9. เรียนต่อ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และสร้างโอกาสการทำงานในประเทศเยอรมัน : เยอรมันคือประเทศที่ให้ทุนการศึกษาจำนวนมากแก่นักเรียนเพื่อให้มาเรียนที่เยอรมัน ค่าเล่าเรียนมีตั้งแต่ถูกมากจนถึงเรียนฟรีค่ะ! นอกจากนี้ยังเป็นข่าวดีสำหรับนักเรียนแลกเปลี่ยนที่จะได้มีโอกาลไปแลกเปลี่ยนความรู้ และเผยแพร่วัฒนธรรมค่ะ และหนุ่มสาวชาวต่างชาติสามารถทำงานพิเศษ ได้ หากได้วีซ่า และ งานประจำที่แน่นอน หากได้ใบอนุญาตการทำงาน (เยอรมันมีองค์กรที่ดำเนินงานเรื่องทุนและการศึกษาต่อโดยเฉพาะในไทย "DAAD") ว้าวๆ อย่ารอช้า ไปคว้าโอกาสดีๆกันดีกว่าค่ะ

10. เพื่อประโยชน์ในการค้านคว้าวิจัย : ประเทศเยอรมนีถือเป็นประเทศติดอันดับหนึ่งในสามของโลกที่มีการให้ทุนด้านการค้นคว้าวิจัยวิทยาการทางวิศวกรรม และทางการแพทย์ใหม่ๆ นอกจากนี้เยอรมนีสามารถจัดสรรงบประมาณมหาศาลเพื่อรองรับบุคลาการที่เข้ามารับการอบรม แลกเปลี่ยนความรู้ทางเทคโนโลยี เพื่อที่พวกเค้าจะนำไปประยุกต์ใช้ และพัฒนาประเทศของตน

อ้างอิง
-http://www.dektriam.net/TopicRead.aspx?topicID=121548
-www.goethe.de







Create Date : 22 มิถุนายน 2554
Last Update : 22 มิถุนายน 2554 20:45:52 น.
Counter : 3300 Pageviews.

4 comments
  
เป็น blog เกี่ยวกับภาษาเยอรมัน และการแปลภาษาเยอรมันที่ดีจริงๆครับ
โดย: ต้าโก่ว วันที่: 11 กรกฎาคม 2554 เวลา:11:27:24 น.
  
ไม่รู้ว่าใบไม้ร่วงจะสวยแค่ไหน
โดย: ว.แว่นน้อย IP: 202.44.4.252 วันที่: 20 สิงหาคม 2554 เวลา:16:19:34 น.
  
เพิ่งจะแวะเข้ามาเจอโดยบังเอิญ

ภาพสวยมากจริง ๆ ทำให้อยากเรียนภาษาเยอรมันซะแล้วล่ะครับ

ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี และเคยเรียนภาษาฝรั่งเศสมาก่อนด้วย ไม่รู้ว่ามีพื้นฐานภาษาฝรั่งเศสแล้ว จะทำให้เรียนภาษาเยอรมันได้เร็วด้วยไหมหนอ
โดย: ซูเปอร์ไซยา IP: 180.111.154.116 วันที่: 16 กันยายน 2554 เวลา:21:08:59 น.
  
สนใจเรียนมากๆเลยค่ะ อยากทราบว่าค่าใช้จ่ายถ้าไม่รวมที่พักจะราคาเท่าไรคะ เพราะคุณแม่อยู่ที่เยอรมันค่ะ ขอบคุณค่ะ biolochem@hotmail.com
โดย: น้องวัน IP: 10.0.1.145, 115.87.13.140 วันที่: 19 ตุลาคม 2554 เวลา:0:20:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาจ๋อย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]