happy memories
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
พล.อ.ประยุทธ์ตอบโจทย์





"'ประยุทธ์' ตอบโจทย์ล้มเจ้า"


คำต่อคำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ต่อรายการ "ตอบโจทย์ประเทศไทย" ตอน "สถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ" ที่มีนายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล และนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ร่วมเป็นวิทยากรวิพากษ์วิจารณ์ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส


ในความเห็นของทหารนั้น เรามีมุมมองของเรา เพราะเราเป็นทหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงเป็นจอมทัพไทย ในความรู้สึก ผมเข้าใจสถานการณ์ของประเทศชาติในวันนี้ว่า มีความเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร สิ่งหนึ่งคิดว่าทหารทุกคนมีความรู้สึกเหมือนกัน คือสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศไทยเป็นเวลานาน การเสนอรายการเป็นสิทธิ์ของสื่อและผู้จัดรายการที่กระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ ผมอยากแสดงความคิดเห็นว่า เหมาะสมหรือไม่ ใช่เวลาหรือไม่ที่นำเสนอในเวลานี้


คิดว่าการที่บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุขมาจนถึงทุกวันนี้ เราไม่ได้เกิดมาจากหลอดแก้ว คนเราต้องมีความเป็นมา ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี จารีตที่งดงาม อยากให้ทุกคนระลึกถึงอยู่เสมอ การที่ประเทศไทยได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก ส่วนหนึ่งคือเรื่องของความเป็นคนไทยที่มีจารีต ประเพณีงดงาม ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ใครจะว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ผมคิดว่า ประเทศไทยมีความเป็นมาอย่างนั้น ซึ่งเป็นความแตกต่างที่ทำให้โลกหันมามองประเทศไทย


ประเทศไทยประกอบด้วยผืนแผ่นดิน ที่มีการต่อสู้จากบรรพบุรุษตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นคือ ประวัติศาสตร์รากเหง้าของประเทศไทย คนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย แต่สิ่งหนึ่งที่ยึดเหนี่ยวให้คนกับแผ่นดินอยู่ด้วยกัน จำเป็นต้องมีสถาบัน สถาบันหลักคือ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความผูกพัน ซึ่งเราต้องรักษาดำรงไว้จนนานเท่านาน หากไปเริ่มใหม่ ประเทศไทยจะไม่เป็นประเทศน่าสนใจอีกต่อไป


ถ้าทุกคนทบทวนว่า ประเทศไทยเป็นประเทศลำดับที่ ๕๒ ที่คนอยากมาอยู่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร ไม่ใช่คนวันนี้หรือคนมะรืนนี้ทำ แต่เป็นคนในอดีตทำ ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยก็จริง แต่อดีตเป็นของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งวันนี้ท่านทรงลดฐานะของพระองค์เองมาอยู่ในภายใต้รัฐธรรมนูญ สถาบันพระมหากษัตริย์หรือพระองค์ท่านทรงอ่อนแอ เพราะไม่สามารถปกป้องพระองค์เองได้ จึงต้องมีกฎหมายฉบับหนึ่งออกมาเพื่อปกป้องพระองค์ท่าน ซึ่ง ๒oo - ๓oo ปีที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีเรื่องมา แต่เพิ่งมาเกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น


การที่ประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้า ไม่จำเป็นต้องทิ้งประวัติศาสตร์หรือต้องทิ้งทุกอย่างให้หมด ไม่เช่นนั้นลูกศิษย์คงไม่ต้องเชื่อฟังอาจารย์ ลูกคงไม่ต้องเชื่อฟังพ่อแม่ เพราะความเป็นประชาธิปไตย ถามว่า เรายอมได้หรือไม่ การที่จะมีรายการต่าง ๆ นั้น ผมจะไม่ละเมิดหรือก้าวล่วงสิทธิเสรีภาพของสื่อ ที่ผ่านมาผมพยายามทำดีกับสื่อทุกคนมาตลอด เว้นแต่บางครั้งต้องพูดคุยกันบ้าง หากให้เกียรติกันบ้างก็ไม่มีปัญหา


กรณีดังกล่าว ผมไม่กล้าจะกล่าวว่า ผิดหรือถูก ใช่หรือไม่ใช่ แต่ในความรู้สึกผมเอง และทหารทุกคนอีก ๒ แสนกว่าคนในกองทัพบกและทุกกองทัพเห็นว่า ยังไม่น่าเหมาะสมที่จะนำเรื่องพวกนี้มาพูดกันในเวลานี้ เพราะเป็นเวลาแห่งความขัดแย้ง และเป็นเวลาที่มีเรื่องราวต่างๆ มากมายที่จะต้องแก้ไข โดยเฉพาะคนที่มาพูดเป็นถึงครู อาจารย์ ของคนทั้งประเทศ ประเทศชาติจะไปข้างหน้าได้ต้องมีครู อาจารย์ที่ดี และการสอนให้คนเป็นคนดี คิดว่าสำคัญกว่าจะสอนให้มาแก้กฎหมายโน่นกฎหมายนี่ ซึ่งยังไม่ใช่เวลา วันนี้จะทำอย่างไรไม่ให้เด็กตีกัน ไม่ติดยาเสพติด ให้เขาเคารพกฎหมาย รู้จักคุณธรรม จริยธรรม และเรียนรู้ประวัติศาสตร์


คำว่าประวัติศาสตร์คือ ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งอดีตมีทั้งดีและไม่ดี อันไหนที่ดีต้องรักษาไว้ให้ยั่งยืน โดยสถาบันต้องมีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำไมเราต้องทำลายให้หมดสิ้น เพื่อจะก้าวไปสู่ระบอบอนาธิปไตย ซึ่งคิดว่าไม่ใช่ประชาธิปไตย อยากให้ทุกคนกลับมาทบทวนว่า สิ่งที่นำเสนอไปนั้น ดีหรือไม่ดี ผิดหรือถูก คิดว่าคนไทยส่วนใหญ่ทั้ง ๖o ล้านคนไม่ได้คิดอย่างนั้น  เพราะหากคิดเช่นนั้น อยู่ไม่ได้


ดังนั้น การที่คนไม่กี่คนออกมาพูดแล้วทำให้คน ๖o ล้านคนเปลี่ยนแปลงไป เป็นไปไม่ได้ เพราะมันขัดแย้งกันอยู่ ขอเรียนอีกครั้งว่า สถาบันไม่เคยทำร้ายประชาชน มีแต่ทรงห่วงใยประชาชนของท่าน สิ่งที่พระองค์ท่านทำไม่เคยคาดหวังอะไร  แต่มีคนไปกล่าวอ้างว่า ที่พระองค์ท่านทำเพราะต้องการอย่างนี้อย่างนั้น ผมอยู่มา ๖o ปี ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายงานอยู่หลายครั้ง มีแต่รับสั่งว่า สิ่งที่ท่านให้ประชาชนก็มาจากสิ่งที่ท่านได้จากประชาชน ทั้งทรัพย์สิน เงินทอง ที่บริจาคมาท่านก็คืนกลับสู่ประชาชน พระองค์เคยรับสั่งกับผมเสมอว่า เมื่อไหร่ก็ตามเงินที่ท่านได้รับมาหมดไป จะเอาอะไรให้กับประชาชนของท่าน สมกับที่ประชาชนทรงรอท่านเสด็จเยี่ยม ท่านก็คงมีแต่ข้าวสารที่ทรงทำฟาร์มไว้ ท่านก็คงจะให้ข้าวสารเหล่านี้กับประชาชนแทน  นี่คือสิ่งที่พระองค์ท่านรับสั่งจนติดหูผม ก็ไม่เคยเห็นท่านทรงรับสั่งอย่างอื่น" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



* รู้สึกอึดอัดหรือไม่ที่เป็นทหาร ที่ปกป้องสถาบัน


พล.อ.ประยุทธ์ : แน่นอน มันต้องมีบ้าง แต่ผมยอมรับว่าเป็นเรื่องของยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลง หน้าที่ผมคือ ทำอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ได้มีไว้ให้ละเมิด เมื่อท่านรู้ว่า มาตราดังกล่าวทำแล้วจะถูกดำเนินคดี ท่านก็อย่าทำ  เมื่อพระองค์ท่านไม่ได้ทำร้าย แล้วทำไมท่านจะต้องไปทำร้ายสถาบันด้วย


เมื่อรู้ว่ากฎหมายฉบับนี้ทำให้ท่านเดือดร้อน ท่านต้องถูกดำเนินคดี ถ้าท่านไม่ทำแล้วใครจะมาทำอะไรท่านได้ ผมถามว่า ทุกคนที่ถูกดำเนินคดีในปัจจุบันนั้น เขาได้กล่าวคำพูด หรือแสดงปฏิกิริยาผิดหรือไม่ ถ้าไม่ทำผิดแล้วถูกจับ ผมคิดว่าไม่มี  วันนี้ไม่ได้มีการจับกุมทั้งหมด ทั้งที่มีมากมาย ไม่ถึงเป็นพัน หมื่นแสนคน เป็นแค่คนไม่กี่กลุ่ม ผมไม่รู้ว่าคนพวกนี้สมองเขาคิดอะไรอยู่ เมื่อประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องเคารพกระบวนการประชาธิปไตย คือการใช้เสียงส่วนใหญ่ โดยวันนี้คนส่วนใหญ่ยังอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังเคารพนับถือและชื่นชม ยังภาคภูมิใจเวลาไปต่างประเทศ ถ้ามีคนส่วนน้อยยังคิดอยู่ เราก็อย่าไปให้ความสำคัญ


คนเหล่านี้มีนัยทางการเมืองหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ต้องมีอะไรซักอย่าง ซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนขบวนการเหล่านี้จะมีเบื้องหลังหรือไม่นั้น ก็คงเป็นไปอย่างที่ผมพูดมาว่า ขบวนการเหล่านี้มีมาตั้งแต่ในอดีต ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองปี ๒๔๗๕ คนพวกนี้ก็คิดในแบบของเขา ผมเป็นคนสมัย แต่ก็คิดแบบคนสมัยเก่า เพราะประวัติศาสตร์คือวันนี้และอนาคต คนเหล่านี้ไม่คิดเรื่องประวัติศาสตร์ และจะให้ไปคาดหวังกับอนาคตอย่างไร เมื่อคนส่วนใหญ่ยังรักสถาบันพระมหากษัตริย์ คนส่วนน้อยต้องยอมรับ และเลิกเสียทีพูดเรื่องราวเสียหายในเรื่องที่ไม่จริง เมื่อเกิดปัญหาทางกฎหมาย ก็ว่ากฎหมายไปรังแก ผมถามว่าถ้าไม่พูดจะมีเรื่องหรือไม่ ถ้าไม่ขีด เขียน หรือโพสต์ข้อความต่าง ๆ จะเกิดเรื่องขึ้นหรือไม่


เอาง่าย ๆ คนบางคนยังไม่เคยเข้าเฝ้าฯ หรืออยู่ใกล้พระองค์ท่าน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ท่านทำอะไรผิด พูดเป็นตุเป็นตะ เป็นเรื่องเป็นราว เพราะฟังเขามาทั้งนั้น ไปต่างประเทศมาก็อยากเป็นเหมือนประเทศนั้น ประเทศนี้ แต่นี่คือประเทศไทย เมื่อมองกันเรื่องประชาธิปไตย ถ้าท่านคิดว่าอยู่เมืองไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีมาตราอะไรก็แล้วแต่ แล้วอึดอัด ท่านก็ไปหาที่อื่นอยู่แล้วกัน ที่ไหนก็ได้ที่ท่านคิดว่า อยู่แล้วสบายใจ เพราะคนส่วนใหญ่ยังอยู่ได้ และไม่ได้อึดอัด


ผมอึดอัดอย่างเดียวว่า พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาขนาดนี้ พระองค์ท่านไม่ได้เป็นคนแจ้งความ การดำเนินคดีไม่ได้เกิดจากพระองค์ท่าน เกิดจากมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษจากที่ทนไม่ได้ ก็ไปแจ้งความตำรวจดำเนินคดี ซึ่งต้องเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองว่า จะฟ้องคดีหรือไม่ มีการลดหลั่นโทษไปเริ่มตั้งแต่การตักเตือน หลุดไปก็จะกรรมการของกระทรวงยุติธรรมกลั่นกรองอีกชั้น ก็ต้องปรึกษาประสานไปถึงข้างใน  และคนที่เกี่ยวข้องว่า ควรดำเนินการอย่างไร ไม่เกี่ยวกับท่านเลย ท่านมีแต่บอกว่า ให้อภัยคนเหล่านั้นซะ ไม่อยากให้มีการลงโทษ



* คนเหล่านี้ควรหยุดพฤติกรรมหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ : พวกท่านรู้ดีอยู่แล้ว ก็พยายามให้เป็นเรื่อง ถ้าพูดกันเข้าใจก็จบ แต่เขายังงอแง พยายามทำเรื่อย ๆ  ผมไม่เข้าใจว่าเขามีจุดประสงค์อะไรอย่างอื่นหรือไม่



* คิดว่ายังมีขบวนการล้มเจ้าหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ : ผมบอกแล้วว่ามีมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ คนรุ่นนี้อาจจะยังไม่เคยสัมผัส แต่รุ่นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย น่าจะรู้ หรือเขาไม่ได้เกิดในเมืองไทย หรือมาจากที่อื่น แต่คิดว่าคนไทยทุกคนในอดีตบรรพบุรุษรู้จักสถาบันทั้งนั้น ถ้าใครคิดว่าสถาบันไม่มีประโยชน์กับประเทศไทย คิดว่าคนพวกนี้คงไม่น่าจะเกิดจากที่นี่ เขาอาจเกิดเมืองไทย แต่ไปเรียนรู้จากที่อื่น คิดว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ คือการพัฒนาอย่างสมดุล ทั้งวัตถุ จิตใจ ความเป็นมนุษย์ ซึ่งประเทศไทยยังต้องการอีกมาก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเริ่มมาโดยตลอด และท่านไม่เคยแข่งขันกับใคร ไม่เคยแข่งกับรัฐบาล หรือไม่เคยไปว่าใคร ท่านกำหนดบทบาทของพระองค์เองว่า ท่านจะใช้ภูมิปัญญา และพระราชทรัพย์ เงินส่วนพระองค์ มาดูแลประชาชน ในสิ่งที่ยังขาดหายไป เพื่อช่วยรัฐบาลทุกรัฐบาล ท่านไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ประชาชนมารักพระองค์ท่านมากกว่ารักรัฐบาล ท่านหวังเพียงให้รักประเทศไทย และสร้างประเทศไปในวันข้างหน้า ท่านคิดเพียงจะสร้างประโยชน์อะไรให้ประเทศชาติบ้าง



* ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีข่าวลือเรื่องสถาบันหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ : คำว่าข่าวลือคืออะไร ให้ไปเปิดพจนานุกรมดู ข่าวลือเป็นข่าวที่จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ ใครพูดก็ไม่รู้ มีแต่ลือกันปากเปล่ากันไปเรื่อยว่าอย่างโน้นอย่างนี้ ผมถามว่า ไหนละ เอาพยาน หลักฐานมา มาพูดกับตนว่า ท่านทำอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วผมจะตอบให้ดู



* สาเหตุเนื่องมาจากการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๔๙ ที่ทำให้สถาบันถูกแตะต้องมากขึ้นหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ : เขาเข้าใจอย่างนั้น ว่าสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้อง ท่านเกี่ยวข้องอะไร การปฏิวัติเกิดมากี่ครั้งแล้วในประเทศไทย และท่านทรงเป็นพระมหากษัติย์มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถามว่า เป็นเมื่อปี ๒๕๔๙ หรือไม่ ท่านเป็นมากี่ครั้งแล้ว ท่านทรงรู้ว่า ต้องกำหนดบทบาทของพระองค์อย่างไร ในวันนั้นมีหลายคนออกมาพูดว่าพระองค์ทรงมีบทบาทอย่างไร เมื่อไรก็ตามที่เกิดความขัดแย้ง ท่านต้องทำให้ทุกอย่างบรรเทาเบาบางลงไป ทุกอย่างที่ท่านทรงลงพระปรมาภิไธย ท่านลงภายใต้กฎหมายทั้งสิ้น เมื่อเสนอไปก็ลงพระปรมาภิไธยเพราะเขียนเป็นกฎหมายว่าท่านต้องทรงลงพระปรมาภิไธย ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ท่านต้องทรงลง ไม่เช่นนั้นปฏิบัติไม่ได้ จึงเรียกว่า ประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น เปิดสภา การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ขอถามว่า ท่านตั้งใครหรือเปล่า ท่านตั้ง ผบ.ทบ.หรือไม่ ไม่ใช่ แต่ท่านทรงลงพรปรมาภิไธยตามที่รัฐบาล ฝ่ายบริหารเสนอขึ้นไป และถ้าท่านเห็นว่าเป็นกฎหมายและถูกต้องก็ต้องลงพระปรมาภิไธย


จะมาบอกว่าปฏิวัติแล้วท่านทรงลงพระนาม กฎหมายคือรัฐธรรมนูญ เมื่อมีการปฏิวัติ กฎหมายยกเลิกรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็ไม่ได้ยกเลิก เมื่อยังมีอยู่แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ต้องทรงลงพระปรมาภิไธย และคณะรัฐประหารก็ถือเป็นรัฐบาลในขณะนั้น แล้วต้องลงนามหรือไม่ เพราะฉะนั้นอย่าไปมองว่า ทำไมท่านต้องลงนาม แต่อยู่ที่คนทำขึ้นไปทั้งนั้น ต่อไปนี้ต้องระมัดระวังอย่าทำให้ท่านต้องเสื่อมเสีย จะทำอะไรก็แล้วแต่ คิดว่าท่านทรงทำหน้าที่ของท่านจนถึงวันนี้ จนพระองค์ท่าน ๘๕ พรรษาแล้ว ให้ท่านทรงพระสำราญ ทรงมีความสุขบ้าง ท่านทำมามากแล้ว อย่าไปกล่าวอ้างอะไรอีก แยกแยะให้ออกว่า การมีพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายคืออะไร ไปตีความให้ดีก่อนจะไปถึงประชาธิปไตย ถ้ายังตีความไม่ออกว่า มีสถาบันพระมหากษัตริย์แล้วประชาธิปไตยไปไม่ได้ คิดว่าอย่างนี้สอบตก ไม่ต้องไปเป็นดอกเตอร์หรอก



* รู้สึกอย่างไรขณะดูรายการตอบโจทย์

พล.อ.ประยุทธ์ : โดยส่วนตัวไม่ได้เกลียดชังใคร เพียงแต่รู้สึกว่าเห็นใจเขา คือ เขาคิดไม่ออก เขาอาจจะถูกของเขา แต่ไม่ถูกสำหรับผม ความคิดไม่ตรงกันได้ ถ้าตราบใดที่คน ๖o กว่าล้านยังรักสถาบันพระมหากษัตริย์ ไอ้ไม่กี่คนก็ต้องยอม



* จะมีการตบเท้าแสดงพลังหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ : จะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร คนละเรื่องกัน บางอย่างเป็นกฎหมาย ถือว่าพระองค์ท่านอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง เพียงแต่สังคมช่วยกันดูและตัดสินว่า สิ่งที่เขาพูดมา ใช่ไม่ใช่ ถูกหรือไม่ ที่ถามกันว่ามีข่าวลือก็ไปหาว่า ใครลือ ลือกันอย่างไร แล้วมาถามผม ผมตอบได้หมด เพราะอยู่มาเกือบทุกสถานการณ์ และผมยืนยันมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่า สถาบันไม่เคยเกี่ยวข้องใด ๆ สิ้น มีแต่พระองค์จะดูว่าทำอย่างไรประเทศชาติ ประชาชนจะปลอดภัย ใครว่าอะไร ท่านไม่เคยตอบโต้หรือออกอากาศมาพูดหรือให้ใครมาพูดให้ ท่านทำไปเหมือนเดิม พระองค์ทรงอดทนและอดกลั้น เพราะทุกคนคือคนไทย สิ่งที่ตนได้ยินและติดหูอยู่คือ ทุกคนเป็นคนไทย ไม่ว่าจะสีใดก็ตาม คือ พสกนิกรของพระองค์ท่าน ที่ต้องดูแลเอาใจใส่ ไม่เคยแยกแยะ ผมก็ใช้แนวทางที่ท่านทรงรับสั่งน้ำท่วมให้ช่วยทุกคน ไม่ว่าจะพวกไหน ชอบไม่ชอบ ยิ่งไม่ชอบ ยิ่งต้องช่วยให้เขาเข้าใจว่าเราไม่ได้แยกแยะ เหมือนภาคใต้ เราเป็นคนไทยด้วยกัน ทำไมต้องมาทะเลาะกันเอง เพื่อประชาธิปไตยที่ยังไม่สมบูรณ์หรือ แล้วเรื่องปากท้องอยูตรงไหน ทะเลาะกันทุกวันนี้ ทำให้รายได้ ปากท้องดีขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่มี เลิกเถอะแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันดีกว่า กลับมารวมกันทำหน้าที่ของตัวเอง ลองดูว่าคนที่พูดว่าจะต้องเป็นประชาธิปไตย เรื่องนี้ไม่ต้องไปเชื่อ เรื่องนี้แสดงความคิดเห็นได้ ถามว่าถ้าลูกศิษย์ไม่เชื่อฟังเขา ไม่เคารพเขา ถามว่า เขาอยู่ได้หรือไม่


การปกป้องสถาบันเป็นหน้าที่และเป็นความรู้สึก เพราะผมเกิดมาในแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ ผมบังคับใครไม่ได้ บังคับทหารทุกคนไม่ได้ แต่เป็นเรื่องของความภาคภูมิใจ เป็นเรื่องของสายเลือดของคนที่เป็นทหาร สมัยก่อนคนไทยทุกคนเป็นทหาร ผมไม่ได้ไปรังเกียจคนมาพูด แต่คิดว่า สิ่งที่มาพูดมันไม่ใช่ และคนอีก ๖o ล้านกว่าคน ก็คิดว่าไม่ใช่ ถ้าขอได้ ผมก็อยากขอให้หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ แต่คิดว่าคงขอไม่ได้ ถ้าขอไม่ได้ก็ต้องไปเตรียมต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย แล้วอยู่ดีๆ ท่านจะบอกว่า เมื่อไม่มีกฎหมายตัวนี้ ท่านจะได้ทำสิ่งนี้ได้ คงไม่ได้ เช่น บอกว่าไปทำความผิดอะไรสักอย่างแล้วบอกว่า ไม่น่ามีกฎหมายตัวนี้ ควรไปแก้ปัญหาอื่นดีกว่า เช่น น้ำท่วม อาชีพ รายได้ การศึกษา ยาเสพติด การมานั่งแก้กฎหมาย ม.๑๑๒ ผมว่าไร้สาระ ที่พูดมาทั้งหมดผมไม่ได้ว่าเขาผิดหรือถูก แต่ใช้คำว่าควรหรือไม่ควร ใช่เวลาหรือไม่ ผมแค่แสดงความคิดเห็น


ส่วนคนทั้งประเทศจะคิดแบบใครก็ไปคิดเอาเอง ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร และพระองค์ท่านทรงรับสั่งอยู่แล้วว่า สถาบันไม่ใช่ศัตรูกับใคร ผมก็จะไม่สร้างศัตรู แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับสถาบัน เพราะพระองค์ท่านทำคุณประโยชน์มาโดยตลอด แต่ถามว่า คนที่ออกมาพูด วันนี้ทำคุณประโยชน์อะไรให้เห็นหรือยัง วันนี้ทุกคนต้องอยู่ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน บ้านเมืองพัฒนาไป แต่เราอย่าลืมรากเหง้าของตัวเอง ถ้าคนเราลืมรากเหง้าตัวเอง อีกหน่อยประเทศนี้คงไม่ใช่ประเทศไทย ทั้งนี้ คนที่กระทำผิด ท้ายที่สุดพระองค์ท่านก็พระราชทานอภัยโทษ แต่พอท่านอภัยโทษ มันก็ทำอีก คนพวกนี้สมองมันไม่ใช่.


จากนสพ.ไทยโพสต์ ๒o มี.ค. ๒๕๕๖


บีจีจากคุณเนยสีฟ้า


Free TextEditor





Create Date : 22 มีนาคม 2556
Last Update : 22 มีนาคม 2556 9:56:24 น. 0 comments
Counter : 1073 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 137 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.