"ทฤษฎีมีอยู่ว่าคนที่เหมือนกันจะโคจรมาพบกัน" - ควันใต้หมวก
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 

คำสารภาพของหนุ่มนักช้อป


1.
สีหน้าของรีเบคก้า(Rebecca)ในภาพยนตร์เรื่อง "Confessions of a shopaholic" (สร้างจากนิยายขายดีของ Sophie Kinsella) ทำให้ผมทั้งขำและเอ็นดูเธอในเวลาเดียวกัน

“You know that thing when you see someone cute and he smiles and your heart kind of goes like warm butter sliding down hot toast? Well that's what it's like when I see a store. Only it's better." - Rebecca Bloomwood

ผมค้นพบว่าตัวเองชอบมองใบหน้าของหญิงสาวในยามที่กำลังช้อปปิ้ง บางอย่างในแววตาและท่าทางในห้วงเวลาขณะนั้นทำให้พวกเธอดูสวยเป็นพิเศษ (ไม่นับช่วงเวลาแห่งการ sales ที่บรรยากาศไม่ต่างอะไรกับสงครามเย็น!)

จากการได้สนทนา-ผู้ชายจำนวนมากรู้สึกเบื่อหน่ายกับการต้องเดินช้อปเป็นเพื่อนผู้หญิง
ที่จริงถึงไม่บอกก็สังเกตได้ง่ายดายจากสีหน้าท่าทางที่ดูแวบแรกก็รู้ได้ว่าโดนบุคคลที่อยู่ข้างๆบังคับมาอย่างไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้

แต่ผมไม่มีปัญหาอะไรกับการช้อปปิ้งเป็นเพื่อนใครสักคน ตรงกันข้ามกลับพูดได้เต็มปากว่าค่อนข้างจะเพลิดเพลินใจด้วยซ้ำ ผมมักคุ้นชินกับการเดินช้อปปิ้งทั้งวัน หรือการที่ต้องยืนรอหน้าห้องลองเสื้อของสุภาพสตรีเป็นเวลานานเพียงลำพังโดยไม่ค่อยเขินอาย แต่ก็ยังมีบางครั้งที่หากสายตาบังเอิญไปปะทะกับสุภาพสตรีท่านอื่น จึงได้แต่ยิ้มรับอย่างขวยเขิน (หรือเมื่อปะทะกับสุภาพบุรุษบางท่านที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็ได้แต่แอบหัวเราะในใจ)

จะว่าไปแล้ว พฤติกรรมดังกล่าวคงหาพบได้น้อยกว่าในเพศชาย

สุภาพสตรีหลายท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “รู้สึกว่าเธอจะเป็นผู้ชายที่มีความสุขกับการช้อปปิ้งนะ”
-นั่นผมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันครับ! บางทีอาจเพราะมีเหตุให้ต้องไปช้อปปิ้งเป็นเพื่อนใครสักคนอยู่เรื่อยๆ นานๆเข้าเลยชักจะคล้อยตามและสนุกสนานไปโดยปริยาย
แต่สิ่งที่รู้ตัวแน่ๆคือ ในบางเวลาผมรู้สึกสนุกที่จะนั่งอยู่ในบางสถานที่ที่ผู้คนแวะเวียนโคจรมาพบปะ เพื่อมองดูเท้าหลายคู่ที่เดินผ่านไปมา ผมสนุกที่จะลองคาดเดานิสัยใจคอหรือรสนิยมของคนๆนั้นจากรองเท้าที่เขา/เธอสวมใส่ และพบว่าหลายต่อหลายครั้งทีเดียวที่ความเป็นจริงตรงกับสิ่งที่คาดเดาไว้อย่างน่าทึ่ง

(ถึงคนที่รู้จักและกำลังจะรู้จักของผมทุกคน – ถ้าเห็นผมเอาแต่จ้องมองรองเท้าของคุณโดยที่ไม่มองหน้าไม่ต้องแปลกใจนะครับ ไม่ได้กวนตีนแต่อย่างใด กรุณาอย่าเพิ่งชก)

2.
ถ้าคุณได้ดูภาพยนตร์เรื่อง "Sex and the city" คงจะได้เห็นภาพของแครีและสาวๆสุดเทรนดี้ สุดชิก ตามแบบฉบับที่สุดแสนจะนิวยอร์กเกอร์ในเรื่องนี้พากันช้อปปิ้งอย่างไม่บันยะบันยัง พิสูจน์ความเป็นนักช้อปได้จากท้ายรถที่อัดแน่นไปด้วยถุงแบรนด์เนมต่างๆมากมายมหาศาล

บางผู้คนกล่าวหาว่าคนที่มีรสนิยมชอบเครื่องแต่งกายราคาสูงต้องเป็นคนมีเงินและโง่

-ในมุมหนึ่งผมเห็นพ้องด้วยบางส่วนว่าพฤติกรรมเช่นนั้นมีอยู่จริง เกิดขึ้นจริงและน่าเศร้า

สองหรือสามครั้งที่ผมเคยได้พบเจอภาพเช่นนั้นมากับตัวเอง ครั้งที่จำได้แม่นที่สุดคือเมื่อหลายปีที่แล้ว ขณะที่เดินเล่นอยู่แถวชินจูกุ (เรียกกันว่าถนนย่านช้อปปิ้งอันเลื่องชื่อของญี่ปุ่นที่หากใครต่อใครไปเยือนก็ต้องแวะไปฝากรอยเท้าไว้) นั่นคือการได้เห็นสุภาพสตรีบางท่านกำลังหอบหิ้วถุงแบรนด์เนม (ซึ่งสินค้าแต่ละชิ้นของแต่ละแบรนด์มีราคาสูงลิบพอจะเป็นค่าอาหารและต่ออายุของผู้มีโอกาสน้อยหลายคนไปได้อีกหลายมื้อ) พะรุงพะรังเต็มมือทั้งสองข้างไม่ต่ำกว่าสิบถุง (คาดว่าถ้ามีมือข้างที่สามก็คงจะไม่ว่างอีกเช่นกัน) ยืนโบกรถแท็กซี่เพียงลำพัง ที่น่าตลกคือมีรถสามสี่คันที่วิ่งผ่านมาแต่ไม่ยอมไปส่งเธอ (เดาเอาว่าคงไม่มีที่ว่างมากพอ)
-มันน่าเศร้าตรงที่ผมสงสัยว่า เธอเคยดูสารคดีเกี่ยวกับเด็กผู้อดอยากในแอฟริกาบ้างไหม?

แต่นั่นก็เป็นความจริงเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

-ในอีกมุมหนึ่ง ผมอดขัดข้องใจและหงุดหงิดไม่ได้ที่เห็นพวกเขาเหล่านั้น(ซึ่งมีหลากหลายอาชีพในหลากหลายวงการ ทั้งคนทั่วไป คอลัมน์นิสต์ นักเขียน นักวิจารณ์ รวมถึงบุคคลมีชื่อเสียงต่างๆ) เขียนหรือพูดเหมารวมในเชิงเสียดสี (ทั้งในทางตรงและทางอ้อม) ทำนองว่าคนที่ชอบใช้ของราคาแพงต้องเป็นคนโง่ การแต่งตัวเป็นเพียงแค่เปลือกนอก การยึดติดกับแบรนด์ หรือทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่นคือความหรูหราฟุ่มเฟือยไปเสียทั้งหมด เพราะนั่นดูจะเป็นการวิพากษ์-วิจารณ์ที่ค่อนข้างตื้นเขินและเสียมารยาท

-ผมสงสัยว่าพวกเขารู้จักและศึกษาในสิ่งที่ตัวเองวิจารณ์อย่างลึกซึ้งถ่องแท้ดีพอแล้วหรือยัง หรือเพราะชอบที่จะด่าว่า(และอ้างอิงถึงชื่อแบรนด์ต่างๆที่ตัวเองอาจไม่รู้จักแม้แต่หน้าตาด้วยซ้ำ) เพื่อสร้างความจริงปลอมๆให้ดูเหมือนว่าตัวเองฉลาดกว่า เข้าใจโลกดีกว่ามนุษย์คนอื่น
(หรือบางทีพวกเขาอาจจะไม่เคยเห็นสีหน้าของสุภาพสตรีใกล้ตัวเวลาที่พวกเธอได้ช้อปปิ้ง)

ผมไม่ได้บอกว่าคำวิจารณ์เหล่านั้นไม่เป็นความจริงไปเสียทั้งหมด
ใช่-มันอาจเป็นความจริง แต่ไม่ใช่ความจริงสำหรับทุกคน
คุณค่าของบางสิ่งบางอย่างไม่อาจประเมินได้ด้วยราคา เพราะมาตรฐานความสุขของคนเราแตกต่างกัน

แต่อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าถ้ามันเกินขอบเขตของคำว่าพอดี ความสุขนั้นคงไม่อยู่กับเรานานนัก

ในเรื่อง "Confessions of a shopaholic" มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับหนี้สินจากบัตรเครดิต อันเป็นปัญหาก้อนใหญ่ของเหล่าหนุ่ม-สาวขาช้อปผู้หน้ามืดตามัวทั้งหลายรวมไปถึงรีเบคก้า ซึ่งก็ได้ถูกนำมาสร้างล้อเลียนได้อย่างมีชั้นเชิงและตลกร้าย (ดูจะเหมือนจะเป็นภาพยนตร์เรื่องแรก (ที่ผมได้ชม) ที่กล้าเปิดโปงภาพด้านลบและผลร้ายจากการช้อปปิ้งอย่างไม่รู้จักควบคุมสติ (ต่างจาก "Sex and the city" และ "The Devil Wears Prada" ที่ถึงแม้จะสะท้อนในด้านความสัมพันธ์ของมนุษย์และวงการแฟชั่นได้อย่างลุ่มลึก แต่ก็ไม่ได้นำเสนอด้านลบของการช้อปปิ้งอย่างโจ่งแจ้งสักเท่าไหร่))

สมมติมันเกิดขึ้นในชีวิตจริงเล่า จะมีใครหัวเราะออกหรือไม่ หากพบว่าวันหนึ่งตัวเองต้องถูกตามล่าจากคนในบริษัททวงหนี้อยู่ทุกวัน มันคงไม่น่ารักหรรษาและตลกเช่นเดียวกับในจอภาพยนตร์

3.
การทำอะไรสักอย่างจะดี ก็ต่อเมื่อมันมีความพอดี

ดังเช่นประโยคหนึ่งที่เซอร์ พอล สมิธ (Sir Paul Smith) ซึ่งเป็นดีไซเนอร์คนโปรดของผม กล่าวไว้ว่า:

“So I earn X-amount of money – do I need X-amount of money more than I’ve got? NO. You just analyse it. Life is on your terms.”

(พอลได้กลายมาเป็นแฟชัน ดีไซเนอร์โดยบังเอิญจากการอุบัติเหตุ เขาผิดหวังจากความฝันเดิมที่อยากเป็นนักขี่จักรยาน ต่อมาจึงได้พบแรงบันดาลใจบางส่วนจากการได้รู้จักกับชื่อของศิลปินและนักดนตรีอย่าง แอนดี้ วอร์ฮอล (Andy Warhol),ไมล์ส เดวิส (Miles Davis),โรลลิ่ง สโตนส์ (Rolling Stones) และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจเปิดห้องเสื้อในน็อตติ้งแฮม)

ผมสนุกที่ได้รู้ว่าเครื่องแต่งกายของพอล สมิธมีแรงบันดาลใจและที่มาที่ไป มีเสื้อผ้าหลายชิ้นที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นศิลปะและเปี่ยมด้วยอารมณ์ขันอย่างเหลือเฟือ (เสื้อตัวหนึ่งสกรีนลายรูปลิงกวาดขยะอยู่ตรงปลายเสื้อ เรียกเสียงหัวเราะของผมได้ทุกครั้งที่เห็นมัน)
และที่สำคัญ ทุกๆชิ้นมีความพอดี

ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป สำหรับผม นั่นคือการใส่ใจในรายละเอียด

มองในฐานะของผู้ผลิต-ผมรู้สึกได้ว่าเขารักงานของเขา เช่นเดียวกับที่ศิลปินรักภาพวาดของตัวเอง นักดนตรีรักบทเพลงของตัวเอง นักธุรกิจที่รักบริษัทของตัวเอง
หนุ่มสาวนักช้อปทั้งหลายก็รักตัวเองเวลาที่ได้ช้อปปิ้ง

4.
ด้วยเหตุผลหลายประการที่กล่าวมา-
ผมจึงเข้าใจได้ว่ามันเป็นธรรมชาติที่ผู้หญิงจะชอบเห็นตัวเองสวยในกระจก
ไม่แปลกที่ใครสักคนจะชอบตัวเองในยามที่สวยมากกว่าในยามที่ไม่สวย

บทสรุปสุดท้ายในเรื่อง "Confessions of a shopaholic" เป็นไปในลักษณะของ ‘สาวซ่ากลับใจ’
ด้วยความมีชื่อเสียงจากการเป็นคอลัมน์นิสต์ในนิตยสารโดยใช้นามแฝงชื่อ ‘The girl in the green scarf’ ทำให้รีเบคก้าสามารถจัดงานประมูลเสื้อผ้าของเธอทั้งหมดเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายหนี้สินทั้งหมดได้อย่างทันท่วงที

นับจากนั้น-เธอตั้งคำถามต่อตัวเองว่า สิ่งที่เรากำลังจะซื้อนั้น เราจำเป็นต้องใช้มันจริงๆหรือไม่?

ความสุขและความงดงามที่แท้จริงเกิดขึ้นจากความพอดี - การช้อปปิ้งก็เช่นกัน

อาจจะฟังดูน่าแปลกเหลือเชื่อและเกินจริงไปหน่อย แต่ผมคิดว่าที่ผ่านมาได้เรียนรู้สัจธรรมหลายอย่างจากการช้อปปิ้ง
อย่างน้อย – ผมก็รู้วิธีที่จะยิ้ม ในเวลาที่เห็นสุภาพสตรีใกล้ตัวบางท่านกำลังยิ้มปลื้มใจไปกับรองเท้าคู่ใหม่หรือเสื้อผ้าตัวใหม่

รอยยิ้มจริงใจที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเสแสร้งในโลกทุนนิยม
แค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ไม่ใช่หรือ.

gyunwin
4/3/09




 

Create Date : 04 มีนาคม 2552
5 comments
Last Update : 4 มีนาคม 2552 3:26:36 น.
Counter : 341 Pageviews.

 

ขอตอบว่า

แค่นั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ

 

โดย: SkY_sO_bLuE 4 มีนาคม 2552 2:12:21 น.  

 

เวอะมาทักทายค่ะ

 

โดย: CrackyDong 4 มีนาคม 2552 2:32:46 น.  

 

ชอบสีหน้าของรีเบคก้าในรูปข้างบนเหมือนกันค่ะ...

แอบนึกถึงตัวเองเวลาช้อปปิ้ง อิอิ

 

โดย: DearIs 4 มีนาคม 2552 10:00:44 น.  

 

 

โดย: wbj 4 มีนาคม 2552 11:22:00 น.  

 

ชอบๆ
โดนใจจัง
ช็อปแล้วสบายกระเป๋า มีความสุข ก้อช็อปเถอะค่ะ
^_^

 

โดย: เด็กหญิงกุมภา IP: 58.8.78.126 4 มีนาคม 2552 22:17:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


gyunwin
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...ทฤษฎีมีอยู่ว่า คนที่เหมือนกันจะโคจรมาพบกัน...คุณเชื่อไหม?
Friends' blogs
[Add gyunwin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.