พูดไป ... สองไพเบี้ย
สัปดาห์นี้เหมือนจะยุ่ง
กับอะไรหลายอย่าง

อยากเปิดร้านเร็ว ๆ แล้ว
เพื่อนสนิทก็ต่างเรียกร้อง
"อยากมาชิมฝีมือแกจัง"
ส่วนหนึ่งก็อยากโชว์ครัว
โชว์บ้านเล็ก ๆ ที่อุตส่าห์แต่ง

แต่อีกใจหนึ่ง
"ไม่ชอบให้ใครมาบ้าน"

มันเป็นอย่างนี้
ตั้งแต่ตอนที่ผมจน ๆ ละมั๊ง
เมื่อก่อนบ้านเรา 50 ตารางวา
ชั้นเดียวอีกต่างหาก
สี่คนก็แทบจะเดินชนกันแล้ว
เวลาเพื่อนมาบ้าน
จะพยายามกันให้อยู่ที่ระเบียง
ซึ่งเพื่อนบางคน
บอกว่า "ผมไม่มีมารยาท"
ทำไมไม่เชิญเข้าบ้าน?

เห้อ ....
ถ้าพวกเขาเคยจนมาก่อน
ก็จะเข้าใจอ่ะนะ

เรื่องความสวยงามของบ้าน
ผมไม่ค่อยอายเท่าไหร่นะครับ
แต่ผมรู้สึกเกรงใจ
เวลาที่เพื่อนไปหาเรา
แล้วพ่อ แม่ และน้อง 
ต้องขาดความเป็นส่วนตัว

ผมจำได้ว่า
เวลาพ่อพาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน
ก็นั่งกินกันแต่ที่ระเบียง
ทุกคนรู้ ...
ว่าบ้านเรามันเล็ก
แล้วทุกคนก็ต้องการความเป็นส่วนตัว

ถึงตอนนี้
บ้านก็เราพอมีที่ให้แขกเหรื่อมา
แต่ใจมันก็ "ไม่ชอบ"
โต๊ะกินข้าวที่ซื้อมาใหม่
ก็เผื่อไว้แค่ 6 คน
กะว่า "ไม่มีใครมาหร๊อก"
ความจริงคือ
คงไม่ให้ใครมาบ้านเราง่าย ๆ

ผมก็ไม่รู้จะบอกเพื่อนยังไงดี
บางทีเราเล่าเรื่องงาน
เรื่องบริษัทเรา
เพื่อน ๆ ก็อยากมาเห็น
ว่ามันเป็นยังไงนะ

จริง ๆ มันก็บริษัทเล็ก ๆ
ที่ไม่มีเงินไปเช่าตึกออฟฟิศหรู
ใจกลางเมือง
เลยซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ
ใ้ช้เป็นบริษัทแทน
ถือเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรํพย์
ไปในตัวด้วย

"บ้านยังไงราคาก็ขึ้น
ดีกว่าไปเช่าเค้า"

มันก็จริงของแม่นะ
ตอนซื้อก็แค่เกือบสองล้าน
ตอนนี้ขายกันสามสี่ล้าน

"บ้านเราสวยแล้ว"
โดยไม่ต้องอวดใคร
เราก็มีความสุข
เงินที่ซื้อตู้ โซฟา ของแต่งบ้าน
ผมว่ามันคุ้มนะ
แค่มองมันทุกวัน
ผมว่ามันก็มีความสุขแล้ว

โชคดีที่อาผม
ยังรับช่วงทำธุรกิจ 
"รับเหมาก่อสร้าง"
ต่อจากคุณพ่อ
เลยทำให้
เรามีที่พึ่งเรื่องของทำบ้าน

ด้วยความที่คุยกับเพื่อน
ไว้ประมาณหนึ่ง
คุยแค่เพื่อนสนิทคนเดียว
เรื่องการที่เราอยากเปิด "ร้าน" นั่นแหละ
ผมก็ไม่คิดว่า
มันจะสนใจรายละิีเอียด
ความเป็นไปของผมมากเหมือนกัน

ไม่ใช่ไม่ดี
แต่การคุยกันไปคุยกันมา
มันทำให้เรา "หลุด"
ในสิ่งที่เราไม่อยากจะพูด

"พูดไปสองไพเบี้ย
นิ่งเสียตำลึงทอง"

ผมว่ามันจริงมาก ๆ

เมื่ออาทิตย์ก่อน
ผมก็เพิ่งทะเลาะกับแม่ไป
โดยการที่แม่ดันไปเล่าให้อาฟัง
เรื่องผมคิดจะทำ "ร้านอาหาร"

คือระดับแม่แล้ว
ก็จะพูดไปเรื่อย
พูดหมดเปลือก
ว่าจะทำอย่างไร แบบไหน
ผมเห็นแม่อ้าปาก
ก็พอรู้แล้วว่าแม่ต้อง "ปากโป้ง"
แต่ก็คิดว่าคงจะไม่ได้พูดมาก
เดินไปอีกที
แม่กำลังจะบอกแหล่ง "วัตถุดิบ"
ที่ผมไปซื้อของ

มันก็ไม่ใช่อะไรหรอก
เพียงแต่บางอย่าง
"มันไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้นี่หว่า"
ไม่พูดก็ไม่ได้ทำให้เราเศร้า

บางครั้งแม่ก็ไม่เข้าใจนะ
จนผมต้องบอกว่า
ถ้าเราบอกว่าเราจะทำอะไร
สมมติว่าร้านเราจะไปลงที่นี่
แล้วดันมีคนที่รวยกว่าทำตัดหน้า
ร้านเราจะลงซ้ำเค้าก็ไม่ได้

มันอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงหรอก
แต่กันไว้ ก็ดีกว่าแก้จริงไหม

แม่ก็เกิด "ดราม่า" กลุ้ม เศร้า
จนผมเองต้องไปบอกว่า
"ไม่เป็นไรหรอก"
ผมอาจจะคิดมากไปเอง
แต่ชีวิตวันนี้ ...
ผมกลับต้องเร่ิงทำงานหูตูบ
เพราะคิดว่า
เราออกเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี

มันก็เป็นอย่างนี้แหละ
ผมก็เป็นนะ
ไอ้พูดไม่คิด
แต่เฉพาะเวลา "เหล้าเข้าปาก"
พอสร่างเมาแล้วก็
ก็ต้อง "ตบหน้า" ตัวเองทุกที

แต่แม่เป็นหนักยิ่งกว่า
คือแม่ "ไม่ต้องเมา"
เธอก็พร่างพรูอะไรออกมาได้มากมาย
นั่นเป็นสิ่งที่ผมกลัวมาก
เวลาที่เพื่อนมาบ้าน

บางอย่างยอมรับ
ผมต้องสร้างภาพ
บริษัทเล็ก ๆ ของเรา
มันควรจะน่าเชื่อถือนิดนึง
เวลาเราต่อรองอะไรกับใคร

แม่ซื่อเกินไป
ที่จะทำการค้า

ผมก็เบื่อชีวิตที่
เราต้อง "กะล่อน" 
เพื่อเอาตัวรอด
แต่ชีวิตจริง
เราเองก็พูดความจริง
ไปไม่ได้เสียทุกเรื่อง
จริงไหม?

ผมพยายามที่จะ
กินเบียร์ให้น้อยลง
แต่มันทำยากจัง
เบียร์มันอร่อยเหลือเกิน
อร่อยมากสำหรับผม

แต่อย่างไรก็ต้อง "ลด"
ไอ้เจ้าเบียร์เนี๊ยะ

ต่อไปนี้ผมควรจะ "พูด" ให้น้อยลง
และ "ทำ" ให้มากขึ้น

จริง ๆ ผมก็ไม่ได้พูดเยอะหรอก
เพียงแต่ผมไม่ค่อยมีเพื่อน
แล้วผมก็อยากเล่าเรื่องทุกอย่าง
ให้เพื่อนที่สนิทของผมฟัง
แต่ในใจ ... ผมก็คิดว่า
ในโลกนี้ไม่มีใครไว้ใจได้
นอกจาก แม่ และน้อง

เพื่อนสนิท ก็เคยหักหลังผมมาแล้ว
ไอ้ความเป็นคนดีของคนเรา
มักจะถูกทำร้ายโดยคนไม่ดีเสมอ
นั่นทำให้ "คนดี" ในสังคม
มันลดน้อยลงไงหล่ะ

ในเมื่อคนดีมันน้อย
สังคมมันอยู่ยาก
และเราก็ต้องอยู่กับมันต่อไป

เราก็ควรจะต้องอยู่
"แบบมีสติ" 











Create Date : 30 ตุลาคม 2556
Last Update : 30 ตุลาคม 2556 1:48:10 น.
Counter : 467 Pageviews.

2 comments
  
คิดก่อนพูด ทำยากชะมัด
โดย: เพียงพอดี วันที่: 30 ตุลาคม 2556 เวลา:11:30:09 น.
  
^_^ ใช่ครับ
โดยเฉพาะเวลาไร้สติ เหนื่อย ง่วง เมา
โดย: Guynes วันที่: 30 ตุลาคม 2556 เวลา:22:54:49 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
ตุลาคม 2556

 
 
1
2
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
31
 
 
All Blog