Life is beautiful
งานที่โคตรยุ่งและกดดัน

ผมนั่งทำ Graphic Design
สำหรับ Packaging ของร้าน
มันยากมาก
ที่จะบังคับตัวเอง
ให้เลือกงานที่ทำ
ว่าจะเอาแบบไหนดี
นี่เป็นเรื่องที่ล่าช้าที่สุด
ในกระบวนการทำงานของผม

ผมควรลดความติสต์แตกลงบ้าง

ผมไม่รู้ว่ามันถูกต้องไหม
ที่เปิดซีรีย์ไป ... ทำงานไป
บางทีผมก็เหงา
ในห้องทำงานมีทีวี
ที่ยังไม่ได้ต่อสายสัญญาณ
นั่นเป็นเพราะ
การเปลี่ยนผ่าน
สู่ทีวีดิจตอลนั้น
ทำไม่ผมไม่ทราบเลย
ว่าควรจะติดกล่อง ติดจาน
แบบไหนกันแน่

ไม่มีเวลาหาข้อมูลด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี
ฟรีทีวีในเวลานี้
ยังจะมี "ความจริง" อะไรให้ดูอีก
ขอฝันดีดีไปกับซีรีย์บ้าง
ก็ยังดีนะครับ
ซีรีย์เรื่องล่าสุดที่ผมดู
ก็คือ "Life is Beautiful"
เป็นละครเกาหลี
ที่เน้นเรื่องราวของความสัมพันธ์
ภายในครอบครัว
คู่รักในแบบต่าง ๆ
รวมถึง "คู่เกย์" ด้วย

ผมไม่คิดว่า
เกาหลีจะมีละครแบบนี้

ถึงเรื่องราวในละคร
จะดูอบอุ่นน่ารัก
แต่ผมก็เกลียดการที่มี
"ญาติเยอะ" อยู่ดี
ผมเบื่อที่จะต้องแคร์ชาวบ้าน
เบื่อที่ผู้ใหญ่บางคน
สามารถพูดทำร้ายจิตใจเรา
โดยที่เราไม่สามารถ
ตอบโต้อะไรได้เลย

ดูเรื่องราวของคู่เกย์
แล้วก็อดคิดถึงตัวเองไม่ได้

ผมยังเป็นโสดอยู่ทุกวันนี้
การที่ผมเคยมีแฟน "ผู้ชาย"
ทำให้ผมกลัว
ที่จะเริ่มต้นใหม่กับ "ผู้หญิง"
ผมต้องปล่อยคนดีดีไป
เพราะกลัวว่า
เขาจะรับอดีตของผมไม่ได้

ผมเข้าใจในตัวละครเกย์
ใน Life is Beautiful เป็นอย่างดี
โดยส่วนตัวแล้ว
ความรัก ไม่จำเป็นต้องบอกใคร
มันจะช่วยตัดปัญหาไปได้เยอะ
ผมคิดว่า
การประกาศต่อวงสังคม
ว่า "เรารักกันนะ"
มันเกิดจากความกลัว
กลัวว่าคน ๆ นึงจะผิดสัญญา
และจากไป

เชื่อไหม
ว่าทุกสิ่งที่คู่นั้นทำ
ผมก็เคยทำมาหมดล่ะ
แต่ "ชีวิต"
มันก็ไม่ได้ "สวยงาม" อย่างในละคร
ความรักทุกความรัก
มันมีวันจืดจาง
เมื่อความรักหมดไป
ก็เหลืออยู่แต่ว่า
เราจะยอมทนต่อข้อเสียของอีกฝ่าย
และอยู่เป็นเพื่อนกันไป
จนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต
ได้หรือไม่

ผมอิจฉาพวกเขาจัง

แฟนที่ผ่าน ๆ มาของผม
มักจะมีคาแรกเตอร์แบบเดียวกัน
ทุกคนเรียนเก่ง
และชอบผม
เพราะว่าผมทำให้เขาหัวเราะ
และตื่นเต้นได้

ผมพยายามถามตัวเอง
ว่าหนอนหนังสือพวกนั้น
ให้ความบันเทิงอะไรผมบ้าง
ผมว่าความคิดเห็นแก่ตัว
ความเอาแต่ใจ
และความเป็นคนเถรตรง
ของ "เขา" และ "เธอ"
เป็นความน่ารักอย่างนึง
ผมนี่มันก็บ้าเหมือนกัน

อย่างที่เคยคุยให้ฟัง
เมื่อเวลาที่ผม
ไม่สามารถสร้างความบันเทิง
และอยากอยู่โดดเดี่ยว
ความรักของผมก็จะพังลง
มันเป็นอย่างนี้เสมอ
ไม่ว่าฝ่ายไหนจะจากไปก็ตาม
ละครเรื่องนี้มันฉายซ้ำมาหลายครั้ง
จนผมเบื่อแล้ว
ถ้ามีแฟนใหม่
ผมก็คงจะคบ
"หนอนหนังสือ" พวกนั้นต่อไป

ผมคิดถึงอ้อมกอดของความรัก
มันก็มีบ้างเวลาเหงา ๆ
ก็ได้แต่เพ้อไป
เหมือนร้องไห้
เวลาเล่นเพลงเศร้า
เอาเข้าจริง
ผมก็รักชีวิตโสด
และสันโดษของผม
มากกว่าอะไรทั้งสิ้น

ก็ไม่รู้ชีวิตแบบนี้
จะเรียกว่า "สวยงาม" หรือเปล่า

ตั้งแต่เด็ก ...
ผมก็คิดเสมอว่า
ผมเกิดมาเพื่อ "เป็นโสด"
การบอกเพื่อนซ้ำ ๆ
ว่า "ยังไงก็ไม่แต่งงาน"
มันอาจจะสะกดจิตผม
ไม่ให้ทุ่มเททุกอย่างกับ
เรื่องหวานแหวว
การที่ผมมีแฟน
มันก็อาจจะเป็นช่วงเวลานึง
ที่ผมอยากจะค้นพบตัวเอง
ว่าเราจะสามารถใช้ชีวิต
แบบชาวบ้านชาวช่องเขาได้ไหม
แค่ผู้หญิงจะพาเข้าบ้าน
ไปเจอพ่อแม่เขา
หรือพ่อแม่เขามาดูตัวผม
ผมก็ขนลุกซู่
และอยากจะชิ่งหนีโดยพลัน

สำหรับผู้ชาย
มันไม่ได้มีอะไรซับซ้อน
มันไม่มีอะไร
ที่ทำให้ผมหวาดกลัว
เพียงแต่ว่า
เราเหมือนกันจนเกินไป
และไม่มีใครรั้งใครได้

กว่าเราจะเข้าใจ
ว่าคนแบบไหน 
ที่ "เราจะใช้ชีวิต" กับเขาได้
มันก็ไม่มีโอกาสนั้นแล้วหล่ะ
วันเวลาอันหอมหวาน
มันได้จบลงแล้วสำหรับผม
การเริ่มธุรกิจใหม่ ๆ
การได้ไปท่องเที่ยวในที่ต่าง ๆ
การหัดเครื่องดนตรีชิ้นใหม่
เป็นสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุข
ณ ชีวิตตอนนี้

ออกไปซื้อเบียร์
มาฉลองชีวิตโสด
ท่าจะดี ....




















Create Date : 28 กันยายน 2557
Last Update : 28 กันยายน 2557 23:00:04 น.
Counter : 424 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
กันยายน 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
29
30
 
 
28 กันยายน 2557
All Blog