เรียนทำอาหาร ... แบบติสท์ ๆ
ถ้าเรากำลังตั้งใจทำอะไรสักอย่างนึง
เวลาก็จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ซึ่งบางทีอาจจะใช้ไม่ได้
สำหรับ "การนอน"
เพราะการนอนก็ทำให้เวลา
ผ่านไปรวดเร็วเช่นกัน
ทั้ง ๆ ที่เราอาจจะไม่ได้ "ตั้งใจ"

คืนวันศุกร์
ที่ผู้คนในห้างเงียบเหงา
แต่ผมกำลังเดินสำรวจราคาวัตถูดิบ
ที่จะต้องใช้ในร้านอาหาร

บางอย่างเราก็ต้องรีบซื้อรีบใช้

การ "วางแผน"
เป็นจุดอ่อนสำหรับผม

"Fail to plan is plan to fail."
เป็นสิ่งที่ผมท่องได้ขึ้นใจ
แต่ก็ไม่เคยถูกจะชะตากับ
โปรแกรม Microsoft Project
หรือโปรแกรมวางแผนใด ๆ

แต่ตอนนี้ต้องพยายามทำ

สัปดาห์ที่ผ่านมา
ผมให้ความสำคัญกับเรื่องทำสูตร
พ่อครัวยุคใหม่นั้น
ต้องเข้าใจ "วิทยาศาสตร์" 
มีสารสกัดหลายอย่าง
ที่จะทำให้สูตรของเราดีขึ้น
มากกว่าที่จะพึ่งวิธีการโบราณ

ผมกำลังศึกษาอยู่

สิ่งที่คิดว่าดี
มันก็มีสิ่งที่คิดว่า "ดีกว่า" อยู่นั้นแหละ
เพียงแต่ถ้าเราวางแผน
เมื่อครบกำหนดงาน
เราก็ต้องจบ

"ห้ามติสท์" เด็ดขาด

ผมคงเป็นพวก
เด็กที่ถูกตามใจมากเกินไป
ชีวิตถึงได้สบายขนาดนี้

อะไรที่ต้องทำก่อน ... ทำหลัง
คราวนี้ ... คงจะต้องเป็นอย่างนั้น

"และเธอต้องทำอย่างมีความสุขด้วย"
น้องผมบอก
"จะพยายามก็แล้วกัน"
ผมคิดในใจ

ฝนที่ตกแปลก ๆ
เดี๋ยวหนัก เดี๋ยวปรอย เดี๋ยวไม่ตก
ทำให้เราคาดการณ์สภาพการจราจร
ได้ยากเหมือนกัน
มันไม่ค่อยเหมือนฤดูฝนที่ผ่านมา

บรรยากาศชื้น ๆ เย็น ๆ อย่างนี้
ผมชอบออกไปนั่งเล่นกีต้าร์นอกบ้าน
เป็นยิ่งนัก ...
บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้อยากทำอะไร
ไม่ได้อยากหวือหวา
ไม่ได้อยากอยู่เหนือคนอื่น
ไม่ได้อยากให้คนอื่นนับถือเรา

แค่อยากให้ตัวเอง "ยิ้ม"
และนอนหลับสบายสักคืน

นี่คือสิ่งที่คิดได้ในตอนนี้
น่าแปลกที่ ... เมื่อก่อน
ผมคิดแต่ว่า
ชีวิตเราต้องเด่น ต้องดัง ต้องเหนือ
แต่เมื่อเราโตขึ้น
เมื่อเราห่างจากสังคมไปเรื่อย ๆ
เราจะเห็นว่าเราควรจะแคร์
กับคนที่เรา "ควรแคร์"
โดยเฉพาะตัวเราเอง

เมื่ออาทิตย์ก่อน
ผมได้มีโอกาสไปเรียน
"ทำอาหาร"
เป็นครั้กแรกของชีวิต
(ผมจะไปบอกว่าเรียนที่ไหน)

เป็นการเรียนหนึ่งวัน
กับ 3 เมนู
คนเรียนมีหลากหลาย
ส่วนใหญ่ก็มาเรียนกัน
เป็นงานอดิเรก

ก่อนเรียนผมทำการบ้านอย่างหนัก
เกี่ยวกับเมนูที่ต้องเรียน
เพราะผมเชื่อว่า
Chef จะต้องอธิบายเร็ว ๆ
และทำอะไรต่อมิอะไรเร็ว ๆ
และ "กั๊ก ๆ"
ซึ่งมันก็เป็นจริงดั่งว่า

คนที่ไปเรียนพยายามจดสูตร
อันนี้รวมถึงผม
ยิ่งไปกว่านั้น .. หลายคน
พยายามอัดวิดิโอ
ตอนที่สอนทำอาหาร

แรก ๆ ผมก็จดดีอยู่หรอก
แต่หลัง ๆ ผมรู้สึกว่า
"ไม่มีความสุขเลย"
เรียนไป ก็จด ๆ อัดวิดีโอกันงก ๆ
เหมือนตอนสอบเอ๊นท์ไม่มีผิด

เราน่าจะ "เรียนไป ... ยิ้มไป"

สำหรับผมก็ "ยิ้มได้" ส่วนหนึ่ง
อย่างที่บอก ...
ผมได้ศึกษาการทำอาหาร
สูตรเหล่านั้นมาแล้ว

ที่ต้องดูคือ ...
ดูว่ามัน "ต่าง" กับที่รู้มาอย่างไร
ซึ่งผมคิดว่าผมโชคดีจัง

หลายคนที่มาเรียน
ดูมีฐานะพอสมควร
มีชาวต่างชาติมาเรียนด้วย
ผมว่ามันทำให้บรรยากาศ
น่าตื่นเต้นขึ้นไปอีก

เชฟไม่ได้สอนทำอาหารแต่ละอย่าง
ให้เสร็จเป็นอย่าง ๆ ไป
แต่กลับเอาแต่ละส่วน
ของขั้นตอนการทำอาหาร
ของอาหาร 3 ชนิด
มาทำพร้อม ๆ กัน ปน ๆ กัน
คือทำ เมนู 1 2 3 ในเวลาเดียวกัน

นั่นทำให้ผู้เรียนเริ่มสับสน

พร้อมกับกระดาษที่แปะ "ปิดบัง" ฉลาก
ขวดน้ำปรุงต่าง ๆ
ที่เค้าใช้ในการทำอาหารอีก
ผมว่าพ่อครัว "โคตรกั๊ก"

นี่หรือคือการเรียนทำอาหาร
ผมว่าไม่ใช่นะ

คนตรงไปตรงมาอย่างผม
ค่อนข้างผิดหวังนิดหน่อย
กับการเรียนทำอาหารอย่างนี้

ผมว่ารายการทำอาหารในทีวี
บางรายการ
หรือวิดีโอใน youtube บางอัน
ยังเปิดเผยยี่ห้อวัตถุดิบที่ใช้
พร้อมอธิบายสัดส่วนวัตถุดิบ
และวิธีการทำ
ได้ละเอียดว่าตาเชฟคนนี้

ถ้าจะปิดกันอย่างนี้
ถ้าจะสอนเร็วอย่างนี้
และถ้าจะไม่แจกสูตรอาหารอย่างนี้
อย่าสอนมันเลยดีมั้ย

ถ้าจะถามผมว่า
ได้อะไรจาก "การเรียน" ทำอาหาร
คราวนี้บ้าง
ผมบอกได้เลยว่า
ก็ได้มาพอสมควร
กับการดีไซน์ครัว
การใช้วัตถุดิบทดแทน
และอะไรต่าง ๆ

สรุปว่า ...
ถึงแม้ว่าจะสอนกั๊ก ๆ
แต่ถ้าศึกษาไปก่อน
และรู้จักสังเกตุ
มันก็พอจะได้อะไรดีดีกลับบ้านบ้าง

ผมพูดคุยกับเพื่อนร่วมเรียน
เหมือนสนิทกันมาก่อน
จนอาจารย์ยังเอ่ยปากถาม
อันที่จริง ...
ถึงแม้ว่าจะสันโดษ ติสท์แตก
แต่ผมเป็นคน friendly
และเข้ากับคนได้ง่ายมาก

เมื่อเรียนกันเสร็จ
เมนูที่เราเรียน
ก็ถูกเสริฟเป็นอาหารกลางวัน

หลายคนทานไม่หมด
เพราะว่าได้ "ชิม" กันไป
ทำกันไป
ในตอนที่เรียนกันมาบ้างแล้ว
รวมถึงผมด้วย

ผมอยากเอาของที่เสิร์ฟ
กลับไปให้แม่ ให้น้องกินบ้างจัง

สิ่งเหล่านี้อยู่ในหัวตลอด
แต่ไม่กล้า ...
กลัวคนหาว่าเรา "งก"

มีคุณป้าท่านนึงพูดขึ้น
"เอาเค้กไปใส่กล่องให้หน่อย"

โห ... เหมือนเสียงสวรรค์
ผมรีบทำตามอย่างไม่รีรอ

มีผู้เรียนคนนึงหันมามอง
ว่าทำไมผมถึงเอาของกิน
เก็บใส่กล่อง

"เอาไว้ทำเองใหม่ก็ได้นิ"
นักเรียนคนนั้นพูด

ส่วนตัวผมคิดว่า
ก็เราอยากให้ที่บ้านกินของที่วางอยู่ตรงนี้
ในวันนี้ นี่หว่า

แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
นอกเสียจาก ...
"แหม ก็ไม่ค่อยมั่นใจ
ว่าจะทำอร่อยเหมือนเชฟนี่ครับ"

ผมแอบเสียใจ
ที่เอากลับมาได้แค่ "เค้ก"
เพราะมัวแต่แคร์อะไรที่ไม่เข้าเรื่อง

"ถ้าเราทำในสิ่งที่ถูก
และเรามั่นใจ
ทุกอย่างมันก็จะดูดีไปเองแหละ"
น้องผมบอกอย่างนี้
เสียดาย
ที่ไม่ได้เอาเมนูอื่นกลับบ้าน
เราก็แคร์คนรอบตัวมากเกินไป

มันก็จริงนะ

เราควรที่จะแคร์
กับคนที่เราควรแคร์
คิดอะไรให้ง่ายขึ้น
ชีวิตก็จะเป็นสุขขึ้น

ผมอาจจะห่างจาก
การ "มีสังคม" มากจนเกินไปแล้ว

เมื่อเมนูทุกอย่างมาครบ
ก็ได้เวลาแยกจากกัน
และเพิ่งจะมีคนถาม
ว่าผม "ชื่ออะไร?"
ผมไม่ได้เสียใจ
แต่กลับดีใจ
ที่การมาเรียนคราวนี้
มีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างมาก
ไม่เหมือนเวลาเรา "ไปทัวร์"
ต้องมีเล่นเกมส์ แนะนำตั้วเอง
"เกลียดที่สุด"

ผมกลับมาบ้าน
โดยคิดว่า
คงไม่มีวันทำอาหร
เหมือนเค้าได้เป๊ะ
คนเรามีทางของแต่ละคน
และผมคิดว่า
แต่ละคนย่อมอยากใส่นู่นใส่นี่
แบบที่ตัวเองอยากลอง
และ "คุณเชฟ" ที่สอน
ก็ไม่น่าจะกั๊กสูตรอะไรขนาดนั้น

เพราะยังไง
ก็คงไม่มีใคร "เลียนแบบ" ได้เหมือน
และก็คงแอบทำ
ในแบบที่ตัวเองอยากทำนั่นแหละ

ผมกลับมาบ้านพร้อมกับเค้ก
น่าเสียดาย
ที่มันกลายเป็นเหยื่อของ "จิ้งจก"
ก่อนที่น้องของผมจะได้ลองชิม



Create Date : 28 กันยายน 2556
Last Update : 28 กันยายน 2556 1:11:29 น.
Counter : 557 Pageviews.

2 comments
  
การทำอาหารสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการใส่ใจ อาหารแต่ละอย่างไม่ได้มีสูตรตายตัว และรสชาติก็ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่วัตถุดิบเพียงอย่างเดียว
โดย: yourself วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:15:30:04 น.
  
ใช่เลยครับ
แต่ผมก็ยังรู่สึกว่า การรีบๆ ทำรีบสอนของเค้า มันทำให้กราจับอะไรได้ยากอยู่ดี
โดย: Guynes วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:16:15:21 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Guynes
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ผู้ชายเซอร์ ๆ ที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ชอบดื่มกาแฟและเบียร์ เคยฝันว่าอยากมีห้องสมุดเป็นของตัวเอง เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านหนังสือ และจะอ่านแบบไม่กินไม่นอนจนกว่าจะอ่านจบ
กันยายน 2556

2
3
4
5
8
9
11
12
15
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
 
 
All Blog