If the disappointment is worth, it is that it makes me stronger
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
26 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
การผจญภัยหมื่นลี้....จากหัวไก่สู่ด้ามขวาน ตอน แชงกริล่า - เต๋อชิ่ง3

               ช่วงบ่ายแก่ๆของวัน เมฆลอยต่ำจนปิดยอดเขาทั้งหมด พวกเราจึงกลับเข้าห้องพัก นอนรอตะวันตกดินและขึ้นไปชั้นบนสุดของโฮสเทลหวังถ่ายรูปงามๆสักภาพสองภาพ แต่ทว่าลมหนาวช่างโหมแรงโบกสะบัดธงแดงพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่อยู่บนหลังคาบนตึกแทบขาดออกจากเสา เห็นแล้วฉันแอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมบ้านเรือนแถวนี้ทั้งหมดถึงติดธงแดงนี้แทนที่เป็นธงประเทศจีน ครั้นถามชาวจีนอย่างคนข้างๆก็หันมาขยับปากตอบเบาๆไม่รู้เหมือนกัน

 

               

               อุณหภูมิเริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆ ผิดกลับเมื่อตอนกลางวันอากาศร้อนแผดเผาจนลืมตาไม่ขึ้น มือฉันออกอาการบวมเล็กน้อยเมื่อปะทะลมหนาวอยู่นาน พวกเราสองจึงถอดใจลงไปหาอาหารเย็นทานและนั่งปรึกษาหารือกันเรื่องธารน้ำแข็ง หมิงหย่ง<明永> ในวันพรุ่งนี้ เขาเข้าไปทำความรู้จักกับคุณแม่ลูกชายสองคู่ เลียบๆเคียงๆหาคนหารค่ารถตู้ร่วมกัน แต่ครอบครัวคู่แม่ลูกนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรอย่างแน่นอน เพราะลูกชายอยากเดินเข้าป่าไปหยู๋เปิง<雨崩> มากกว่า พวกเราจึงปล่อยให้พวกเขาคิดตรึกตรองก่อนขอคำตอบในคืนนี้

               ขณะที่พวกเรานั่งผิงไฟอุ่นๆพูดคุยกับเจ้าของโฮสเทลอยู่นั้นเอง ฝรั่งหัวทองร่างสูงใหญ่สองคนเปิดประตูเดินเข้ามาถึงในร้านอาหารของโฮสเทลที่พวกเราพัก   และถามหาถึงฮอตพอต   เจ้าของร้านออกการการมึนเพราะไม่สันทันภาษาอังกฤษ ร้อนถึงพวกเรายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือสั่งอาหารให้ฝรั่งทั้งสอง ฉันจึงบอกกับวัยรุ่นจากเล่อซาน <乐山>-ให้ใช้โอกาสงามๆนี้เป็นประโยชน์ ถามหาเพื่อนร่วมเดินทางไป ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง<明永> เสียเลย ทว่าต่างฝ่ายได้จองรถเอาไว้เรียบร้อยแล้ว สก๊อตและอีธาน(ชื่อฝรั่งหัวทองทั้งสอง) ตกลงกับรถรับจ้างอีกคันหนึ่งไว้ก่อน ส่วนพวกเราเองก็ตกลงกับรถตู้ไว้อีกทีหนึ่ง จึงทำให้ไม่ได้ตกลงอะไรกันเป็นเรื่องเป็นราวนัก

                “ผมชื่อ ลูคัส” ต๊าย....เดินทางกันมาทั้งวัน เพิ่งได้รู้จักชื่อของเพื่อนร่วมทางก็ตอนนี้ เขาแนะนำตัวเองกับสก๊อตและอีธานเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อภาษาจีนของเขาคือ หลีเชา เอาเป็นว่าฉันขอเรียก ลูคัส แล้วกันง่ายดี ลูคัสเป็นชายรูปร่างใหญ่ ผิวคล้ำ เป็นอาตี๋ขี้โอ่เล็กๆ นิสัยค่อนข้างใช้ได้ พูดภาษาอังกฤษเก่งไฟแล๊บ แต่ใส่สำเนียงขัดหูดิฉันเป็นอย่างยิ่ง จริงๆไม่ใช่ความผิดของเขาที่พูดภาษาอังกฤษดีเกินหน้าเกินตา ฮ่าๆ เหมือนนางอิจฉา  ขนาดไม่มีฝรั่ง นั่งคุยกันสองคนก็ยังพูดจีนคำ อังกฤษคำ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังใช้ภาษาจีนสื่อสารกัน ช่างน่ารำคาญอยากเอานิ้วดีดปากไอ้ตี๋นี่เสียเหลือเกิน 

                แต่ในแง่ที่ดี การมีลูคัสมาร่วมวงไพบูลย์ด้วยนั่นก็เลิศไปอีกแบบ ฉันแทบไม่ต้องติดต่อประสานงาน พูดคุยพบปะกับชาวจีนอะไรให้มาก เพราะมีเขาวางแผนจัดการให้เกือบทุกอย่าง ที่สำคัญมีเขาคอยสนทนา ต้อนรับขับสู้กับฝรั่งทั้งสอง จึงทำให้ฉันไม่ต้องคิดคำศัพท์ประโยคยาวๆภาษาอังกฤษให้ปวดหัว สลับ สับสน ช่างสบายแท้

               ลูคัสเดินขึ้นไปตกลงกับแม่ลูกสองคู่นั้น และปล่อยให้ฉันนั่งเป็นอิฐคุยได้อยู่กับฝรั่งสอง พักหนึ่งเมื่อสก๊อตและอีธานทานอาหารเสร็จ พวกเราจึงแยกย้ายจากกันไป ฉันจึงตามไปสมทบกับลูคัสที่กำลังเจรจาอยู่ แม่ลูกสองคู่ตกลงเดินทางไปพร้อมกับพวกเรา เนื่องจากลูคัสปรามเรื่องการเดินไปหยู๋เปิง<雨崩> ซึ่งค่อนข้างใช้เวลานานและอันตรายแก่เด็กเล็กห้าหกขวบที่เขาพามาด้วย แต่คุณแม่ทั้งสองให้ความเห็นว่า พวกเขาห่วงตัวเองเดินไม่ไหว มากกว่าเด็กที่ยังแข็งแรงกว่าพวกเขาเยอะ อืม จริง....

               เมื่อนัดหมายเวลากับแม่ลูกสองคู่ในวันพรุ่งนี้เช้าเป็นที่แน่นอนแล้ว ฉันจึงโทรแจ้งแก่ฝรั่งทั้งสองคน พวกเขาเข้าใจอย่างดี และเปลี่ยนแผนจากเที่ยวธารน้ำแข็งด้วยกัน เป็นนัดทานข้าวตอนเย็นวันพรุ่งนี้แทน ครั้นสะสางอะไรเรียบร้อยพวกเราจึงออกไปเก็บภาพท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆาบดบังภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ที่นอนอาบแสงพระจันทร์เจิดจ้าท่ามกลางความมืดมิด แล้วค่อยกลับเข้าห้องนอน

              ณ เวลาตีห้า ลูคัสตื่นลุกไปส่องหน้าต่างเป็นระยะๆ หวังรอถ่ายแสงอาทิตย์ยามเช้าที่กระทบกับยอดเขา ผ่านไปจนถึงหกโมงเขายังคง ลุกมาตรวจสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ แต่กว่าพวกเราสองคนเดินออกไปถ่ายภาพที่จุดเดิมของเมื่อวานก็ล่วงเลยมาตอนเจ็ดโมงเช้า และยืนรอแสงแห่งความหวังโผล่พ้นขอบฟ้าลงมาสะท้อนกับยอดคาวาเกโปจากทิศตะวันออก

 

              

             พระจันทร์ดวงกลมส่องแสงอยู่เหนือยอดเขา ตัดกับท้องฟ้าสีม่วงอ่อนที่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีส้มอย่างช้าๆ ไม่นานปลายยอดเขาคาวาเกโปก็กลายเป็นสีทองเรืองรองจากพระอาทิตย์ดูคลับคล้ายกับเปลวเพลิงอันร้อนแรง ยอดเขาแต่ละลูกถูกระบายไล่แสงทองตามลำดับความสูง และอำพรางดวงเดือนที่เคยมองเห็นหายลับไป

 

 

 

 

 

  

               ณ เก้าโมงเช้า พวกเราทั้งหกคน ฉัน ลูคัส คุณแม่สองคน เด็กอายุสิบห้า และห้าขวบอีกหนึ่ง ก็พร้อมกันบรรจุอยู่ในรถกระป๋องเคลื่อนตัวมุ่งสู่ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง<明永> และเสียค่าบัตรผ่านประตูก่อนเข้าถึงหมู่บ้าน

   “บัตรนักศึกษาใช้ได้ไหมค่ะ”

   “ใช้ได้ค่ะ”

   “อ่ะ นี่ค่ะ”

   “โทษนะค่ะ บัตรนักเรียนของคุณใช้ไม่ได้นะคะ ทางเรากำหนดให้อายุไม่เกินยี่สิบห้า”

   “หา... ฉันเพิ่งยี่สิบสี่เองนะ” (ตอนนี้อย่าถามว่าฉันอายุเท่าไร)

   “นับตามปีค่ะ”

   “ เลยมาแค่หนึ่งเดือนเองเนี่ยนะ”

   “เดี๋ยวไปถามคนออกตั๋วให้ค่ะ”

   “  ......”

   “เขาว่าหนึ่งเดือนก็ไม่ได้ค่ะ ต้องจ่ายราคาเต็ม”

               What What What !!! อะไรกันว่ะเนี่ย....... อยากจะตะโกนให้ลั่นหน้าที่ทำการขายตั๋ว หนึ่งเดือนแค่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น แปดสิบสามกับสี่สิบสี่หยวนมันต่างกันเยอะนะวะเฮ้ย .... รู้ไหมว่าค่าตั๋วมันแพงๆ ฉันอายุแค่ยี่สิบสี่ ไม่ใช่ยี่สิบห้า!!!!! ไหงเพิ่มอายุให้อย่างนั้นล่ะ เคืองจังเลยว้อยยยย..........

               ลูคัสหัวเราะเสียงสูงอย่างออกรสชาติ กระแทกเข้าแก้วหู เมื่อเห็นสีหน้าและอารมณ์อันขุ่นมัวของสาวที่โดนบังคับให้มีอายุยี่สิบห้า (ตอนนี้เท่าไรแล้วล่ะ....) อย่างไรกฎต้องเป็นไปตามกฎ จะไม่ยอมจ่ายคงไม่ได้ ในเมื่อเรามาถึงแล้ว บนรถคันนี้จึงมีผู้ใหญ่สามคนจ่ายค่าเข้าราคาเต็ม ส่วนเด็กน้อยสองคนและเด็กโข่งอีกหนึ่งจ่ายครึ่งราคา โอ๊ะ....ไม่น่าเชื่อเลยว่าลูคัสอายุแค่เพียงยี่สิบสองเอง เพราะหน้าฮีมันช่างล้ำจนน่าเคารพบูชาจริงๆ

               เสียงหัวเราะอย่างสะใจของลูคัสยังคงดังไปตลอดทางจนถึงทางเดินขึ้นเขา ม้าหลายสิบตัวยืนคอตกตากแดดรอถูกเรียกใช้งานจากนักท่องเที่ยวไปข้างบน ฉันตั้งปณิธานกับลูคัสไว้ว่า จะไม่ใช้บริการขี่ม้าใดๆทั้งสิ้น แปดสิบสามหยวนที่เสียไปนั้น ขอเหยียบทุกเม็ดฝุ่น สัมผัสให้ถึงทุกอณู เดินมันจนคุ้ม เอาให้น่องปูดแตกลายไปข้างหนึ่ง 

 

               

               พวกเราโหมโรงกันด้วยทางเดินดินแดงขรุขระนวดฝ่าเท้า เป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนเข้าสู่โหมดเหนื่อยทะลุปอด เจ้าเด็กทั้งสองวิ่งซนนำเป็นจ่าฝูงไปก่อนใครเพื่อน พวกคนเริ่มมีวัยนิดๆเดินตามหลังไปอย่างติดๆ และทิ้งท้ายด้วยสาวมีอายุ(มาก) เดินหอบเสื้อกันหนาวขึ้นมาอย่างช้าๆ สวนผ่านกับชาวบ้านที่แบกขนไม้ และขี่ม้าลงมาจากเขา

               ฉันคิดนึกย้อนถึงวันที่ปีนขึ้นมาจากสระห้าสี <อู่เซ่อฉือ 五彩池> ที่จิ่วไจ้โกว<九寨沟>ความเหนื่อยในวันนั้นมันหวนกลับมาให้รู้สึกทรมาน ร่างกายเดินต่อไหว แต่หายใจเข้าปอดไม่ทัน ถ้านับเป็นจังหวะการเต้นถี่ยิบของหัวใจคงเร็วแซงตัวเราที่เดินอยู่ไปหลายเมตร เหนื่อยจังว้อยยยยย  ฉันหายใจเฮือกๆ พยายามก้าวเดินไปแต่ละก้าวอย่างช้าๆ เหลือแต่ฉันกับลูคัสที่ยังคงเดินอึด เดินทนแดด ทนความร้อน ไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนเด็กน้อยสองคนจากวิ่งนำเป็นจ่าฝูงเริ่มถอดผ้าถอดผ่อนทีละชิ้นและเกาะกลุ่มอยู่กับคุณแม่ของพวกเขาที่เดินตามห่างออกไปจนคลาดมองไม่เห็นกัน

 

 

 

 

                มีคำกล่าวอยู่ประโยคหนึ่งว่า วัยเด็ก คือช่วงที่มีเวลา มีกำลัง แต่ไม่มีเงิน วัยทำงาน คือช่วงที่ยังมีกำลัง มีเงิน แต่ไม่มีเวลา วัยทอง คือช่วงเวลาที่มีทั้งเงิน ทั้งเวลา แต่ไม่มีกำลัง เหอะ....สัจธรรมของชีวิต จะมีทางไหนที่เราไม่ต้องเลือกและมีมันพร้อมๆกันทุกสิ่ง นอกจากสร้างตัวให้รวยเป็นเศรษฐีณีก่อนวัยสามสิบ ฉันมองภาพตัวเองในอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้าไม่ออกเลยว่า ตัวเองจะยังคงมีแรงกำลัง บ้าพลัง และใจสู้เหมือนช่วงเวลานี้หรือเปล่า ถึง ณ เวลานั้นข้อเท้าฉันจะสึก หัวเข่าฉันจะทรุด นั่งยองบนส้วมหลุมได้ไหม เพื่อนสาวคนหนึ่งเคยพูดเอาไว้ พออายุเลยยี่สิบทุกอย่างเหมือนผ่านไปไว ฉันว่าคำพูดนี้เริ่มเป็นจริงขึ้นทุกทีหลังเรียนจบ แรกๆเคยดี้ด้าอยากขึ้นเลขสอง พออายุแตะถึงเหมือนเวลามันหมุนไปเร็ว กว่ารู้อีกทีตัวเองปาเข้าไปยี่สิบสี่ วัยยังซ่าผู้แสวงหาความหมายให้กับชีวิต แต่ทว่าความรู้สึกนี้มันจะยังคงอยู่ต่อไปหรือเปล่า เมื่อถึงวันที่ฉันต้องยอมรับความจริง มุ่งทำงานตรากตรำ และรับผิดชอบชีวิตตัวเองและคนอื่นมากขึ้น 




Create Date : 26 ธันวาคม 2555
Last Update : 26 ธันวาคม 2555 19:16:41 น. 13 comments
Counter : 992 Pageviews.

 
Thank you very much


โดย: KAI (nookookai8 ) วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:21:22:14 น.  

 
อยากไปแชงกรีล่ามาก แต่ไม่มีโอกาสสักที อันนี้คือเตรียมการณ์นานไหมคะ อยากรู้ว่าจัดระบบอย่างไร ต้องใช้เงินประมาณเท่าไร

อิจฉา 55555


โดย: ปลาย IP: 124.121.67.182 วันที่: 26 ธันวาคม 2555 เวลา:22:48:35 น.  

 
ึคุณปลาย .... ใช้เวลาไม่นานคะ อันนี้ประมานว่าเดินทางไปเรื่อยเปื่อยมาก อยู่ที่จีนใช้เิงินทั้งหมด สามหมื่นห้า ภายในเวลาสี่สิบห้าวันคะ ไม่นับตั๋วบินไป เพราะว่า เราตั้งใจเดินทางกลับจากจีนโดยไม่นั่งเครื่องบินคะ

เอ๋.. ไม่รูั้ว่าคุณปลายจะได้เข้ามาอ่านหรือเปล่า ฮ่าๆ


โดย: gutswallow วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:13:08:11 น.  

 
โอ้ ท่าทางจะหนักน่อ ภาพสุดท้าย


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:13:45:13 น.  

 
เราอาจจะวัยทอง แต่เรายังมีกำลัง


ชอบเพลงเก่าหรือคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:14:22:51 น.  

 
โหวตหมวดท่องเที่ยวให้จ้า

ชอบภาพยอดเขาเปลี่ยนสีจังเลยอ้ะ


ทำไมเห็นผู้บ่าวถือร่มแล้วคิดว่าอยู่ลำปางง่ะ?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:15:44:23 น.  

 
ตามมาเที่ยวต่อครับ
แสงแห่งความหวัง อ่านแล้วรู้สึกดีครับ
แสง และ ตะวัน(ขึ้น-ลง) แห่งความหวัง สำหรับคนถ่ายรูปครับ
ระยะหลังๆ เวลาถ่ายรูป คนเดินผ่านไปมาถ้าเห็นเรายืนเล็งถ่ายรูป เค้าจะหยุดให้เราถ่ายรูปก่อนครับ คนอื่นๆก็จะหยุดตามๆักันครับ
ผมเองก็ต้องยืนรอนานพอสมควร เพื่อให้คนในรูปเลยน้อยกว่าความเป็นจริงครับ
ปีใหม่ใกล้มาถึงแล้ว ขอให้มีความสุขมากๆครับ


โดย: เศษเสี้ยว IP: 113.53.233.130 วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:16:48:51 น.  

 
มาอ่านแล้วค่ะ ^^
จะขอตามอ่านไปเรื่อยๆ นะคะ เผื่อว่าสักวันจะได้ไปบ้าง 5555


โดย: ปลาย IP: 124.121.66.55 วันที่: 27 ธันวาคม 2555 เวลา:23:55:45 น.  

 


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 ธันวาคม 2555 เวลา:15:53:26 น.  

 
ภาพพระจันทร์ตัดกับท้องฟ้า ปลายยอดเขาสีทองสวยจริงๆ ค่ะ
สุขสันต์วันปีใหม่ มีความสุขมากๆ นะคะ



โดย: diamondsky วันที่: 29 ธันวาคม 2555 เวลา:14:17:08 น.  

 
ภาพภูเขาที่ค่อยๆเปลี่ยนสี เพราะแสงอาทิตย์ที่กำลังสาดส่องนี่ เท่อะ


โชคดีจัง ที่ตอนเราไปเที่ยวในจิวไจ่โกว แทบไม่ต้องเดิน ใช้นั่งรถตลอดทริปเลยหล่ะ


โดย: VELEZ วันที่: 29 ธันวาคม 2555 เวลา:21:49:32 น.  

 
555 ไหงวันนี้อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกฮา ๆ พิกล อิอิ


โดย: :D keigo :D วันที่: 30 ธันวาคม 2555 เวลา:17:55:20 น.  

 
อ๊ะ ลืม happy new year 2013 นะคะ มีความสุขมาก ๆ ค่าา~


โดย: :D keigo :D วันที่: 30 ธันวาคม 2555 เวลา:18:06:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wanderswallow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Custom Search
New Comments
Friends' blogs
[Add wanderswallow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.