If the disappointment is worth, it is that it makes me stronger
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
30 กรกฏาคม 2556
 
All Blogs
 
การผจญภัยหมื่นลี้....จากหัวไก่สู่ด้ามขวาน ตอน คุณหมิง - จิ่งหง

                   

 

                 “เฮ้ยๆๆๆ จะนอนไปถึงไหนหา เขาลงกันไปหมดแล้ว”  เสียงอาอี๋เก็บที่นอนตะโกนไล่ควายที่นอนสลบอยู่ ฉิบหาย แล้วกู!!! ฉันสะดุ้งดีดตัวเองขึ้นพรวดพราดจากที่นอน ไหลลงมาตามบันไดลิงจากเตียงนอนชั้นสองโดยอัตโนมัติ ตะลีตะลานใส่ถุงเท้าและยัดลงไปในรองเท้าบูธ ตายๆๆๆๆ กู ทำไมวันนี้ไม่มีพนักงานปลุก ฉันพร่ำๆอยู่ในใจ รู้สึกตัวเองเคลื่อนไหวดั่งแสง คว้ากระเป๋าหนักสิบกว่ากิโล พุ่งตัวออกจากรถไฟทันควัน

                สภาพจัดว่าแย่ แม้แต่ตายังลืมไม่ขึ้น หน้าตาเกรอะกรัง คาบน้ำลายเกาะมุมปาก ผมเผ้าไม่หวีแต่ยังดีหมวกปิดบัง ฟันก็ยังไม่แปรง ขากางเกงพับเต่อสั้นข้างยาว เป็นยายบ้าหอบของพะรุงพะรัง เดินดุ่มๆผ่านกระจกเงาแทบผวา นี่มัน.....กูนี่หว่า... เดชะบุญแท้ที่เสียงของอาอี๋ทำให้ฉันตื่นกระโจนออกมาจากรถไฟที่กำลังเคลื่อนจากสถานนีได้ทัน มิเช่นนั้นคงได้กลับไปเที่ยวต้าหลี่<大理> เยี่ยมสก๊อตและอีธานอีกรอบ ......เป็นครั้งแรกที่โดนคนจีนตะคอกใส่แล้วช่างรู้สึกดี อ่าห์....

 

 

                จากหน้าสถานีรถไฟฉันออกมาไล่ถามหาสายรถประจำทางจากชาวบ้านละแวกนั้น และเดินทางต่อมาจนถึงโฮสเทลชื่อดังขึ้นต้นด้วย C ย่านใจกลางเมืองคุณหมิง<昆明> ที่นี่สะอาดสะอ้านผิดคาด การจราจรดูเป็นระบบ มีรถประจำทางวิ่งอยู่เกาะกลางถนนระหว่างสองเลน ทำให้รับ-ส่งผู้โดยสารสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาจ่อท้ายรถรับจ้างที่จอดขวางหาเหยื่อ แต่กว่าจะข้ามถนนใหญ่ทีละเลนไปเกาะกลางถนนได้ ก็เกือบทิ้งชีวิตให้กับพวกตีนผีที่สะกดคำว่า “เบรก” ไม่เป็น  

                ตั้งแต่เดินทางมาอากาศที่คุณหมิง<昆明> ดูค่อนข้างสบายที่สุด ไม่หนาว ไม่ร้อน กำลังเย็นๆ แดดไม่แสบผิวเท่าไรนัก ถึงเวลาแล้วที่ฉันควรต้องปลดทิ้งลองจอน เครื่องกันหนาวคู่ชีพทั้งหลายที่เดินทางติดตัว หนักกระเป๋าฉันมาโดยตลอด และฝากบริจาคเอาไว้ ณ ที่โฮสเทลแห่งนี้ เผื่อมันมีประโยชน์แก่ชั่วลูกชั่วหลานใครที่เขามีหุ่นเดียวกับฉัน

               ทั้งวันนี้ฉันไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งรถชมวิวไปเรื่อยเปื่อย หาขนมอร่อยๆทาน เดินเล่น ดูของ และกลับมานั่งพักผ่อนในโฮสเทล สงสัยว่าฉันคงกำลังอิ่มกับการเที่ยวจริงๆเสียแล้ว เคยมีคนบอกกับฉันว่าถ้าวันหนึ่งเขาได้ท่องเที่ยวหายตัวไปในโลกกว้าง ห่างบ้านเป็นเดือนๆคงดีมีความสุข, เคยมีคนบอกฉันว่าถ้าสามารถเป็นนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ชีวิตคงสนุก เพลิดเพลิน ไม่มีวันเบื่อ 

 

 

 

 

                ....ฉันอยากบอกเขาว่า...... บางทีการหายตัวไปในโลกกว้างนานเกินไป มันทำให้คนเราหันคิดถึงบ้านอันแสนสุขที่ไม่เคยจากไปไหน, ฉันอยากบอกเขาว่า บางทีการใช้ชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว มันไม่ได้สนุก สุขล้ำเสมอไป และบางครั้งก็รู้สึกเบื่อเหมือนต้องการทำอะไรบางสิ่งที่มากกว่านั้น

                ฉันเริ่มคิดถึงสิ่งอื่นนอกจากเรื่องเที่ยว คิดถึงเรื่องเรียน คิดถึงเรื่องงาน ถ้าไม่ติดว่าต้องรีบกลับบ้าน ตอนนี้ฉันคงได้ทำงานเป็นเพื่อนเสี่ยวจางที่เต๋อชิง<德钦>เรียบร้อย ปัจจัยการเงินอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฉันเริ่มอยากหางานทำระหว่างเที่ยว ทว่าเหตุผลหลักอันสำคัญคือ ฉันต้องการทำบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้ตนรู้ว่ายังมีภารกิจ มีสิ่งที่รับผิดชอบ และมีเป้าหมาย เพื่อฉันสามารถอยู่กับพื้นที่นั้นไปได้นานๆ แลคล้ายคนโรคจิตอ่อนๆจัง ฉันเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าจุดกึ่งกลางของคำว่าความพอดีอยู่ที่ไหนในตัวฉัน เพราะเมื่อยามอยู่เฉย อยากแสวงหาการออกเดินทาง แต่พอได้ออกเดินทางกลับอยากอยู่เฉยๆ ถึงวันนี้ปากฉันบอกอิ่ม แต่พรุ่งนี้ฉันอาจหิวกระหายขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้ นี่แหละ ฉัน สิ่งมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิอารมณ์

 

 

 

               

                     ตกเย็นฉันนั่งดูภาพยนตร์แผ่นก๊อบคุณภาพเกรด เอ กับเพื่อนชาวโฮสเทล ซึ่งมีทั้งคนอเมริกัน จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส ฯลฯ หลากหลายสปีชี่ สำหรับพวกถนัดภาษาอังกฤษอาจสบายหน่อยเพราะภาพยนตร์ส่วนใหญ่มาจากทางแถบนั้นไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถทางภาษาอะไร แต่กับพวกเราคนเอเชีย บางครั้งต้องยอมเสียสละ ฟังภาษาอังกฤษ จ้องซับจีน เป็นต้น ขึ้นอยู่กับคุณภาพแผ่นก๊อบและชาติที่ครองที่วีไปก่อน

 

 

 

                ฉันพบคนหน้าซ้ำๆที่เคยเจอกันตั้งแต่ซีอาน<西安> เฉิงตู<成都> เต็มไปหมด โดยเฉพาะผู้หญิงแบกเป้เดินทางคนเดียวก็มีไม่ใช่น้อยเช่นเดียวกัน ฉันพบกับคุณป้าคนหนึ่งที่บังเอิญเป็นเพื่อนร่วมห้องเดียวกัน แกเป็นชาวปักกิ่งแต่หนีความหนาวลงมานับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ที่เมืองนี้เพียงคนเดียวกับเพื่อนใหม่รุ่นราวคราวเดียวกันที่เพิ่งรู้จัก ฉันจึงเสียมารยาทถามถึงครอบครัวของคุณป้า แต่ปรากฏว่าแกไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก ไม่มีหลาน แกบอกว่าพวกเขาจากโลกนี้ไปหมดแล้ว ฟังทีถึงกับสะดุ้ง ฉันไม่รู้ว่าควรเสียใจ หรือ ซูฮกกับความเด็ดเดี่ยวของคุณป้าคนนี้ ฉันไม่ถามอะไรแกอีก แล้วหันกลับมาคิดถึงตัวเอง หากฉันไม่มีครอบครัว ฉันจะใช้ชีวิตอยู่แบบไหน พอแก่ตัวไปฉันเด็ดเดี่ยวแบบคุณป้าคนนี้ไหมนะ . . . . .

               

 

 

 

                 สิบโมงเช้าวันอาทิตย์ นอนตื่นสายกว่าทุกวัน ฉันออกมานั่งดูรายการโทรทัศน์ที่ไม่มีช่องเก้าการ์ตูน เดินเล่น แทงพูล กับชาวโฮสเทล และนับเวลาถอยหลังเพื่อออกเดินทางสู่เมืองจิ่งหง<景洪>หรือ เชียงรุ้ง เมืองเอกในเขตการปกครองตนเองซีซวงปันน่า <四双版纳> หรือ สิบสองปันนา ที่เรารู้จักกันดี ซึ่งอีกไม่นานฉันจะได้นั่งอยู่บนเรือล่องแม่น้ำโขงเข้าสู่หัวดินแดนขวานทองของไทยแล้ว เย้!

                เวลาหนึ่งทุ่ม ฉันเตรียมตัวออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟคุณหมิง<昆明> เพื่อต่อรถประจำทางไปท่ารถซินหนานจ้าน<新南站> ที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ซึ่งกว่าจะฝ่าการจราจรอันหนาแน่นมาได้ ทำเอาฉันร้อนรน ก้นไม่ติดเบาะ โชคดีที่ฉันไม่ชะล่าใจ เอ้อระเหย ลอยชาย แทงพูล เพลิน และเผื่อเวลาเดินทางไว้ถึงสองชั่วโมง เพราะถ้าช้าไปอีกเพียงห้านาที ฉันคงได้นอนยิ้มแฉ่งค้างในคุณหมิง<昆明> อีกคืนเป็นแน่

                เปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับรถนอน[1]ในเมืองจีน! เคยใช้บริการรถโดยสารเมืองจีนมามาก แต่เพิ่งได้สัมผัสรถนอนตอนใกล้กลับประเทศนี่ละวุ้ย... รถนอนของที่นี่ไม่ใช่เบาะเอนและติ๊ต่างว่าเป็นเตียงนอน แต่เป็นเตียงนอนจริงๆ ปรับเบาะเอนได้เกือบร้อยหกสิบองศา มีเตียงสองชั้น สามแถว รูเดินตรงกลางแคบๆ นอนได้ประมานแปดคนต่อแถว และก่อนเข้าบริเวณเขตเตียงนอนทุกครั้ง ผู้โดยสารทุกคนต้องถอดรองเท้าใส่ในถุงก๊อบแก๊บที่แขวนอยู่ด้านหน้า เพื่อป้องกันความสกปรกและกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ 

                “ขอโทษนะคะ ไม่สูบบุหรี่ได้ไหมคะ” ชายคนหนึ่งสูบบุหรี่ปุ๋ยๆ พ่นควันอยู่บนที่นอนตรงกลางข้างๆฉัน “ได้”  เขาพยักหน้ารับคำขอ และดับบุหรี่ในมือทันทีที่บอก ทว่าทันใดนั้นกลิ่นเท้าอันรุนแรงของชายคนนั้นก็โชยตลบอบอวลชวนเป็นลมยิ่งกว่าบุหรี่ ปิดจมูกกลัวดูเสียมารยาทอีก จึงได้แต่หันหลังเอาหน้าซุกเสื้อตัวเอง เอาละเหวย ไม่เหม็นบุหรี่ แต่เหม็นง่ามเท้าแทน -*- ขมคอเลยว้อยยยย ฉันแทบอยากก้มกราบขอร้องให้ชายผู้นั้นเอาตีนของท่านเก็บเถิด แล้วกลับไปสูบบุหรี่ตามเดิม เพราะนั่นอาจเป็นวิถีลูกผู้ชายที่ถูกต้องแล้ว

 



[1] ราคา 239 หยวน




Create Date : 30 กรกฎาคม 2556
Last Update : 30 กรกฎาคม 2556 13:20:00 น. 3 comments
Counter : 828 Pageviews.

 
โฮสเทลน่าอยู่ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 กรกฎาคม 2556 เวลา:13:53:31 น.  

 
เพราะว่าอยู่ไกลไงคะ เลยต้องทำอาหารให้ได้ ไม่งั้นก็อดกินของอร่อยๆเหมือนที่บ้าน
ถ้าอยู่บ้าน รับรองคงไม่ขยันทำอย่างนี้แน่ค่ะ


โดย: little mouse in big apple วันที่: 2 สิงหาคม 2556 เวลา:20:46:32 น.  

 
เคยคิดแบบนั้นเหมือนกันนะ ถ้าไม่มีใครแบบคุณป้าคนนั้น แล้วถึงเวลาที่แก่ตัวลงไป จะอยู่ยังไงนะ ..


โดย: :D keigo :D วันที่: 3 สิงหาคม 2556 เวลา:10:48:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wanderswallow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Custom Search
New Comments
Friends' blogs
[Add wanderswallow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.