If the disappointment is worth, it is that it makes me stronger
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
การผจญภัยหมื่นลี้....จากหัวไก่สู่ด้ามขวาน ตอน ต้าเหลียน - ฮาร์บิ๊น 4

อากาศหนาว ร้างผู้คน ข้างนอกมืด โรงอาหารปิด พวกเราเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันคนละกล่องพร้อมกับ น้ำหนึ่งขวด ขนมขบเคี้ยวที่สรรหาได้จากร้านขายของชำเล็กๆในที่พัก และตีไพ่ ถ่ายภาพ นั่งเล่นพูดคุยราวกับว่าไม่เจอกันมานานเป็นปี กว่ารู้ตัวอีกทีเสียงโทรศัพท์ของแต่ละคนก็ดังเหมือนโดนท้วงหนี้ไม่หยุด เสียงข้อความสั้นๆจากผู้ที่คิดถึงส่งมาอวยพรปีใหม่ ซึ่งทำให้รู้ว่ามีคนยังคิดถึงกัน

“เอ้า เฮ้ยเที่ยงคืนแล้วๆ”

“นับถอยหลังๆกัน สิบ เก้า แปด เจ็ด”

“เอ้า เฮ้ย นับไม่พร้อมกัน เอาใหม่ๆ สิบ เก้า แปด เจ็ด หก”

“เฮ้ยยย เอาใหม่ๆ พร้อมยังๆ สิบ เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ศูนย์ แฮปปี้นิวเยียร์!!!!”
(หมายเหตุ กรุณาจินตนาการว่าเป็นภาษาจีน)

เวลาปีใหม่ของใครจะเริ่มตอนไหนฉันไม่รู้ ฉันรู้เพียงว่าปีใหม่ของฉัน ได้เริ่มต้นขึ้นกับเพื่อนกลุ่มเล็กๆห้าคนที่อยู่ตรงหน้าฉันนี้ .....ข้างนอกอากาศหนาวติดลบ แต่ข้างในนี้กลับอบอุ่นไปด้วยมิตรภาพที่มีเพื่อนอยู่ข้างกาย

แค่สิบวินาทีที่นับถอยหลัง ทุกอย่างก็พลันเปลี่ยนไป วันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่ เหตุการณ์เมื่อวานนี้กลายเป็นเพียงอดีตไปเสียแล้ว เช้าวันที่หนึ่งของปี พวกเราทั้งหกคนมุ่งหน้าไปที่โบถส์Greek Orthodox ชิ้งซั๋วเฟ๋ยย่าเจี้ยวถั๋ง<圣索菲亚教堂> หรือ โบถส์ St.sophia[1] ใกล้กับห้างต้าชาง<大商> แถบถนนจงยาง <中央大街>ที่เต็มไปด้วยร้าน ค้า และถนนคนเดิน ที่เราไม่ได้เดิน พวกเราเดินจากที่พักไม่ไกลเท่าไรก็สามารถมองเห็นถึงยอดโบถส์ไกลๆคล้ายกับขนม อาลัวสีเขียวที่โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง ตัวโบถส์แลดูสูงใหญ่อยู่ไม่น้อย กระจกหน้าตารูปทรงแคบยาว รับกับสีของอิฐน้ำตาลแดงก่อวางอย่างสง่างามและน่าเกรงขาม ตั้งอยู่บนลานกว้างที่รายล้อมไปด้วยตึกสถาปัตยกรรมไปทางตะวันตก จนไม่เหมือนว่าเราได้มายืนอยู่บนดินแดนจีน ซึ่งหากใครสนใจประวัติของเมืองนี้(หรือว่าอยากหลบหนาว)ฉันว่าน่าจะลองเข้าไป ภายในโบถส์ที่เปิดแสดงผลงานภาพถ่ายเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเมืองนี้ และปิดท้ายด้วยการแวะเข้าไปลิ้มลองขนมหน้าตาคล้ายรวงผึ้งสอดไส้ครีมแสนอร่อย ที่อยู่ในห้างใกล้ๆกับบริเวณนั้น ซึ่งพวกเราเองโกยไปแล้วสองถุง


สตรีเขาคุยกัน
“ เอ่อ... การอยู่เมืองหนาวใส่เสื้อหนาๆมันก็ดีเหมือนกันนะ ไม่ต้องหดพุง” นส.ก

“ ใส่เสื้อข้างในเน่าแค่ไหนก็ไม่มีใครมาเห็น” นส.ข

“แถมขึ้นรถมีคนลุกให้นั่งอีกด้วย นึกว่าท้อง” นส.ค

“.......” นส.ง

ฉันอาจอุปทานไปเองว่าวันนี้อากาศอุ่นขึ้น กว่าเดิม หรือแท้จริงแล้วร่างกายของฉันได้ผ่านการมิวเตชั่นมาให้รับกับสภาพของอากาศได้มากขึ้น หรือเหตุผลที่สามคือฉันมีอุปกรณ์เสริมเป็นพลาสติกห่ออาหารพันอยู่ที่เท้า แต่ด้วยเหตุผลใดก็ตามมันทำให้ฉันรับกับสภาพอากาศในวันนี้ได้มากกว่าเมื่อ วานอย่างไม่ทรมานตัวเอง ฉันรู้สึกนับถือร่างกายของมนุษย์อยู่ไม่น้อยที่ ทนร้อนทนหนาว ได้ถึงขนาดนี้ ชาวเอสกิโมที่อยู่กับน้ำแข็งเขาทำได้ยังไง ว่าแล้วก็นึกถึงหมีขาวที่สวนสัตว์ในต้าเหลียน<大连> ซึ่งถูกปล่อยทิ้งไว้ในอากาศอุณหภูมิมากกว่าสามสิบองศา แดดแรงๆ กับน้ำบ่อเล็กๆเหือดๆบ่อหนึ่ง ลองคิดสภาพสัตว์ที่อยู่ความหนาวติดลบกลับต้องมาอยู่กับอากาศแสนร้อนอบอ้าว เช่นนั้น ลบสามสิบ บวกสามสิบ อยากจะทำป้ายบูชาเทพเจ้าหมีขาวเสียจริง โอ้..... ความพิเศษของสิ่งมีชีวิต

เมื่อวานพวกเราไม่ได้ไป เซวเตี้ยว<雪雕> ดูหิมะปั้น เนื่องจากกว่าถึงแม่น้ำซงฮวา<松花江> ก็มองไม่เห็นทางอะไรแล้ว วันนี้พวกเราจึงแก้ตัวกันใหม่ นั่งรถเมล์จากบริเวณโบถส์ไป ณ ตรงจุดเดิม บรรยากาศที่มีพระอาทิตย์มันช่างต่างไปจากเมื่อคืนนี้ที่ปราศจากผู้คนและแสง ไฟ สวนสตาลินดูคึกคักสวยงามกว่าเมื่อวานนัก แม่น้ำซงฮวา<松花江> คราคร่ำไปด้วยผู้คน ขี่ม้าลากรถ เดินข้ามแม่น้ำ ไถลไปกับบนลานน้ำแข็ง หนุ่มสาวเกี่ยวแขนเดินควงท่ามกลางธรรมชาติสีขาว แลดูมีความสุข พวกเราถูกชักชวนจากร้านค้าริมทางใช้บริการรถม้า หมาลากทั้งหลาย พวกเราปฎิเสธไป เพราะอยากกินลม ชมวิว เดินเล่นให้ปอดบวมเสียมากกว่า แม่ค้าบางคนยังไม่ละความพยายาม หลอกล่อ พูดกล่อมให้ ไขว้เขว สารพัด เช่นว่าการเดินบนแม่น้ำแข็งอาจเป็นอันตรายต่อพวกเรา น้ำแข็งแตก จมลงน้ำเย็น เป็นต้น ฉันรู้สึกขอบคุณในความหวังดี แต่ผู้คนมากมายที่กำลังเดินข้ามแม่น้ำกันเป็นหมู่คณะ รถม้าที่วิ่งลาก หมาที่นั่งเล่น รวมถึงรถตู้คันเล็กวิ่งผ่านกลางแม่น้ำไป นั่นมันเทพหรือยังไง ถึงเดินไปแล้วไม่จม หิมะไม่แตก ถึงแม้ฉันตัวใหญ่แต่คงไม่หนักไปกว่ารถตู้ หรอกม้าง

“รู้สึกดี” ครั้ง หนึ่งในชีวิตฉันสามารถเดินบนน้ำได้ ยิ่งส่องมองพื้นน้ำแข็งบริเวณที่ไม่มีหิมะปกคลุม ทะลุลงไปพื้นผิวถึงด้านล่าง ดูแล้วลึกลับน่าสนใจ.... ฉันเพลินไปกับการถ่ายรูป เดินเหยียบย่ำหิมะบนพื้นน้ำแข็ง มองสะพานข้ามฝั่งอยู่ไกลๆ บ่ายแก่ๆพระอาทิตย์ดวงกลมโตคล้อยอยู่ทางหลัง ส่องสะท้อนให้เห็นรอยเท้านับร้อยพันบนหิมะ บางคนเดินตามรอยเท้าเก่าที่มีไป บางคนสร้างรอยเท้าใหม่ เลือกเส้นทางในแบบของตนเอง บางคนอาจจะเคยลื่นล้ม บางคนอาจใช้ม้าลากข้ามฝั่งไป รอยเท้ามากมายเกินขึ้นบนแม่น้ำสายนี้ มีทั้งที่กำลังเดินอย่างโดดเดี่ยว หรือเป็นคู่ที่ช่วยพยุงเดินเคียง รอยเท้าของกลุ่มเพื่อนที่ประทับตราหลากหลายยี่ห้อและขนาดรองเท้า สายน้ำแห่งนี้ช่างอบอวลไปด้วยชีวิต และความทรงจำของผู้คนที่เคยเดินผ่านมาแล้วจากไป ซึ่งอีกไม่นานเมื่อฤดูกาลมาถึง รอยเท้าของพวกเราคงจะละลายหายไปเป็นหนึ่งในความทรงจำนับล้านบนแม่น้ำแห่งนี้ ด้วยเช่นกัน


Create Date : 21 กรกฎาคม 2553
Last Update : 21 กรกฎาคม 2553 4:54:35 น. 4 comments
Counter : 542 Pageviews.

 
ไอ้เรื่องเดินบนน้ำที่เป็นน้ำแข็งนี่มันเป็นความรู้สึกพิเศษจริงๆ เนาะ

หมีขาว - ทำความเคารพด้วยคน


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 21 กรกฎาคม 2553 เวลา:9:13:12 น.  

 
ฮาเลลูย่า


โดย: gutswallow วันที่: 29 กรกฎาคม 2553 เวลา:5:24:08 น.  

 
hello na ka.


โดย: TheShockTime วันที่: 20 มกราคม 2554 เวลา:20:05:48 น.  

 
ทักทายนะคะ


โดย: boonyaratloveyou วันที่: 15 พฤษภาคม 2554 เวลา:6:46:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wanderswallow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Custom Search
New Comments
Friends' blogs
[Add wanderswallow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.