If the disappointment is worth, it is that it makes me stronger
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
19 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
การผจญภัยหมื่นลี้....จากหัวไก่สู่ด้ามขวาน ตอน ต้าเหลียน - ฮาร์บิ๊น 2

หลังจากนั่งรถ 103 มาจนสุดป้ายรถประจำทาง และหาที่หลบลมหนาวมาได้สอง สาม ชั่วโมง พวกเราก็เริ่มเดินต่ออีกครั้ง จากบริเวณนี้เดินแค่ไม่กี่อึดใจ เราก็ถึง ฝางหงจี้เนี้ยนถ่า<防洪纪念塔> หรือ Flood Control Monument อนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงน้ำท่วมครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองนี้ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับซือต้าหลินกงหยวน<斯大林公园> หรือสวนสตาลิน บนริมฝั่งแม่น้ำซงฮวา<松花江> ที่เรากำลังจะไปกัน

ดูเหมือนอะไรของที่นี่แลดูช้าไปเสียหมด รถค่อยๆขับ ผู้คนค่อยๆเดิน หรืออาจเป็นเพราะอากัปกริยาของคนในเมืองนี้ที่ค่อยเป็นค่อยไป เลยเหมือนว่าเวลาของเมืองนี้ดำเนินไปอย่างเนิ่บๆ ซึ่งในขณะที่เรามองอะไรว่ามันช้า แต่แท้จริงแล้วมันผ่านไปเร็วจนแทบไม่รู้ตัวเลยก็ได้ เช่นเดียวกับเวลาที่นี่ สี่โมงกว่าท้องฟ้ามืดครึ้มจนแทบมองไม่เห็นอะไร เงียบสงบ และปราศจากผู้คน นอกเสียจากแสงไฟที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำอย่างลิบๆ และร้านรถหมาลากคันละร้อยหยวน(!!!!) รถหมาลากที่มีเจ้าตูบตัวโตผูกติดกับเก้าอี้สีแดงล้อเลื่อนสองตอน พวกเราปฎิเสธคุณลุง คุณป้าที่พยายามมาเสนอการบริการ และมองหาเส้นทางอื่นที่พอไปได้ ระหว่างเดิน และ... (ยังคงไม่มีตัวเลือกที่สอง)

เจ้าของร้านหมาลากคนเดิมเข้ามาเสนออีกหนึ่งตัวเลือกให้กับเรา คือรถสามล้อเปิดประทุนโล่งเย็นสบาย จากการประเมินด้วยสายตาน่าจะเป็นรถขนส่งของพวกเขาเอง พวกเราต่อรองราคาลงมาน้อยกว่าเดิมยี่สิบหยวน และแบ่งออกเป็นสองทีมโดยฉันส่งทีมแรกซึ่งนำโดย บุญยงค์ ก้อย และปุ๊กไปก่อน เพื่อหวังให้คนขี้หนาวได้หาที่หลบลมหนาวก่อน ส่วนพวกเราที่เหลือก็เข้ามาหลบความเย็นในกระต๊อบเช่ารองเท้าสเก็ตปิงเตา<冰刀>

ผ่านไปสิบนาทีกว่า รถสามล้อคันเดิมวนกลับมารับพวกเราอีกรอบ ณ วินาทีนั้นทำให้ฉันตระหนักถึงคำว่า “พลาดแล้วกู” อากาศติดลบเช่นนี้ พวกเรากลับนั่งรถสามล้อโต้ลมหน้าแข็ง ความหนาวบวกกับแรงกำลังลมที่เข้ามาปะทะ มันทำให้ฉันอยากลุกขึ้นมากรี๊ดบนรถสามล้อเหมือนโดนสาดน้ำมนต์ กางเกงสองชั้นนั่งแนบติดเนื้อรับรู้ถึงความเย็นที่กัดกินต้นขาจนนิยามความรู้สึกไม่ออกว่าเจ็บหรือชาหรือรวมกันเป็นเช็บ ฉันสะบัดเอาถุงมือออกและเก็บกำไว้มิดชิดอยู่ภายในเสื้อกันหนาว ถือคติที่ว่า อุ่นใดคงไม่เท่ากับอุ่นมือตัวเอง และห่อตัวเหมือนตัวนิ่มก้อนหนึ่งบนรถสามล้อที่นั่งไม่ค่อยติดก้นเพราะต้องคอยลุ้นตัวโก่งว่ารถสามล้อคันนี้จะล้มเทกระจาดเมื่อใด บางช่วงพวกเราต้องเดินเท้าขึ้นเนินเองเพราะรถลากขึ้นไม่ไหว แถมยังโดนแม่ค้ายึดเงินส่วนต่างที่ต่อรองไว้ไปอย่างหน้านิ่งๆ โดยให้เหตุผลว่าคนขับหนาว อ้าวแล้วกูล่ะ
ทันทีที่รถมาจอดถึงบริเวณทางเข้างาน “ปิงเติ่ง” <冰灯> พวกเราก็หมดสภาพกันเลยทีเดียว เพื่อนสามคนที่ล่วงหน้ามาก่อนแลดูมีสภาพที่ไม่ต่างกัน ก้อยกับปุ๊กกำลังยืนกอดตัวเองขยับไปมาหน้าตารอคอยการมาคอยพวกเรา ส่วนบุญยงค์ฉันเห็นว่าเขาเหมือนกำลังพยายามพังประตูห้องน้ำที่ล็อกเพื่อเข้าไปหลบลม ไม่มีที่กำบังหลบความหนาวใดๆตามที่ฉันคิดในบริเวณนั้น สรุปว่าฉันปล่อยให้คนขี้หนาวต้องยืนท่ามกลางองศาที่ติดลบหลังจากเผชิญกับการโต้ลมบนรถสามล้ออีกด้วย ถึงแม้เวลาบนรถสามล้อคันนั้นจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆไม่กี่นาที แต่ระยะเวลาที่อยู่บนนั้นมันช่างแสนยาวนานและทรมานเสียจริง

พวกเราเดินเข้าสู่ประตูทางเข้างานจ่ายค่าบัตรผ่าน[1]ด้วยท่าทีทุลักทุเล กว่านิ้วจะกรีดออกมาสู่ภายนอก ไหนยังจะต้องหยิบกระเป๋าสตางค์ บัตรนักศึกษาและอื่นๆอีกมากมาย แต่แค่เพียงเห็นแสงไฟที่ส่องสว่างในน้ำแข็งก้อนยักษ์เท่านั้น พวกเราก็แลดูเหมือนกับแมงเม่ายิ้ม วิ่งเข้าหาแสง แสดงวิญญาณของนักสู้(กล้อง)และยังคงกัดฟันยิ้มถ่ายรูปต่อ หลังจากเสียงชัตเตอร์รูปสุดท้ายลั่น พวกเราต่างเก็บของไม่พูดไม่จาวิ่งก้าวพ้นธรณีประตูน้ำแข็งตามหาโอเอซิสที่แสนอบอุ่นอยู่ภายใน ซึ่งเต็มไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยวขี้อายหน้าแดงก่ำ

พวกเราพบกับคนไทยกลุ่มใหญ่ที่มาเที่ยวกับบริษัท ซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่างจากโต๊ะของพวกเรานัก เพียงสบตา สัญญาณเรดาห์ของฉันก็กระพิบบอกอย่างไม่ต้องสงสัยว่าพี่ๆกลุ่มนี้คือคนไทยอย่างแน่นอน ชาวไต้หวันที่อยู่ในกลุ่มนั้นเริ่มเข้ามาพูดคุยกับพวกเราเป็นภาษาไทย และตามด้วยพี่ๆคนไทยคนอื่นๆ พวกเราต่างทักทายตามประสาคนแผ่นดินขวานทองอย่างยิ้มแย้มทั้งที่ไม่ได้รู้จักกัน พี่ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเรา พร้อมโชว์แผ่นร้อนที่แปะตามร่างกาย และแจกให้พวกเราลองใช้กันความหนาว พวกเราสนทนากันเพียงเล็กน้อยก่อนถ่ายรูปด้วยกันและแยกย้ายกันไป

“คนไทยนี่สนิทกันง่ายดี” บุญยงค์หันมาพูดกับทางพวกเรา
“ฉันว่าทุกประเทศก็คงเหมือนๆกัน” ฉันตอบ
“ไม่... คนเกาหลี เจอกันต่างที่ ก็ไม่ได้ทักทายกันแบบคนไทย อาจจะไม่พูดคุยกันเลยด้วยซ้ำ”
“ไม่รู้สิ.....คงใช่มั้ง”

ฉันไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าคนไทยแสนดีนักหนา มีน้ำใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันตลอดเวลา แต่เก้าสิบเจ็ดเปอร์เซ็นที่ฉันเคยพบจากการเดินทาง คนไทยเป็นเช่นนั้นจริง!!!


[1] ราคา 200 หยวน(บัตรนักศึกษา 90 หยวน )


ps. ทำไม bloggang ใช้ยากจัง งิ -*-


Create Date : 19 กรกฎาคม 2553
Last Update : 19 กรกฎาคม 2553 16:22:39 น. 2 comments
Counter : 504 Pageviews.

 
คนไทยเจอกันแล้วทักทายกัน ก็ไม่ทุกที่เนาะ อย่างฮ่องกงที่เจอกันง่ายมากๆ นี่ไม่ค่อยทักกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นประเทศ หรือเมืองที่ไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยๆ ง่ายๆ นี่จะเข้าไปคุย ไปทักทายกันเลย

รถหมาลากแพงจังนิ มีโกงอีกต่างหาก

อ่า..ยิ่งอ่านยิ่งหนาว ท่าทางจะไม่ไหวสำหรับเราจริงๆ ค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:53:05 น.  

 
ต้องถือว่าเป็นความโชคดีส่วนตัวด้วยค่ะ ที่ได้เจอแต่คนดีๆระหว่างทาง

จริงๆแล้ว เพื่อนชื่อปุ๊ก กับก้อย ก็เคยบอกว่าไม่ไหวเหมือนกันค่ะ แต่จนแล้วจนรอด ก็ผ่านมันมาได้


โดย: gutswallow วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 เวลา:0:41:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

wanderswallow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Custom Search
New Comments
Friends' blogs
[Add wanderswallow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.