If the disappointment is worth, it is that it makes me stronger
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2554
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
29 มิถุนายน 2554
 
All Blogs
 
ผจญภัยหมื่นลี้....จากหัวไก่สู่ด้ามขวาน ตอน ปักกิ่ง - ต้าถง - มองโกลใน 8

หลังจากส่งทั้งสามคนเสร็จแล้วฉันจึงเดินไปซื้อตั๋วที่อยู่ชั้นล่างของสถานีรถไฟ คุณป้าคนหนึ่งพยายามวิ่งต่อแถวในช่องขายตั๋วที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คน แกพยายามเดินวนต่อแถวอยู่หลายรอบกระทั่งมาหยุดอยู่ช่องขายตั๋วข้างๆฉัน แถวค่อยๆเลื่อนขยับจนมาถึงคิวของคุณป้าผู้นั้น แต่แล้วพนักงานขายผู้ตรงต่อเวลาก็ปิดบริการขายตั๋วทันทีโดยไม่ใยดีลูกค้าผู้ยืนต่อแถวอยู่นานสองนานเสียอย่างนั้น แค่พริบตาเดียวยอดมนุษย์ที่อยู่ด้านหลังคุณป้ามากมายก็แทรกตัวอย่างรวดเร็วไปอยู่ช่องขายตั๋วถัดไปที่เพิ่งเปิดทำการใหม่ ไม่ใช่แค่ช่องขายตั๋วนี้เท่านั้น ช่องขายอื่นต่างปิดทำการทันทีและปล่อยให้ลูกค้าวิ่งแข่งแย่งชิงต่อแถวใหม่อย่างโกลาหล เหมือนกำลังเล่นเกมส์อะไรสักอย่าง



คุณป้าจึงขอทางเพื่อกลับไปยืนตำแหน่งเดิมกับผู้คนในแถวนั้น แต่ไม่มีใครสักคนเดียวยอมเปิดทางให้แกเข้ามายืนอยู่ด้านหน้าตน เมื่อไม่มีผู้เสียสละ แกจึงตัดสินใจปีนและแหย่ขาเบียดรั้วที่กั้นระหว่างแถวเพื่อไปแทรกอยู่ข้างหน้า ขาข้างแรกยังข้ามไม่ทันพ้นก็ดันไปติดอยู่กับวงล้อหมุนสำหรับกันคนซื้อตั๋ว เรื่องราวจึงวุ่นวายหนักขึ้นไปอีก ผู้ที่ซื้อตั๋วเสร็จแล้วไม่สามารถหมุนออกไปเนื่องจากขาคุณป้าติดแหง่ก ตัวค้างเติ่งอยู่บนรั้วแบบนั้น เมื่อคนอยากออกออกไม่ได้ คนอยากเข้าขาดันติด คนด้านหลังเบียดแน่นไม่ยอมถอย สุดท้ายไม่มีใครได้ซื้อตั๋ว ผู้ที่ซื้อตั๋วเพิ่งเสร็จต้องยอมปีนรั้วอีกด้านหนึ่งออกไป และปล่อยให้คุณป้าพยายามยัดตัวของแกอย่างทุลักทุเลเข้ามาอยู่ในแถว โดยมีเสียงโวยวายด่าไล่หลัง เหตุการณ์ทั้งหมดจึงคลี่คลาย ฉันมองพฤติกรรมเหล่านี้อย่างละเหี่ยใจ เหตุใดจึงไม่มีคนใดคนหนึ่งยอมถอย หรือแบ่งปันพื้นที่ของน้ำใจให้แก่กันสักเพียงเล็กน้อย หากคุณป้ายอมต่อแถวใหม่ ผู้คนในแถวไม่ยื้อแย่ง ผู้ที่เพิ่งซื้อตั๋วเสร็จไม่ดันทุรังผลักกงล้อออก เรื่องราวอาจไม่เป็นเช่นนี้



ฉันกลับมาจากสถานีรถไฟเพียงลำพังเหมือนสภาพเมื่อสี่วันก่อน คงถึงเวลาของฉันกับเป้สองใบผจญภัยแดนมังกรจากตู้เย็นสู่เตาหลอมจริงๆเสียที ไม่มีเพื่อนมาผลัดเปลี่ยนสำรองรออยู่จุดหมายอื่นอีกต่อไป ที่เหลือคือตัวฉันกับการเดินทางที่เหลือ ฉันว่าการเดินทางเหมือนกับอาหารจานหนึ่ง ที่มีเพื่อนคอยเพิ่มความกลมกล่อมให้อาหารแสนอร่อย การเดินทางที่ขาดเพื่อนคงเหมือนอาหารที่ขาดรสชาติ กินได้แต่ไม่ปลื้ม อย่างไรก็ตามแม้อาหารจานนี้จะมีรสชาติจืดชืดลงไปไม่เหมือนก่อน แต่ใช่ว่ามันจะแย่เสมอไป เครื่องปรุงบนโต๊ะยังมีก็แค่หยิบมาเพิ่มเติมรสชาติให้ถูกกับปากตัวเอง เช่นเดียวกับการเดินทางที่ฉันยังต้องพบเจออะไรอีกมากมายมาคอยเติมแต่งรสชาติของชีวิตให้กลมกล่อมอีกครั้ง


“พิพิธภัณฑ์ปิด!!” เช้าวันที่สอง ณ เกสต์เฮ้าท์ คุณอันดาบอกว่าพิพิธภัณฑ์ที่นี่ปิดทำการทุกวันจันทร์ มันช่างพอเหมาะพอเจาะอะไรเช่นนี้ ครั้นจะอยู่แต่ในเกสต์เฮ้าท์มันก็ดูน่าเบื่อจนเกินไป ฉันจึงออกไปยืนตามป้ายรถประจำทาง มองหาเลขรถคันไหนสวย คนน้อย ฉันก็เดินขึ้นไปอย่างไม่ลังเล มีเพียงฉันกับกล้องหนึ่งตัวที่ติดสอยห้อยตามไปทุกที่ อยากลงที่ไหนลง อยากเดินที่ไหนเดิน ถ่ายรูปเพลินๆไม่ต้องสนใจอะไร ตามแดด ตากลมทนหนาว ร่างกายทนได้จงทนไป เมื่อยขาก็นั่งรถ หิวก็หาอะไรทาน ทำอะไรเพลินๆชดเชยกับการชมพิพิธภัณฑ์ที่พลาดไป จากเดินเล่นฉันเปลี่ยนมาเข้าร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ตามข้างทาง ทว่ากฎหมายของเมืองนี้ต้องใช้บัตรประชาชน หรือการ์ดอินเตอร์เน็ตเท่านั้น จึงสามารถเล่นได้ ฉันเลยต้องกลับออกไปอย่างหงอยๆ และเข้าสู่เกสต์เฮ้าท์นั่งดูรายการเพลงมองโกลกับบรรดาลูกๆของคุณอันดา และนั่งสนทนากับพ่อบ้านไปพลาง คั่นเวลาได้ทั้งวัน


ค่ำคืนนี้ฉันไม่ต้องเดียวดายอีกต่อไป ฉันพบกับสาวฮอลแลนด์หน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาพักในเกสต์เฮ้าท์ เธอเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่กำลังศึกษาอยู่ที่เมืองจี๋หนาน<济南> และออกมาเที่ยวในช่วงปิดเทอมฤดูหนาว จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่สาวหน้าฝรั่งตาสวยผู้เงียบขรึมคนนี้จะสามารถพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว พวกเราพูดคุยถึงมหาวิทยาลัยที่เธอเรียน ผู้คนชาวจีนในจี๋หนาน<济南> สถานที่ท่องเที่ยวที่เธอไป และอีกหลายๆเรื่อง ไม่เพียงแต่สาวฮอลแลนด์เท่านั้น ยังมีสาวสวีเดนอีกคนหนึ่งที่เพิ่งเดินทางเข้ามาพักในเกสต์เฮ้าท์นี้เช่นเดียวกัน สาวสวีเดนช่างพูดเจรจา ร่าเริง สดใส เธอขอเข้าร่วมวงสนทนากับพวกเราสองคนด้วย วงสนทนาจึงกว้างขึ้นกลายเป็นวงสามสาวสามชาติสามภาษาแต่มีภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลางสนทนากัน



มันอาจลำบากสำหรับฉันมากหน่อยเพราะไม่มีซับไตเติ้ลภาษาไทยลอยขึ้นมาอยู่บนจอตา หรือมีวุ้นแปลภาษาของโดเรม่อนที่ทำให้ฉันพูดสื่อสารกับคนได้ทั่วโลก พวกเธอทั้งสองคนต่างพูดภาษาอังกฤษคล่องมากจนฉันได้แต่อ้าปากค้างฟังพวกเธอสนทนากัน ประโยคหนึ่งจบสมองยังประมวลผลไม่เสร็จพวกเธอก็ต่อประโยคขึ้นมาใหม่ จนฉันไม่สามารถตอบโต้ได้ทัน นอกจากยิ้ม และ เยส เป็นคำตอบตามแบบสาวไทยผู้ไม่สันทัดภาษาอังกฤษอย่างฉัน และคอยพูดเสริมบ้างเมื่อมีโอกาสคลุกเข้าวงในได้ทัน


“ตอนฉันไปโซล ฉันรู้สึกแปลกใจมากที่เห็นสาวเกาหลีใส่คอนแทคเลนส์สีๆ บิ๊กอายใหญ่ๆ ” สาวสวีเดน



“ฮาฮา ตอนนี้กำลังเป็นแฟชั่นมาแรง ที่ประเทศไทยก็มี” สาวไทย



“ฉันว่ามันแปลก...พวกเธอเป็นเอเชีย แต่อยากมีตาเป็นสีฟ้า สีเขียว แบบชาวตะวันตก แถมบางคนยังใส่ลายแปลกๆอีกด้วย เธอรู้ไหมสาวๆที่นั่นศัลยกรรมกันเยอะมาก ฝั่งบ้านฉันส่วนใหญ่ดูดไขมันทำหน้าอก แต่สาวที่นี่ ทำทั้งตา จมูก ปาก เกือบแทบทุกส่วน ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ ในเมื่อธรรมชาติสร้างมาให้พวกเธอเป็นแบบนี้ พวกเธอมีผิวที่สวยมาก เหมือนที่เธอมีผมดำ ตาเล็กๆ จมูกเล็กๆแบบนี้(อ้าวด่าตูเปล่านิ) มันคือเอกลักษณ์ของพวกเธอรู้ไหม ฉันว่ามันมีเสน่ห์มากกว่าที่จะพยายามให้เป็นแบบคนอื่น ฉันว่ามันไม่สวย” สาวสวีเดน



“มุมมองความสวยความงามแต่ละคนต่างกัน ผู้คนชอบและต้องการในสิ่งที่ตัวเองไม่มี เหมือนที่ชาวยุโรปชอบให้มีผิวสีแทน ในขณะที่ชาวเอเชียบางคนอยากจะขาวแบบพวกเธอบ้าง มันไม่แปลกหรอก” สาวไทย



“อ้อ...ใช่ แล้วพวกสาวเกาหลีพวกนั้นก็ทำตัวดูอ่อนแอมากเลยรู้ไหม ขนาดแมลงวันเกาะที่หน้า ยังเอียงคอบิดไปมา(ทำท่าประกอบ) เรียกหาแต่ออปป้า[1]ๆ(เลียนเสียงใสๆ)ให้มาช่วยเธอปัดแมลงวันให้ ฉันว่ามันน่าตลก สาวพวกนั้นพยายามทำตัวน่ารักและอ่อนแอ เหมือนคนไม่มีแรงเดิน ต้องให้ออปป้าของพวกเธอดูแล แม้แต่แมลงวันทำไมเธอไม่รู้จักปัดเอง” สาวสวีเดน



“ฉันว่าอาจเกี่ยวกับสังคมเกาหลีที่ผู้ชายค่อนข้างเป็นใหญ่ นับถือรุ่นพี่รุ่นน้อง ตีเสมอเทียบรุ่นแทบไม่ได้ ผู้ชายบางคนก็อีโก้จัดชอบให้ ผู้หญิงต้องน่ารัก อ่อนหวานและ เชื่อฟัง จนบางทีทำให้พวกเธอกลายเป็นแบบนั้น หรือไม่ก็เพราะผู้หญิงพวกนั้นยินยอมให้เป็นแบบนั้นเอง แต่ มันก็คงไม่เป็นเสียทุกคนหรอก ผู้หญิงเกาหลีที่ฉันเคยเจอบางคนก็ไม่อ่อนแอขนาดนั้น นิสัยน่ารักมาก” สาวไทย


พูดจบฉันได้แต่นั่งยิ้มแฮะๆ นั่งฟังสาวสวีเดนวิจารณ์ถึงสาวเกาหลี จนไม่รู้จะทักท้วงแทนคนเกาหลีแบบไหน แค่นั่งฟังสมองฉันยังเรียบเรียงแทบไม่ทัน เรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมบางทีมันก็พูดยากที่จะให้คนอื่นเข้าใจ สาวสวีเดนยังคงเล่าถึงเรื่องราวที่เธอเดินทางพบมาในเอเชียมาหลายที่ จนมาจบลงคำถามว่า “คิดและรู้สึกอย่างไรกับคำถามว่าเป็นผู้หญิงทำไมมาเที่ยวคนเดียว” โอ้ว...เหมือนฉันกำลังประกวดนางงามจักรวาล และได้รับซองคำถามจากกรรมการผู้ทรงเกียรติ



“ คนส่วนใหญ่อาจมองว่าผู้หญิงเดินทางเพียงลำพังอันตราย แต่ไม่ว่าใครเดินทางเพียงลำพังก็อันตรายทั้งนั้นแหละ ไม่เห็นเกี่ยวว่าผู้ชายเท่านั้นที่สามารถทำได้ ฉันรู้สึกรำคาญนิดหน่อยที่มีคนมาถาม เป็นผู้หญิงคนเดียวแล้วเดินทาง ฉันว่ามันไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกตรงไหน ที่ประเทศฉันผู้หญิงเดินทางคนเดียวตั้งเยอะแยะ ฉันอยากมาฉันจึงมา” สาวสวีเดน



“ อืม ใช่ฉันก็รู้สึกสบายดีที่ได้เดินทางคนเดียว แต่บางคนอาจไม่เข้าใจ” สาวฮอลแลนด์ เงียบๆเรียบร้อยพูดน้อยเช่นเดิม



ฉันนั่งฟังสองสาวพูดคุยกันอย่างเงียบๆ และคิดถึงถึงสิ่งที่สาวสวีเดนคนนั้นถาม ว่ากันตามตรง หากมีคำถามว่า “ทำไมคุณเดินทางมาคนเดียว” ฉันยังมีคำตอบร้อยพันมากกว่าถูกถามว่า “ทำไมคุณเป็นผู้หญิงแล้วมาคนเดียว” เพราะฉันแทบไม่เคยได้ใส่ใจและนึกหาคำตอบว่ามันสำคัญเพียงใดกับการเป็นผู้หญิงเดินทางตามลำพัง สำหรับฉันคำนิยามว่าผู้หญิงกับสรีระไม่ได้เป็นปัญหาต่อผู้ต้องการออกเดินทางท่องเที่ยว มันสำคัญที่ว่าคุณจะได้พบเจอกับอะไรระหว่างทาง คุณชอบ คุณสนุก คุณมีความสุขหรือไม่ มากกว่าเอาคำนิยามการเป็นผู้หญิงมาบีบบังคับให้เราต้องเหี่ยวแห้งอยู่แต่ในกรอบ จนไม่กล้าออกไปไหน ถึงใครจะมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ต่างอย่างไร แต่สำหรับฉัน ฉันเป็นเพียงแค่คนๆหนึ่งที่ถูกเพื่อนยกย่องสรรเสริญให้เป็นผู้หญิงถึก ดีเด่นประจำตำบล ผู้มีความกล้าและแรงบันดาลใจเหมือนกับนักเดินแบกเป้ทั่วไปที่แสวงหาความแปลกใหม่ให้กับชีวิต.... พวกเราสามคนนั่งคุยกันยาวนานข้ามคืนจนลืมเวลานอน ฉันว่าวันนี้เหมือนกับวันชุมนุมของสาวแบกเป้จากสามดินแดนดูเป็นเฟมินิสต์ มากเลยทีเดียว



-----------------------------------------------------------



[1] คำเรียก รุ่นพี่ผู้ชาย ของผู้หญิงในเกาหลี



Create Date : 29 มิถุนายน 2554
Last Update : 29 มิถุนายน 2554 1:46:35 น. 10 comments
Counter : 488 Pageviews.

 
มีเพื่อนไปไหนมันก็อาจอุ่นใจกว่าไปคนเดียวมั้งค่ะ เพราะถ้าต้องกินข้าวลิง ก็ยังมีเพื่อนกินข้าวลิงด้วนเป็นเพื่อน


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:13:53:12 น.  

 
แวะมาอ่านและทักทายเจ้าของบล็อกครับ


โดย: highfly วันที่: 29 มิถุนายน 2554 เวลา:20:15:19 น.  

 
สวัสดียามเช้าค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันค่ะ
ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ


โดย: iamorange วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:6:26:20 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับผม..



แอบแช๊ะๆ สาวน้อยหม่ำๆ


โดย: Little Knight วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:7:28:18 น.  

 
บล็อกนี้ไม่มีรูปนิ แหะๆ

จขบ.ชอบกินมะพร้าวกะทิเหมือนเราเยยยยย


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:02:30 น.  

 
เพลงติดปากนี่ มีเป็นพักๆครับ

ฮี่ๆ

แล้วแต่อารมณ์เนาะ


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 2 กรกฎาคม 2554 เวลา:20:29:11 น.  

 
สวัสดีเช้าวันเลือกตั้งครับ..

พักผ่อนและมีความสุขมากๆนะครับ



ชิว ชิว ในวันไปทำวัคซีนไวรัสตับอักเสบA จ้า


โดย: Little Knight วันที่: 3 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:04:52 น.  

 

หอบมาฝากค่า


โดย: โสมรัศมี วันที่: 12 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:10:29 น.  

 
สวัสดีค่ะ กำลังจะไปเที่ยวมองโกลในกับเพื่อนตอนปิดเทอม หาข้อมูลอยู่ เลยเปิดมาเจอบล็อกนี้ อ่านแล้วสนุกดีนะ ว่าแต่ไปมองโกลแล้วเป็นยังไงบ้าง ขอคำแนะนำหด้วยค่ะ


โดย: ทอรุ้ง IP: 114.250.76.84 วันที่: 11 สิงหาคม 2554 เวลา:23:49:16 น.  

 
อยากตอบคุณทอรุ้งจัง แต่ไม่รู้จะตอบคุณยังไง.... ไม่มีช่องทางให้ติดต่อเยย


โดย: gutswallow วันที่: 31 สิงหาคม 2554 เวลา:2:09:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

wanderswallow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Custom Search
New Comments
Friends' blogs
[Add wanderswallow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.