กุมภาพันธ์ 2551

 
 
 
 
 
1
2
5
6
7
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog
กู่ฉินกับ ผมสอบเสร็จแล้วคร๊าบ
วันนี้เป็นวันสอบเข้าวิทยาลัยดนตรีกลางเป็นวันสุดท้ายของผมครับ แต่ของนักเรียนจีนยังคงมีสอบวิชาอื่นอีก เช่นพวก วิชาสังคม คณิตศาสตร์ เป็นต้น เหมือนเอ็นทรานซ์บ้านเรา การแข่งขันสูงทีเดียว แต่พอดีผมเป็นชาวต่างชาติ เลยสบายไปครับ เหมือนสอบตรง แถมไม่ต้องแข่งกับใคร แข่งกับมาตราฐานของทางวิทยาลัยแค่นั้นครับ ถ้าสอบผ่านทุกวิชาก็เข้าเรียนได้เลย (แต่ไม่น่าจะผ่านหมด ฮ่าๆ)

ก่อนอื่นผมจะขอพูดถึงเงื่อนไขการสอบเข้าวิทยาลัยดนตรีกลางที่ผมไปสอบเข้าครับ คิดว่าวิทยาลัยดนตรีอื่นๆก็คงคล้ายๆกัน

ก่อนอื่นสำหรับชาวต่างชาติ ต้องมีผลวัดระดับภาษาจีน หรือ HSK ระดับหกขึ้นไปครับ (ไม่งั้นฟังไม่รู้เรื่อง เวลาไปเรียน)
สิ่งที่ต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด นั่นคือเครื่องดนตรีเอกที่เราเล่นนั่นเอง เพลงที่เล่นก็ควรเป็นเพลงที่ค่อนข้างยากและแต่ละเพลงควรมีความแตกต่างกัน เพื่อเป็นการแสดงความสามารถของตนเองออกมาว่า สามารถบรรเลงได้หลากหลาย เช่น เล่นเพลงหวานๆ และก็เล่นเพลงแรงๆ เป็นต้นครับ

นอกจากนี้แล้วยังต้องเตรียมตัววิชาทฤษฎีดนตรีสากล แต่ว่าต้องเตรียมเป็นภาษาจีนนะครับ ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากเมืองไทยขนาดไหน แต่คำถามรวมทั้งชื่อเฉพาะทางดนตรีทั้งหมด ถูกเปลี่ยนเป็นภาษาจีนหมดครับ ดังนั้นจง เรียนภาษาจีน ฮ่าๆ

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวอีกอย่างคือ หูครับ ear training อันนี้ก็ห้ามอ่อนเลย ผมสอบเอกกู่ฉินครับ ผมก็ต้องสอบตัวนี้เหมือนกัน
ถ้าจำไม่ผิดจะสอบพวกอินเทอร์วอล คอร์ด และสเกลครับ ง่ายๆ แต่ชื่อเป็นภาษาจีน ดังนั้นจง เรียนภาษาจีน

นอกจากจะเตรียมตัวทุกวิชาที่กล่าวข้างต้นมาดีแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่จะช่วยให้เข้าวิทยาลัยให้ง่ายขึ้น
นั่นคือ รู้จัก อาจารย์ในวิทยาลัย หรือง่ายๆ เส้นนั่นเอง
เมืองจีนเป็นอย่างนี้ครับ ผมได้ยินครั้งแรกก็อึ้งเหมือนกัน แต่พอนานๆไป เริ่มพบว่า
เฮ้ย มันเป็นกันทั้งประเทศเลยนะเนี่ย

คือผมมีเพื่อนคนจีนคนหนึ่ง จบจากวิทยาลัยที่ผมจะเข้านี่หล่ะ
เค้าแนะนำผมว่า ปกติแล้วการจะสอบเข้าวิทยาลัยดนตรี นักเรียนที่ไปสอบเข้าเกือบทุกคน ก็เตรียมตัวกับอาจารย์ข้างในวิทยาลัยทั้งนั้น
เพราะอะไร เพราะว่ากู่ฉินเป็นเครื่องดนตรีที่ข้อนข้างเป็นตัวของตัวเองสูง ดังนั้น อาจารย์แต่ละคนที่บรรเลงออกมา ก็ไม่มีใครเหมือนใคร
ดังนั้นการที่เราเลือกจะเข้าเรียนในวิทยาลัยไหน แสดงว่าเราชอบแนวเพลงของอาจารย์คนนั้น
แล้วอะไรคือการแสดงออกว่าเราชอบเพลงของอาจารย์คนนั้น
ก็คือเสียเงินไปเรียนตั้งแต่เนิ่นๆ โอกาศที่จะเข้าไปเรียนก็มากขึ้น
หนึ่งคือเป็นการแสดงให้เป็นถึงความตั้งใจจริงของเรานั่นเอง

อาจารย์ในวิทยาลัยท่านนั้นก็คือคือศาสตราจารย์หลี่เสียงถิงครับ คนที่ผมจะเรียนด้วย
ในวิทยาลันนี้มีอาจารย์กู่ฉินสองคน หลี่เสียงถิง กับ จ้าวเจียเจิน ผมเลือกเรียนกับอาจารย์หลี่
ที่จริงผมติดต่อไปนานแล้วครับ แต่ว่าค่าเรียนแพงมาก ชั่วโมงละ ห้าร้อยหยวน (ประมาณสองพันห้าร้อยบาท)
อาจารย์หลี่เลยแนะนำให้ผมเรียนกับลูกศิษย์ของท่านก่อน
นั้นคือ อาจารย์จ้าวเสี่ยวเสียนั่นเอง ผมเรียนกับอาจารย์จ้าวมาประมาณหกเดือนกว่า
ถือว่าเป็นเวลาที่น้อยมากสำหรับคนที่สอบเข้าเรียนระดับวิทยาลัย
อาจารย์จ้าวยเคยพูดกับผมเมื่อเริ่มเรียนว่า อาจจะไม่ทัน เพราะสอบตั้งสี่เพลง และควรจะเป็นเพลงที่โชว์ความสามารถแบบสุดๆ
แต่ผมกลับเรียนเพลงระดับสิบได้ภายในเวลาห้าเดือนกว่าๆครับ
หลังจากนั้นผมก็ติดต่อไปหาอาจารย์หลี่ เพื่อจะฝากตัวเป็นศิษย์แบบเต็มตัว

จากการที่ผมเรียนเพลงชั้นสูงได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้อาจารย์หลี่ทึ่งในความมุมานะของผม
บวกกับอาจารย์หลี่ทราบว่าผมเป็นเด็กทุนรัฐบาลจีน ซึ่งเงินน้อยมาก
ทำให้ผมได้เรียนกับท่าน ฟรีครับ เน้น ฟรี
ผมไม่เคยคิดว่าก่อนว่า ผมจะได้เรียนกับคนที่หน้าปกซีดีระดับโปรเฟซเซอร์คนนี้จริงๆ แถมไม่เสียเงินอีก
ซาบซึ้งจบบรรยายมาเป็นคำพูดไม่ได้

อาจารย์หลี่ให้ผมเรียนกับอาจารย์จ้าวสี่ครั้ง แล้วไปหาท่านหนึ่งครั้ง ให้ท่านคอยเก็บรายละเอียดให้ก่อนสอบ
และทุกครั้งท่านก็จะสอนอย่างจริงจัง เหมือนกับผมเรียนแบบเสียค่าเรียนอย่างไงอย่างงั้น
ลองคิดดูสิครับว่า ไปเรียนกับปรามาจารย์แบบไม่เสียค่าเรียน เวลาจะออกจากบ้านท่านจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไร
ดังนั้นทุกครั้งที่ผมไปเรียนกับท่าน ก็มักจะติดของขวัญเล็กๆน้อยๆติดมือไปฝากท่านเสมอ
(ถึงแม้ว่าของขวัญแต่ละชิ้น จะไม่เท่ากับค่าเรียนหนึ่งชั่วโมงก็ตาม)
และมีครั้งหนึ่งผมซื้อส้มทั้งลังไปให้ท่าน ท่านไม่รับ ท่านบอกว่า ต่อไปไม่ต้องซื้อะไรมาให้อีก
ทำให้ผมไม่สบายใจมาก แต่ท่าก็บอกว่า ผมเป็นนักเรียนต่างชาติที่ขยันและตั้งใจจริง ท่านเลยอยากสอนฟรี
ทำให้ผมนับถือและเคารพท่านมากๆขึ้นไปอีกหลายเท่า

และแล้ววันลงทะเบียนก็มาถึง ผมไปรอตั้งแต่เช้าครับ แบบว่ารบกวนพี่คนนึงไปด้วย ชื่อพี่หุย พี่แกก็ยืนตัวสั่น (ตอนนั้นอุณหภูมิติดลบครับ)
รอจากเช้ายันเที่ยงก็ยังไม่ได้ทำ เพราะทางวิทยาลัยไม่จัดระบบคิวให้ดีครับ บอกกับคนจีนสมัยนี้มีนิสัยชอบแย่ง เบียดกันเข้าไปสิ
ยิ่งเวลาขึ้นรถไฟใต้ดินนะ ใครได้ที่นั่งนี่แบบว่า เหมือนเป็นรางวัลชีวิตกันจริงๆ เป็นชื่อเสียงของวงตระกูล
กลับมาเรื่องเดิม เนื่องจากการจัดคิวที่แย่ ทำให้ผมต้องไปหาที่อยู่ชั่วคราว (ลืมบอกไปว่า พอเที่ยงแล้ว คนจีนจะพักครับ ถึงบ่ายสอง)
ดังนั้นผมกับพี่หุยเลยตกลงกันว่า จะไปกินซีสเลอร์กัน (ซิสเลอร์ที่นี่แพงกว่าไทยหลายเท่าครับ ดังนั้นคนจีนที่กินซีสเลอร์ที่นี่มักจะเป็นคนรวยครับ ส่วนผมไม่รวย แต่อยากรวย) หลังจากทานกันเสร็จเรียบร้อยก็กลับไปลงทะเบียนต่อครับ มันวุ่นวายมันแค่ตรงเข้าคิวครับ แต่พอเข้าไปลงทะเบียนจริงๆ ทุกอย่างเป็นระบบมาก และมีอาจารย์คอยมาเทคผมอย่างดี เพราะรู้ว่าผมเป็นต่างชาติ
วันนั้นทั้งวัน เวียเวลาไปกับการเข้าคิวครับ

ก่อนรอบแรกสอบสองวัน ผมก็ได้ไปหาอาจารย์หลี่ เพื่อให้ท่านแนะให้ว่าต้องเล่นเพลงไหนเพลงไหนก่อน
และแล้ววันสอบรอบแรกก็มาถึง ผมสอบคนสุดท้ายเลย
แต่สิ่งที่แปลกมากๆคือ ทั้งๆที่รู้ว่าสอบ แต่กลับไม่ตื่นเต้นครับ ปกตินี่ มือจะสั่นเลย นี่เล่นจบแล้วยังเดินออกจากสนามหน้าตาเฉย
ทำไมหน่ะหรอครับ เพราะว่าก่อนสอบผมนั่งสมาธิทุกวัน และก่อนสอบหนึ่งวันผมนั่งครึ่งชั่วโมงเต็มๆ ครับ ใครไม่เชื่อว่านิ่งจริงๆ ไปลองได้
ในระหว่างที่รอการสอบอยู่นั้น ผู้สอบต้องรอให้ห้องรับรอง ซึ่งในห้องนั้นก็มีแต่เอกกู่ฉินเก้าคน และผมเป็นผู้ชายคนเดียวครับ
ศิษย์สายอาจารย์หลี่เสียงถิงมีสามครับ รวมผม และศิษย์สายอาจารย์จ้าวเจียเจินมีหกคนครับ และอีกคนหนึ่งมาจากที่อื่น
คนที่มาจากที่อื่นตกไปตั้งแต่รอบแรกเลยครับ เพราะว่าไม่รู้กันคนในวิทยาลัย เรื่องจริง
และสิ่งที่ผมคาดไม่ถึงก็คืออาจารย์จ้าวเจียเจิน ซึ่งเป็นผู้คุมสอบ ได้ออกมาดูแลนักเรียนของตัวเองที่ห้องรับรองอย่างโจ่งแจ้ง
คือแน่นอนว่าเรื่องเด็กใครเด็กใคร อาจารย์ในวิทยาลัยก็รู้อยู่แก่ใจถึงระบบการเข้าเรียนแบบนี้
แต่ผมไม่เห็นด้วยที่ออกมาดูแลเด็กสายตัวเองอย่างประเจิดประเจ้อ ไม่เหมาะสมเอามากๆ
หมายเลขสอบของผมคือเบอร์เก้าครับ คนสุดท้าย ก่อนหน้านั้น หมายเลขแปดสายขาดครับ อาจารย์จ้าวก็รีบวิ่งออกมาจากที่นั่งผู้ให้คะแนนสอบ ออกมาดูแลเด็กตัวเองอีกครั้ง แล้วแต่ใครจะคิดนะครับ ผมคิดว่า โอเคเป็นเด็กสายตัวเอง แต่มันเกินไป

พอผ่านการสอบรอบแรกได้อาจารย์หลี่ก็บอกผมว่า ผมเล่นได้ดีมาก แอบดีใจ


พอจะเข้าสู่การสอบรอบสองผมก็ไปหาอาจารย์หลี่อีก รอบสองนี้เพลงที่เล่นยากกว่ารอบแรกพอสมควรครับ
เลยทำได้ไม่ดีเท่ารอบแรก ซ้อมไม่ดีเท่าที่ควรครับ

และในที่สุดผมก็ผ่านมาถึงรอบสามจนได้

รอบสามแบ่งเป็นสองวันครับ
วันแรกสอบหูครับ
ช่วงเช้าสอบแบบตัวเลือก เราสามารถมั่วได้ ผมสามารถมั่วได้ด้วย
จะเป็นการให้ฟังเสียง แล้วบอกชื่อของมันครับ พวกขั้นคู่อะไรทำนองนั้น
รอบบ่ายเป็นการสอบร้องโน๊ตบรรทัดห้าเส้นออกมาครับ
เรื่องนี้ทำให้ผมเครียดมาก ผมไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนถ้าเข้าห้องสอบไปแล้ว
ไปบอกคนคุมสอบว่า
ร้องไม่ได้ครับ
แต่ไม่น่าเชื่อ อาจารย์ท่านั้นกลับให้ผมพยามยามหลายต่อหลายครั้ง ทั้งๆที่ผมถอดใจไปแล้วในตอนนั้น
ผมคิดว่าอาจารย์คงเข้าใจสถานการของผม แล้วอยากจะให้โอกาศครับ

และแล้วสอบวันสุดท้ายก็มาถึง วันนี้นั่นเอง
สอบทฤษฎีดนตรีสากลครับ
แบบว่าเวลาเตรียมตัวไม่พอ บวกกับความน่าสนใจน้อย ทำให้ผมทบทวนได้ไม่ดีนัก
เหตุผลหลักก็คือเวลาการเตรียมตัวไม่พอครับ เพราะเนื้อหาทั้งหมดเอามายัดในช่วงเวลาสั้นๆ
ตอนนั้นจำได้แทบกระอัก
มั่วอีกแล้วครับท่าน เสร็จตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแล้ว อยากส่งมากเพราะปวดฉี่แบบสุดๆ
แต่เดี่ยวจะน่าเกลียด รอสักหน่อยดีกว่า
และแล้วเราก็ส่งไปเป็นคนแรก

จบ
แบบง่ายๆ อีกละ

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่มาเป็นกำลังใจให้เสมอครับ ขอบคุณจริงๆ



Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2551 22:30:50 น.
Counter : 580 Pageviews.

12 comments
  
ยินดีด้วยนะ
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:46:10 น.
  
Ninja!
<
<
ชัช ทำได้เเน่นอนครับ

ผมรอลุ้นอยู่เมืองไทย
โดย: มหาสำลี วันที่: 1 มีนาคม 2551 เวลา:0:00:58 น.
  
โล่งอกนะ สอบเสร็จ
โดย: Aisha วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:18:54:21 น.
  
Ninja!
โดย: มหาสำลี วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:23:54:47 น.
  
ฟังแล้วสบายใจแทน ว่าสอบเสร็จแล้ว
โดย: Liege วันที่: 4 มีนาคม 2551 เวลา:23:27:49 น.
  
เราอยากเรียนภาษาจีน อยากรู้วัฒนะธรรมจีน
อยากเล่นกู่ฉินได้...คุณพอจะรู้จัก อ.ที่สอนกู่ฉินในไทยไหม เราอยากเรียนมากๆ เลย...แล้วค่าเรียนแพงหรือเปล่า...
โดย: cctalin IP: 58.8.154.109 วันที่: 9 มีนาคม 2551 เวลา:23:43:02 น.
  
เมืองไทยไม่มีคนสอนกู่ฉินครับ
โดย: ชัช IP: 222.28.81.160 วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:13:28:51 น.
  
ไม่มีที่ไทยT^T
แล้วที่จีน...มีเฉพาะในวิทยาลัยเท่านั้นหรอคะ
โดย: cctalin IP: 58.8.154.109 วันที่: 10 มีนาคม 2551 เวลา:17:04:14 น.
  
ยังมีสถาบันทั่วไป ไม่ก็ไปเรียนที่บ้านอาจารย์ก็ได้ครับ

ถ้าสนใจจริงๆ ปิดเทอมโอลิมปิคนี้ ผมจะกลับไทย
ผมสอนฟรีไม่คิดตัง เน้นว่า ต้องตั้งใจจริงๆ
(ต่อไปเรียนจบคิดตังค์ ฮ่าๆๆ)
แนะนำว่าควรมีเครื่องของตัวเองด้วย ไม่งั้นไม่มีผล

ติดต่อผมได้ทางเอ็ม ดูเมลล์ได้ทางโปรไฟล์ทางขวาบนครับ
โดย: ชัช IP: 222.28.81.160 วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:8:43:43 น.
  
ยินดีด้วยคับ ที่สอบเสดแล้ว เปนกำลังใจให้คับ
โดย: พี่เจ IP: 125.25.102.28 วันที่: 12 มีนาคม 2551 เวลา:23:57:38 น.
  

สบายดีนะคุณชัช

ผมเพิ่งหายป่วยเลยไม่ได้เข้ามาเยี่ยมคุณ
โดย: มหาสำลี วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:20:51:07 น.
  
เมืองไทยไม่มีคนสอนกู่ฉินครับ

^
^


วันหนึ่งจะมี
และเขาจะชื่อ ชัช

โดย: ก๋าคุง (กะว่าก๋า ) วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:7:46:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

กู่ฉิน
Location :
Beijing  China

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ชัชชล ไทยเขียว (ชัช)
ยินดีที่ได้รู้จักผู้สนใจดนตรีกู่ฉินทุกท่านครับ

MSN : tq.canchuan@hotmail.com
https://www.facebook.com/SiamGuqin