อันความรักของแม่ที่มีให้กับลูกนั้น เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่ สุดประมาณ จริงใจ และอบอุ่น ไม่มีความรักอันใดในโลกจะมาทดแทนได้ ความรักของแม่ไม่มีประมาณ และไม่มีวันที่สิ้นสุด ตราบจนสิ้นลมหายใจสุดท้ายของชีวิตของท่าน มามา หว่อเหินอ้ายหนี่ ตันซื่อเซื้ยงจ้าย หนี่ปุ๊จ้ายหว่อเตอะเซินเปียนเลอ
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
1 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
อาการเหนื่อยคืออะไร

การหาสาเหตุอาการเหนื่อยง่าย : โรคหรือไม่ใช่โรค
อาการหอบเหนื่อย เป็นอาการที่พบบ่อยอาการหนึ่ง พวกเราทุกคน คงเคยมีอาการนี้มาก่อน เช่น หลังออกกำลัง แต่อาการเหนื่อยแบบนั้น ถือว่าเป็นอาการเหนื่อยตามปกติ แม้ว่าบางคน อาจมีอาการเหนื่อยมาก ในขณะที่บางคน อาจเหนื่อยน้อยกว่า เมื่อออกกำลังในขนาดเดียวกันก็ตาม อาการเหนื่อยง่ายเรา หมายถึง เมื่อเราออกกำลังแล้วเหนื่อย ในขณะที่คนปกติอื่นๆ ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำได้สบายโดยไม่มีอาการอะไร ดังนั้นพูดง่ายๆ คือ คนอื่นๆ เขาทำได้สบายไม่เหนื่อย แต่เราทำบ้างกลับมีอาการเหนื่อย

อาการเหนื่อยคืออะไร

คนเราปกติต้องหายใจ เราหายใจเข้า เพื่อนำเอาออกซิเจน ซึ่งมีอยู่ในอากาศไปให้ร่างกายใช้ และหายใจออก เพื่อนำเอาคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นของเสีย ที่สร้างขึ้นในร่างกายออกไป การหายใจควบคุม โดยศูนย์ควบคุมการหายใจ ในสมอง ซึ่งจะควบคุม ให้ปริมาณการหายใจ เป็นสัดส่วน กับความต้องการของออกซิเจน ในร่างกาย โดยที่ตัวเราเอง ไม่ต้องรับรู้ (Involuntary Breathing) เมื่อร่างกายเรา ต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น ศูนย์ควบคุมการหายใจ ก็จะกระตุ้น ให้เราหายใจเพิ่มขึ้นตาม เมื่อเราต้องการออกซิเจนน้อยลง ศูนย์ควบคุมการหายใจ ก็จะสั่งให้เราหายใจน้อยลง โดยเราไม่รู้สึกตัวว่า หายใจมาก หรือหายใจน้อย แต่ตัวเราเอง ก็สามารถควบคุมการหายใจได้เช่นกัน เช่น ถ้าต้องการ จะกลั้นหยุดหายใจ หรือจะหายใจเร็ว ก็สามารถทำได้ (Voluntary Breathing) การหายใจ ต้องใช้พลังงาน โดยมีกล้ามเนื้อ ช่วยการหายใจ ได้แก่ กล้ามเนื้อที่ยึดซี่โครง ของทรวงอก และกระบังลมหดตัว ทำให้ทรวงอกเรา เคลื่อนไหวเป็นตัวสำคัญ



รูปที่ 1 เป็นรูปวาด รูปซ้ายแสดงขณะหายใจเข้า กล้ามเนื้อกระบังลม จะหดตัว ทำให้ตำแหน่งของกระบังลม ลดต่ำลง ขณะเดียวกัน กล้ามเนื้อที่ยึดซี่โครง ของทรวงอก จะหดตัว ดึงให้กระดูกซี่โครง เคลื่อนมาอยู่ในระดับขนานกับพื้น ผลทำให้ปริมาตร ในทรวงอกเพิ่มขึ้น ทั้งในแกนทางแนวตั้ง และแนวราบ รูปขวา แสดงขณะหายใจออก กล้ามเนื้อกระบังลม และกล้ามเนื้อที่ยึดซี่โครงของทรวงอก จะหย่อนตัวกลับสู่สภาพเดิม

รูปที่ 2 เป็นรูปที่ได้จาก ผลการทดลองทางการแพทย์ ขณะที่หายใจเข้า ความดันในทรวงอก หรือในช่องเยื่อหุ้มปอดลดลง (กราฟรูปกลาง) จะดึงให้ปอดขยายตัว ผลทำให้ ความดันในถุงลม และหลอดลม ต่ำกว่าความดันในอากาศ (กราฟรูปบน) อากาศจากภายนอก จะไหลเข้าสู่ปอด จนความดันในถุงลม เท่ากับความดันของอากาศภายนอก จึงหยุดคือ หยุดหายใจเข้า แล้วเริ่มหายใจออก (กราฟรูปล่าง)

รูปที่ 3 รูปซ้ายแสดงว่า ขณะหายใจเข้าปอด จะขยายตัวออก และอากาศไหลเข้าสู่ปอด รูปขวา ขณะหายใจออก ปอดหดตัว ลงบีบไล่ให้อากาศไหลออกไป การหายใจเกิดจาก การทำงานของกล้ามเนื้อ ช่วยการหายใจคือ กระบังลม และกล้ามเนื้อที่ยึดซี่โครงของทรวงอก ซึ่งต้องใช้พลังงาน ที่เรียกว่า การทำงานเพื่อการหายใจ (Work of Breathing) เมื่อการทำงานนี้ เพิ่มขึ้นถึงขั้นหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรา ต้องหายใจมากขึ้น ตามความต้องการออกซิเจน ของร่างการเพิ่มขึ้นก็ตาม จะมีการกระตุ้น ให้เรารู้สึกว่า เราต้องหายใจ แและออกแรงหายใจ เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ความรู้สึกนี้ก็คือ ความรู้สึก ของการเริ่มมีอาการเหนื่อย ซึ่งจะมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเรายังคงออกกำลังต่อไปอีก และเราจะต้องรักษาระดับ การออกแรงหายใจเพิ่มขึ้นตาม จนถึงขั้นหนึ่ง ที่เราทนไม่ได้ ที่จะรักษาการหายใจ ให้อยู่ในระดับที่กล่าวมาแล้วต่อไปได้อีก เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วยการหายใจ เกิดอาการล้า ทำงานต่อไม่ไหว ต้องหยุดออกกำลัง แต่ถ้าเรายังฝืนออกกำลังต่อไปอีก อาจทำให้เราหายใจได้ไม่เพียงพอ จนถึงเกิดภาวะที่ทางการแพทย์เรียกว่า เกิดการภาวะหายใจล้มเหลว (Respiratory Failure) ได้ ซึ่งถ้าช่วยไม่ทัน หรือไม่ถูกวิธีอาจมีอันตรายถึงตายได้ กล้ามเนื้อการหายใจ ต้องออกแรงมากขึ้น ถ้าเรามีเนื้อปอดแข็ง ไม่ยืดหยุ่นได้ตามปกต หรือมีหลอดลมตีบก็ตาม จะทำให้เกิดอาการล้าเร็วขึ้น เมื่อออกกำลัง ทำให้ออกกำลังได้น้อยกว่าคือ เหนื่อยเร็วกว่าคนปกติ แต่บางคราวการออกกำลังนั้น ถูกจำกัดโดยการล้าของกล้ามเนื้ออื่นๆ เช่น กล้ามเนื้อแขนและขา เป็นต้น ไม่เกี่ยวกับการหายใจ


รูปที่ 3

สาเหตุของอาการเหนื่อย สาเหตุของอาการเหนื่อยอาจเป็นจากโรค หรือไม่ใช่จากโรคก็ได้ และแบ่งเป็นเหนื่อยอย่างปัจจุบัน คือ เพิ่งเป็นมา 2-3 วัน หรือเป็นเรื้อรังคือ เป็นมานานแล้ว

สาเหตุจากโรค

โรคปอด
โรคหัวใจ
โรคอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการเหนื่อยอย่างปัจจุบัน
จากอุบัติเหตุเกิดบาดเจ็บที่ทรวงอก เพราะอาจมีอันตรายถึงปอดและหัวใจ
โรคอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการเหนื่อยเรื้อรัง
โรคสมองและประสาทเลี้ยงกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Disease) เช่น หลอดเลือดเลี้ยงสมองตีบ โรคกล้ามเนื้อฝ่อ (Muscular atrophy or Dystrophy) และ Myasthenia Gravis เป็นต้น

จมูกอักเสบเรื้อรัง
โรคโลหิตจาง
โรคคอพอกเป็นพิษ ต่อมธัยรอยด์ทำงานเกินขนาด (Thyrotoxicosis or Hyperthyroidism)
ต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism)
การพิการของกระดูกทรวงอกจำกัดการเคลื่อนไหวของทรวงอก ทำให้การหายใจลำบากขึ้น ออกแรงมากขึ้น
กรดในกระเพาะไหลย้อนกลับ (Gastroesophageal Reflux) และท้องอืด
โรคไตเรื้อรัง
โรคตับในระยะรุนแรง
สาเหตุไม่ใช่จากโรค
ไม่ใคร่ได้ออกกำลัง (Physically Unfit)
ขณะกำลังรื้อฟื้นจากไข้
พักผ่อนไม่พอ
เครียด กังวล ท้อใจ (เหนื่อยใจ)
ประสบการณ์เท่าที่พบ ในการเป็นแพทย์มานาน ผู้ป่วยที่มาหา ด้วยเหนื่อยง่าย สาเหตุมักไม่ใช่เป็นจากโรค (เกินครึ่ง) แต่ก็มีโรคเป็นจำนวนมาก ที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อย ซึ่งถ้าไม่รักษา หรือรักษาช้าไป อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือต้องพิการมีอาการเหนื่อยไปตลอดชีวิตก็ได้

ความรุนแรงของอาการเหนื่อย

แพทย์มักจะถามถึงความรุนแรง ของอาการเหนื่อย ว่ามีมากน้อยเพียงไร โดยดูความสามารถ ในการออกกำลัง เพื่อประเมินดูสมรรถภาพผู้ป่วย และความรุนแรงของโรค ที่ใช้กันทั่วไปแบบง่ายๆ คือ ใช้ Word Scale (Modified Medical Research Council Scale) โดยแบ่งเป็น Grade 0 ถึง 4

Grade 0 ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ยกเว้นไปออกกำลังอย่างหนัก
Grade 1 มีอาการเหนื่อยเมื่อเดินเร็วๆ บนทางราบ หรือ เดินขึ้นเขา
Grade 2 ต้องเดินบนทางราบได้ช้ากว่าคนปกติที่มีอายุขนาดเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงเกิดอาการหอบเหนื่อย หรือต้องหยุดพักเพื่อหายใจเมื่อเดินบนทางราบได้ระยะหนึ่ง
Grade 3 ต้องหยุดพักหายใจเพราะเหนื่อยเมื่อเดินได้ประมาณ 100 หลา หรือในราว 2-3 นาที
Grade 4 มีอาการเหนื่อยเมื่อต้องออกจากบ้าน หรือเหนื่อยเมื่อสวมหรือถอดเสื้อผ้าออกเอง
หรืออาจใช้การแบ่งของสมาคมโรคหัวใจของนครนิวยอร์ค (New York Heart Association Functional Classification)

Class I ออกกำลัง (Physical Activity) ได้ไม่จำกัดเหมือนคนปกติ
Class II จำกัดการออกกำลังเพียงเล็กน้อย ไม่เหนื่อย สบายดีไม่มีอาการถ้าอยู่เฉยๆ
แต่ออกกำลังตามธรรมดามีอาการเหนื่อยบ้าง
Class III ต้องจำกัดการออกกำลังอย่างมาก ไม่เหนื่อย สบายดีไม่มีอาการถ้าอยู่เฉยๆ ออกกำลังเล็กน้อยก็เหนื่อย
Class IV ไม่สามารถออกกำลังได้โดยไม่เหนื่อย แม้แต่อยู่เฉยๆ ก็อาจจะเหนื่อย อาการจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อออกกำลังเพิ่มขึ้น
หน่วยกายภาพบำบัด และฟื้นฟูสมรรถภาพหลายแห่ง จะใช้การแบ่งที่ละเอียดกว่า ในการประเมินอาการ และติดตามผลการรักษาผู้ป่วย เช่น ใช้ Rating Scale for Dyspnea (Modified Borg Scale) เป็นต้น

การตรวจหาสาเหตุของโรคที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อย

การซักประวัติ ตรวจร่างกายที่ได้มาตราฐาน ตรวจเลือด ตรวจหน้าที่ตับ ไต ต่อมธัยรอยด์ เอกซ์เรย์ทรวงอก คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจสมรรถภาพปอด จะบอกถึงสาเหต ุที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่าย ได้เกือบหมด

สาเหตุของโรคที่สำคัญ คือ โรคปอดและโรคหัวใจ

โรคปอดเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด สถิติจากศูนย์ควบคุมโรค ในสหรัฐ ในปี 2543 ชาวอเมริกันประมาณ 30 ล้านคนหรือ 11.03% ของประชากร ป่วยเป็นโรคปอดเรื้อรัง ในขณะเดียวกัน มีชาวอเมริกัน 22 ล้านคน หรือ 8.09% ป่วยเป็นโรคหัวใจ สำหรับในประเทศไทย ในปี 2545 สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ปรากฎว่า ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ เข้ามารับการตรวจจากแพทย์ ปีละ 24.4 ล้านราย และระบบไหลเวียนของเลือด 7.2 ล้านราย อัตราตายของคนไทย จากโรคปอด ซึ่งรวมถึงปอดบวมและวัณโรค ด้วยอัตรา 31.9 ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งเป็นโรคหัวใจ จะมีอัตราตาย 27.7 จากประชากร 100,000 คน สำหรับโรคปอด ในผู้ป่วยที่อายุน้อย และหนุ่มสาว มักเป็นโรคหอบหืด ส่วนอายุมาก มักจะเป็นหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และถุงลมปอดโป่งพอง การตรวจเอกซ์เรย์ปอด และตรวจสมรรถภาพปอดจะตรวจพบผู้ป่วยได้เกือบทั้งหมด แต่บางคราว แพทย์อาจต้องการการตรวจเพิ่มเติม เพื่อการวินิจฉัยที่แน่นอน และเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับโรคหัวใจนั้น โรคที่พบบ่อยคือ โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ โรคนี้ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วยด้วย ผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 25 ปีมีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ 0.2 รายต่อประชากร 100,000 ราย อายุ 35-44 ปีมีโอกาสเป็น 14.7 รายต่อประชากร 100,000 รายอายุ 75-84 ปีมีโอกาสเป็น 1252.2 รายต่อประชากร 100,000 ราย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 44 ปี ไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง โดยเฉพาะมีเอกซ์เรย์หัวใจและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (อี เค จี) ปกติแล้วอาจพูดได้เลยว่าโอกาสที่อาการเหนื่อยง่ายจะเป็นจากโรคหัวใจนั้นน้อยมาก แต่ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจก็มีความจำเป็น ที่ต้องให้แพทย์ผู้ชำนาญทางโรคหัวใจตรวจหาสาเหตุที่แน่นอนและรักษาต่อ
โรคทางสมองนั้นส่วนใหญ่ การตรวจร่างกายก็พอจะบอกได้ว่า เป็นโรคทางสมองหรือไม่ แต่จะเป็นชนิดไหนนั้นต้องมีการตรวจ และรักษาต่อ โดยแพทย์ผู้ชำนาญทางสมอง
สำหรับโรคอื่นๆ นั้น เช่น โรคโลหิตจาง โรคของต่อมธัยรอยด์ โรคไต โรคตับ และโรคกรดไหลย้อนกลับ นั้นอาจจำเป็นต้องตรวจต่อ และรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะโรคเช่นกัน
โรคคัดจมูก หรือที่รู้จักกันในนามโรคแพ้อากาศนั้นพบบ่อยในบ้านเรา โรคทำให้มีจมูกอักเสบและบวม รูจมูกตีบตัน บางคราวอาจเกิดจากดั้งจมูกคดจากอุบัติเหตุ ทำให้หายใจลำบากเวลานอนหรือเวลาออกกำลัง ต้องอ้าปากหายใจเพราะหายใจได้ง่ายกว่า แพทย์ผู้ชำนาญโรคหู คอ จมูกจะให้การดูแลโรคนี้ได้อย่างดี

การตรวจหาสาเหตุของอาการเหนื่อยที่ไม่ใช่จากโรค

ผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะผู้ป่วยอายุน้อย มักเกิดจากการที่ไม่ใคร่ได้ออกกำลัง พักผ่อนไม่พอหรือหลับไม่สนิท โดยเฉพาะมีเรื่องเครียด กังวล ไม่ว่าจะเป็นจากการงาน หรือเรื่องภายในครอบครัว อาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายได้ ผู้ป่วย มักจะมีอาการหายใจไม่เต็มอิ่ม รู้สึกอากาศไม่เข้าไปในปอด หายใจลึกๆ 3-4 ครั้งแล้วจะสบาย หรือชอบถอนหายใจ บางคราว ผู้ป่วยมีปัญหา แต่ตนเองคิดว่าไม่ได้คิดอะไร เพราะแก้ไขได้ แต่จริงๆ แล้วจิตใต้สำนึก ยังคงเก็บปัญหาไว้อยู่ก็ได้ ผู้ป่วยพวกนี่ จะสบายขึ้น จากการได้รับยาคลายเครียดอ่อนๆ โดยเฉพาะเวลานอน แต่มีบางราย อาจต้องปรึกษาจิตแพทย์ บางคราวจะมีอาการอื่น เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอก กรดในท้องมาก ท้องเดินบ่อย มึนศีรษะ ปวดศรีษะ หรือตกใจง่ายร่วมด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลัง ทางหน่วยกายภาพบำบัด จะบอกได้ถึงว่า ผู้ป่วยมีการขาดการออกกำลังหรือไม่ เป็นมากน้อยแค่ไหน เป็นที่ส่วนไหนของร่างกาย และมีการบริการ เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์ (Physical Fitness Exercise Program) โดยแนะนำนำวิธีบริหาร ที่เหมาะสมกับโรค อายุ และอาชีพของผู้ป่วย

ศูนย์ปอด และระบบทางเดินหายใจ ของโรงพยาบาลกรุงเทพ มีบริการที่จะหาสาเหตุของอาการเหนื่อยง่าย และถ้าพบสาเหตุอื่น ที่ไม่ใช่โรคของปอด และระบบทางเดินหายใจ ก็จะส่งผู้ป่วยต่อไป ให้ผู้ที่ชำนาญโรคเฉพาะทางนั้นๆ ของโรงพยาบาล ซึ่งมีบริการอย่างครบวงจรดูแลรักษาต่อ


ข้อมูลจากศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ



Create Date : 01 เมษายน 2551
Last Update : 23 มิถุนายน 2553 22:03:08 น. 47 comments
Counter : 1349 Pageviews.

 
ปูรู้ดีว่า เหนื่อยมันเป็นยังไง แต่ไม่คิดว่าตัวเองเป็นโรค

กลัวเหมือนกัน

ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ


โดย: ลูกแมง วันที่: 1 เมษายน 2551 เวลา:21:15:20 น.  

 

ขอบคุณทุกๆท่านที่มีโค๊คสวยๆให้นำมาใช้ตกเแต่งบล๊อคค่ะ
โลโก้ตัวหนังสือต้อนรับ.....คุณmonata
สีของตัวอักษร....ป้ามด
ภาพพื้นหลัง....คุณไหม
นาฬิกากุ๊กกู้.....คุณice coffee
และไอคอนน่ารักๆ......คุณ sunshine mummy


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:4:41:09 น.  

 
ขอบคุณ คุณ ดอกหญ้าเมืองเลยที่มีโค๊คทำตัวอักษรให้ใหญ่ขึ้นค่ะ


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:45:16 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดีมีประโยชน์น่ะค่ะ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเหนื่อง่ายเหมือนกัน

ปล.ต้นไม้มีดอกสีม่วงที่บล๊อค ที่คนไม่นิยมปลูกคิดว่าใบมันใหญ่ดูน่าเกลียด(สำหรับบางคน) แล้วขี้เกียจเก็บใบด้วยมังค่ะ อีกอย่างต้นมันโตเร็วมากเขาคงกลัวมันจะล้มใส่บ้านหน่ะค่ะ ดอกสวยดีแต่ออกดอกปีละครั้งก็เหมือนซากุระ
แต่คนนิยมปลูกซากุระมากกว่าเพราะมันเป็นทรงพุ่มไม่เก้งก้างเหมือนEmpress Tree


โดย: petunia lover วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:15:02 น.  

 
ฮาโหล...

แวะมาทักทายค่ะคุณเอ่อ...คุณ (ชื่ออะไรก็ไม่รุ ย๊าวว ยาว)

สารภาพตรง ๆ ว่าไม่ได้อ่านนะคะ แต่ดู ๆ แล้วคงมีสาระน่าดู ติดเอาไว้ก่อนละกันน๊า...





โดย: Match Point วันที่: 8 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:46:05 น.  

 
เข้าไปอ่านบล๊อคครบรอบแต่งงานแต่ฝากข้อความไม่ได้
งัยเขียนไว้ตรงนี้น่ะค่ะ
ขอให้รักกันเหมือนวันนี้วันที่รักกันใหม่ทุกวันตลอดไปน่ะค่ะ
ยินดีด้วยค่ะ เรื่องราวน่ารัก อ่านไปนึกภาพไป


โดย: petunia lover วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:31:30 น.  

 
อ่านแล้วทำให้อยากไปตรวจสุขภาพเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะคะ


โดย: Anne- cafe au lait วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:36:58 น.  

 
แวะมาอ่านความรู้ดีดี ไม่เหนื่อยง่ายหรอกค่ะ แต่เอาเก็บไว้เป็นความรู้...ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: Suessapple วันที่: 10 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:08:28 น.  

 

ได้ความรู้เยอะเลยค่ะขอบคุณนะคะ


โดย: รุ้งมณี วันที่: 12 พฤษภาคม 2551 เวลา:16:44:06 น.  

 
บล็อกมีสาระดีจังค่ะ
แวะมาส่งเข้านอนจ้า


โดย: maew_kk วันที่: 12 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:45:19 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่ไปให้กำลังใจ


โดย: สาวท่าฉลอม วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:56:06 น.  

 
เหนื่อยง่าย เหมือนกันค่ะ..มาอ่าน แล้วรู้ตัวเลยว่าเป็นเพราะ ไม่ค่อยได้ออกกำลังทำไร เท่าไหร่..

ดีใจที่เม้นท์ได้แล้ว..เข่ามาอ่านหลายครั้ง แต่ ยังไม่สามารถเม้นท์ได้สักที เลย ต้องถอยทัพกลับบล็อคไป...555

ถามนิดได้มั้ยคะ..ติดใจชื่อบล้อค น่ะ ค่ะ..มีความหมายว่าอะไรหรือคะ..
















โดย: BLACK BERRIES วันที่: 16 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:50:43 น.  

 
ดีใจที่เข้ามาค่ะ และยินดีมากค่ะที่ได้รู้จัก
คุณBLACK BERRIES

ถามมากๆก็ได้เขอะ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว
เป็นชื่อภาษาจีนหนะค่ะ แซ่กวน ชื่อ ฐานฮวา ค่ะ

ดิฉันเองก็เคยเจอปัญหาในบางครั้งค่ะ ไม่ล็อดอินให้โดยอัตตโนมัติ ทั้งๆที่ดิฉันได้ล็อคอินอัตตโนมัติในหน้าไกลบ้าน ไม่ทราบว่าเป็นปัญหาเดียวกันหรือเปล่านะค่ะ เลยต้องหาทางล็อคอินใหม่หลาบๆครั้งค่ะ


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบิอร์ดีน IP: 88.105.63.156 วันที่: 18 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:37:30 น.  

 
โอ้โฮ !แค่เหนื่อยอย่างเดียว

อาจเป็นโรคได้เยอะขนาดนี้เชียวหรือ

ยายชักกลัวแล้วซี ปัจจุบันก็สามสี่โรคไปแล้ว

เกิดแก่เจ็บ จตาย มันเป็นของธรรมชาติ

เราตายไปแล้ว คนรุ่นใหม่ก็เกิดมาแทน แถมยังเพิ่มจน

สร้างภาระ แล้วยังทำลายโลก โดยไม่รู้ตัวอีก

ขอบใจนะที่ยินดีต้อนรับยาย หากไป "อเบิอร์ดีน"

ให้ส่งอีแมว ไปหา ยายไม่ไปดีกว่า กลัวอีแมวตายกลางทางจ๊ะ



โดย: ยายเก๋า ,ชมพร (ชมพร ) วันที่: 23 พฤษภาคม 2551 เวลา:23:16:43 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่ะ วันนี้วันหยุด พักผ่อนเยอะๆ นะค่ะ


โดย: maew_kk วันที่: 24 พฤษภาคม 2551 เวลา:9:57:27 น.  

 
มาดามหล่ะเป็นอยู่ตอนนี้เลยหล่ะค่ะ อาการเหนื่อย แบบท้อแท้หาสาเหตุไม่ได้ ต้องปรุงอาหารจีนแบบพวกตุ๋นยาจีนทาน จะได้ช่วยขับพลังในร่างกาย และออกไปวิ่งค่ะ ไม่งั้นมาดามแย่แน่ ๆ เลยค่ะ มันรู้สึกว่างเปล่า เหงา ๆ แบบไร้เหตุผล

คิดถึงนะจ่ะคุณน้องจ๋า


โดย: madame kp IP: 85.69.113.190 วันที่: 29 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:55:19 น.  

 
เวลาเดินขึ้นลงบันไดบ้านตัวเองก็เหนื่อยซะแล้ว

ยังดีที่อยู่ในเกรด 1

แถมจมูกก็ไม่ได้กลิ่นอะไรอีก

อาการน่าห่วง...


โดย: กุศโลบายจากความจริง วันที่: 29 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:28:24 น.  

 
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณพี่มากๆ เลยนะค่ะ ที่ช่วยเข้าไปแนะนำ และแนะแนวทางให้ในบล็อค
ได้ความรู้เยอะเลยอ่ะค่ะ ขอให้ได้บุญเยอะๆ นะค่ะ

เรื่องในบล็อคนี้ก็ให้สาระดีค่ะ
อิน้องเองเรียน กายวิภาคฯ และสรีระวิทยา มา อ่ะค่ะ

( ความเห็น แบบคร่าวๆ นะค่ะ )
หัวใจ และปอด จะทำงานร่วมกัน ในการฟอกเลือดดำ ให้เป็นเลือดแดงที่มีออกซิเจน

เลือดดำผ่านเข้ามาที่หัวใจ ห้องที่ 1 ฝังขวา( right atrium ) ลิ้นหัวใจ tricuspid valve
จะส่งผ่านมาห้องที่ 2 ( right venticle ) แล้วเลือดดำก็ถูกส่งขึ้นไปที่ปอด โดยผ่านลิ้นหัวใจ pulmonary semilunar valve
ไปที่ปอด เพือฟอกเลือดดำ ให้เป็นเลือดแดงที่มีออกซิเจนที่ปอด แล้วส่งกลับมาที่หัวใจ ผ่านลิ้นหัวใจ aortic semilunar valve
และเข้ามาที่หัวใจห้องที่ 3 ( left venticle ) และส่งผ่านลิ้นหัวใจ bicuspid( milral valve )
เข้ามาที่หัวใจห้องที่ 4 (left atrum) แล้วเม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจน ก็ไหลออกไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
โดยมีสมองสั่งงานชื่อ medulla oblongata

ส่วนอาการเหนื่อย อาจจะมาจาก อากาศที่หายใจเข้าไป มีออกซิเจนไม่เพียงพอ
หรือ เลือดดำ มีความเหนียวหนืด หรือมีน้ำตาลสูง หรือ ...ฯลฯ
แฮ่ะๆ... แค่นี้ก่อนนะค่ะ เดี๋ยวพูดไปพูดมาจะงง อิอิ


โดย: ดอกหญ้าในดงผู้ดี วันที่: 29 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:55:01 น.  

 
แวะเอากล่องความห่วงใยและคิดถึงมากฝากจ่ะ มีใครอยู่บ้างหม้ายยยยยย


โดย: Madame Kp วันที่: 3 มิถุนายน 2551 เวลา:0:40:17 น.  

 
ฮาโหลลลล... ทำไรอยู่เอ่ย.. วันนี้ฝนตกทั้งวันเลยคะ น่าเบื่อมาก ๆ


โดย: Match Point วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:3:39:41 น.  

 
คุณน้องอยู่ไหนค่ะเนี่ย?? มิน่าหล่ะเงียบหายไปเลยค่ะ คิดถึงนะค่ะ


โดย: Madame Kp วันที่: 6 มิถุนายน 2551 เวลา:21:33:34 น.  

 
แล้วจะกลับถิ่นฐานเมื่อใดจ่ะ

มาดามก็รอให้คุณน้องมาชิม ตำ ๆ

จะได้ไดเอทไปด้วยกันเลย

คิดถึงนิ


โดย: Madame Kp วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:0:05:11 น.  

 
สวัสดีจ้า

เหนื่อยใจเพราะเรื่องงาน สงสัยไม่เข้าประเด็นเดียวกับที่ จขบ เขียน


โดย: ayopolie วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:13:56:52 น.  

 
ไม่เป็นไรค่ะ ผิดคนก็ไม่ว่า เพราะเป็นคนใต้เหมือนกัน หุหุ

ยินดีที่รู้จักนะคะ พอดีกิ๊ฟเพิ่งกลับมาจากเมใองไทย อาจจะตอบช้าหน่อยค่ะ


โดย: grippini วันที่: 12 มิถุนายน 2551 เวลา:2:36:53 น.  

 
คนตรัง ต้องเคยหม่ำเมนูนี้ของมาดามแน่ ๆ เลย เกายุก รู้จักป่าวค่ะ แต่อยู่ตรังต้องเคยเชื่อซิ เพราะคนตรังเชื่อสายจีนมีงานทีไรต้องทำเมนูนี้ง่ะ

มาดามมีมาเสนอนะค่ะ แวะไปหม่ำด้วยค่ะ

คิดถึงค่ะ เมื่อไหร่จะได้คุยกัน ฮี่ๆๆ


โดย: Madame Kp วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:0:31:34 น.  

 
สวัสดีค่ะ ขอ Add เป็นเพื่อนหน่อยนะคะ
จำได้รึเปล่า คะ


โดย: mearnss วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:12:22:25 น.  

 
กลับมาแล้วเหรอคะคุณ


โดย: Match Point วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:1:37:28 น.  

 
ยินดีต้อนรับกลับสู่แป้นภาษาไทยค่ะ เรียกน้องไอรินได้ง่ะป่าว??

ต้องเป็นน้องมาดามแน่ ๆ เลยค่ะ (งะป่าว??)



โดย: Madame Kp วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:19:42:29 น.  

 
อาการเหนื่อยง่ายเป็นค่ะ ยิ่งรู้ว่าต้องทำความสะอาดบ้านยิ่งเหนื่อยมากกว่าเดิมเป็นพิเศษ อันนี้ถือว่าผิดปกติดไหมค่ะคุณ หรือว่าดิฉันเป็นโรคสันหลังยาวผิดปรกติค่ะ ขอบคุณนะคะที่หลงไปที่บล็อค ไม่รู้ป่านนี้คุณ กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน (เรียกฟ้าหลังฝนแทนได้ป่ะคะ ชื่อย้าวยาว ไม่ทราบว่ามีความหลัง หรือที่มาแผงในชื่อรึเปล่าค่ะ)


โดย: Nerine วันที่: 19 มิถุนายน 2551 เวลา:20:01:29 น.  

 
คุณน้องหลับไปหรือยังจ่ะ??? มาส่งเข้านอนค่ะ ฝันดีนะค่ะ


โดย: Madame Kp วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:5:20:31 น.  

 
หลับไปแว้วแน่ ๆ เลย ง้านนนก็ฝันดีค่ะ


โดย: Madame Kp วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:2:59:57 น.  

 
ขอบคุณน่ะค่ะสำหรับความรู้ใหม่ๆ
บางทีเราก็มองข้ามอาการเล็กๆน้อยๆอย่างนี้ไปเหมือนกัน

และขอบคุณน่ะค่ะที่เข้าไปให้กำลังใจกันอีกครั้งที่บล็อค


โดย: missy pink poison วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:25:06 น.  

 
ขอบคุณค่ะสำหรับเยี่ยมบล็อกสวยๆงามๆ
แต่บล็อกคุณนะมีประโยดมากๆๆๆ


โดย: Opey วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:7:53:28 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: Suessapple วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:17:09 น.  

 
คุณไอรินหายเหนื่อยยังหรือว่าแอบหนีไปสวีทกับคนที่บ้าน ไม่ยอมมาอัพบล็อค อิอิ

ขอบคุณนะคะสำหรับคำชมที่บอกว่าเป็นคนอารมณ์ดี จริงๆแล้ว น่าจะเป็นพวกคนชอบมั่วมากกว่าค่ะ มั่วไปเรื่อยๆ อิอิ


โดย: Nerine วันที่: 4 กรกฎาคม 2551 เวลา:20:05:50 น.  

 
โหล ๆๆ หายไปไหนเอ่ยจ่ะ?? มีคนเอาความคิดถึงมาส่งค่ะ


โดย: Madame Kp วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:04:04 น.  

 
มาส่งเข้านอนค่ะ คงหลับไปแว้วววมั่ง หลับเร็วนิฝันดีค่ะ


โดย: Madame Kp วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:1:16:39 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณOpey และคุณSuessaple ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาเยี่ยมเยือนกัน เราพยายามเข้าไปที่บล๊อคของคุณหลังจากที่ในวันที่คุณมาเยี่ยม แต่เน็ตของเรามันทำงานช้ามั๊กๆเลยค่ะ เลยมาทักทายกันที่นี่ ไม่ว่ากันนะค่ะ
ยังไงก็รักษาสุขภาพทั้ง 2 คนนะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณNerine หายเหนื่อนานแล้วค่ะ ไม่ได้ไปไหนอ่ะค่ะ เพราะวีซ่า(เนอธอร์แลนด์)ที่ไปขอยังไม่ออกมาเลยค่ะ เลยอยู่บ้านกันแทนค่ะ ก็ดีค่ะ
ขี้เกียจมั๊กๆขอบอก และไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรด้วยอ่ะคะ หายเห่อของใหม่แล้ว ฮิฮิ


โดย: กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน วันที่: 6 กรกฎาคม 2551 เวลา:16:20:42 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ ไอริน
ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยม Blog นะคะ ดีใจที่ได้พี่เป็นเพื่อน
ขอ Add เป็น วีไอพี เฟรนด์ด้วยนะคะ
กลับบ้านอย่าลืมแวะเที่ยวชุมพรบ้างนะคะ


โดย: mearnss IP: 118.175.84.108 วันที่: 7 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:15:40 น.  

 
อิอิ ขอบอกเป็นนิสัยส่วนตัวชอบจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อย ๆ น่ะคะ เคยเอาบันทึกไปลงแล้วมีคน คอมเม้นว่าข้อมูลละเอียดยิบเลยค่ะ
ลงให้ละเอียดเผื่ใครมาอ่านจะได้เอาไปใช้ประโยชน์บ้างค่ะ


โดย: mearnss วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:42:31 น.  

 
คงจะเป็นอย่างพี่ว่าค่ะ ที่น้องมิคกินเยอะ กินทุกอย่างที่เค้ากินกัน กินได้เยอะกว่าหนูอีก พอมุ้มบอกว่า เดี๋ยวจะพาไปเข้เครื่องบินไปบ้านลุงเอียน น้องมิคบอก ไม่ใช่ ต้องนั่งในเครื่อง ขี่ด้านบนไม่ได้ แน่ะ มันว่าเราซะอีก พี่ชาย เค้าก็อิจฉาอยากไปบ้าง โอ๊ยสองคนไม่ไหวหรอก แค่คนเดียวยังเกือบคลานเลย ค่ะ


โดย: mearnss วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:50:32 น.  

 
อยากได้สูตรหมูย่างจริงเปล่า ถ้าอยากได้เดี๋ยวส่งหลังไมค์ให้ อิอิ


โดย: Nerine วันที่: 8 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:28:11 น.  

 
Good moring from Chumphon Thailand ค่ะ
ขอให้ทำงานอย่างมีความสุขนะคะ


โดย: mearnss วันที่: 10 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:27:43 น.  

 
หวัดดีค่ะ

ทำไมทำเรื่องขอเชงเก้นวีซ่านานจังคะ ที่เราเคยทำ ๆ ไปอ่ะนะ ก็จะประมาณว่าโทรไปนัดวัน เวลา พอถึงเวลานัดก็เตรียมเอกสารไป แล้วก็รู้ผลเลยอ่ะคะ...

อ้อ... หรือเป็นเพราะว่าของคุณอยู่อะเบอร์ดีนหรือป่าว เลยไม่สะดวกเดินทางมาขอที่ลอนดอน.. เดาค่ะเอา


โดย: Match Point วันที่: 18 กรกฎาคม 2551 เวลา:2:51:07 น.  

 
อ้าววว ไหน ๆ ก็ได้มันมาแล้ว ไปซะหน่อยก็ดีน๊า.. กว่าจะได้มันมาน่ะค่ะ...

สบายดีนะคะ


โดย: Match Point วันที่: 19 กรกฎาคม 2551 เวลา:23:30:24 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนนะคะ


โดย: Still Alive วันที่: 23 กรกฎาคม 2551 เวลา:22:38:39 น.  

 
ขอบคุณสำหรับกำลังใจให้เพื่อนและขอบคุณที่แวะทักทายค่ะ


โดย: Just a life วันที่: 24 กรกฎาคม 2551 เวลา:19:31:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน
Location :
ทับเที่ยง ตรัง Aberdeen United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เติบโตมาในตระกูลคนจีนแต้จิ๋ว ที่บุพการีทั้ง 2 หอบเสื่อผืน หมอนใบ อาศัยกิน-นอนใต้ท้องเรือ รอนแรมจากจังหวัดทางภาคใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ในตำบลเก็กเอี๊ยะ มณฑลกวางตุ้ง จังหวัดซัวเถา ทางฝ่ายอาปา ส่วนอาหมะมาจากตำบลโผว่เล้ง จังหวัดซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เช่นเดียวกัน
ท่านทั้ง 2 มากันคนละรอบมาเจอกันที่เมืองไทย มาขึ้นฝั่งทางภาคตะวันออกของประเทศไทย คิดว่าคงเป็นจังหวัดชลบุรี่ หรือไม่ก็คงเป็นจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง อันนี้ท่านเองก็เรียกชื่อจังหวัดไม่ถูกค่ะ

ญาติพี่น้องของบุพการี่ที่มาด้วยกัน ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปอยู่คนละจังหวัด ส่วนอาปาและอาหมะของเรา ลงมาปักหลักอยู่ที่ตำบลทับเที่ยง จังหวัดตรัง ไม่เคยย้ายไปไหนอีกเลย ตราบจนท่านทั้ง 2 สิ้นชีวิต เราภูมิใจที่สุดที่เกิดมาเป็นลูกของอาปาและอามะ เพราะท่านมีชีวิตอยู่แบบพอเพียง ไม่เคยเป็นหนี้ใคร หากเป็นหนี้ในการซื้อของมาขายก็จะรีบเอาไปใช้คืนในวันถัดมา รักท่านที่สุดเลย บ้านเปิดเป็นร้านโชวห่วยเล็กๆ ที่ท่านทั้ง 2 สามารถเลี้ยงดูเราทั้ง 10 คนจนเติบใหญ่มาจนทุกวันนี้


Friends' blogs
[Add กวนฐานฮวา ณ อเบอร์ดีน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.