บทวิเคราะห์ที่เฉียบคมและแยบคาย
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
25 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
ทุน แปลว่า อำนาจ!

เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ผมจะยังไม่เอ่ยถึงทฤษฎีใดๆ ที่แข็งขืน และยังไม่อยากวิเคราะห์อะไร แม้ว่าแท้จริงแล้วจะพูดได้อย่างง่ายๆ เช่น เรื่องนายโดมินิค เสตราส์ คาห์น นั้นถูกสอยเพราะอะไร ?



การเลือกตั้งที่แทบจะไม่ต้องลุ้นว่าพรรคอะไรจะได้จัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ผมยินดีด้วยอย่างยิ่ง ที่การสูญเสียหรือการต่อสู้มาทั้งหมดไม่สูญเปล่า อย่างไรก็ตาม ผมขอฝากถึงรัฐบาลใหม่ ขอช่วยบริหารอย่างบูรณาการณ์เหมือนดั่งเคย



กลุ่มคนเสื้อแดงถูกกระแสอินเตอร์เนต กลืนกินวัฒนธรรม และจริตที่ดีของความเป็นมนุษย์ไปมากแล้ว ผมขอแทนค่าให้ว่า พวกเขาคือทหารในสงครามนิวเครียร์ เขาอาจได้รับสารกัมมันตังสี ไปบ้าง ไม่มากก็น้อย ความรู้สึกนึกคิดของคนเสื้อแดง เขามองการเมืองจนมองไม่เห็นความเป็นจริงไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมขอฝากตรงนี้ไว้ด้วย



ตลอดมาผมเองเพียงแค่ ไม่อยากให้ใครก็ตามที่เคลื่อนไหวทางการเมืองต้องเสียสติ และเสียจริตความเป็นคนที่มีศีลธรรมไป การด่าทอ การเกิดอกุศลจิตอยู่ตลอดเวลานั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะนำสิ่งที่ดีมาสู่พวกเขาได้ ผมจึงอยากเขียนเตือนสติให้พวกเขาฉุกคิด ถึงหลักความเป็นจริง ว่าภายใต้อำนาจของทุนนิยม ให้คิดถึงชนชั้นล่างบ้าง หากการต่อสู้ด้วยเงินนี้ ไม่ประสบความสำเร็จ



ทุนนิยม คือ ใครมีเงินมากกว่า คนนั้นชนะเสมอ


ด้วยความหวังดีต่อคนเสื้อแดงและประชาชนทุกคนในประเทศครับ




Free TextEditor


Create Date : 25 พฤษภาคม 2554
Last Update : 25 พฤษภาคม 2554 22:05:58 น. 13 comments
Counter : 330 Pageviews.

 
ว่าแล้วต้องบล๊อค


โดย: นั้น IP: 124.122.84.161 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:45:22 น.  

 
คุณยาร์บอยนี้ลบข้อความฉันทำไม
เดี๋ยวก็บล๊อคไอดีฉันอีก ไม่เป็นไร ..ฉันก็ก๊อบไว้เดี๋ยวฉันเอาไปลงที่อื่นได้ คุณคงไม่ว่านะ


โดย: นั้น IP: 124.122.84.161 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:48:04 น.  

 
คุณก็ยังไม่เข้าใจคำว่าทุนกับอำนาจอยู่ดี ไม่งั้นคุณไม่ลบข้อความฉันทิ้งหรอก คุณรับไม่ได้หรือที่คุณวิเคราะห์ผิด ฉันไม่ได้บอกว่าคุณวิเคราะห์ผิดนะ แต่คุณคิดไม่ระเอียดต่างหาก


โดย: นั้น IP: 124.122.84.161 วันที่: 26 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:53:20 น.  

 
ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นกันก็แล้วกันนะครับ

ผมมองว่า "ทุนนิยม" อยู่กับเรามาตั้งแต่ มนุษย์รู้จักการแลกเปลี่ยนสิ่งของ(สินค้า)แล้ว

ไม่เช่นนั้น ทำไมข้าวหนึ่งเมล็ด ไม่แลกกับ สุกรหนึ่งตัว
หรือ ผักหนึ่งต้น แลก ช้างหนึ่งเชือก
ทำไม คนทำงาน เงินเดือน ไม่เท่ากัน

เพราะ "ทุน" ไม่เท่ากันครับ
ผมมองว่า "ทุน" แปลตรงตัว ก็คือ "ต้นทุน"
ครับ

เราทิ้ง "ทุนนิยม" ได้ไหม?
ผมว่า ไม่ได้นะ ด้วยเงื่อนไขที่อ้างมาข้างต้นนั่นแหล่ะครับ

แต่ของทุกอย่าง มีคุณ และมีโทษ
เหมือน "ไฟ" ที่ให้ความอบอุ่น, หุงหาอาหาร ขณะเดียวกัน ก็เผาบ้านได้

สำคัญคือ balance มัน และ ใช้มันให้เป็นครับ

ฉะนั้น
"ทุนนิยม คือ ใครมีเงินมากกว่า คนนั้นชนะเสมอ"
ผมมองเป็น สองประโยค คือ

๑. ทุนนิยมคือ ?
ตามที่อธิบายไปแล้วข้างต้น

และ
๒. ใครมีเงินมากกว่า คนนั้นชนะเสมอ
ประเด็นนี้น่าสนใจครับ "ชนะเสมอ" อันนี้ ถ้าตามรูปประโยค เป็น rule คือถ้าเข้าเงื่อนไข(มีเงินมากกว่า) จะต้องให้ผลเหมือนกัน(ชนะเสมอ) ประโยคนี้เป็น fact หรือเปล่า?
น่าสนใจดีครับ
อาจจะต้องระบุ(define)กันหน่อยว่า "ชนะ" คืออะไร?
ถ้า "ชนะ" คือ "การที่มีเงินมากกว่า"
อันนี้เป็น true แน่นนอน ถือเป็น fact ได้ทันทีครับ
เพราะ
"คนที่มีเงินมากกว่า ย่อม มีเงินมากกว่า(แทนค่า)เสมอ"
ปฏิเสธไม่ได้เลยครับ

แต่หาก "ชนะ" ในเชิงประสบความสำเร็จทางธุรกิจ
ผมว่า ไม่แน่นะครับ
ดูอย่าง google ยุคเริ่มต้น เมื่อเทียบกับ microsoft
แล้วตอนนี้ google กับ microsoft เป็นอย่างไร?
หรือตอนเริ่มก่อตั้ง facebook

ประโยค ๒. อาจจะยังไม่สามารถเป็น rule หรือ fact ได้นะครับ

แต่แน่นอน ความ "ยาก" มันอาจจะต่างกัน
เงินอาจจะมองดูเป็นเหมือนแต้มต่อได้ ครับ

แล้วถ้าเป็นเรื่องการเมือง
ผมบอกตรงๆผมไม่รู้จริงๆ จนดูเหมือนจะเป็นความเชื่อของแต่ละคนเสียมากกว่า
ผมอาจจะมองโลกในแง่ดีว่า
เงินน่าจะ(เชื่อได้ว่า)ไม่มีผลในการเลือกตั้ง ในปัจจุบัน
เน้นประเด็นซื้อเสียงนะครับ เพราะการออกสื่อต่างๆน่าจะถูกคุมด้วย กกต. แล้ว ("เชื่อว่า" อีกเช่นเคย)
จุดนี้น่าสนใจครับ
ถ้าเน้นเรื่องการซื้อเสียง
ทางออกคือ การรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆครับ
เพราะโดยหลักความเป็นจริง ถ้ามีผู้มาใช้สิทธิ์มากๆ
"เสียง" มัน ซื้อไม่ไหวครับ เพราะ ต้องใช้เงินเยอะมากๆ

ทางออกง่ายๆครับ
ให้ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ
เลือกพรรคไหนก็ได้ ครับ


โดย: ยังอยากเป็นคนไทยอยู่ (ยังอยากเป็นคนไทยอยู่ ) วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:26:39 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ

คือ การซื้อสิทธิ์ขายเสียงเนี่ย มันไม่ได้ซื้อเป็นเงิน 300 -500 เหมือนสมัยก่อนนะ สมัยนี้ มันใช้เงินซื้อกันสดๆไม่ได้แล้ว แต่มันเข้าสู่ยุค ที่ใช้จิตวิทยาในการครอบงำ และบริหารแล้ว

การเลือกตั้งทั่วไปของญี่ปุ่น ที่ได้จัดตั้งรัฐบาล DPJ ( พรรคอนุรักษ์นิยม ) ที่เป็นการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง มาจากพรรค LDP ( พรรคเสรีนิยม ) ก็เป็นการใช้หลักวิตวิทยาในการหาเสียง เช่นเดียวกับ การจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดย นายโอบาม่า ก็เป็นการใช้หลักจิตวิทยา ในการสร้างความนิยมอีก เช่นกัน ทั้งรัฐบาล DPJ ของญี่ปุ่น และรัฐบาลเดโมแครตของโอบาม่า ต่างมีนโบบายการปกครองแบบขวาจัดทั้งสิ้น ( ขวาจัด แปลว่า การปล่อยให้สังคมเป็นไปตามยัดถากรรม )

ในการเมืองไทย การหาเสียง และผู้แทนจะได้คะแนนเสียงไปนั้น เป็นไปตามระบบ อุปถัมภ์ โดยใช้การบอกกล่าว ลงมาเป็นทอดๆจากระดับบนๆของสังคม โดยไม่ต้องซื้อเสียงเป็นเงินสดแต่อย่างใด ตรงนี้ ก็จัดว่าเป็นทุนนิยม กล่าวคือ หากผู้ทรงอิทธิพลทางการเมือง ได้ทำการจัดการซื้อเหล่าผู้ทรงอิทธิพลระดับล่างกว่า ได้ ก็จะควบคุมความเป็นไปทั้งหมดของสังคมได้


จริงอยู่ ว่า ภายใต้กฎการปฎิวัติ ทุกอย่างต้องถูกควบคุมเสมอ รวมถึงพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกทักษิณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทักษิณจะเป็นอัมพาตไปทั้งหมด ขอเพียงทักษิณมีเงิน กลับมาประมูลการบริหารประเทศอีกครั้ง ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

นี่คือ ที่มาที่ไปทั้งหมด ของระบอบทุนนิยม


โดย: BarBoy วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:02:34 น.  

 
จริงๆแล้วการใช้ "จิตวิทยา" ไม่ใช่ของใหม่นะครับ
ใช้กันมานาน และ แพร่หลาย (โฆษณา, หาเสียง, สงคราม, ฯลฯ)
ถามว่าผิดไหม?
เหมือนงานโฆษณาครับ บางครั้งมันก็พูดยากจริงๆ
นอกจากเข้าข่ายกรณีหลอกลวง

ในกรณีการเมืองก็คือ
ถ้าทำไม่ได้อย่างที่บอก ก็ไม่ควรเลือกเข้ามาอีก กระมังครับ

คราวนี้มันก็อยู่ใน วิจารณญาณของแต่ละคนแล้วครับว่า จะเลือกให้โอกาสอีกไหม หรือว่าเปลี่ยนตัวเลือกใหม่
อันนี้เป็นสิทธิ ครับ

จะเห็นว่า ประเด็นนี้ การศึกษา น่าจะสำคัญที่สุด ครับ
(ตรรกะ, ปรัชญา น่าจะช่วยได้ครับ)

ส่วน "สัญญาว่าอย่างนั้น อย่างนี้" เข้าข่ายซื้อเสียงหรือไม่ คงต้องตีความกันพอสมควร ครับ
เพราะหากทำให้ประเทศก้าวเดิน คนส่วนใหญ่เห็นชอบ
ผมว่าน่าจะยอบรับได้
เพราะโดยหลักความจริง เราคงพัฒนาทุกๆอย่าง พร้อมๆกัน อย่างเท่ากันเป๊ะๆ คงเป็นเรื่องยาก(หรือเป็นไปไม่ได้) ครับ
คงต้องเลือกว่า จะก้าวเท้าไหนก่อน
(ซึ่งหากเทียบเป็นเท้า ก็คงเป็น แบบกิ้งกือ กันเลยทีเดียว ครับ)

ขณะเดียวกัน การที่กำหนดว่า ไม่ให้อยู่ใน สมัยเกิน สองสมัย(แปดปี) ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพื่อต้องกันการผูกขาดอำนาจ

แต่จากความเห็นของคุณ BarBoy ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็น "ทุนนิยม" ไปเสียหมด
ซึ่งผมมองว่า ไม่ใช่ครับ

และอย่างที่ผมมองคือ
"ทุนนิยม" มันไม่ใช่เรื่องเลวร้าย น่าเกลียด น่ากลัว กันซะขนาดนั้น
เพียงแต่ว่าต้องเข้าใจมัน
และใช้มันอย่างเหมาะสม พอเหมาะพอควร
ให้พออยู่ได้ แต่ไม่ถึงขนาด สูญเสียความเป็นมนุษย์ไป

เพราะหากเป็นเช่นนั่น
ไม่ว่าจะ "อะไรนิยม" ก็ตาม
หากเราใช้มันอย่างสุดขั้วไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
มันจะเป็นเหมือนแรงผลักและแรงดัน
(แรงจาก "อะไรนิยม" อื่นๆ)
จนสุดท้ายมันจะพยายามหาจุดกึ่งกลางของมันเสมอ
อันนี้แนวคิดส่วนตัวของผมครับ


ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนแนวความคิดกัน ก็แล้วกัน ครับ


โดย: ยังอยากเป็นคนไทยอยู่ (ยังอยากเป็นคนไทยอยู่ ) วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:00:08 น.  

 
ในหนังสือ Superclass ตรงที่เป็นรูปผมทางด้านซ้ายบน น่ะครับ

เขียนไว้ว่า ทุน จะบงการนักการเมือง และรัฐบาลเสมอ มันรวมถึงการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองกลางสภา โดยไม่จำเป็นต้องปฎิวัติยึดอำนาจของกองทัพ

และมันเป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่โบราณแล้ว

ความเป็นจริง ความเท่าเทียมไม่มีจริง ทรัพยากรณ์ธรรมชาติมีปริมาณที่น้อยลงทุกวันๆ มันเป็นขีดจำกัด ความคงอยู่ของมนุษย์ด้วย มนุษย์ต้องบีบคั้นกันเอง เพื่อให้เหลือพื้นที่มากกว่าสำหรับกลุ่มคนที่ทรงอำนาจ ( คนมีเงิน )

และมันก็ยังใช่อยู่ ที่ประเทศไทย จะมีระบบการเมืองที่เวียนวน ระหว่างการปฎิวัติ และการเลือกตั้ง เรียกอีกคำว่า ระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ

สรุปว่า หากทักษิณไม่ปฎิวัติตัวเอง หลังการเลือกตั้ง กลุ่มคนเสื้อแดงจะทำลายทักษิณอีกครั้ง เพราะกุศโลบายที่ถูกสร้างในสามัญสำนึกของคนเสื้อแดง ไม่ใช่แนวคิดของทุนนิยม ทำให้เขาเหล่านั้น ทำอะไรก็ได้เพียงแค่มีความเชื่อที่ถูกสร้างขึ้นจากคนที่เขาหวังว่าเชื่อได้ ความสงบสุข หรือระบอบเสรีนิยมอย่างแท้จริง จึงเกิดในสังคมไทยไม่ได้อยู่ดี


โดย: BarBoy วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:40:35 น.  

 
* แก้คำผิด ผมหมายถึง รูปตรงขวาบน


โดย: BarBoy วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:41:18 น.  

 
ผมเริ่ม งงๆ ล่ะ
ประเด็นคืออะไรครับ?

ถ้า ประเด็นคือ ต้องเป็นเสรีนิยม ต้องไม่มีทุนนิยม

ถ้าเป็นประเด็นนั้น ผมจะบอกว่า ยังไงก็ยังต้องมี ทุนนิยม อยู่ เพราะในแนวคิดผม
"ทุน" ไม่ใช่ "เงิน"
"ทุนคือ ต้นทุน ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม"
(เวลา,ความรู้,การทำงาน,การฝึกฝนร่างกาย,ฯลฯ)

ไม่ว่าจะเป็น "เสรีนิยม" หรือ "อะไรนิยม" คุณต้องเอา "ต้นทุน" มาคิดด้วยอยู่ดี
ครับ

ส่วน "อำนาจ" เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ครับ
อำนาจ จาก คนที่มากกว่า
อำนาจ จาก อาวุธที่มากกว่า, รุนแรงกว่า
อำนาจ จาก เงินที่มากกว่า
อำนาจ จาก ความรู้ที่มากกว่า, ข้อมูลที่มากกว่า
อำนาจ จาก ...

ฉะนั้น อะไรที่ "มากกว่า" และมี "จุดแข็ง" ของมัน
สามารถ เปลี่ยนเป็น อำนาจ ได้ทั้งนั้น ครับ

อย่างที่คุณบอก การเมือง ไม่จำเป็นต้อง ปฎิวัติ ด้วยทหาร
ครับ การเมืองสามารถ ปฎิวัติ ด้วย ประชาชน ได้

คราวนี้ มันอยู่ที่มุมมองแล้ว ว่า

ถ้ามองว่า ทหารคือคนกลุ่มหนึ่ง จำนวนไม่มาก กับ ประชาชน ซึ่งหากเกินครึ่งของประเทศ มันควรจะไปในทิศทางไหน และ แบบไหน ควรจะได้รับการยอมรับ (ทั้งในประเทศตนเอง และ สังคมโลก) มากกว่ากัน

ซึ่งอาจจะมาจาก "อำนาจ" ที่ต่างกัน ดังที่กล่าวมาข้างต้น

เพียงแค่ วิธีที่ง่ายที่สุด (พื้นฐานที่สุด) คือ กำลังคน และ กำลัง อาวุธ ไงครับ

แต่ที่น่าสังเกตุคือ กำลังคนซึ่งมีฐานที่มาของ "กำลัง" แตกต่างกัน
เพราะ ทหาร สามารถ สั่งกำลังคนได้โดยลำดับชั้นของสายบังคับบัญชา
แต่หากเป็นกำลังคนของประชาชน คุณ สั่งไม่ได้ครับ คุณต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อนกว่านั้น



ส่วน "ผล" หลังจากนั้น
ผมบอกไม่ได้จริงๆครับ เพราะอยู่บนพื้นฐานของการประเมิน ความคิด, ความรู้ และข้อมูล ซึ่งแทบจะหา fact ไม่ได้เลยครับ


โดย: ยังอยากเป็นคนไทยอยู่ วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:53:44 น.  

 
ผมพูดในเชิง ความเป็นไทย และยุทธศาสตร์ของกองทัพ น่ะครับ การเมืองไทยเวียนวนกับการเลือกตั้งและการปฎิวัติ มาตลอด

แนวคิดของผมคือ การจะให้มันสิ้นสุดลงได้ คือการปฎิวัติทั้งระบบ หมายถึง การปลดปลดปล่อย ตัวเองออกจากอาณัติ ของกฎการแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

คำว่า ระบอบเสรีนิยม มันเป็นระบอบที่ดีที่สุดในโลก มันมีเพียงไม่กี่ประเทศที่ใช้ระบอบนี้ เท่าที่พอจะนึกออกและชัดเจนที่สุด ก็มี อเมริกา เยอรมัน และญี่ปุ่น นอกเหนือจากนี่ ประเทศจะไม่เป็นเสรีนิยมเต็มที่ ยังอยู่ภายใต้อาณัติของระบอบทุนนิยม หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การเมืองของประเทศต่างๆเกือบทั่วโลก ถูกแทรกแซงให้มีบทบาทแตกต่างกันไป

เมื่อทุกอย่างขึ้นอยู่กับทุน และวัฒนธรรมความเป็นประเทศนั้นๆ หรือความเป็นไทยก็ตาม มันทำให้ประชาชนมีสิทธิ์และเสียงเพียงแค่การเดินตามนักการเมืองแบบไทยๆเพียงเท่านั้น

หากเรายึดบรรทัดฐานความคิด ด้วยระบอบเสรีนิยม เราจะเห็นได้ว่า พรรคการเมืองของอดีตนายก มีความใกล้เคียงมากที่สุด

การจะหลุดพ้นกรอบเกณฑ์เหล่านั้น ต้องใช้นโยบายที่บูรณณาการณ์เป็นอย่างมาก ในความเป็นไทย ประชาชนไม่ได้มีบทบาทที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ นอกจากการมีผู้นำที่ดี

ผมหมายรวมถึง ในกลุ่มม๊อปต่างๆ ได้มีการฝังแนวคิดทางการเมืองผิดๆไว้เสมอ มันจะแปรเปลี่ยนไปในทิศทางไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับ แกนนำหรือเจ้าล้ทธิจะขายคนกลุ่มนี้ให้ใคร เท่านั้นเอง.


โดย: BarBoy วันที่: 31 พฤษภาคม 2554 เวลา:18:54:24 น.  

 
ยินดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นครับ


โดย: ยังอยากเป็นคนไทยอยู่ วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:0:04:11 น.  

 
เช่นกันครับ


โดย: BarBoy วันที่: 1 มิถุนายน 2554 เวลา:8:48:29 น.  

 
โหย ประเด็นน่าสนยังงี้ไม่ได้มาร่วมเสวนาด้วยเลย

มาช้าไปเดือนนึง อิอิ


โดย: บ่าวภูธร IP: 223.206.127.132 วันที่: 6 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:06:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Superordinate
Location :
Agades Niger

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สงครามระหว่างชนชั้น หรือการแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจ
Friends' blogs
[Add Superordinate's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.