กันยายน 2558

 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 10

รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง

ตอนที่10


“เดี๋ยวเรามีเรื่องต้องคุยกัน“ปรเมษเอ่ยขึ้น ขณะที่จับมือบางของเทียนขวัญที่ยื่นผ่านหน้าเขาไปเพื่อหยิบเอาเสื้อผ้าที่ตากอยู่บนราวด้านหน้ากระท่อม

“ฉัน…ฉัน ไม่มีอะไรจะคุยคุณมีอะไร“เทียนขวัญตอบกลับตะกุกตะกักทั้งที่ยังก้มหน้างุดอย่างไม่หายเขินอายกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นโดยไม่กล้าสบตากับร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหน้า

“ผมอยากคุยเรื่อง…เมื่อตะกี๊“ชายหนุ่มแกล้งทำเสียงลากยาวยิ้มๆมองร่างบางที่ยังคงก้มหน้าเฉยอยู่ด้านหน้าที่เดาได้ว่าหน้าเธอคงแดงเอามากๆ

“ฉัน….เอ่อ“หญิิงสาวพูดเสียงสั่นทั้งที่ยังคงก้มหน้างุดอยู่เหมือนเดิมแล้วก็พยายามดึงแขนกลับเพื่อเดินหนีอีกฝ่ายก่อนที่จะถูกดึงกลับมาที่เดิม

“เทียนขวัญมองหน้าผม เราต้องคุยกันจริงๆนะ"ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงนุ่มอย่างอารมณ์ดีพลางยื่นมือแข็งแรงไปเชยคางสวยของหญิงสาวให้เงยขึ้นมาเผชิญหน้า สบตากับเขาในระยะกระชั้นชิดนั้น

“ก็ฉันไม่มีเรื่องจะคุยจริงๆนี่คะคุณมีอะไรก็ว่ามาฉันจะต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า“หญิงสาวบอกเสียงอ่อยอย่างเขินอาย พลางพยายามเบือนหน้าหนีสายตาคมที่ยังคงมองมาอย่างไม่กระพริบนั้น

“เรื่องที่เกิดขึ้น…”

“ถ้าคุณจะพูดเรื่องนี้อีกฉันขอตัวนะ"หญิงสาวกล่าวขึ้นพยายามให้เสียงปกติแต่ก็ยังไม่วายเสียงสั่นจนได้พลางพยายามเบือนหน้าหนีอีกฝ่าย

“เรื่องที่เกิดขึ้นผมไม่ขอโทษคุณหรอกนะ เพราะที่ผมทำแบบนั้นเพราะว่าผมอยากทำและก็ทำด้วยความเต็มใจด้วย" ปรเมษบอกอย่างเน้นเสียงหนักอย่างจริงจังพลางมองสบตากลมโตที่กำลังมองมาที่เขาอย่างระแวงและสงสัย

“ผมหมายความตามที่พูดจริงๆและผมก็อยากให้คุณให้โอกาสผมได้อยู่ไกล้ๆคุณไม่พยายามไล่ผมให้ไปไกลๆอีกจะได้ไหม"ปรเมษก้มถามเสียงจริงจัง แล้วก็ดึงอีกฝ่ายใหเข้ามาแนบชิดมากขึ้นไปอีก โดยที่อีกฝ่ายพยายามขืนตัวไว้และพยายามก้มหน้าหนีเขาอยู่ตลอดเวลา

“คุณ…คุณพูดอะไรของคุณ“หญิงสาวถามเสียงตะกุกตะกักขึ้นอีกหน้าเริ่มแดงขึ้นด้วยความขัดเขินจนเจ้าตัวต้องทำเป็นเสมองที่พื้นเพื่อกลบเกลื่อน

“ว่าไงคุณจะว่ายังไง“ปรเมษถามขึ้นอีกเสียงนุ่มพลางขยับตัวก้มเข้าไปไกล้หญิงสาวเข้าไปอีก

ไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายเพราะเทียนขวัญอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีซะให้ได้

“ฮึ่ม…เงียบแสดงว่าตกลง“ปรเมษ พูดเองเออเองเสร็จสรรพพร้อมกับพยายามรั้งร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหน้าเข้ามากอดแต่อีกฝ่ายแข็งขืนเอาไว้แล้วใช้มือบางยันหน้าอกกล้างเปล่าเปลือยไว้ หน้ายังคงแดงจนลามไปถึงใบหูด้วยความขัดเขินอยู่เหมือนเดิม


“เอ้า…ตื่นกันแล้วเหรอ“เสียงหญิงสูงวัยเจ้าของบ้านเอ่ยขึ้นขัดจังหวะจนทั้งสองต้องหันไปมองตามที่มาของเสียง เทียนขวัญหน้าแดงขึ้นไปอีกด้วยความขัดเขิน และพยายามรีบยันตัวเองออกห่างจากชายหนุ่ม

อายจนไม่กล้ามองสบตากับป้าเจ้าของบ้านและผู้ชายสูงวัยอีกคนที่มากับเจ้าของบ้าน

“ครับป้าเราตื่นกันได้ซักพักแล้ว“ปรเมษกล่าวตอบ พลางปล่อยมือแข็งแรงจากหญิงสาวปล่อยให้เธอเป็นอิสระ แล้วหญิงสาวก็รีบฉวยเอาเสื้อผ้าของเธอขึ้นไปหอบไว้

“ดีๆป้าเอาอาหารเช้ามาส่งและก็พาลุงมาด้วยจะได้พาคุณทั้งสองคนไปส่งที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเลย“เจ้าของบ้านบอกพลางยื่นปิ่นโตอาหารให้กับชายหนุ่มปรเมษรับไว้ แล้ววางลงหันไปยกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่ให้ความช่วยเหลือโดยมีเทียนขวัญรีบทำตามอยู่ข้างๆ

“เราสองคนต้องขอบคุณคุณลุงกับคุณป้ามากๆเลยนะครับที่เมตตาเราสองคนไม่งั้นป่านนี้เราคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ผมชื่อเมษ ส่วนแฟนผมชื่นเทียนเอาไว้ทุกอย่างเรียบร้อยดีเราจะกลับมาตอบแทนบุญคุณลุงกับป้านะครับ“

“เอ้อจริงสินะ มัวแต่ตกใจเลยลืมแนะนำชื่อกันไปเลย ป้าชื่อบุญ ส่วนลุงชื่อแลเซาะนะ“เจ้าของบ้านบอกอีก

“แล้วเรื่องตอบแทนบุญคุณ ป้าบอกแล้วไงว่าไม่ต้องมาตอบแทนป้าหรอกป้าเต็มใจช่วย เอ้ารีบๆหน่อยกินข้าวกินปลาซะเสร็จแล้วจะได้รีบออกเดินทาง“เจ้าของบ้านสำทับมาอีกปรเมษจึงรุนหลังเทียนขวัญให้กลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในกระท่อมทันทีและตัวเขาเองก็ฉวยเอาเสื้อที่ตากไว้มาสวมเช่นกัน



ทอมกันทรงพลเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าที่อิดโรย ทั้งสองทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในห้องรับแขกอย่างเมื่อยล้า จากการออกตระเวณตามหาปรเมษกับเทียนขวัญทั้งคืน แต่ก็ยังไม่พบคนทั้งสอง

“เราจะเอายังไงดีละครับคุณพ่อจะบอกคุณแม่ยังไงดี“ทรงพลเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าวิตกกังวล

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพ่อจัดการเอง พลรีบไปพักเถอะไม่ได้นอนมาทั้งคืนเดี๋ยวจะทรุดไปอีกคน เราต้องเก็บเรี่ยวแรงเอาไว้ตามหาพวกเขาอีก“ทอมบอกเพื่อนของลูกชายด้วยสีหน้าวิตกกังวลไม่แพ้กัน

“ครับพ่องั้นผมขอตัวก่อน ถ้าสารวัตรติดต่อมาบอกผมด้วยนะครับ“ทรงพลบอกพลางเดินผละห่างออกมาจากบ้านพักของทอมทันที


แล้วทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของทรงพลก็ดังขึ้น เจ้าตัวรีบรับสายแบบเบลอๆ

“สวัสดีครับ“ทรงพลพูดขึ้นหลังจากกดรับสาย

“แก…แกอยู่ที่ไหนแล้วเป็นอะไรมากรึเปล่า แล้ว…”ทรงพลพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจแล้วก็เงียบฟังรายละเอียดจากทางปลายสายแล้วรีบหันหลังกลับเข้าไปหาทอมทันที

“ได้เรื่องแล้วครับคุณพ่อ“ทรงพลบอกกับผู้สูงวัยอย่างตื่นเต้นแล้วยื่นโทรศัพท์ให้กับบิดาของเพื่อนทันที

แล้วถอยออกมารอให้ทอมพูดกับอีกฝ่ายอย่างตื่นเต้นยินดีอยู่ข้างๆ

ไม่นานทอมก็กดวางสายแล้วหันมายิ้มอย่างปลื้มปรีติและยื่นโทรศัพท์คืนให้กับทรงพลที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆเช่นกัน

“ไปเรารีบไปกันเราต้องให้ทางสารวัตรพาไปรับเมษกับหนูเทียนขวัญให้เร็วที่สุด“ทอมบอกขึ้นกับทรงพลแล้วเดินนำหน้าออกไปทันที

“แล้วจะไม่บอกคุณแม่ก่อนเหรอครับท่านจะได้หายกังวล“ทรงพลเอ่ยขึ้นอย่างต้องการออกความเห็น

“เอ้อ…พ่อดีใจจนลืมไปเลยพลโทรไปบอกแฟนพล ให้บอกแม่ด้วยนะถ้าพ่อบอกเอง คงโดนซักยาวเลยเดี๋ยวจะพาลเสียเวลาไปรับสองคนนั้นอีกอย่างป่านนี้คงยังไม่ตื่นเพราะพ่อบอกใหน้าเกื้อเอายานอนหลับให้จะได้พักบ้าง เอาแต่ร้องไห้ทั้งคืนเลย“ทอมบอกทั้งที่ยังเดินตรงไปยังรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน

“ครับพ่อ“ทรงพลรับคำพร้อมกับหยิบโทรศัพท์โทรไปหาออนอุมาทันทีขณะที่เดินไปขึ้นรถที่ทอมสตาร์ทเครื่องรออยู่แล้วแล้วก็ขับออกไปขณะที่ทรงพลก็ยังคงบอกรายละเอียดให้กับออนอุมาทราบไปในสายโทรศัพท์ไปด้วย



ดวงแก้วเกื้อ ออนอุมา เจด้าและกุ๊กไก่มารวมตัวกันรอการกลับมาของปรเมษและเทียนขวัญอยู่หน้าบ้านพักของดวงแก้วด้วยความตื่นเต้นดีใจหลังจากที่ทุกคนได้รับการแจ้งข่าวดีให้รับทราบจากออนอุมาแล้วโดยปรเมษกับเทียนขวัญอยู่ที่เกาะเล็กเกาะๆหนึ่งที่ไกลออกไปจากตัวรีสอร์ทมากจึงเป็นสาเหตุที่ทางตำรวจที่ออกตามหาหาตัวทั้งสองคนไม่เจอนั่นเอง

“เจด้าหนูมานั่งรอก่อนก็ได้นะจ๊ะเดี๋ยวเค้าก็คงมากัน“ดวงแก้วเอ่ยขึ้นหลังจากทนเห็นเจด้าเดินกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้นมาหลายรอบแล้ว

“คุณแม่ขาเจด้า ตื่นเต้นนี่คะขามันเลยทำงานตลอด ให้นั่งรอเฉยๆมันไม่ใช่นิสัยกระเทยไทยอ่ะค่ะ ขอนิดนึงนะคะคุณแม่“เจด้าพูดตอบเล่นอย่างอารมณ์ดีที่รู้ว่าเทียนขวัญกับปรเมษปลอดภัยดีและที่สำคัญกำลังจะเดินทางกลับมา

“จ้าแม่คุณ ถ้างั้นก็ตามสบายเกื้อไปโทรหาคุณทอมซิถึงไหนกันแล้วทำไมช้าจัง“ดวงแก้วบอกด้วยสีหน้าเริ่มกังวลขึ้นอีก ที่ยังไม่เห็นอีกฝ่ายกลับมา

“ไม่เป็นไรนะคะคุณแม่ อ้อ โทรหาพลตลอดแต่ไม่ติดเลย สงสัยจะยังไม่ถึงนะคะอีกอย่างสัญญาณโทรศัพท์คงไม่มีด้วยอาจจะยังอยู่กลางทะเลกันอยู่แน่เลย“ออนอุมาบอกหญิงสูงวัยเพื่อให้หายกังวล

“เดี๋ยวน้าไปหาอะไรให้รองท้องกันก่อนดีมั๊ยคะตั้งแต่ตื่นมายังไม่มีใครทานอะไรเลย“เกื้อออกความเห็นกับทุกๆคนแล้วทำท่าลุกเดินจะเข้าไปข้างใน

“ดีเหมือนกันเดี๋ยวมีใครเป็นอะไรไปก่อนจะแย่ ต้องมาพยาบาลกันอีก“ดวงแก้วบอกอย่างเห็นด้วยกับน้องสาว

“งั้นอ้อไปช่วยน้าเกื้อด้วยนะคะยังไงฝากพี่เจด้ากับคุณกุ๊กไก่ดูแลคุณแม่ด้วยนะคะ“ออนอุมาบอกด้วยเสียงสุภาพอ่อนโยนพลางเดินตามน้าเกื้อเข้าบ้านไป

“จ้าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเราสองคนจะดูแลคุณแม่เองเนอะ กุ๊กไก่“เจด้าตอบรับคำก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปหากุ๊กไก่ที่ยืนอยู่ไกล้แล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งข้างๆดวงแก้วที่เก้าอี้ใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าบ้านนั่นโดยมีกุ๊กไก่เดินตามไปนั่งลงข้างๆด้วย


หลังจากเวลาผ่านไปซักครู่ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งรออาหารอยู่นั้นรถคันใหญ่สีดำของทอมและรถของตำรวจก็ขับตามกันเข้ามาจอดที่หน้าบ้านพักของดวงแก้วกับทอม

ทุกคนต่างลุกขึ้นอย่างดีใจรวมทั้งเกื้อกับออนอุมาที่กำลังถือถาดอาหารเดินออกมาพอดีทั้งหมดรีบเดินไปยังรถทั้งสองคัันทันทีพร้อมกับที่ประตูรถทั้งสองคันเปิดออกมามีทอมกับทรงพลและปรเมษที่กำลังพยุงเทียนขวัญลงมาจากด้านเบาะหลังของรถ

และสารวัตรวิชัยและตำรวจอีกสองนายเดินตามมาสมทบด้วย

เทียนขวัญโผเข้ากอดเจด้าทันที ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่อายใครส่วนดวงแก้วก็โผเข้ากอดลูกชายแล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนกันโดยมีเกื้อคอยลูบหลังหลานชายอยู่ไกล้ๆ

ทุกคนต่างยืนยิ้มมองดูภาพเหล่านั้นอย่างตื้นตันไปด้วย


“ผมว่าเราเข้าไปข้างในก่อนดีมั๊ยปรเมษกับเทียนขวัญจะได้พักและทุกคน็้จะได้ทานอาหารกันด้วยทีนี้อยากซักอยากถามอะไรก็ค่อยว่ากัน“ทอมเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเหน่อๆเหมือนเดิมกับทุกคนพลางหันไปยกมือสัมผัสกับสารวัตรหนุ่มเพื่อแสดงความขอบคุณอีกครั้งโดยทุกคนต่างกล่าวขอบคุณด้วยเช่นกัน

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับเราคนกันเอง เพื่อนบ้านกันด้วยยังไงผมก็ต้องช่วยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ผมกับลูกน้องขอตัวกลับก่อนนะครับเอาไว้ให้คุณปรเมษกับคุณเทียนขวัญพักให้หายดีก่อนแล้วผมค่อยจะมาสอบปากคำเพิ่มเติมนะครับ“สารวัตรหนุ่มบอกด้วยเสียงสุภาพแล้วหันหลังเดินนำตำรวจอีกสองนายกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไป



“พ่อครับผมมีเรื่องอยากจะให้พ่อช่วยหน่อยน่ะครับ“ปรเมษบอกกับผู้เป็นพ่อหลังจากที่ชายหนุ่มได้พูดคุยกับบิดาถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นและก็ได้ทราบเรื่องที่เค้าสงสัยมานานเกี่ยวกับเรื่องราวความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่างครอบครัวของเขากับบัญชาผู้เป็นเพื่อนของบิดานั่งเอง หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพักรวมทั้งเทียนขวัญด้วย

“มีอะไรเหรอ“ทอมเงยหน้าขึ้นมามองหน้าลูกชายด้วยความสงสัย

“คือผมอยากให้พ่อช่วยพูดกับคุณเทียนขวัญให้เค้าย้ายมาพักที่บ้านเรา ระหว่างที่คดียังไม่เรียบร้อยน่ะครับผม…กลัวเธอจะไม่ปลอดภัยน่ะครับ“ปรเมษบอกผู้เป็นพ่อด้วยเสียงนุ่มอย่างรู้สึกกังวล “เรื่องนั้นยูไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวไอจัดการเองไอก็อยากให้หนูเทียนย้ายมาอยู่ในความดูุแลของเราเหมือนกัน“ทอมรับคำกับลูกชายอย่างมั่นเหมาะ

“ขอบคุณมากครับพ่อแล้วเรื่องคดีเราจะเอายังไงต่อครับ“ชายหนุ่มถามพ่ออย่างอยากรู้

“เรื่องนี้ปล่อยไว้ไม่ได้เราต้องให้ทางสารวัตรจัดการเดี๋ยวพรุ่งนี้สารวัตรจะมาสอบปากคำยูกับหนูเทียนขวัญที่นี่ไอโทรบอกสารวัตรเรียบร้อยแล้ว“ทอมบอกลูกชายอีกพร้อมกับลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกจากห้องไป

“แล้วพ่อจะไปไหนครับ“ชายหนุ่มถามผู้เป็นบิดาขึ้นอีกอย่างไม่สงสัย

“ก็จะไปทำตามที่ยูบอกน่ะสิขืนช้า เกิดอะไรขึ้นยูคงไม่ให้อภัยไอแน่ๆเลย“ทอมบอกลูกชายเสียงเหน่อๆอย่างล้อๆทำเอาชายหนุ่มทำหน้าเก้อด้วยความอายขึ้นมาทันทีแล้วผู้เป็นพ่อก็เดินออกจากห้องไปขึ้นรถที่จอดอยู่ด้านหน้า แล้วขับออกไปทางด้านตัวรีสอร์ททันที

ปล่อยให้ลูกชายนั่งหน้าเก้ออยู่ตามลำพัง


“ว๊ายนี่มันอะไรกัน"เสียงชาริดาร้องขึ้นด้วยความตกใจที่เธอโดนชนเข้าอย่างจัง จนล้มลงไปกองอยู่กับพื้นทรายขาวสะอาดนั้น

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมไม่เห็นคุณจริงๆ"วิชัยสารวัตรหนุ่มเอ่ยขอโทษขึ้นพลางยื่นมือให้กับหญิงสาวตรงหน้าหวังจะช่วยดึงเธอขึ้นมา

“ไม่ต้องมาทำเป็นขอโทษมุกตื้นๆแค่นี้ฉันรู้ทันหรอกย่ะ"ชาริดาใส่ต่ออย่างเย้ยหยัน โดยไม่ใส่ใจคำขอโทษของอีกฝ่าย

“มุกอะไรของคุณ"สารวัตรหนุ่มถามขึ้นอย่างงงๆ

“ก็คนบ้านนอกอย่างคุณ เห็นฉันเป็นดารา เลยอยากตีสนิทแล้วก็...”

“พอๆแล้วคุณไปกันใหญ่แล้ว ผมจะบอกให้นะคุณผู้หญิงผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณเป็นใครหรือดาราดังมาจากไหนผมแค่อยากขอโทษคุณเท่านั้นเองที่ผมเดินชนคุณ"อีกฝ่ายตัดบท พร้อมทั้งอธิบายด้วยสีหน้าเข้มขึ้นที่ถูกชาริดาดูถูก พลางชักมือกลับ แล้วหันหลังจะเดินหนี

“ง่ายแบบนี้เลยเหรออยากมีเรื่องใช่ไหม"ชาริดาโวยวายขึ้นแล้วรีบลุกขึ้น ปัดทรายออกจากชุดสวยแล้วรีบวิ่งตามไปขวางหน้าอีกฝ่ายไว้ไม่ให้เดินหนี

“คุณมีอะไรอีกเหรอหรือว่าติดใจอยากรู้จักคนบ้านนอกอย่างผม"สารวัตรหนุ่มพูดขึ้นเพื่อยั่วให้อีกฝ่ายโมโห

“คนอย่างฉันไม่มีทางลดตัวไปเกลือกกลั้วกับคนอย่างคุณแล้วคุณรู้รึเปล่าว่าฉันเป็นลูกใคร"ชาริดากล่าวขึ้นพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างเย่อหยิ่ง

“คุณนี่ท่าทางจะประสาทไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูกใครต้องมาเที่ยวถามคนอื่นแบบนี้"สารวัตรหนุ่มกวนอีก

“นี่คุณมันชักจะมากไปแล้วนะคุณเป็นใครถือดียังไงมาว่าฉันเสียๆหายๆแบบนี้"ชาริดาร้องลั่นและก็เต้นเป็นเจ้าเข้าด้วยความเจ็บใจที่โดนอีกฝ่ายย้อนกลับอย่างเจ็บแสบ

“ผมสารวัตรวิชัยครับยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณดาราใหญ่"อีกฝ่ายแกล้งแนะนำตัวและทำหน้าเย้ยหยันบ้าง

“เชอะก็แค่ตำรวจบ้านนอก"ชาริดากล่าวอย่างเย้ยหยันเช่นกันพลางทำหน้าเชิดใส่

“ครับผมมันคนบ้านนอกไม่สูงส่งเหมือนหงห์ไฮโซอย่างคุณอย่ามาเสียเวลาตอแยกับคนอย่างผมเลย"สารวัตรหนุ่มบอกอีกทำเอาชาริดาหน้าร้อนที่โดนอีกฝ่ายยอกย้อนประชดเข้าให้อีกแล้วทำท่าจะกรี๊ด

“อ๊ะๆอย่ามาทำเป็นกรี๊ดเหมือนนางร้ายในละครนะอย่างคุณน่ะ คงได้แค่บทคนใช้เท่านั้น"สารวัตรหนุ่มกล่าวต่ออย่างไม่ใส่ใจกับอีกฝ่ายทีโกรธจนพูดไม่ออก่ทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อเขาให้ได้อยู่นั้น

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะ เสียเวลามามากแล้ว"วิชัยกล่าวอีกพลางหันหลังเดินหนีสวนกับลีน่าที่กำลังเดินมาพอดีปล่อยให้อีกฝ่ายเต้นเร่าๆด้วยความโมโหอยู่ข้างหลัง

"ใครเหรอคะคุณน้อง ทำไมถึงได้หล่อลากไส้ขนาดนี้"ลีน่าถามอีกฝ่ายขึ้นทันทีที่เดินมาถึงด้วยดวงตาเป็นประกาย

"ไม่รู้ค่ะรู้แต่ว่าริดาไม่ชอบ คนอะไรกวนประสาทที่สุด"ชาริดาตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายหงุดหงิด

"แล้วพี่ลีน่าจะสนใจนายคนนั้นไปทำไมล่ะคะริดาว่า เอาเวลามาสนใจเรื่องของริดาดีกว่ามั๊ยคะ"ชาริดาต่อว่าขึ้นอีกที่เห็นอีกฝ่ายยังมองตามสารวัตรหนุ่มนั่นอยู่ตลอดเวลา

"แหมคุณน้องขา พี่ก็แค่อยากรุู้ว่าเค้าเป็นใคร เห็นหน้าตาน่ากิน กล้ามเนียะบึกบึน ลำ่ซะ..."

"พอๆแล้ว พี่ไม่ต้องสาธยายริดาจะอ๊วก เรารีบไปกันเถอะเสียเวลามามากแล้วเดี๋ยวไม่ทันการณ์"ชาริดากล่าวตัดบทพลางดึงกระชากแขนลีน่าให้รีบเดินตามจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทันต้องรีบสาวเท้าตามจนแทบจะหน้าคะมำ



จบตอนค่ะ

ขอโทษด้วยนะคะ ที่หายไปนานมาก เนื่องจาก จขบ ย้ายที่อยู่ใหม่
แล้วที่บ้านไม่มีเน็ตเลยอ่ะค่ะ พยายามโหลดจากมือถือมันก็ใช้ไม่ได้เลย
วันนี้เพิ่งมีโอกาสอัพโหลดตอนใหม่ หวังว่าจะยังมีคนกลับมาอ่านบ้างนะคะ
















Create Date : 04 กันยายน 2558
Last Update : 4 กันยายน 2558 22:54:00 น.
Counter : 166 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา