กรกฏาคม 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 9
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง

ตอนที่ 9

หลังจากปรเมษเดินหายเข้าไปในป่าข้างๆลำธารได้สักครู่ เทียนขวัญเริ่มรู้สึกกังวลที่ต้องอยู่คนเดียวในป่าแบบนี้ แล้วยังต้องกังวล กลัวคนร้ายที่จับตัวเธอกับปรเมษมา จะตามมาทันอีก

“หิวมากเหรอครับคุณผู้หญิง เงียบเลย“ปรเมษเอ่ยขึ้น หลังจากมายืนอยู่ข้างหลังของหญิงสาว ในมือมีผลไม้ป่ามาด้วยจำนวนหนึ่ง
“เอ่อ ค่ะ หิวจนตาลายแล้ว คุณได้อะไรมาบ้าง“ หญิงสาวเอ่ยตอบพลางหันหลังไปมองที่ชายหนุ่มอย่างดีใจ ที่เห็นเขากลับมา
“ผมได้มาเท่านี้ คงพอรองท้องได้ คุณรีบกินซะ เดี๋ยวเราต้องรีบไป เดี๋ยวจะมืดก่อน แล้วจะเดินทางลำบาก“ ชายหนุ่มบอกพลางนั่งลงไกล้ๆกับหญิงสาว พร้อมกับยื่นผลไม้ให้เธอ
“แล้วมันคืออะไรเหรอคะ กินได้เหรอ“ หญิงสาวถามกลับอย่างกังวล ที่เห็นผลไม้หน้าตาแปลกๆ
“กินได้ ผมกินมาแล้ว ไม่ต้องกลัว"ชายหนุ่มบอกมาอีก พลางปอกผลไม้ แล้วส่งให้กับหญิงสาว
“แล้วคุณล่ะ กินบ้างรึยัง“หญิงสาวถามขึ้นอีก พลางรับผลไม้จากมือชายหนุ่มมากินอย่างเอร็ดอร่อย
“ผมกินแล้ว ไม่ต้องห่วง"ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ ด้วยเสียงอ่อนโยน
“ไม่ได้ห่วง แต่กลัวคุณไม่มีแรงแบกฉันต่อต่างหาก“หญิงสาวเถียงเล่นๆอย่างไม่ยอมแพ้ พลางก้มหน้างุด แล้วแกล้งกินผลไม้ต่อ อย่างไม่สนใจชายหนุ่ม ทั้งที่ตอนนี้ มือไม้เริ่มสั่นไปหมด อย่างขัดเขิน
ปรเมษก็เงียบเช่นกัน แต่ชายหนุ่มยังจับตามองกิริยาเขินๆน่ารัก
ของอีกฝ่ายอยู่ อย่างไม่วางตา
“ไปต่อกันเถอะ เดี๋ยวพวกมันตามมาทัน“ ชายหนุ่มบอกพร้อมกับย่อตัวลงข้างๆหญิงสาวอย่างเตรียมพร้อม เมื่อเห็นว่าเธอกินผลไม้จนอิ่มแล้ว คราวนี้ไม่มีการแง่งอนจากอีกฝ่ายอย่างเช่นที่ผ่านมา เธอรีบกอดคอและขึ้นค่อมหลังของชายหนุ่มอย่างว่าง่าย แล้วปรเมษก็ออกเดินไปอย่างมั่นคงอีกครั้ง ทั้งสองเดินเรียบลำธารมาเรื่อยๆ

จนกระทั่ง มองเห็นควันไฟลอยขึ้นไปบนอากาศและไกล้ๆกัน
ก็มีหลังคาบ้านที่มุงด้วยจาก อยู่ไม่ห่าง ทั้งสองมองหน้ากันอย่างมีความหวัง และชายหนุ่มก็รีบสาวเท้าพาหญิงสาว เดินตรงไปยังบ้านหลังนั้นอย่างรวดเร็ว

“มีใครอยู่มั๊ยครับ“ ปรเมษร้องขึ้นถามเสียงดัง เข้าไปยังบ้านหลังน้อยที่มุงด้วยจาก และฝาบ้านก็เป็นจากเช่นกัน หลังจากทั้งสองมายืนอยู่หน้าบ้านหลังน้อยแล้ว
“มีอะไรเหรอคุณ มาจากไหนกัน“หญิงสูงวัย ท่าทางใจดีเอ่ยตอบมาจากทางหลังบ้าน
“ผมกับแฟนมาเที่ยว แล้วเกิดหลงทางครับ“ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ
พลางดึงหญิงสาวมากอดไว้หลวมๆโดยไม่สนใจอีกฝ่าย ที่ทำท่าขัดขืน และกำลังจะอ้าปากค้านสิ่งที่ชายหนุ่มบอกเจ้าของบ้านไป
“อย่าพูดอะไรเชียวนะ ถ้าคุณอยากปลอดภัย ทำตามที่ผมบอกแล้วกัน“ชายหนุ่มก้มกระซิบเตือนเสียงเบาๆที่ข้างหูของหญิงสาว
“อ้อ คุณสองคน คงมาจากแผ่นดินใหญ่ใช่มั๊ย ไปไงมาไงถึงได้มาไกลถึงนี่ได้ล่ะ“หญิงสูงวัยถามสองหนุ่มสาวต่ออย่างอยากรู้
“พวกผมมาเรือกันครับ แล้วเรือน้ำมันหมด เลยเดินมาถึงที่นี่น่ะครับ แล้วแฟนผมก็ทำรองเท้าหายไปกับน้ำด้วย เลยมาช้ากันหน่อย“ ชายหนุ่มอธิบายต่อ
“อ้อ แม่หนูเนี่ย หน้าตาสะสวยดีนะ สมกันดีนะพ่อคุณ แล้วจะให้ป้าช่วยอะไรล่ะ“เจ้าของบ้านถามต่อ
“ป้าคะ เราอยากขอยืมใช้โทรศัพท์หน่อยได้มั๊ยคะ“เทียนขวัญเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นดีใจ หลังจากเงียบฟังอยู่นาน
“ที่นี่ไม่มีโทรศัพท์หรอกนะแม่หนู ขนาดไฟฟ้ายังไม่มีใช้เลย ป้าต้องขอโทษด้วย“เจ้าของบ้านเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจ
“แล้วที่นี่ ไม่มีใครที่มีโทรศัพท์ใช้เลยเหรอครับ แล้วจะติดต่อกับคนบนแผ่นดินใหญ่ได้ยังไง“ปรเมษถามขึ้นอีก อย่างสงสัย
“มันก็มีที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านโน่น แต่มันอยู่อีกฟากหนึ่งของเกาะ ต้องนั่งเรือไป เอาไว้ให้ลุง... สามีของป้ากลับมา ป้าจะให้ลุงพาไปแล้วกันนะ“เจ้าของบ้านบอกขึ้นอีก
“แล้วคุณลุง จะกลับมาตอนไหนล่ะคะ“เทียนขวัญถามขึ้นอีกอย่างร้อนใจ
“ก็พรุ่งนี้เช้าโน่นแหละจ้ะ ลุงออกไปหาปลาหลายวันแล้ว“เจ้าของบ้านตอบมาอีก
“ไม่มีทางอื่นจริงๆเหรอครับ“ปรเมษถามขึ้นอีกอย่างกังวล
“มีคือเดินเอา แตมันนไกลมากนา ต้องข้ามเขาไป คงใช้เวลาหลายวัน ถ้าหลงทางก็ยิ่งจะไกลเข้าไปใหญ่ แต่ถ้านั่งเรือก็ไม่นาน“เจ้าของบ้านบอกมาอีก
“เอาอย่างนี้ดีมั๊ย ทั้งสองคนพักกับป้าก่อน ดูแม่หนูก็ท่าทางจะไม่ไหว หน้าตาซีดเซียวเชียว แล้วป้าจะหารองเท้าและเสื้อผ้าให้เปลี่ยนด้วย มันจะมืดค่ำแล้วด้วย แล้วพอลุงกลับมาพรุ่งนี้ พวกหนูค่อยออกเดินทางต่อ“เจ้าของบ้านบอกอย่างใจดี
“เอาไงดีล่ะคุณ จะเดินต่อหรือจะพัก“ปรเษเอ่ยถามหญิงสาวอย่างต้องการความเห็น
“ฉันไม่อยากรอ อยากกลับเร็วๆ เป็นห่วงพี่เจด้า ป่านนี้คงร้อนใจมาก“เทียนขวัญบอกอย่างกังวล
“คุณไม่ต้องห่วงทางนั้นเขาหรอก เป็นห่วงตัวคุณเองก่อนเถอะ ผมว่าเราพักก่อนก็ดีนะ ดูคุณก็จะไม่ไหวจริงๆ ผมก็ขี้เกียจแบกคุณแล้วด้วย“ปรเมษบอกอย่างยิ้มๆ
“นี่คุณ….”
“เอาเป็นว่าผมกับแฟน ตกลงขอพักกับป้าก่อนนะครับ รบกวนด้วยนะครับ“ปรเมษบอกกับเจ้าของบ้านอย่างยิ้มๆ พลางแกล้งเอามือโอบเอวของหญิงสาวอย่างย่ามใจ เลยโดนหยิงสาวหยิกที่แขนเข้าให้เป็นการเอาคืน
“ไม่ได้รบกวนหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นเอง เดี๋ยวรอป้าตรงนี้ก่อนนะ ป้าจะไปเอาเสื้อผ้ามาให้“เจ้าของบ้านบอกมาอย่างใจดี พลางหันหลังเดินหายเข้าไปในบ้านหลังเล็ก
“นี่คุณ อย่ามาทำเป็นฉวยโอกาสกับฉันนะ ฉันไม่ชอบ“หญิงสาวเริ่มแหวอย่างโกรธๆ แล้วก็ทำตาดุขึ้นมาอีก
“ผมไม่ได้ฉวยโอกาส แค่อยากจะทำให้มันเนียนเท่านั้นเอง ผมกลัวป้าจะไม่เชื่อ“ปรเมษบอกมาอีก อย่างอารมณ์ดี
“ไม่ต้องมาแก้ตัว ฉันไม่หลงกลคนอย่างคุณ แล้วอย่าลืมสัญญาที่คุณให้ไว้ล่ะ ว่าจะไม่“ หญิงสาวยังแหวต่ออย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมกับทวงสัญญา
“คุณนี่นะ ทำไมมันดื้อขนาดนี้ ผมอุตส่าห์ดีกับคุณ แบกคุณมาตั้งไกล เหนื่อยก็เหนื่อย แทนที่จะเห็นความดี กลับกลายเป็นทำคุณบูชาโทษไปซะงั้น แล้วเรื่องสัญญา ไม่ต้องทวง ผมจำได้ ผมแค่อยากให้คุณลืมมันซักครู่ได้มั๊ย“ปรเมษบอกมาด้วยเสียงเข้ม หงุดหงิดขึ้นมาทันที ที่อีกฝ่ายสาวทำท่าเหมือนกับรังเกียจ แล้วก็เดินผละห่างออกจากหญิงสาวไปยังลำธารอย่างโกรธๆ ปล่อยให้หญิงสาวยืนหน้าสลด มองตามด้วยความเสียใจที่เธอทำร้ายจิตใจเขา
“อ้าว แล้วสามีหนูไปไหนซะล่ะ ป้าเอาเสื้อผ้ามาให้ แล้วนี่ก็รองเท้าหนู มันเก่าไปหน่อย แต่คงพอแก้ขัดได้ “ เจ้าของบ้านบอก พลางยื่นของให้
"ขอบคุณมากๆนะคะป้า ป้าดีกับเราสองคนมาก“เทียนขวัญเอ่ยขอบคุณกับเจ้าของบ้านอย่างนอบน้อม พร้อมกับยื่นมือไปรับของมา
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ ไปอาบน้ำอาบท่าที่ลำธารให้สดชื่นก่อนนะ แล้วป้าจะเตรียมทำกับข้าวไว้รอ“ เจ้าของบ้านเอ่ยขึ้นอีก พร้อมกับหันหลังเดินหายไปทางหลังบ้าน
ส่วนหญิงสาวก็เริ่มสอดส่ายสายตา มองหาชายหนุ่ม ที่เดินหนีไปด้วยความโกรธ แล้วก็ออกเดินไปตามทางที่เธอเห็นชายหนุ่มเดินหายไป

“เป็นผู้ชายตัวโต ทำไมใจเสาะจัง แค่นี้ก็ต้องโกรธด้วย“เทียนขวัญเอ่ยขึ้น เมื่อมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังของชายหนุ่ม ที่กำลังยืนกอดอกนิ่งๆมองน้ำที่ไหลไปตามลำธารอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่นั้น
“ไม่ต้องมาพูด เอาเป็นว่า ผมจะทำตามสัญญา จะไม่เข้าไกล้คุณ ตามที่คุณกลัว พอใจรึยัง"ชายหนุ่มบอกขึ้นอีกอย่างยังไม่หายโกรธ พลางยกมือขึ้นถอดเสื้อ พร้อมกับโยนเสื้อตัวนั้นลงบนพื้นด้านหน้าหญิงสาว แล้วเดินตรงลงไปยังลำธารเพื่ออาบน้ำ ทำเอาอีกฝ่ายต้องรีบหันหน้าหนี แล้วยืนกัดริมฝีปากอย่างหงุดหงิดอยู่ข้างหลัง
“ก็ได้ คนบ้า อยากงอนก็งอนไป ใครจะง้อ ฉันแค่เอาของมาให้ แล้วก็จะมาบอกคุณว่า อาบน้ำเสร็จ ป้าแกเชิญทานข้าวเย็นด้วย เชอะ“หญิงสาวตะโกนไล่หลัง พลางวางเสื้อผ้าไว้ให้ชายหนุ่มอย่างกระแทกกระทั้น แล้วรีบสะบัดหน้าเดินหอบเสื้อผ้าหายไปยังอีกด้านของลำธารเช่นกัน
ทั้งสองต่างใช้เวลาอาบน้ำอย่างผ่อนคลายโดยที่ไม่รู้ว่า มีชายสองคนกำลังคุยอยู่กับหญิงสูงวัยเจ้าของบ้าน แล้วก็เดินหายไปอีกด้านของลำธาร

“เอ้า กลับมาแล้วเหรอ ป้ากำลังเป็นห่วงและก็จะไปตามอยู่พอดี ไอ้เมฆกับไอ้เพิ่ม มันมาถามหาคนสองคน“เจ้าของบ้านบอกมาด้วยเสียงตระหนก
“เหรอคะป้า แล้วป้าตอบมันไปว่ายังไงคะ“เทียนขวัญถามกลับอย่างตกใจ หน้าตาซีดด้วยความกลัว ขยับเข้าไปไกล้ชายหนุ่มอย่างต้องการที่คุ้มภัย
“ป้าเดาว่ามันคงกำลังตามหาคุณทั้งสองคน ป้าเลยโกหกให้มันตามไปอีกด้าน ไอ้สองคนนี่มันเป็นนักเลงหัวไม้ มันสองคนไม่ได้มาดีแน่นอน“เจ้าของบ้านบอกด้วยเสียงกังวล
“ขอบคุณมากๆนะครับที่ช่วยเราสองคน แล้วจะเอายังไงต่อดี“ปรเมษเอ่ยขอบคุณกับเจ้าของบ้าน แล้วก็ทำท่าทางครุ่นคิด
“ป้าเตรียมของและก็อาหารไว้ให้แล้ว คุณสองคนไปพักที่กระท่อมของลูกชายป้าก่อนนะ ก่อนที่พวกนั้นมันจะสงสัยและกลับมาอีก เดี๋ยวป้าจะบอกทางให้ แล้วพรุ่งนี้พอลุงกลับมา ป้าจะให้ลุงตามไปนะ“หญิงสูงวัยบอกมาอย่างใจดี พลางยื่นถุงสัมภาระให้กับชายหนุ่ม พลางเดินนำหน้าทั้งสองคนไปทางด้านหลังบ้าน
“ขอบคุณป้ามากๆนะครับ เอาไว้ผมจะกลับมาตอบแทนบุญคุณป้านะครับ“ปรเมษบอกขอบคุณเจ้าของบ้านอีกอย่างซาบซึ้ง พลางมองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง
“ไป รีบไปกันเถอะ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องมาตอบแทนบุญคุณอะไรป้าด้วย ป้าจะกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวพวกมันจะสงสัย“เจ้าของบ้านบอกอีก พร้อมกับรีบเดินหายกลับไปยังบ้านทันที
“ไปเถอะคุณ ฉันกลัว ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว“ เทียนขวัญรีบเดินนำหน้าชายหนุ่มไปตามทางที่เจ้าของบ้านบอกอย่างร้อนรน โดยมีชายหนุ่มเดินตามไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน


ทั้งสองเดินมาถึงกระท่อมเล็กๆที่มีระเบียงแคบๆอยู่ด้านหน้า และมีประตูเปิดเข้าไปยังด้านใน ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ ที่มีหมอนและเสื่อปูอยู่บนพื้น พอที่จะใช้เป็นที่นอนได้สำหรับสองคนพอดี ปรเมษรีบรื้อของออกจากกระเป๋าที่เจ้าของบ้านให้มา ซึ่งมีปิ่นโตอาหาร น้ำสองขวดและตะเกียงเจ้าพายุอันเล็ก 1 อัน แล้วก็ผ้าห่มอีก 1 ผืน และก็มีมุ้งอีก 1 หลังด้วย
“มาคุณ รีบกินข้าวซะสิ จะได้รีบนอนเอาแรง “ชายหนุ่มบอกพร้อมกับยื่นปิ่นโตให้กับหญิงสาว และจุดตะเกียงวางไว้ แล้วหยิบมุ้งกับผ้าห่มลุกเดินไปยังมุมห้อง
“แล้วคุณล่ะ จะไม่กินด้วยกันเหรอ“หญิงสาวถามกลับอย่างเป็นห่วงอีกฝ่าย ขณะที่รับปิ่นโตมาเปิดสำรวจอาหารข้างในด้วยความหิว
“คุณกินไปก่อน ขอผมกางมุ้งและก็ปูที่นอนให้เรียบร้อยก่อน“ชายหนุ่มบอกมาด้วยเสียงเรียบ พร้อมกับเอามือปัดทำความสะอาดที่เสื่อ และวางผ้าห่มลง แล้วทำท่าจะกางมุ้ง แต่ก็ยืนเก้ๆกังๆ จนอีกฝ่ายทนไม่ได้
“มานี่ ฉันทำเอง“ หญิงสาวบอกขึ้น ขณะที่ผละจากปิ่นโต แล้วลุกขึ้นเดินไปดึงมุ้งมาจากมือชายหนุ่ม มากางจนเสร็จเรียบร้อยอย่างคล่องแคล่ว แล้วก็พับชายเก็บไว้ด้านบนอย่างเรียบร้อยด้วย เพื่อให้มีที่ว่างในการกินอาหารด้วย
“คุณนี่เก่งนะ กางมุ้งก็เป็นด้วยแฮะ“ ชายหนุ่มบอก ขณะที่ยืนมองหญิงสาวทำงานอย่างคล่องแคล่วนั้น
“แค่กางมุ้ง ฉันไม่ได้เก่งหรอก เรื่องง่ายๆแค่นี้เอง คุณอย่าลืมสิว่า ฉันมันคนบ้านนอก"หหญิงสาวบอก พลางเดินลากเท้ากลับมานั่งจัดการเปิดปิ่นโตกับข้าว แล้วก็ส่งอาหารให้กับชายหนุ่มที่ตามมานั่งข้างๆด้วย
ทั้งสองต่างกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยเงียบๆ โดยไม่มีใครปริปากพูดกันเลย

จนกระทั่งมื้ออาหารผ่านไป
เทียนขวัญเริ่มมีอาการอึดอัด เพราะที่นอนมันแคบนิดเดียว เธอเริ่มมองซ้ายมองขวาอย่างหาทางออกให้กับตัวเอง
“คุณไม่ต้องกังวล ผมจะไปนอนข้างนอกเอง“ชายหนุ่มบอกอย่างรู้ทัน พลางทำท่าจะเดินออกจากห้องไป
“ไม่ต้อง นอนด้วยกันในนี้ก็ได้ ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่วอกแวกและก็เอ่อ…“เทียนขวัญบอกเสียงอ่อย พลางเอามือบางดึงแขนรั้งชายหนุ่มไว้
“ผมบอกแล้วไง ว่าผมจะไม่เข้าไกล้คุณ ตามที่สัญญาไว้ คุณไม่ต้องกลัว“ชายหนุ่มบอกมาเสียงเรียบอีก พลางปรายตามองมือบางที่ยังคงดึงแขนแข็งแรงของเขาอยู่ ทำเอาอีกฝ่ายรีบปล่อยมือออกอย่างเก้อๆทันที
“ฉันรู้ แต่คุณอย่าออกไปนอนข้างนอกเลยนะ เดี๋ยวยุงกัดตายกันพอดี อีกอย่างคุณจะหาว่าฉันใจดำและก็ แล้งน้ำใจอีก“หญิงสาวบอกเสียงเรียบมาเช่นกันอย่างกลัวเสียฟอร์ม
“ถ้าคุณกลัวเรื่องนั้น ก็ไม่ต้องลำบากหรอก ผมเข้าใจ“ชายหนุ่มบอกมาอีกเสียงเข้มขึ้น หน้าเริ่มตึง พลางก้าวขาจะเดินออกจากห้องไปอีก
“ก็ได้ๆ ฉันยอมแล้ว ฉันขอโทษ คุณนอนในนี้ด้วยกันนะ คนละฝั่ง ไม่งั้น ฉันจะออกไปนอนข้างนอกเอง“ หญิงสาวบอกเสียงเข้มขึ้นเช่นกัน พลางทำท่าจะก้าวออกไปข้างนอกเช่นกัน
“คุณนี่ มัน…”ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างเข่นเขี้ยว พร้อมกับดึงแขนนุ่มไว้ แล้วดึงร่างบาง ให้หันมาเผชิญหน้ากันในระยะกระชั้นชิด เพ่งมองดวงตากลมโต ที่กำลังมองตอบเขาเช่นกัน สายตาชายหนุ่มไล่ลงไปตามสันจมูกโด่งรั้น แก้มนวลน่ารัก ที่บัดนี้กำลังแดงขึ้นมา เพราะถูกสายตาคมของเขามอง ริมฝีปากอิ่มเต็ม ที่โดนเจ้าตัวขบเอาไว้ มันช่างน่ามองและก็เย้ายวนเขายิ่งนัก สายตาของเขา ยังมองเลยมาถึงแอ่งชีพจร ที่ตอนนี้หัวใจกำลังเต้นตุบๆ และเสื้อคอกระเช้าตัวโคล่งที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าข้างในมันโล่งโจ้งแค่ไหน อกตูมของเธอมันพุ่งดันเสื้อออกมา เล่นเอาคนมองถึงกับสายตาไหววูบ หัวใจกระตุก ความเป็นชายของเขาเริ่มตื่นตัวขึ้นมาทันที จนรู้สึกร้อนไปหมด จนเขาต้องทำเป็นเสไปมองผ้าสิ้นของป้าเจ้าของบ้านที่เจ้าตัวกำลังสวมอยู่แทน แล้วเขาก็ตัดใจ ดึงอีกฝ่าย ให้กลับไปนั่งทรุดตัวลงอีกมุม แล้วตัวเขาเองก็หันไปดึงชายมุ้งให้ตกลงลงมา แล้วเดินมาเอนตัวลงนอนกับพื้นไม้ไผ่แข็งๆอีกมุมหนึ่ง และหลับตานิ่ง แกล้งทำเป็นไม่สนใจอีกฝ่าย
“แล้วคุณจะนอนยังไง ผ้าห่มล่ะ“หญิงสาวพูดขึ้นอย่างเป็นห่วงอีกฝ่าย พลางจัดหมอนกับผ้าห่มให้เข้าที่
“ไม่เป็นไร นอนเถอะ เดี๋ยวผมจะดับตะเกียงแล้ว“ชายหนุ่มบอกเสียงเข้ม พลางสะกดกลั้นความเป็นชายของตัวเองลง แล้วหันไปดับตะเกียง และก็พลิกหันหลังให้กับร่างบางทันที


ฝ่ายเทียนขวัญก็ล้มตัวลงนอนใต้ผ้าห่มอย่างเหนื่อยล้า และก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังคงนอนลืมตาโพลง
อยู่ในความมืด และกำลังใช้ความคิดอย่างเงียบๆกับตัวเอง
นี่เขาเป็นอะไรไป ทำไมต้องมาหวั่นไหวกับยัยเด็กตัวแสบคนนี้ แล้วทำไมเขาต้องมีความรู้สึกต้องการในตัวเธอมากขนาดนี้ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปรเมษกำลังพยายามข่มตาหลับอย่างยากลำบาก เพื่อที่จะได้ลืมความคิดบ้าๆนี่ให้ได้



“ยายจ๋า ช่วยเทียนด้วย เทียนกลัว“ เสียงของเทียนขวัญเอ่ยขึ้นเสียงสั่นในความมืด ปลุกปรเมษให้ตื่นขึ้นในกลางดึก หลังจากที่ชายหนุ่มเพิ่งผล็อยหลับไปได้ไม่นาน
“คุณ เป็นอะไรรึเปล่า“ ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเบา แต่ไม่มีการตอบรับจากอีกฝ่าย จะมีก็แต่เสียงดิ้นขลุกขลักเหมือนคนกำลังดิ้นต่อสู้อะไรอยู่
ชายหนุ่มรีบลุกขึ้น แล้วเดินไปจุดตะเกียง และรีบขยับเข้าไปไกล้ร่างบางที่ยังคงนอนหลับตา แต่กำลังเอามือทั้งสองข้างพยายามปัดป้องอะไรอยู่
“คุณ คุณเป็นอะไร ฝันร้ายรึเปล่า“ชายหนุ่มถามขึ้น พลางจับมือทั้งสองข้างและพยายามเขย่าร่างบางเพื่อปลุกให้ตื่น ร่างบางหยุดดิ้น แต่ยังคงไม่ตื่น ได้แต่นอนนิ่ง ปรเมษเอามือแตะหน้าผากมนของหญิงสาว แล้วก็ก้มลงไปมองหน้าสวยและริมฝีปากอิ่มเต็ม ที่บัดนี้แดงก่ำเพราะพิษไข้นั่นเอง ตัวของเธอร้อนไปหมด ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าสวย หันมองไปรอบๆแล้วก็ตัดสินใจถอดเสื้อของตัวเองออก แล้วฉวยเอาขวดน้ำมาเทใส่เสื้อจนเปียกชุ่ม
“คุณ คุณเป็นไข้ ผมจะเช็ดตัวให้นะ“ปรเมษเอ่ยขึ้นเสียงอ่อนโยน พร้อมกับเอาเสื้อเปียกบรรจงเช็ดที่ใบหน้า ลำคอ และแขนขาของหญิงสาว อย่างทนุถนอม ด้วยความรู้สึกกังวลเป็นห่วงหญิงสาวไปด้วย แล้วก็หยุด ชะงักมือ หันไปมองหน้าอกของเธอ ที่มันดันเสื้อพุ่งออกมาอยู่ตรงหน้าอย่างตัดสินใจ แล้วชายหนุ่มก็ใช้มือ ที่ถือเสื้อเปียกๆตัวนั้นล้วงเข้าไปข้างในเสื้อตัวหลวมนั้น เพื่อเช็ดเนื้อตัวด้านในให้กับหญิงสาว จนความเป็นชายของชายหนุ่มมันตื่นตัวขึ้นมาอีก หลังจากที่มันถูกข่มให้หายไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่เอง ชายหนุ่มพยายามข่มใจ วนมือเช็ดไปมาอยู่ภายใต้เสื้อตัวนั้นต่อไป จนมันเปียกไปหมด แล้วก็หยุดอีก ละมือออกจากร่างบางที่ยังคงนอนนิ่งอยู่อย่างนั้น แล้วก็หันไปดึงผ้าห่มมาคลุมให้หญิงสาวจนถึงลำคอ แล้วก็พยายามถอดเสื้อที่เธอสวมอยู่ออกให้ เพราะถ้าขืนปล่อยไว้แบบนั้น มีหวังเธอได้เป็นปวดบวมแน่ๆ พอถอดเสื้อให้อีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็หันหลังกลับไปนอนเบิกตาโพลงอยู่อีกฝั่ง เช่นเดิม


“หนาวๆ ยายจ๋าช่วยเทียนด้วย เทียนหนาว“เสียงหญิงสาวเอ่ยขึ้นเสียงสั่นอีก ทำเอาอีก่ฝ่ายรีบหันไปมองร่างบาง ที่กำลังพยายามงอตัวเพื่อหาความอบอุ่นอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางนั่น
“คุณ หนาวเหรอ“ชายหนุ่มกระซิบเบาๆ พลางช่วยขยับผ้าห่มคลุมให้กับหญิงสาวให้มากขึ้น แต่ร่างบางก็ยังคงสั่นและละเมออยู่อย่างนั้น
จนในที่สุด ชายหนุ่มก็ตัดสินใจสอดตัวเองเข้าไปใต้ผ้าห่มด้วย
และคว้าเอาตัวหญิงสาวเข้ามากอด เพื่อให้ความอบอุ่น อกนุ่มเปล่าเปลือยของหญิงสาว แนบเข้าไปกับอกแข็งแรงเปล่าเปลือยของเขาจนแนบชิด จนรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นของมันและไออุ่นของกันและกัน จนร่างบางเริ่มเงียบและก็ไม่สั่นอีกแล้ว และยังขยับมากอดร่างแข็งแรงแน่นมากขึ้นไปอีก ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับนอนตาเบิกโพลงและกัดฟันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความต้องการของตัวเองอยู่ข้างๆอย่างยากเย็น ทั้งสองนอนกอดก่ายกันอยู่แบบนั้นจนกระทั่งค่ำคืนนั้นผ่านไป



แสงจ้าที่สาดส่องเข้ามาในห้อง ปลุกให้เทียนขวัญตื่น แล้วก็ลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ แล้วก็มาสะดุดอยู่กับร่างอุ่นที่แนบชิดหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆเธอ
“กรี๊ดๆๆ คุณ คนบ้า คุณทำอะไรของคุณ“ เทียนขวัญร้องขึ้นเสียงดังอย่างตื่นตระหนก พลางพยายามดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเอง เธอตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองกำลังนอนกอดอยู่กับปรเมษ แถมเสื้อตัวที่ใส่เมื่อคืนก็ถูกกถอดออกไป แล้วยังชายหนุ่มอีก ก็ไม่ได้สวมเสื้อเช่นกัน
“ผมทำอะไร“ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น หลังจากถูกปลุกจากนิทราอันแสนสุขอย่างงัวเงีย พร้อมกับหรี่ตามองมายังร่างบางที่ตอนนี้ลุกขึ้นนั่ง สายตาโกรธ ดุ ทำท่าพร้อมจะทำร้ายร่างกายเขาให้จงได้
“อ้อเมื่อคืน….”ชายหนุ่มพูด ค้างไว้ พลางหัวเราะหึๆในลำคอ ทำเอาอีกฝ่ายโกรธมากขึ้น กระโจนเข้าไปทุบที่อกของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง
“คุณทำอะไรฉัน คนฉวยโอกาส“หญิงสาวกล่าวหา พร้อมกับรัวมือไปทุบชายหนุ่มอย่างไม่ยั้ง จนอีกฝ่ายหายง่วง แล้วต้องรีบลุกมาปัดป้องอีกฝ่าย
“ผมไม่ได้ทำอะไรคุณ ผมแค่เช็ดตัวให้คุณ คุณเป็นไข้สูงมากเมื่อคืน“ ชายหนุ่มบอก พร้อมกับจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาว
รวบยกขึ้นไปอยู่เหนือศีรษะของเธอ และดันร่างบางให้นอนราบลงกับพื้นลงไปเช่นเดิม และพลิกร่างแข็งแรงมาเกยอยู่บนร่างบางอย่างรวดเร็ว
“ฉันไม่เชื่อ คุณมันไว้ใจไม่ได้ ฮือๆ“ หญิงสาวบอกอย่างเกรี้ยวกราด พลางพยายามดิ้น และใช้ขาทั้งสองข้างเตะทำร้ายเขา จนผ้าห่มที่คลุมอยู่บนหน้าอกพันเข้าที่ขา และก็หลุดร่นลงไปเกาะอยู่ที่เอว จนปทุมถันอันเต่งตึงทั้งคู่ขึ้นมาอวดแก่สายตาอีกฝ่ายอย่างท้าทาย และกำลังกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจของหญิงสาว
ปรเมษเลื่อนสายตาไปมอง จนตาคมเริ่มเปล่งประกายพราวระยิบระยับ แล้วอีกฝ่ายก็ละสายตาขึ้นไปมองหน้าหวาน ที่ตอนนี้เร่มซีดและแดงสลับกันเพราะความอาย ที่อีกฝ่ายได้เห็นร่ายกายอันเกือบเปลือยเปล่าของเธอ
“ผมบอกคุณแล้วไง ว่าผมไม่ได้ทำอะไรคุณ “ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงเบายิ้มๆ พร้อมกับทำตาปรอย และหลุบเปลือกตาลงไปมองที่หน้าอกของเธออีกครั้ง
“คุณ อย่า ได้โปรดเถอะ อย่าทำฉันเลย นะ“หญิงสาวอ้อนวอน เสียงสั่น ทั้งเขิน ทั้งอายและก็กลัวจนไม่รู้จะทำยังไง มือทั้งสองข้างก็ถูกพันธนาการจากอีกฝ่าย โดยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย
“มันสายไปแล้วล่ะ ผมหยุดไม่ได้แล้ว คุณทำตัวเอง คราวนี้จะมาโทษผมไม่ได้นะ เทียนขวัญ“ ชายหนุ่มบอกเสียงเบา พลางเหลือบตาเป็นประกาย ขึ้นไปมองหน้าสวย ที่บัดนี้กำลังหลับตาปี๋ ด้วยความกลัว แล้วก็บรรจงจูบเบาๆที่กลางเนินดอกบัวตูมทั้งสอง
ชายหนุ่มพรมจูบไปรอบๆอย่างอ่อนโยน และก็ลิ้มชิมรสหวานของยอดดอกบัวตูมทั้งสองสลับกันไปมาอย่างย่ามใจ

ทำเอาอีกฝ่ายอ้าปากค้าง รู้สึกชาวูบไปทั่วสรรพางค์กาย มือไม้สั่นไปหมด ร่างบางเริ่มอ่อนระทวย อยู่ไต้อกกว้างอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง ชายหนุ่มจึงวกขึ้นไปจูบปากนุ่มหวานของอีกฝ่ายอย่างซาบซ่าน เนิ่นนาน จนพอใจ แล้วก็เลื่อนใบหน้าคม มาหยุดซบนิ่งอยู่กับอกนุ่มของหญิงสาวอยู่นาน อย่างพยายามหักห้ามใจ

แล้วทันใดนั้น ชายหนุ่มก็ผละห่างออกจากร่างบาง ที่กำลังสั่นระทวยอยู่ แล้วหันไปหยิบเสื้อมาโยนให้ร่างบาง ที่บัดนี้นอนนิ่งอย่างขวยเขิน หลับตาพริ้มอยู่

“รีบแต่งตัวซะ ถ้าไม่อยากให้ผมทำอะไรมากไปกว่านี้“ปรเมษบอกเสียงเข้ม พลางรีบเดินสาวเท้ายาวๆออกจากห้องไป ปล่อยให้ร่างบางลุกขึ้น แล้วรีบหยิบเสื้อและดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของตัวเองไว้อย่างงงๆ

จบตอนค่ะ
ติดตามอ่าน ตอนที่ 10 เร็วๆนี้นะคะ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านผลงานของน้องใหม่ และก็เชิญติชมได้ตามสบายนะคะ




Create Date : 14 กรกฎาคม 2554
Last Update : 14 กรกฎาคม 2554 2:29:48 น.
Counter : 4155 Pageviews.

4 comments
  
รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
โดย: wendyandbas วันที่: 16 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:27:23 น.
  
อ้าววววว!!!ทำงี้ได้ไงมาหลอกให้อยากแล้วก็จากไป
โดย: Lady Banna IP: 80.133.120.48 วันที่: 17 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:06:37 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ โอ้โห ขยันพิมพ์จังค่ะ
ยโสธรนี่อยู่อำเภออะไรคะ พอดีแม่เป็นคนอำเภอเลิงนกทาค่ะ
โดย: purplesnow วันที่: 27 สิงหาคม 2555 เวลา:3:20:13 น.
  
เมื่อไหรตอนใหม่จะลงน๊าาาาาา รออ่านอยู่น่ะ
โดย: หอมแดง IP: 110.49.251.51 วันที่: 23 กันยายน 2555 เวลา:12:52:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา