มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
22
23
24
25
26
27
30
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 7
รักร้ายๆ ของนายจอมหยิ่ง
ตอนที่ 7

“พี่ลีน่าไม่ต้องมาพูด ริดาบอกให้ทำอะไรก็ทำตามแล้วกัน จะโกหกว่าริดาป่วย ไม่สบาย เป็นไข้ เป็นหวัดก็ว่าไป แต่ให้ตายยังไงริดาก็ไม่ไป ริดาจะไปกระบี่บ่ายนี้แล้ว“ ชาริดาที่อยู่ในชุดนอนบางกรุยกราย ผมเผ้ายุ่งเหยิง นอนอยู่บนเตียง กล่าวอย่างฉุนเฉียวกับผู้จัดการส่วนตัว ที่มีท่าทางตุ้งติ้ง แบบสาวประเภทสองเช่นเดียวกับเจด้า
“คุณน้องริดาขา พี่จะบ้าตายแล้วนะคะ ทำไมทำแบบนี้ รับงานเค้าแล้ว จะมาเบี้ยวเอาดื้อ ๆแบบนี้เสียชื่อแย่นะคะ พรุ่งนี้คงได้ขึ้นหน้าหนึ่งอีกแล้ว ช่วงนี้คุณน้องเป็นอะไรคะ หงุดหงิดแล้วก็พาลเสียงานบ่อยๆ อีกหน่อยใครเค้าจะมาจ้าง“ ลีน่าบอกอย่างหงุดหงิดที่ชาริดาเล่นแง่ และให้เธอยกเลิกงานบ่อยๆ จนโดนเจ้าของงานตำหนิและมีข่าวเสียหายขึ้นหน้าหนึ่งเป็นประจำ
“ช่างหัวใครสิ ริดาไม่แคร์ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง อีกอย่างถึงไม่มีคนจ้างก็ไม่เป็นไร เงินทองที่ริดามี ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมดหรอกค่ะ“ชาริดากล่าวต่ออย่างไม่แยแส ยังคงนอนหลับตาอย่างสบาย ไม่สนใจผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนหน้าหงิกอยู่หน้าเตียง
“พี่ก็รู้ว่าคุณน้องน่ะมีกินมีใช้ไปตลอดชาติ แต่พี่นี่สิคะ คนบ้านนอกคอกนา ไม่มีงานก็ไม่มีเงินนะคะ คุณน้องขา“ลีน่ากล่าวต่ออย่างประชดประชัน
“เรื่องนั้นพี่ไม่ต้องห่วง ริดามีงานใหม่ให้พี่ช่วย ถ้าสำเร็จ ริดาจะจ่ายพี่อย่างงามเลยล่ะค่ะ“ชาริดากล่าวต่ออย่างมีเลศนัย
“งานอะไรเหรอค่ะ ถ้ามีเงินให้เนี่ย พี่ยินดีพลีกายถวายหัวเลยล่ะค่ะ คุณน้องขา“ลีน่าถามต่ออย่างอยากรู้ ตาลุกวาวขึ้นมาทันที
“เอาเป็นว่าพี่ลีน่าเตรียมตัวไปกระบี่กับริดาบ่ายนี้เลยนะคะ เดี๋ยวริดาจะเล่ารายละเอียดให้ฟังทีหลัง รับรองพี่ต้องปลื้มแน่นอน แต่ตอนนี้พี่ลีน่าไปจัดการตามที่ริดาบอกก่อนดีกว่านะคะ “ชาริดาบอกต่อ พลางพลิกหันหลัง หลับตา ไล่ลีน่าออกจากห้องกรายๆ
“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ ว่าแต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นคราวนี้ คุณน้องช่วยรับหน้ากับนักข่าวด้วยนะคะ เพราะพี่เอาหน้าของพี่ไปรับแทนคุณน้องมาซะจนมันจะด้านไปหมดแล้ว“ลีน่าบอกมาอีก พลางเดินออกจากห้องนอนของชาริดาไป ปล่อยให้ชาริดานอนยิ้มอย่างมีความหวังอยู่เพียงลำพัง
“ปรเมษ คุณจะได้รู้ ว่าชาริดา ไม่ใช่คนที่คุณจะปฏิเสธได้ง่ายๆ“ ชาริดาพูดกับตัวเอง พลางทำหน้ามุ่งมั่น อย่างเย่อหยิ่ง



“ตายแล้ว ๆ ทำยังไงล่ะคะที่นี้ จนป่านนี้แล้วยังตามหาตัวคุณปรเมษกับน้องเทียนไม่เจอเลย ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง“ เจด้าโวยวายอย่างกังวลใจกับทุกคน ที่ตอนนี้มารวมตัวกันอยู่ที่ห้องทำงานของทอม เพื่อติดตามข่าว การติดตามหาปรเมษกับเทียนขวัญ และก็ได้รับรู้ว่าตามหาคนทั้งคู่ยังไม่เจอ
“ใจเย็นๆนะครับ ถ้าวันนี้ยังตามไม่เจอ ผมจะแจ้งความทันที“ทอมกล่าวขึ้นด้วยเสียงเหน่อๆ ด้วยสีหน้ากังวลเช่นกัน
“ว๊ายๆไม่ได้นะคะ จะแจ้งความไม่ได้นะคะ แบบนี้คุณน้องเทียนของดิฉันก็เสียชื่อแย่สิคะ ไม่มีทางอื่นเลยเหรอคะ“เจด้าถามต่ออย่างสงสัย
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ผมให้จะทางสารวัตรช่วยปิดข่าวให้ด้วย รับรองคุณเทียนขวัญไม่เสียชื่อแน่นอน“ทอมกล่าวต่ออย่างมั่นใจและเข้าใจ
ทุกคนต่างนั่งมองหน้ากันด้วยสีหน้าวิตกกังวล แล้วทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของทอมก็ดังขึ้น และเจ้าตัวก็กดรับสาย
“ครับ ใช่ครับ “ ทอมพูดกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์
“ขอบคุณมากนะครับ แล้วผมจะรีบไป“ทอมพูดขึ้นอีก พร้อมกับกดวางสายโทรศัพท์
“ได้เรื่องแล้วครับ มีคนพบโทรศัพท์ของปรเมษตกอยู่ที่ชายหาดไม่ไกลจากรีสอร์ทเท่าไร“ทอมบอกกับทุกๆคนอย่างดีใจ
“ไปทรงพล ไปกับพ่อ ส่วนทุกคนรอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะครับ“ ทอมบอกพร้อมกับเดินนำทรงพลออกจากห้องไป


ทางด้านปรเมษกับเทียนขวัญ ทั้งสองถูกนำตัวมาจับมัดไว้บนเก้าอี้ และนั่งหันหลังชนกัน อยู่ในกระท่อมร้าง ห้องแคบๆ มีเสียงคนคุยกันเสียงดัง เหมือนกำลังเมาอยู่ด้านนอกของห้อง
“นี่ฉันอยู่ที่ไหน“ เทียนขวัญเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังจากตื่นขึ้นด้วยอาการสะลึมสะลือจากฤทธิ์ของยาสลบที่เธอดมเข้าไป
“ผมจะไปรู้ได้ยังไง ผมก็ถูกมัดอยู่กับคุณตลอด“ ปรเมษเอ่ยตอบด้วยเสียงเรียบ เขาตื่นนานแล้วและกำลังตั้งใจฟังบทสนทนาของคนที่อยู่ด้านนอก ที่ยังคงคุยกันอย่างออกรส โดยไม่รู้ว่ามีเขาตื่นขึ้นมาตั้งใจฟังตั้งนานแล้ว
“แล้วพวกมันเป็นใคร ทำไมจับเรามาแบบนี้“เทียนขวัญยังซักต่ออย่างสงสัย ด้วยสีหน้ากังวล
“อย่าเพิ่งซักอะไรมากได้ไหม ผมกำลังฟังพวกมันคุยกันอยู่ เงียบได้แล้ว“ชายหนุ่มเอ็ดหญิงสาวเอา ที่เธอยังคงยิงคำถามมาเป็นชุด
“ไม่ต้องมาออกคำสั่ง ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ“หญิงสาวแหวกลับเสียงค่อนข้างดัง ด้วยความโมโหที่โดนชายหนุ่มเอ็ดเหมือนเธอเป็นเด็กๆ
“นี่คุณ ถ้าคุณอยากรู้ว่าพวกมันเป็นใคร แล้วก็อยากจะหนีออกจากที่นี่ ก็เงียบซะ หรือว่าคุณอยากจะเป็นเมียโจรอยู่ในป่านี่ ก็เชิญคุณแหกปากต่อไปได้เลย “ปรเมษขู่เสียงเบาๆ ทำเอาคนข้างๆหุบปากเงียบ หน้าซีดเพราะความกลัวขึ้นมาทันที
“พี่ ข้าขอถามหน่อยได้มั๊ย ว่านายให้เราจับสองคนนั่นมาทำไม“ เสียงคนขัางนอกถามขึ้นเสียงดังลอดเข้ามาในห้อง
“แกจะอยากรู้ไปทำไมวะ มันเรื่องของนายเขา นายสั่งยังไงก็ทำตามไปสิวะ“ชายอีกคนบอกขึ้นเสียงดังเช่นกัน
“แต่พี่บอกนายรึยัง ว่าเราไม่ได้จับมาคนเดียว แต่เราเอาตัวนังผู้หญิงสวยคนนั้นมาด้วย“ชายคนเดิมถามขึ้นอย่างสงสัย
“ยัง ข้าไม่โง่หรอก ขืนบอกไป โดนนายเอาตายแน่ คนอย่างนายบัญชาอำมหิตมาก เอ็งก็รู้ไม่ใช่เหรอ อย่ามามัวแต่ถามข้าเลย ไป แกออกไปเอาข้าวมาให้พวกมันก่อน ข้าจะงีบซักหน่อย ดื่มมาทั้งคืน เหนื่อยเป็นบ้าเลย“ชายอีกคนบอกออกมา พร้อมทั้งเอ่ยชื่อถึงคนบงการ ทำเอาคนที่แอบบฟังอยู่ข้างในถึงกับหูผึ่งและตาเบิกกว้าง และก็มีเสียงฝีเท้าคนเดินห่างออกไปและทุกอย่างก็เงียบลง
“ที่แท้ก็คุณอาบัญชานี่เอง“ปรเมษรำพึงกับตัวเองเบาๆ พลางขมวดคิ้วเข้มอย่างสงสัย
“นายบัญชานี่ใครเหรอ แล้วเค้าจับพวกเรามาทำไม แล้ว….” เทียนขวัญยิงคำถามขึ้นมาทันที
“พอๆ บอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ เรามาหาทางช่วยกันคิดก่อนดีกว่าว่าจะทำยังไงถึงจะหนีได้“ ชายหนุ่มบอกเสียงเบามาอีก พลางสอดส่ายสายตาหันไปรอบๆห้อง แล้วก็ยิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นตะเกียงที่ยังคงมีประกายไฟติดอยู่ในห้องนั้นด้วย
“คุณ เห็นตะเกียงนั่นไหม“ ปรเมษถามหญิงสาวอย่างระมัดระวัง
“เห็นสิ ฉันไม่ได้ตาบอดนี่ แล้วทำไมเหรอ“หญิงสาวตอบมาเสียงเบา
“คุณนี่นอกจากจะไม่ฉลาดแล้วยังซื่อบื้ออีกนะ“ ปรเมษพูดหมิ่นหญิงสาวขึ้นมาอีก
“นี่คุณ ถ้าปากดีอย่างนี้ ก็ไม่ต้องมาพูดกัน“ เทียนขวัญกล่าวเสียงกระแทกกลับมาอย่างไม่พอใจ
“ก็ได้ๆ เอาเป็นว่าเราจะสงบศึกกันก่อน ทีนี้คุณฟังผมให้ดีๆนะ คุณต้องช่วยผม ล่อไอ้คนที่อยู่ข้างนอกนั่น ให้มันไม่สนใจผม แล้วผมจะจัดการทุกอย่างเอง หน้าที่คุณคือทำยังไงก็ได้ให้มันสนใจแต่คุณเท่านั้น“ชายหนุ่มบอกแผนของเขาเสียงเบาๆต่อ
“แล้วจะให้ฉันทำยังไง ฉันไม่เคยล่อเสือล่อโจรนะ“หญิงสาวกล่าวอย่างหวาดๆ
“เอ้าคุณเป็นนักแสดงไม่ใช่เหรอ ก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์หน่อยสิ หรือว่าไม่อยากหนี หรือว่ามันจะจริงที่เค้าว่ากันว่า พวกดารานี่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ“ปรเมษบอกมาอีก
“ก็ได้ แล้วนายคอยดูนะ ว่าคนอย่างฉันเหยียบขี้ไก่ฝ่อรึเปล่า“หญิงสาวกล่าวขึ้น ด้วยใบหน้ายิ้มอย่างถือดี
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย“ หญิงสาวร้องเสียงดัง ทันทีที่เธอพูดจบ ทำเอาปรเมษที่นั่งอยู่ข้างๆตกใจ หน้าเครียดขึ้นมาทันที
ได้ผล เสียงประตูเปิดผลัวะเข้ามาจากทางด้านนอก โดยผู้ชายตัวใหญ่ หน้าดุ หนวดเครารุงรัง ผมเผ้ายุ่งเหยิง มายืนอยู่ที่ประตู
“มีอะไรเหรอ แหกปากร้องทำไม นังคนสวย“ ชายดังกล่าวเอ่ยขึ้น ทั้งๆที่ยังสะลึมสะลือ
“พี่ชายฉันปวดฉี่ อยากเข้าห้องน้ำ แล้วฉันก็ไม่อยากอยู่ในนี้กับนายคนนี้ ฉันอยากออกไปอยู่กับพี่ดีกว่า“ หญิงสาวกล่าวตอบออกไปอย่างอ้อนๆ ทำเอาปรเมษหน้าขึงอย่างไม่พอใจขึ้นมาทันที
“อยู่ในนี้มันอึดอัด เหม็นหน้าคน พี่ชายช่วยแก้มัดให้ฉันหน่อย นะ นะ“เทียนขวัญอ้อนต่อ ขณะที่ปรเมษนั่งนิ่งหน้าตึงฟังหญิงสาวแขวะอย่างอดทนอยู่ข้างๆ
“เอ็งนี่ก็ฉลาดเหมือนกันนะน้องสาว มาเดี๋ยวพี่แก้มัดให้ จะได้ออกไปทำอะไรสนุกๆกับพี่ข้างนอก"ชายคนเดิมกล่าวขึ้น ยิ้มอย่างย่ามใจ ทำตาเป็นประกาย และเดินเข้ามาแก้มัดให้หญิงสาวทันที
“ส่วนแกอยู่ที่นี่ไปก่อน รอนายของข้ามาจัดการกับแก หึ หึ“ ชายผู้นั้นบอกกับชายหนุ่มอย่างเยาะเย้ยสะใจ ขณะที่ปรเมษยังคงเงียบอยู่เช่นเดิม
“ไปๆพี่ รีบหน่อย ฉันปวดฉี่จนจะอั้นไม่ไหวอยู่แล้ว“เทียนขวัญบอก พลางแกล้งเกาะแขนชายแปลกหน้า ยิ้มอ้อน แล้วดึงชายคนนั้นออกจากประตูห้องไป

ทางด้านปรเมษ ชายหนุ่มรอจนแน่ใจว่าทั้งสองคนเดินห่างกระท่อมออกไป ก็ขยับเก้าอี้ให้เลื่อนเข้าไปหาตะเกียงที่อยู่ไม่ไกลนัก และเหมือนกับโชคเข้าข้างชายหนุ่ม ที่มือของเขาไม่ได้ถูกผูกยึดติดกับเก้าอี้แล้ว และปมมัดก็คลายไว้แล้ว คงเป็นตอนที่ชายผู้นั้นแก้มัดให้กับเทียนขวัญ และลืมดูว่ามือเขากับหญิงสาวนั้นถูกผูกด้วยปมเดียวกัน
ชายหนุ่มรีบเอามือออกจากห่วงของเชือกเส้นใหญ่ และรีบแก้มัดที่เท้าทั้งสองข้างของเขา และลุกขึ้นยืนสะบัดเท้าและคออย่างเมื่อยขบ ก่อนที่จะหันไปจับตะเกียง แล้วเอาตะเกียงไปจุดไฟเผากระท่อม จนเปลวไฟลุกโชนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วชายหนุ่มก็รีบวิ่งออกมาด้านนอกของกระท่อม และตามเทียนขวัญไปอย่างรวดเร็ว
พอชายหนุ่มย่องเข้าไปไกล้ทั้งสองคน ปรเมษก็เอาไม้ท่อนใหญ่ตีเข้าที่ท้ายทอยของชายคนนั้น ที่กำลังย่ามสามขุมเข้าหาเทียนขวัญ เข้าอย่างหนักหน่วง จนชายคนนั้นสลบแน่นิ่งไป แล้วชายหนุ่มก็ฉวยข้อมือเทียนขวัญ พาวิ่งหนีออกจากที่แห่งนั้นอย่างรวดเร็ว สวนกับชายอีกคนที่ถือถุงข้าวกลับมาด้วยหน้าตาตื่นตกใจ ที่เห็นเปลวไฟกำลังลุกโหมไหม้กระท่อม
“เฮ่ย มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง พี่ๆตื่นได้แล้ว ไอ้สองคนนั้นมันหนีไปแล้ว เร็วๆตามพวกมันไป“ชายดังกล่าวเอ่ยขึ้น พลางหยิบปืนที่คาดอยู่ที่เอวขึ้นมา พร้อมกับเขย่าปลุกให้ชายอีกคนลุกขึ้น แล้วรีบวิ่งตามปรเมษกับเทียนขวัญไปทันที


“เบาๆหน่อยสิคุณ จะรีบไปไหน ฉันไม่ไหวแล้วนะ“เทียนขวัญเอ่ยขึ้นเสียงหอบ ขณะที่เริ่มชะลอฝีเท้าลงช้าๆอย่างเมื่อยล้า
“ไม่ได้นะคุณ อดทนอีกหน่อย เราจะหยุดตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวพวกมันตามมาทัน“ปรเมษกล่าวขึ้นเสียงเข้ม พลางดึงหญิงสาวให้วิ่งต่อ
“ฉันไม่ไหวจริงๆขอพักหน่อย นะๆ ฉันจะเป็นลมแล้ว“หญิงสาวบอก พลางทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจแรง อย่างคนจะเป็นลมจริงๆ
“คุณนี่ ทีเรื่องอื่นล่ะทำเป็นเก่ง วิ่งแค่นี้ทำเป็นเหนื่อย อย่ามาทำเป็นสำออยตอนนี้นะ“ปรเมษทำเสียงดุมาอีก พลางทำหน้าครุ่นคิด
ทำเอาอีกฝ่ายโกรธขึ้นมาทันที
“เอางี้คุณขี่หลังผมไปแล้วกัน ผมจะแบกคุณไปเอง ไม่งั้นพวกมันตามมาคุณไม่รอดแน่“ปรเมษบอกเสียงจริงจัง พลางย่อตัวลงข้างหญิงสาว ทำท่าเตรียมพร้อม
“ไม่ต้อง คุณไปคนเดียวของคุณเถอะ ถ้าให้ชั้นขี่หลังคุณ ฉันยอมรอพวกมันอยู่ที่นี่ดีกว่า“เทียนขวัญพูดเสียงสูงอย่างโกรธๆ พลางเชิดหน้า
“เป็นบ้าอะไรของคุณอีกล่ะ นี่มันไม่ใช่เวลาเล่นนะคุณดารา“ปรเมษแหวอย่างโกรธๆ ที่หญิงสาวกำลังเล่นแง่
“ฉันไม่ได้เล่น ฉันเอาจริง ฉันยอมตาย ดีกว่าจะยอมให้คุณดูถูกแบบนี้“หญิงสาวพูดขึ้นมาอีกทั้งๆที่ยังคงเชิดหน้าอยู่เหมือนเดิม
“โธ่เว๊ย ตั้งแต่เกิดมา ผมยังไม่เคยเห็นใครดื้อเท่าคุณมาก่อนเลย“ปรเมษตวาดเสียงสูงอย่างโกรธจัด
“ฉันก็ยังไม่เคยเห็นใคร ที่ชอบดูถูกผู้หญิงเหมือนคุณมาก่อนเหมือนกัน“ หญิงสาวตอกกลับเสียงสูงเช่นกัน
“ตกลงคุณจะไม่ยอมทำตามที่ผมบอกใช่ไหม“ปรเมษถามเสียงรอดไรฟัน พลางหรี่ตามองหญิงสาวที่ยังคงเชิดหน้านิ่ง แล้วเขาก็ตัดสินใจ ก้มไปช้อนตัวหญิงสาวขึ้นพาดบ่าแล้ว ออกเดินไปอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยฉันนะ ชั้นบอกแล้วว่าฉันไม่ไปกับคุณ ฉันเกลียดคุณ“เทียนขวัญบอกอย่างโกรธจัด พร้อมทั้งเอามือทุบข้างหลังของชายหนุ่มอย่างโกรธแค้น
“ดี ยิ่งคุณเกลียดผมเท่าไหร่ ผมยิ่งชอบ แล้วก็หยุดทุบผมได้แล้ว ไม่งั้นผมจะโยนคุณลงไปเดี๋ยวนี“ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงเข้ม ขณะที่มาหยุดยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน ที่มีน้ำตกไหลยาวเป็นทางลงไปยังแอ่งน้ำด้านล่างอย่างน่ากลัว
ทำเอาคนที่กำลังทุบเขาอยู่ชะงัก เงียบและหยุดทุบเขาทันที แล้วเปลี่ยนเป็นหน้าซีดด้วยความกลัวว่าจะถูกชายหนุ่มโยนลงไปจริงๆ
“แกสองคนจะหนีไปไหน ร้ายนักนะ ดูสิว่าทีนี้จะหนีไปไหนรอด“ชายคนนั้น เอ่ยขึ้นเสียงดัง ขณะที่มายืนอยู่ข้างหลังปรเมษกับหญิงสาว พร้อมกับเล็งปืนมาที่ทั้งสองคน หน้าเครียด ตาดุ
ปรเมษชะงัก หันไปสบตากับเทียนขวัญที่ยืนหน้าซีดด้วยความหวาดกลัวอยู่ข้างๆ แล้วชายหนุ่มก็ค่อยๆหันไปดึงเทียนขวัญมายืนข้างหลังเขาอย่างช้าๆ
“อย่าทำอะไรผู้หญิง ปล่อยเธอไป เธอไม่เกี่ยว ถ้าจะทำอะไร ทำฉันคนเดียว“ ปรเมษบอกอย่างต้องการปกป้องหญิงสาว พร้อมทั้งสอดส่ายสายตาหาลู่ทางหนีไปด้วย
“ไม่ได้ นังคนสวยมันเห็นหน้าข้าทั้งสองคนแล้ว จะปล่อยมันไปไม่ได้ แล้วอย่าคิดว่าจะกระโดดลงไปล่ะ หน้าผาสูงขนาดนี้ แกสองคนไม่มีทางรอด“ชายอีกคนที่โดนปรเมษตีจนสลบ เป็นผู้กล่าวขึ้น เมื่อตามมาถึง พร้อมกับย่างสามขุมเข้ามาหาคนทั้งคู่ ขณะที่ปรเมษตัดสินใจหันหลังคว้ามือดึงเทียนขวัญ พากระโดดลงไปจากหน้าผ้าด้วย อย่างรวดเร็ว เทียนขวัญกรีดร้องเสียงดัง ชายอีกคนทำท่าจะยิงหญิงสาวกับชายหนุ่มทั้งสอง แต่โดยชายอีกคนปัดมือห้ามไว้
“ไม่ต้องไปยิงพวกมันหรอก รับรองพวกมันไม่รอดแน่นอน ดีซะอีก พอมีคนเจอศพพวกมัน เค้าจะได้คิดว่าพวกมันจมน้ำตายเอง เรารีบไปรายงานเอาความดีความชอบกับนายกันเถอะ“ ชายคนเดิมกล่าวขึ้นอีก พลางยิ้มเยาะแล้วหันหลังกลับ เดินนำออกจากที่เกิดเหตุไป


“ทำไมทำแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร“ชาริดา โวยวายเสียงดังอย่างขัดใจ กับพนักงานต้อนรับของรีสอร์ท จนแขกคนอื่นที่อยู่บริเวณล๊อบบี้ต่างหันมามอง
“รู้ค่ะ คุณชาริดา ทางเราต้องขอโทษจริงๆนะคะ คือทางรีสอร์ทของเรามีลูกค้าจองห้องพักเต็มทั้งเดือนเลยค่ะ“พนักงานสาวที่อยู่ในชุดไทยเรียบร้อย บอกอย่างสุภาพกับชาริดาและลีน่า
“ตามผู้จัดการมาพบฉันด้วย ฉันมีเรื่องจะร้องเรียน อ้อ อีกอย่างจำใส่สมองโง่ๆของพวกเธอไว้ด้วยนะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของคุณปรเมษ ลูกชายของเจ้าของรีสอร์ทแห่งนี้ ถ้าพวกเธอยังไม่รีบหาห้องพักให้ฉัน พวกเธอเตรียมหางานใหม่ได้เลย“ชาริดาบอกต่ออย่างถือดี พลางเดินลงส้นหนักๆไปนั่งบนเก้าอี้รับแขกของล๊อบบี้ อย่างกระแทกกระทั้น ขณะที่พนักงานสาวรับคำเสียงอ่อย แล้วก็รีบกุลีกุจอไปต่อสายโทรศัพท์ทันที
“คุณน้องขา ใจเย็นดีกว่ามั๊ยคะ เค้าคงไม่มีห้องว่างจริงๆล่ะนะคะ เรามาแบบด่วนๆไม่ได้แจ้งเค้าไว้ล่วงหน้าแบบนี้ พี่ว่าเดี๋ยวก็เกิดเรื่องอีกนะคะ“ลีน่าเตือนหญิงสาว อย่างคนมีประสบการณ์ และรู้เท่าทันโลกมากกว่า
“ริดาไม่แคร์ค่ะ คอยดูนะ ถ้าคุณปรเมษมา ริดาจะวีนให้นังพวกนั้นกระเจิงไปแลย“ชาริดาวีนต่อ อย่างไม่ใส่ใจคำเตือนของลีน่าเลย จนอีกฝ่ายได้แต่นั่งถอนใจอย่างปลงๆ

“โอ๊ย แล้วนี่ตาฝรั่งแก่ที่ไหนอีกล่ะคะเนี่ย มาจ้องอยู่ได้ น่ารำคาญ“ ชาริดาบ่นกับลีน่าอย่างขัดใจ พลางใช้สายตาดูหมิ่น มองไปยังชายต่างชาติสูงอายุที่กำลังมองมาที่เธอและกำลังเดินตรงมาที่โต๊ะของพวกเธอด้วย
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้คุณสองคนรอนาน พอดีทางรีสอร์ทของเรามีปัญหานิดหน่อย ไม่สามารถที่จะจัดห้องพักให้คุณสองคนได้จริงๆ ตามที่พนักงานของเราแจ้งคุณไปแล้ว แต่ทางเรายินดีให้รถของทางรีสอร์ท ไปส่งคุณสองคนที่รีสอร์ทที่อยู่ไกล้ๆกัน และขอรับรองว่าสถานที่กับการบริการไม่แพ้กันแน่นอนครับ“ทอม เอ่ยขึ้นกับทั้งสองด้วยเสียงเหน่อของเขากับคนทั้งสองอย่างสุภาพ หลังจากที่บังเอิญเดินผ่านมาที่ล๊อบบี้ แล้วได้รับทราบปัญหาจากพนักงานต้อนรับ ทำเอาชาริดายิ้มในหน้าอย่างผู้ชนะ และหันไปสบตากับลีน่าที่นั่งหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ
“เออ พูดแบบนี้มันค่อยน่าฟังหน่อย แล้วคุณเป็นใครไม่ทราบ“ชาริดายิงคำถามต่อทันที อย่างไม่ฟังที่ลีน่าทำท่าทักท้วงเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง
“ผม ทอม เจสัน เมเนเจอร์ของที่นี่ครับ เห็นทางพนักงานบอกว่าคุณเป็นเพื่อนกับลูกชายของผมใช่มั๊ยครับ“ ทอม ยังคงกล่าวตอบกับชาริดาอย่างสุภาพเหมือนเดิม ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับตาเบิกกว้างอย่างตกใจ และยิ้มหน้าเจื่อนไปทันที
“ที่แท้คนกันเองนะคะ คุณพ่อ ริดาก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะคะ แต่ทางพนักงานของคุณพ่อน่ะสิคะ ไม่บอกเหตุผลอะไรเลย ถ้าบอกซะตั้งแต่แรก ว่าห้องพักถูกจองเต็มหมดแล้ว เราก็เข้าใจนะคะ จริงมั๊ยคะพี่ลีน่า“ ชาริดา เปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมทั้งแกล้งโยนความผิดให้กับพนักงานทันที
“ค่ะ จริงค่ะ“ ลีน่าจำเป็นต้องฝืนรับคำตามน้ำ ด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนไปด้วย
“งั้นเป็นอันว่า ผมจะให้รถของทางรีสอร์ทไปส่งคุณทั้งสองนะครับ เชิญทางนี้ครับ“ทอม บอกออกมา ยิ้มๆ พลางทำท่าผายมือเชื้อเชิญบุคคลทั้งสอง และเดินนำไปที่รถตู้ ที่บัดนี้มาจอดรอทั้งสองอยู่หน้าล๊อบบี้แล้ว
“ขอบคุณค่ะ“ชาริดา กล่าวขอบคุณอย่างอ่อนน้อม และยิ้มเจื่อนๆให้กับทอม ผู้เป็นบิดาของปรเมษ ขณะที่เดินขึ้นไปนั่งบนรถและมีลีน่าตามขึ้นมาด้วย พร้อมกับพนักงานขับรถปิดประตู แล้วรีบวิ่งอ้อมมาประจำที่คนขับและขับรถพาคนทั้งสองห่างออกมาจากตัวรีสอร์ท
“ตายๆ ทีนี้จะทำยังไงล่ะคะ พี่ลีน่า ทำไมไม่บอกกันมั่งเลย ว่าฝรั่งคนนั้นน่ะ เป็นพ่อของคุณปรเมษ“ชาริดาต่อว่าผู้จัดการส่วนตัวเธอทันที ที่รถเคลื่อนออกมาจากรีสอร์ทพอสมควร
“แหม คุณน้องขา พี่ทั้งสะกิด ทั้งขยิบตาให้คุณน้อง จนตาพี่จะบอดอยู่แล้วนะคะ คุณน้องก็เอาแต่จ้อ ไม่ฟังพี่เลย จะมาโทษพี่ไม่ได้นะคะ“ ลีน่ากล่าวอย่างขัดใจที่ถูกชาริดาตำหนิเอา
“ไม่รู้ล่ะค่ะ ริดาจ้างพี่ให้มาเป็นผู้ช่วยนะคะ พี่ก็ต้องทำหน้าที่ของพี่ให้ดีสิคะ“ชาริดา ยังคงต่อว่าอย่างไม่ยอมรับผิด
“ค่ะ คุณน้องขา เอาเป็นว่าพี่ผิดแล้วกันนะคะ คราวหน้าพี่จะหาวิธีบอกคุณน้องให้ดีกว่านี้นะคะ“ลีน่าตอบรับคำ พลางทำปากขมุบขมิบอย่างเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมเหวี่ยงของชาริดา แต่ก็ต้องอดทน เพราะเธอยังต้องพึ่งพาชาริดาอยู่
“แบบนี้สิคะ ถึงจะเรียกว่า พี่ลีน่าของริดา“ ชาริดาทำเป็นอ้อน แล้วหันไปยิ้มอย่างพอใจกับตนเอง ขณะที่รถตู้พาคนทั้งคู่เลี้ยวเข้าไปในบริเวณรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ที่อยู่ไม่ไกลจากรีสอร์ทของบิดาปรเมษนัก

จบตอนค่ะ
ติดตามอ่าน ตอนที่ 8 เร็วๆนี้นะคะ

ขอขอบคุณที่เข้ามาอ่านผลงานของน้องใหม่และเชิญติชมได้ตามสบายนะคะ



Create Date : 29 มิถุนายน 2554
Last Update : 29 มิถุนายน 2554 21:36:44 น.
Counter : 450 Pageviews.

5 comments
  
สนุกมาค่ะ รอลุ้นว่าเมื่อใหรพระกะนางเขาจาตกหลุมรักกันซะทีอิอิ
โดย: Lady Banna IP: 79.211.247.115 วันที่: 30 มิถุนายน 2554 เวลา:4:39:30 น.
  
ลุ้น ๆๆๆ คะ รอตอนต่อไปนะคะ มาไวๆ นะคะ
โดย: wendyandbas วันที่: 30 มิถุนายน 2554 เวลา:14:28:39 น.
  
สนุกมากๆเลยค่ะ รอดูผลงานอยู่ค่ะ
โดย: ปรวตรี IP: 125.24.36.237 วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:17:20:32 น.
  
ตอนต่อไปยังไม่มาอ่ะ รอ รอ รอ
โดย: wendyandbas วันที่: 6 กรกฎาคม 2554 เวลา:18:52:16 น.
  
ขอขอบคุณทุกๆคนมากๆนะคะ ที่ตามให้กำลังตลอด
และก็ต้องขอโทษด้วยที่อัพช้า
วันนี้อัพตอนที่ 8 แล้วนะคะ
โดย: เรไรไอด้า วันที่: 9 กรกฎาคม 2554 เวลา:6:35:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา