มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
17
19
20
22
23
24
25
26
27
30
 
 
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง ตอนที่ 4
รักร้ายๆของนายจอมหยิ่ง


ตอนที่ 4

“ค่ะ คุณยาย เทียนก็คิดถึงคุณยายเช่นกันค่ะ ฝากบอกพ่อกับแม่ด้วยนะคะ ว่าถ้าเทียนว่างเมื่อไหร่ เทียนจะกลับไปเยี่ยม ทันที แค่นี้ก่อนนะคะ คุณยายรักษาสุขภาพด้วยนะคะ“ เทียนขวัญพูดกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์มือถือเครื่องบางอย่างเศร้าๆ พร้อมทั้งกดวางสายและนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงแบบนั้น
“เป็นอะไรไปอีกล่ะคะ น้องเทียน ทำหน้าหงอยๆแบบนี้ เพิ่งโทรหาคุณยายใช่ไหมคะ“ เจด้ากล่าวอย่างเข้าใจ เพราะเจด้ารู้ดีว่า เทียนขวัญรักและคิดถึงครอบครัวของเธอมากแค่ไหน
เทียนขวัญพยักหน้ารับ และยังคงเงียบอยู่อย่างนั้น
“ไม่เป็นไรนะคะ เอาไว้พี่จะหาเวลาว่างให้ แล้วเราค่อยกลับไปเยี่ยม คุณยาย คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องเทียนกันนะคะ พี่จะขับรถพาไปเอง“ เจด้ากล่าวขึ้นอีก พลางเดินเข้ามาโอบกอดหญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง เทียนขวัญโน้มตัวเข้าไปซุกกับอกของเจด้า อย่างหวังให้เธอเป็นที่พึ่ง
“รู้สึกดีขึ้นยังคะ ทีนี้พร้อมที่จะฟังข่าวดีของพี่รึยังเอ่ย“ เจด้าบอก พลางผละห่างออกจากหญิงสาว แล้วยิ้มอย่างมีความสุข
“ค่ะ เทียนไม่เป็นไรแล้ว ข่าวดีอะไรเหรอคะ“ เทียนขวัญถามกลับยิ้มๆ
“มีคนติดต่อให้น้องเทียนของพี่ ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์ของโรงแรม 5 ดาว ชื่อดังน่ะสิคะ“ เจด้าบอกอย่างดีใจ
“โรงแรมอะไรเหรอคะ แล้วเทียนมีเวลาว่างด้วยเหรอคะ“ เทียนขวัญถามกลับอย่างสงสัย
“พี่เห็นว่าช่วงนี้น้องเทียนเหนื่อย มีแต่ออกงานตลอด พี่เลยงดรับงานละครให้ซักพักหนึ่ง เอาเป็นว่าเรารับโปรเจ็คของโรงแรมเจสันนารายณ์นี่ เป็นงานสุดท้ายแล้วกันนะคะ แล้วพี่จะให้น้องเทียนพักยาวเลย เราจะได้ไปหลั่นล้าที่บ้านน้องเทียนกันไงคะ ดีมั๊ยคะ“ เจด้ากล่าวตอบ
“แล้วแต่พี่เจด้า แล้วกันนะคะ เทียนยังไงก็ได้ เทียนเชื่อพี่เจด้าค่ะ“ เทียนขวัญเอ่ยขึ้นอย่างอ้อนๆ
“งั้นเอาเป็นว่า อาทิตย์หน้า เราจะไปพบเจ้าของโปรเจ็คและคุยรายละเอียดของงาน ที่โรงแรมของเค้ากันนะคะ พี่นัดเวลาเอาไว้เรียบร้อยแล้ว งานนี้สงสัยน้องเทียนของพี่จะได้ 8 หลักกระมังคะเนี่ย“ เจด้าบอกอีก พลางเดินออกไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของเทียนขวัญ
“ขอบคุณค่ะพี่เจด้า คงไม่ขนาดมั้งคะ เทียนกะโปโลจะตาย ใครจะมาเสียเงินจ้างขนาดนั้น“ เทียนขวัญพูดถ่อมตัว ทั้งที่ความจริง เธอเป็นคนที่สวยมาก รูปร่างของเธอสูงโปร่ง ผิวขาวอมชมพ พวงแก้มสีเรื่ออย่างเป็นธรรมชาติ ริมฝีปากอิ่มเต็มและคิ้วสวยรับกับดวงตากลมโตที่มีขนตาหนางอน
จมูกโด่งรั้นน่ารัก ผมยาวดำขลับสลวยที่ยาวลงมาถึงกลางหลัง ทุกอย่างที่ประกอบกันเป็นเธอ มันดูสวยงาม อ่อนหวาน อย่างที่ผู้หญิงหลายๆคนอยากมี แต่เทียนขวัญไม่เคยหลงตัวเอง และไม่เคยคิดว่าตัวเธอเองอยู่เหนือคนอื่นเลย
“แต่ถ้าได้ก็ดีสิคะ เทียนจะได้เอาเงินก้อนนี้ไปทำตามความฝันของเทียนซะที“ หญิงสาวกล่าวขึ้นอีก ด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างมีความสุข
“จ้ะ งั้นก็พักผ่อนซะนะ จะได้สวยๆ ตาจะได้ไม่เป็นแพนด้าไงคะ พอถึงเวลาอาหารเย็น แล้วพี่จะเข้ามาปลุกนะคะ“ เจด้าบอกพร้อมกับปิดประตู และเดินออกจากห้องของหญิงสาวไป ปล่อยให้เทียนขวัญนอนหลับตาพลิ้มอย่างมีความสุขอยู่บนเตียง



ปรเมษในชุดเสื้อผ้าไหมไทย สีฟ้าอ่อน กางเกงขายาวสีเทา นั่งอ่านรายงานประกอบการประจำเดือนของโรงแรมที่ทรงพลนำมาวางไว้ให้ อย่างตั้งใจอยู่เงียบๆ
“สวัสดีค่ะ คุณปรเมษ จำริดาได้ใช่มั๊ยคะ“ ชาริดาในชุดเดรสสีม่วงลายจุด สั้นเหนือเข่า เอ่ยทักขึ้น ขณะที่เธอยืนปรากฎตัว อยู่หน้าโต๊ะทำงานของปรเมษแล้ว
“ครับ จำได้ครับ คุณมีธุระอะไรรึเปล่าครับ“ ปรเมษเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ
“พอดีริดา เพิ่งรู้ว่าคุณเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของที่นี่ ริดาเลยแวะมาทักทายโดยไม่ได้นัดล่วงหน้าน่ะค่ะ คุณปรเมษรังเกียจรึเปล่าคะ“ ชาริดากล่าวตอบ พร้อมกับเดินเข้ามาโน้มตัวไกล้กับโต๊ะทำงานของชายหนุ่มให้มากขึ้น
“ ก็ไม่ได้รังเกียจหรอกครับ แต่ตอนนี้ผมไม่สะดวก กำลังยุ่งมาก เอาไว้วันหลังแล้วกันนะครับ“ ปรเมษบอก พลางยื่นมือไปกดเครื่องติดต่อภายใน อย่างไม่สนใจชาริดาที่ยืนก้มอยู่ไกล้ๆ
“ทรงพล ที่ประชุมพร้อมแล้วใช่มั๊ย เดี๋ยวฉันออกไป“ ปรเมษกรอกเสียงลงไป และละมืออกจากเครื่องติดต่อภายใน โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบรับกลับมา
“ผมขอตัวก่อนนะครับ มีประชุม สวัสดีครับ“ปรเมษเอ่ยตัดบทขึ้นอีก พลางลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้ชาริดา ยืนงง หน้าเจื่อนอยู่ในห้องเพียงลำพัง
“คอยดูนะ คุณปรเมษ คุณจะไปไหนรอด หยิ่งๆแบบนี้ ริดาชอบ“ ชาริดา รำพึงให้คำมั่นกับตัวเอง พร้อมทั้งกัดฟัน กำมือแน่น ก่อนที่จะสะบัดตัว เดินออกจากห้องไปอย่างเจ็บใจ ที่เธอถูกปรเมษทำท่าทางเมินเฉยใส่



“อู๊ยๆ น้องเทียนดูสิคะ ล็อบบี้ของที่นี่ เค้าจัดได้เลิศหรูอลังการณ์ดีจังเลยนะคะ“ เจด้ากล่าวขึ้น กับเทียนขวัญ ขณะที่ทั้งสองเดินเข้ามาถึงบริเวณล๊อบบี้ของโรงแรมเจสันนารายณ์ ตามเวลานัดหมาย
“ค่ะ ก็สวยดีนะคะ ดูเป็นแบบไทยๆดี“ เทียนขวัญตอบกลับยิ้มๆ พลางเหลียวมองความสวยงามของสถานที่แห่งนั้นอย่างทึ่งๆ
“เนี่ยถ้าพี่ได้แต่งงานกับผู้ชายในฝันของพี่นะคะ พี่จะมาจัดที่นี่ล่ะ คงเลิศน่าดู เมื่อไหร่น๊า เจ้าชายของพี่จะมาเกิดซักที“ เจด้ากล่าวขึ้นอีก พร้อมยกมือมากุมไว้ข้างหน้า และทำหน้าอย่างกับกำลังฝันหวาน
“ขอโทษนะคะ คุณเจด้ากับคุณเทียนขวัญใช่มั๊ยครับ“ ทรงพลเอ่ยทักขึ้น หลังจากที่ยืนดูทั้งสองมาซักพักหนึ่งแล้ว
“ ค่ะ สวยขนาดนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกนะคะ นอกจากเราสองคน“ เจด้าพูดตอบ อย่างเล่นๆ พลางมองทรงพลอย่างยิ้มๆ
“ผม ทรงพลครับ ส่วนนี่ กุ๊กไก่ครับ คนที่จะทำหน้าที่ดูแลคุณทั้งสองคนครับ“ ทรงพลแนะนำตัวเอง และหญิงสาวร่างบาง ตัวเล็ก ผมสั้น ใส่แว่น ท่าทางคล่องแคล่ว ที่ยืนอยู่ข้างๆเขาและกำลังยิ้มให้กับทั้งสองอย่างเป็นมิตร
“สวัสดีค่ะ เทียนจำคุณได้นะคะ ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับวันนั้นที่ร้านอาหาร“ เทียนขวัญกล่าวขึ้นกับทรงพล พร้อมทั้งยิ้มให้กับเค้าอย่างจริงใจและเผื่อแผ่ไปถึงกุ๊กไก่ด้วย
“เชิญทางนี้เลยนะคะ ปกติกุ๊กไก่จะเป็นคนดูแลคุณเทียนเวลาทำงาน แต่วันนี้บอสใหญ่ท่านอยากคุยกับคุณสองคนก่อนน่ะค่ะ“ กุ๊กไก่เดินนำเจด้ากับเทียนขวัญ ผ่านล๊อบบี้เข้าไปยังลิฟต์สำหรับผู้บริหารและพนักงาน โดยมีทรงพลเดินตามเข้าไปด้วย
จนกระทั่ง ลิฟต์พาทั้งสี่คนมาหยุดอยู่ที่ชั้นเกือบสูงสุดของตึก
พอประตูลิฟต์เปิดออก ทรงพลก็เดินนำทุกคนเข้าไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องที่อยู่ด้านในสุดของทางเดิน
“คุณเจด้ากับคุณเทียนขวัญมาถึงแล้วครับบอส“ ทรงพลพูดเสียงดังผ่านประตูหลังจากเคาะประตูบานใหญ่ แล้วก็ผลักประตูให้เปิดออก
“เชิญคุณทั้งสองคนด้านในได้เลยครับ บอสรออยู่“ ทรงพลพูดขึ้นอีก


เจด้ากับเทียนขวัญเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ที่ด้านข้างของโต๊ะ มีผู้ชายใส่สูทสีเข้มยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ผู้ชายตัวสูงผมสีเข้มที่ได้รับการตัดแต่งอย่างเข้ารูป แผ่นหลังกว้าง หันหลังให้กับทั้งสอง
“สวัสดีครับคุณเจด้า และคุณเทียนขวัญ“ ปรเมษกล่าวทักพร้อมกับหันหน้ากลับมาเผชิญหน้ากับเจด้าและเทียนขวัญ และโค้งให้อย่างสุภาพ
ฝ่ายเจด้ากับเทียนขวัญเมื่อเห็นใบหน้าชัดๆของชายหนุ่ม ถึงกับตะลึงกันทั้งคู่ เจด้าตะลึงในความหล่อของปรเมษ ส่วนเทียนขวัญนั้นเธอตะลึงเพราะความคาดไม่ถึงและตกใจ ที่เจ้าของโปรเจคคือปรเมษผู้ชายที่เธอเกลียดขีหน้าอย่างเข้าไส้นั่นเอง
“คุณ นี่คุณอีกแล้วเหรอ“ เทียนขวัญโพล่งขึ้นอย่างประหลาดใจ พลางทำหน้างออย่างไม่พอใจ
“ครับ ผมเองนี่แหละครับ เจอกันตั้งหลายรอบแล้ว ไม่มีโอกาสแนะนำตัวอย่างเป็นทางการซักที วันนี้ผมถือโอกาสเลยแล้วกันนะครับ ผม ปรเมษ เจสัน ผู้บริหารของที่นี่“ ชายหนุ่มสาธยายแบบยิ้มๆ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณปรเมษ ที่แท้ก็คุณนี่เอง แหมเจอกันตั้งนานแล้ว เจด้านึกแล้วเชียว ว่าอย่างคุณเนี่ยต้องไม่ธรรมดา“ เจด้าเอ่ยขึ้นอย่างชื่นชมชายหนุ่ม หน้าตายิ้มระรื่นอย่างออกนอกหน้า ซึ่งต่างจากเทียนขวัญโดยสิ้นเชิง ที่บัดนี้ หน้าของเธอดูจะเคร่งเครียดมากขึ้น ไปอีก
“ครับผมเองนี่ล่ะครับ เชิญคุณทั้งสองนั่งครับ ยืนนานเดี๋ยวเมื่อย แล้วจะรับชาหรือน้ำส้มดีล่ะครับ "ปรเมษกล่าวเชิญอย่างยิ้มๆต่อ
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้อง เพราะฉันกับพี่เจด้าจะกลับเดี๋ยวนี้“ เทียนขวัญกล่าวตัดบทเสียงดัง ทำเอาเจด้าที่กำลังจะนั่งลงตามคำเชิญของชายหนุ่ม ชะงักแล้วหันมามองหญิงสาวอย่างสงสัย
“ทำไมล่ะค่ะ คุณน้องเทียนขา ไม่ลองคุยกับคุณปรเมษดูก่อนเหรอคะ" เจด้ากล่าว พลางยิ้มเจื่อนๆให้กับชายหนุ่ม
"ไม่ล่ะค่ะ เทียนไม่มีอะไรจะคุย กับคนๆนี้ “ เทียนขวัญพูดขึ้นอีกพร้อมกับสะบัดหน้าหนี
“น้องเทียนขาใจเย็นๆสิคะ เดี๋ยวเสียเรื่องนะคะ“ เจด้าพยายามไกล่เกลี่ยให้หญิงสาวใจเย็น
"พี่เจด้าคะ เทียนเชื่อพี่มาตลอด แต่วันนี้ เทียนขอนะคะ“ หญิงสาวบอก พร้อมทั้งหมุนตัวจะเดินออกจากห้องของชายหนุ่ม
“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณเทียนขวัญ อย่าเพิ่งเดินหนีสิครับ คุณยังไม่ทันได้ฟังข้อเสนอของผมเลย“ ปรเมษเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง พร้อมทั้งสาวเท้ายาวๆเดินมาขวางหน้าหญิงสาวไว้
“คุณเจด้าครับ เดี๋ยวผมขอคุยกับคุณเทียนขวัญตามลำพังได้มั๊ยครับ“ ปรเมษบอกเจด้าอย่างสุภาพ พลางยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“ไม่นะคะ พี่เจด้า เทียนไม่คุย“ หญิงสาวพูดตัดบท ขณะที่เจด้ากำลังจะเดินเลี่ยงออกไป
“ผมขอรับรองว่า ผมจะคุยกับน้องเทียนของคุณดีๆนะครับ จะไม่ทำอะไรให้เสียหาย อย่างที่เธอกลัว“ ปรเมษเอ่ยขึ้นยิ้มๆกับเจด้า อย่างต้องการท้าทายเทียนขวัญ
“ฉันไม่ได้กลัวคุณ แต่ไม่ชอบฝืนใจตัวเองทำงานกับคนที่ไม่ชอบเท่านั้น“ เทียนขวัญตอกกลับเสียงสูง อย่างต้องการเอาชนะ
“เอาเป็นว่า คุยกันให้รู้เรื่องนะคะ พี่จะออกไปรออยู่ข้างนอก“ เจด้าพูดขึ้น พร้อมกับเดินเลี่ยงออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“พี่เจด้า รอเทียน….” หญิงสาวร้องเรียกผู้จัดการส่วนตัวเสียงดัง พลางก้าวขาสวยจะเลี่ยงออกไปเช่นกัน ถ้าไม่มีแขนแข็งแรงของชายหนุ่มดึงแขนนุ่มให้หยุด แล้วหันมาเผชิญหน้ากันในระยะกระชั้นชิด ต่างฝ่ายต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน อย่างต้องการเอาชนะทั้งสองฝ่าย
“ปล่อยฉัน“ หญิงสาวพูดเสียงรอดไรฟัน อย่างโกรธๆ พลางพยายามสะบัดแขนออกจากมือของชายหนุ่ม
“โอเคครับ คุณเทียนขวัญ ผมก็ไม่ได้อยากจะแตะคุณนักหรอก“ ชายหนุ่มพูดเยาะเย้ย พร้อมทั้งปล่อยแขนนุ่ม แล้วเดินไปหยุดอยู่หลังโต๊ะทำงานของตน และทรุดตัวลงนั่งอย่างสบาย
“เชิญนั่งก่อนสิครับ หรือว่าจะยืนเชิดหน้าอยู่อย่างนั้น ไม่เมื่อยเหรอครับคุณ“ ชายหนุ่มเกิดรู้สึกสนุกที่จะแหย่ให้หญิงสาวโกรธขึ้นมาอีก
“ไม่ล่ะ ชั้นจะอยู่ไม่นาน มีอะไรก็พูดมา ฉันเสียเวลามามากพอแล้ว“ หญิงสาวกล่าว ทั้งที่ยังยืนหันข้างให้ชายหนุ่มอยู่อย่างนั้น
“ผมจะให้คุณ สิบล้าน ถ้าคุณรับงานชิ้นนี้ แล้วผมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคุณเวลาทำงาน คุณก็ทำงานของคุณ ผมก็ทำงานของผม แฟร์ดีมั๊ยครับ“ ชายหนุ่มยื่นข้อเสนอ พลางมองไปยังหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้านิ่งอยู่ด้านหน้าของเขา
“แต่ถ้าคุณกลัวที่จะร่วมงานกับคนอย่างผม จะปฏิเสธก็ไม่เป็นไรนะครับ ถือซะว่าผมไม่เคยพูดก็แล้วกัน“ ชายหนุ่มกล่าวต่อ พร้อมทั้งลุกขึ้นยืน หันหลังให้กับหญิงสาวอย่างไม่สนใจ
“ก็ได้ ฉันจะรับงานนี้ เพื่อพิสูจน์ให้คุณรู้ว่าชั้นไม่ได้กลัวคนอย่างคุณ แล้วอีกอย่าง เงินที่คุณให้มา ชั้นจะเอาไปบริจาคให้หมด จะไม่เก็บไว้แม้แต่สตางค์แดงเดียว“ หญิงสาวพูดตอบรับ อย่างต้องการเอาชนะ พลางเชิดหน้าขึ้นอีก
“ตามใจคุณสิครับ เงินมันก็เป็นของคุณแล้ว คุณจะเอาไปทำอะไรมันก็เรื่องของคุณ ถึงคุณจะเอาไปโยนทิ้งลงแม่น้ำ ผมจะไปว่าอะไรคุณได้ “ชายหนุ่มพูดต่อ พลางหันกลับมามองหญิงสาว ที่ยังคงไม่ยอมมองหน้าเขา
“แล้วช่วยรักษาคำพูดของคุณด้วยนะคะ ว่าคุณจะไม่ยุ่งเกี่ยวใดๆกับฉันเวลาทำงาน แค่นี้ใช่มั๊ยคะ ถ้างั้นฉันขอตัว“ เทียนขวัญบอก พลางหันหลังจะเดินออกจากห้อง
“เดี๋ยว แล้วเรื่องที่ร้านอาหารเมื่อวันก่อนจะว่ายังไง หรือว่าคุณแกล้งลืม ว่าคุณทำอะไรไว้“ ชายหนุ่มถามอย่างตั้งใจกวน
“ฉันไม่ได้ลืม แต่ฉันถือว่าวันนั้นเราเจ๊ากันไปก็แล้วกันนะคะ คุณบอสใหญ่“ หญิงสาวหันกลับมาเผชิญหน้ามองสบตาชายหนุ่มอย่างเย้ยหยัน พลางยิ้มเยาะ
“อีกอย่าง ต่อไปมีอะไร กรุณาติดต่อผ่านผู้จัดการส่วนตัวของดิฉันด้วยนะคะ จะขอบคุณมาก“ หญิงสาวบอกมาอีก
“ได้ เล่นแบบนี้ก็ได้ โอเคครับ คุณดาราใหญ่ ผมน่ะ ก็มีแค่นี้ล่ะครับ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าผมจะตามตอแยคุณ เพราะผู้หญิงอย่างคุณ ไม่ได้อยู่ในสายตาผมแม้แต่นิดเดียว “ ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงเข้ม พลางหันหลังให้กับหญิงสาว
“ดี จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีๆก็แล้วกัน“ หญิงสาวตอกกลับเสียงเข้มเช่นกัน พลางหันหลังเดินออกจากห้องของชายหนุ่มไปอย่างรวดเร็ว



“พี่เจด้าคะ เรากลับกันเถอะค่ะ“ เทียนขวัญเอ่ยขึ้นกับเจด้า ที่กำลังคุยกับทรงพลและกุ๊กไก่อย่างออกรสออกชาติ หลังจากเดินออกมาจากห้องของปรเมษแล้ว
“เอ้อ ค่ะ คุณน้องเทียน แล้วตกลงว่ายังไงล่ะค่ะ“ เจด้าถามกลับ หลังจากหันมามองหญิงสาวที่มายืนอยู่ด้านหลังของพวกเธอ
“เดี๋ยวเทียนจะเล่าให้ฟังในรถ ขอตัวก่อนนะคะ คุณทรงพล คุณกุ๊กไก่“ เทียนขวัญกว่าวตอบ พร้อมทั้งกล่าวลาทุกคน แล้วเดินนำเจด้าเข้าลิฟต์ไปทันที
“งั้นวันนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนนะคะ เรื่องลายเซ็นต์ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวพี่จัดการให้ค่ะ บ๊ายบายนะคะ“ เจด้าบอกทรงพลและกล่าวลากับคนทั้งสอง ก่อนจะรีบเดินตามเทียนขวัญเข้าไปในลิฟต์ ก่อนที่ประตูจะปิดลง

หลังจากเจด้ากับเทียนขวัญกลับไปแล้ว ทรงพลกับกุ๊กไก่ก็โดนเรียกตัวเข้าพบปรเมษทันที
“อ้อ มาแล้วเหรอ “ ปรเมษเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นทรงพลกับกุ๊กไก่เข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา
“ผมมีเรื่องจะแจ้งให้คุณทั้งสองคนทราบ เอาเรื่องโปรเจ็คของโรงแรมก่อนนะ คุณกุ๊กไก่ คุณดำเนินการต่อได้เลยนะ คุณเทียนขวัญ เธอตกลงรับงานนี้แล้ว ช่วยแจ้งกับผู้จัดการส่วนตัวของเธอด้วย บอกรายละเอียดทุกอย่าง และผมอยากให้เริ่มงานได้เลย ในอาทิตย์หน้า มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ“ ปรเมษบอกกุ๊กไก่อย่างสุภาพ
“ไม่มีปัญหาเลยค่ะ บอส กุ๊กไก่กับทีมงานพร้อมที่จะลุยทุกเมื่ออยู่แล้วค่ะ ว่าแต่สถานที่ที่จะถ่ายทำ ยังเป็นที่เจสันนารายณ์ บีชแอนด์รีสอร์ทอยู่ใช่ไหมคะ“ กุ๊กไก่ถาม หมายถึง รีสอร์ทหรูที่อยู่ที่จังหวัดกระบี่ ที่มีบิดาของชายหนุ่มเป็นผู้บริหารนั่นเอง
“ครับ ยังเป็นที่เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แค่นี้ล่ะครับที่ผมจะแจ้งให้คุรกุ๊กไก่ทราบ แค่นี้ก่อนนะครับ“ ชายหนุ่มบอกและยิ้มให้กับลูกน้องอย่างใจดี
“ค่ะ บอส“ กุ๊กไก่ตอบ พร้อมกับถอยหลัง แล้วเดินออกจากห้องของชายหนุ่มไป
“ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของเราซะทีนะ พล“ ชายหนุ่มกล่าวกับเพื่อน หลังจากที่กุ๊กไก่พ้นประตูออกไปแล้ว
“มีอะไรรึเปล่า อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันตามไปที่กระบี่ด้วย ฉันไม่ว่างนะ นายจำไม่ได้เหรอ ที่ฉันขอลางานกับนาย แล้วนายก็อนุมัติแล้วด้วย อาทิตย์หน้าฉันสัญญาว่าจะพาคุณอ้อไปเที่ยวไว้แล้วด้วย“ ทรงพลกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
“แกไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ฉันไม่ทำให้แกตกที่นั่งลำบากหรอก ฉันรู้ดี แต่ฉันมีข้อเสนอใหม่ให้แก“ ปรเมษกล่าวต่อแบบยิ้มๆ ที่เห็นท่าทางเพื่อนของเขาจะเกรงใจแฟนสาวเอามากๆ
“แล้วข้อเสนออะไรของแกวะ“ ทรงพลเอ่ยถาม อย่างสงสัย
“อาทิตย์หน้าจะเป็นวันเกิดของแม่แก้วของฉัน ฉันจะจัดงานให้แม่ ฉันก็เลยอยากเชิญแกกับคุณอ้อไปร่วมงานด้วย“ ปรเมษบอกอย่างมีความสุข
“แล้วฉันก็อนุญาตให้แกกับคุณอ้อพักที่รีสอร์ทของพ่อได้ตามสบาย ไม่มีชาร์ต แกจะว่าไง“ ปรเมษบอกต่อยิ้มๆ
“ฮื่อ เข้าท่าเหมือนกันนะ ทะเล หาดทรายสวยๆ แถมมีคุณเทียนขวัญอยู่ที่นั่นด้วย คุณอ้อต้องปลื้มแน่ๆเลย และฉันก็ไม่ได้เจอกับแม่แก้วของแกเลยตั้งแต่เรียนจบ จะได้ถือโอกาสไปกราบท่านด้วย“ ทรงพลกล่าวอย่างมีความสุข
“โอเคเพื่อน ไปก็ไป ดีเหมือนกัน เผื่องานนี้คุณอ้อจะยอมใจอ่อน ตกลงแต่งงานกับฉันซะที ขอบใจมากนะเมษ งั้นฉันขอตัวไปโทรบอกข่าวดีกับคุณอ้อก่อนนะ“ ทรงพลตอบรับอย่างดีใจ พร้อมทั้งรีบเดินออกจากห้องของชายหนุ่มไป ปล่อยให้ปรเมษนั่งมองตามหลัง อยู่ที่โต๊ะอย่างเงียบๆ

หลังจากทรงพลพ้นออกจากประตูห้องไปอีกคน ปรเมษก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมากดและรอฟังเสียงจากปลายสาย
“ว่าไงจ๊ะ พ่อลูกชาย ทำไมวันนี้โทรหาแม่ได้“ เสียงตัดพ้อจากปลายสายดังขึ้น
“โถ แม่แก้วครับ ก็ผมงานยุ่งนี่ครับ กว่าจะหาเวลาว่างได้“ ชายหนุ่มทำเสียงอ้อนผู้เป็นมารดา
“จ้ะ พ่อคุณ แล้วมีอะไรรึเปล่า ที่โทรหาแม่นี่น่ะ“ เสียงดวงแก้ว ผู้เป็นมารดาของชายหนุ่มพูดขึ้นอีก
“มีสิครับ ผมมีข่าวดี จะบอกแม่แก้วด้วยครับ คืออาทิตย์หน้าผม….” ชายหนุ่มนั่งคุยโทรศัพท์กับผู้เป็นมารดา อยู่ในห้องทำงานของเขาจนลืมเวลาไปเลย เนื่องจากตั้งแต่ชายหนุ่มกลับมาจากต่างประเทศ ก็เข้ารับงานบริหารต่อเลย ยังไม่ได้มีโอกาสได้พบกับผู้เป็นมารดา มีแค่โทรศัพท์ติดต่อกันบ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น

จบตอนค่ะ
ติดตามอ่านตอนที่ 5 เร็วๆนี้นะคะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของน้องใหม่ เชิญติชมได้ตามสบายนะคะ



Create Date : 21 มิถุนายน 2554
Last Update : 21 มิถุนายน 2554 20:56:07 น.
Counter : 313 Pageviews.

4 comments
  
เชิน=เชิญ “เชินนั่งก่อนสิครับ"
ติดตามอยู่ค่ะเป็นนิยายก่อนนอนแล้วอิอิ
โดย: Lady Banna IP: 79.211.200.83 วันที่: 21 มิถุนายน 2554 เวลา:4:19:47 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ ทักทายค่ะ

แวะชมบล็อกของน้ำชาได้ค่ะ ThaiLand Travel สถานที่ท่องเที่ยว

โดย: nonguide วันที่: 21 มิถุนายน 2554 เวลา:8:35:21 น.
  
ขอขอบคุณ คุณพี่เลดี้บ้านนามากๆนะคะที่แวะมาให้กำลังใจตลอด แถมยังช่วยเช็คตัวสะกดให้ด้วย จขบ ตามไปแก้แล้วนะคะ
และก็ขอขอบคุณคุณ nonguide ด้วยเช่นกันนะคะ ที่แวะมาทักทายอีก
โดย: เรไรไอด้า วันที่: 21 มิถุนายน 2554 เวลา:20:58:28 น.
  
สนุกมากๆเลยค่ะ
โดย: ปรวตรี IP: 101.108.73.248 วันที่: 26 มิถุนายน 2554 เวลา:15:36:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เรไรไอด้า
Location :
ยโสธร  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



บ้านเกิด ยโสธร ส่วนเมืองนอน อเมริกา
งานประจำคือแม่ของลูก


คติประจำใจ :

ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
ขาดเธอ ใช่ว่าฉันจะตาย
ก็แค่ "เสียดาย" เวลา