沒 有 guts 。。。 就 不 能 選 擇 去 自 己 的 路 嗎 ?

Something between Us [End]

[ . . * ~ . . . m Y . . D e A R e S t . . b L o S s O m . . . ~ * . . ]


“เอ้า... Merry Christmas”


จื้อเหลียงเอาของขวัญกล่องโตมาวางใกล้ๆ ทันทีที่ฮยุนจองทิ้งตัวลงบนที่นอนหลังงานคอนเสิร์ตฉลองคริสต์มาสเพิ่งเสร็จสิ้น


“ปีนี้มาแปลกแฮะ... มีของขวัญคริสต์มาสให้ด้วย แต่เอาไว้ค่อยเปิดพรุ่งนี้ได้ไหม คืนนี้ตาฉันจะปิดอยู่แล้ว”


ฮยุนจองพลิกตัวหนีไปอีกด้าน


“ไม่ได้โว้ย เลยคืนนี้ก้อไม่ใช่คริสต์มาสแล้วสิวะ ไอ้หมียักษ์...ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้”


จื้อเหลียงทั้งลากทั้งดึงจนฮยุนจองรำคาญ เขาคงไม่ได้หลับเป็นสุขแน่ ...เอาวะ แกะดูหน่อยก็ได้





“ว๊ากกกกก.... นายเพี้ยนหรือเปล่าเนี่ยะ”


เขาหยิบเสื้อไหมพรมนุ่มสีชมพูอ่อนขึ้นมากาง


O^O;;;


ฮยุนจองมองหน้าจื้อเหลียงอย่างหวาดระแวง


“อย่าบอกว่านายคิดจะสารภาพรักกับฉันในคืนคริสต์มาสอย่างนี้นะ ฉันกลัวนะโว้ย”


จื้อเหลียงเอาหมอนที่อยู่ใกล้มือเขวี้ยงใส่ฮยุนจอง ไอ้หมอนี่ชอบปากเสียอยู่เรื่อย


“ไอ้ปากเปราะ... การ์ดมีอยู่นั่น เบิ่งสองตาของนายดูเสียก่อน”





23 ธันวาคม XX


Merry Christmas

ขอโทษทีนะ นี่เป็นของที่ดีที่สุดที่ฉันพอจะหาได้

ไว้ถ้าคุณลุงหายเป็นปกติเมื่อไหร่ ฉันจะหาของที่ดีกว่านี้ให้คุณนะ



คริสต์มาสปีนี้เป็นอีกปีที่ดีของฉัน

อาการหลังผ่าตัดครั้งล่าสุดของคุณลุงดีขึ้นมาก ฉันอดใจรอคริสต์มาสไม่ไหวก้อเลยเอารูปสเก็ชของคุณลุงที่ฉันเขียนไว้ทั้งหมดให้ท่านดู

HJ…. รอยยิ้มของคุณลุงเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดสำหรับฉันค่ะ



HJ… ของขวัญของคุณสวยถูกใจฉันเหลือเกิน ฉันจะใส่มันในคืนคริสต์มาสนะคะ

HJ คะ ฉันจะได้ยินเสียงคุณกระซิบคำนั้นจริงๆหรือ... ^^


~~ Your Blossom ~~






My Dearest Blossom



....I'm whispering 'Love' in your ears...



~~ HJ ~~




ถ้าจื้อเหลียงรู้ว่าเขาเขียนอะไรอย่างนี้แนบไปกับกล่องกำมะหยี่สีดำเล็กๆที่ยื่นให้เฟลอร์ก่อนออกเดินทาง จะโดนล้อสักเท่าไหร่


เขาเป็นไปได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ อึ๋ยย..... น่าอายชะมัด




“ยิ้มเข้าไปสิ ปากจะฉีกเลยรูหูมั้ยนั่นน่ะ”


จื้อเหลียงขวางตานายหมียิ้มเกินเหตุ


ฮยุนจองสวมสเวตเตอร์สีหวานแล้วลุกไปมองตัวเองในกระจก หมุนซ้ายหมุนขวาหลายรอบแต่คิ้วขมวดก็ยังไม่คลาย


“แกล้งกันชัดๆ”


ปากบ่นพึมอยู่ตลอดเวลา หากแต่ไม่ยอมถอดออกเสียที


จื้อเหลียงหาวอ้าปากกว้าง


“ส่องไปให้ถึงเช้าเลยสิ แต่ฉันขอไปนอนก่อนนะ เหนื่อยจะตายชัก บ้ากับนายไม่ไหวหรอก”


“นายอ่ะนะเหนื่อย ฉันต่างหากที่ต้องพูดคำนี้ ฉันทั้งร้องทั้งเต้นนะโว้ย”


ฮยุนจองได้แต่บ่นกับประตูเพราะคนถูกบ่นเดินออกจากห้องไปแล้วอย่างไม่ใส่ใจ




เขาหันกลับมามองเงาตัวเองในกระจกอีกครั้ง ฮยุนจองยิ้มมุมปาก...นึกถึงเจ้าของสเวตเตอร์แล้วอดเข่นเขี้ยวไม่ได้ ยายบ๊องนี่ต้องแกล้งเขาแน่ เอาเถอะ...ไว้พรุ่งนี้บินกลับไปเจอหน้าค่อยชำระบัญชีกัน





ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก....


ฮยุนจองปิดไฟกลางห้องและกำลังจะล้มตัวลงนอนเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง


ไหนว่าจะไปนอนแล้วไง...ไอ้ผู้จัดการจอมป่วน จะป่วนเขาไปถึงไหนกันนะ...


ฮยุนจองแกล้งตีหน้าบึ้ง ขณะที่มือหมุนลูกบิดประตูและกระชากออกโดยแรง




คนที่ยืนยิ้มกระจ่างตรงหน้าไม่ใช่จื้อเหลียง... แต่เป็นร่างโปร่งบางในกางเกงยีนส์ตัวเก่งและเสวตเตอร์สีชมพูหวานแบบเดียวกับที่เขาสวมอยู่ เพชรเม็ดเล็กสองข้างหูส่องประกายวูบวาบล้อแสงไฟ




“..ฮยุนจอง... เสียงกระซิบเบาจังเลย คุณบอกฉันชัดๆอีกทีได้ไหมคะ”






~ * ~ . . . E n d . . . ~*~


















[ . . * ~ . . . Behide the scene . . . ~ * . . ]






[ . . * ~ . . . P o S t c A r D . . . ~ * . . ]

เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 กุมภาของปี 48 อิคนแต่งมันนั่งสมองกลวงคิดงานไม่ออกอยู่หน้าจอ เหลือบไปเห็นโปสการ์ดว่างเปล่า ก้อคิดว่า..อ๊ะ.. เขียนโปสการ์ดหาตัวเองแก้เซ็ง แต่พอคิดไปคิดมา.. เขียนโปสการ์ดหาตัวเอง ตัวเองก้ออ่านคนเดียวอ่ะ แต่ถ้าเอามาผูกเป็นเรื่องเป็นราวเอาให้เพื่อนอ่านน่าจะดีกว่า


อืม... ผูกเรื่องโดยใช้โปสการ์ดเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างคนสองคน ..เอาอย่างนี้แหละ





[ . . * ~ . . . Z i M b A . . . ~ * . . ]


เฟลอร์ลงชื่อว่า Zimba ด้วยเหตุผลสั้นๆง่าย.. อิคนแต่งมันยังคิดชื่อนางเอกเพราะๆไม่ออก ตอนนั้นเพิ่งได้ OST The Lion King ก่อนหน้าแค่วันเดียว เห่อมากฟังทั้งวันทั้งคืน ..อย่ากระนั้นเลยให้นางเอกลงชื่อ Zimba ซ้า


เรื่องที่ตามมาทีหลังนี่ต้องขอบคุณชื่อ Zimba นี่แหละที่ทำให้เค้าเอามาคิดได้เป็นตุเป็นตะ เป็นตุ๊เป็นต๊ะ ...เพราะตอนที่เขียนเรื่องนี้ให้เพื่อนอ่านน่ะ ปั่นอาทิตย์ต่ออาทิตย์.. สดมั่กมากๆๆๆ พอเขียนจบแล้วเลยต้องรีไรท์อีกเยอะ ...ตอนนี้อุ่นและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้แล้ว ^^"






[ . . * ~ . . . S h I m . . h Y u n . . J o N g . . . ~ * . . ]

จู่ๆเรื่องของอิตี๋สมัยมาจากเหม่ยกั๋วใหม่มันก้อผุดขึ้นมาในหัว ถ้าให้เฟลอร์เป็นแฟนคลับเขียนจดหมายหาศิลปินคนโปรดมันก้อไม่มีความแตกต่าง ..เฟลอร์จึงเขียนโปสการ์ดหาฮยุนจองเพื่อระบายความรู้สึกที่ครั้งหนึ่งเค้าเคยผ่านมาก่อน ถึงแม้ไม่คิดว่าเค้าจะได้อ่าน.. แต่แค่ได้เขียนออกไปก้อช่วยผ่อนคลายความอึดอัดในแต่ละวันไปได้บ้าง

อิคนแต่งมันก้ออึดอัดคิดงานไม่ออก บอกใครก้อไม่ได้... เลยเอาความรู้สึกนี้ใส่หัวนางเอกซะงั้น

ส่วน..ฮยุนจอง.. หยิบโปสการ์ดครั้งแรกเพราะนางเอกของเราฝีมือดีไม่น้อย แล้วโปสการ์ดที่ส่งมาแต่ละครั้งก้อดันประจวบเหมาะกับเรื่องราวของตัวเองเสียทุกครั้งไป เค้าเลยรู้สึกเหมือน Zimba เป็นเพื่อนคนนึง ...ไม่ใช่แฟนคลับที่อาจจะคาดหวังให้เค้าเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ...อันนี้เค้ามะด้ายพาดพิงถึงใครน้า.. แค่จะบอกว่าเมื่อไม่ต้องระวัง เค้าก้อพูดอะไรก้อได้ที่อยากพูดผ่านตัวหนังสือ





ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ติดตามค้าบบ เรื่องหน้ายังเป็นดร๊าฟอยู่เลยอ่ะ ปั่นมะออกซ้ากกกที แต่เค้าจะพยายามน้า ...ขอเวลาหาแรงบันดาลใจอีกนิดนะค้าบบบ ^o^




 

Create Date : 29 เมษายน 2549
1 comments
Last Update : 29 เมษายน 2549 9:13:44 น.
Counter : 331 Pageviews.

 

พี่นกจ๋า หนูยุ้ยอ่านได้คร่าวๆ อ่ะ แหะๆ มีเรื่องไหนมีคิวตีพิมพ์บ้างคับ ส่งข่าวหน่อยจิ

 

โดย: YUI_MUNMOO 29 เมษายน 2549 10:22:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Gracie Lou Freebush
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
<<
เมษายน 2549
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
29 เมษายน 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Gracie Lou Freebush's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.