บันทึกลูกน้อย
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
25 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 

ต้อนรับสมาชิกตัวน้อยลืมตาดูโลก 17/5/52






ผมชื่อ ด.ช. ปุญญพัฒน์ อมรหิรัญวงศ์ (ชื่อจริงผมแปลว่า เจริญด้วยบุญ) หม่าม้าได้ชื่อจริงผมมาจากเว็บ http://www.thaibabyname.com ครับ หลังจากที่ค้นหาชื่อตามวันและเวลาเกิดแล้ว หม่าม้าก็เอาชื่อไปวิเคราะห์กับนามสกุล แล้วชื่อนี้เป็นชื่อที่วิเคราะห์รวมกับนามสกุลแล้วดี แถมหม่าม้า ป่าป๊า ก็ชอบชื่อนี้ด้วย เลยเลือกเอาชื่อนี้
ส่วนชื่อเล่นผม ชื่อน้องซัน(sun) เนื่องจากผมเกิดวันอาทิตย์ครับ แถมหม่าม้า ป่าป๊าบอกผมว่า “You are my sunshine” และในภาษาจีนกลางยังแปลว่า “ภูเขา” ได้อีก เห็นมั้ยครับชื่อผมมีความหมายได้หลายอย่าง

...แต่เจ๊เกรซยังอยากให้ผมชื่อ “Grand” เวลาเจ๊เกรซเล่นกับผม มักจะลืม และเรียกผมว่า Grand เสมอ จนหม่าม้า ป่าป๊าต้องคอยบอกเจ๊เกรซว่าน้องชื่อซันค่ะ แต่ตอนนี้เจ๊เกรซรู้จักชื่อจริงของน้องซันแล้ว สามารถตอบได้อย่างฉะฉาน

... เรื่องราวของผมเริ่มต้นหลังจากที่หม่าม้าตั้งท้องผมตั้งแต่กันยายนปี 2551 แล้วหม่าม้าเริ่มมีอาการแพ้ท้องและแพ้หนักขึ้นเรื่อยๆ จนไม่เป็นอันทำงาน และไม่มีเรี่ยวแรงเล่นหรือดูแลเจ๊เกรซเลย และอาการแพ้ท้องก็ค่อยๆดีขึ้นเมื่ออายุครรภ์อยู่ในช่วงเดือนที่ 6-8 แต่พอปลายๆเดือนที่ 8และ9 หม่าม้าก็กลับมาแพ้ท้องหนักจนทานอะไรไม่ลง และเรื่องราวของผมเกือบจะจบลงตั้งแต่16ธันวาคม 2552 เนื่องจากตอนนั้นหม่าม้ามีเลือดออก และเกือบจะสูญเสียผมไป แต่ในที่สุดเรื่องร้ายๆก็ได้ผ่านไป และเราก็ได้มาเจอะกัน หลังจากที่รู้ว่าท้อง หม่าม้า ป่าป๊าก็นั่งนับวันรอคอยวันที่สมาชิกตัวน้อยลืมตาดูโลก หม่าม้า ป่าป๊าไม่ลืมที่จะสอนเจ๊เกรซเรื่องน้องในพุงหม่าม้า และการมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นในครอบครัวเรา และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึงหม่าม้า ป่าป๊านัดคุณหมอพิชัย เจียรสวัสดิ์วัฒนา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ ผ่าคลอดในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 9.00น. นับอายุครรภ์ได้ 38 สัปดาห์ หม่าม้า ป่าป๊าและเจ๊เกรซรู้สึกตื่นเต้นมาก เอ๊ะ!!! ลูกจะเป็นยังไงบ้างน๊า จะแข็งแรงปลอดภัยดีมั้ย หน้าตาจะเหมือนใครกันน๊า ......

และแล้วโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันคลอด หม่าม้า ป่าป๊าจัดแจงเตรียมของ และเก็บกวาดห้องกันอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อต้อนรับสมาชิกตัวน้อย และต้องดูแลความรู้สึกของเจ๊เกรซมากเป็นพิเศษ ช่วงอาทิตย์สุดท้ายก่อนไปคลอดนี้ เกรซเริ่มงองแง อ้อนมากขึ้น ส่วนหม่าม้าก็ท้องใหญ่ ใกล้คลอด เลยไม่ค่อยมีแรงจะอุ้ม จะโอ๋เกรซสักเท่าไหร่ แต่ก็พยายามทำเต็มี่ ทำให้ดีที่สุด และคอยบอกรักเกรซ ให้เกรซยังรู้สึกว่าทุกคนรักเค้าเหมือนเดิม

แล้วก็ได้เวลานับถอยหลัง คืนวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2552 ก่อนไปคลอด คืนนี้เกรซดูจะอ้อนป่าป๊า หม่าม้า มากเป็นพิเศษ หม่าม้าใช้เวลาก่อนเข้านอนคุยอธิบายให้เกรซฟังว่าวันพรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หม่าม้าบอกเกรซว่าพรุ่งนี้หม่าม้าต้องไปนอนโรงพยาบาล หม่าม้าเจ็บท้อง ต้องไปให้คุณลุงหมอช่วยรักษา และได้เวลาที่น้องในท้องออกมาเล่นกับเกรซแล้ว น้องรักเกรซมาก ช่วงที่หม่าม้าไปอยู่โรงพยาบาล เกรซต้องเป็นเด็กดี ไม่ดื้อ ไม่งองแงนะค่ะ พอพูดจบเกรซก็ทำเหมือนเด็กโตเลย เอาหน้าซุกกับหมอนแล้วก็ร้องไห้ ทำเอาคนเป็นแม่อย่างเราพลอยร้องไห้ตามลูกไปด้วย รู้สึกสงสารลูกจับใจ เป็นห่วงความรู้สึกของลูก จากที่เคยเป็นที่หนึ่ง มีกันสามคน ป่าป๊า หม่าม้า และน้องเกรซ ตอนนี้มีสมาชิกเพิ่มอีกหนึ่ง เกรซคงรู้สึกว่ากำลังถูกแย่งความรักไป ระหว่างที่ร้องไห้กับลูกไปนั้น ก็บอกเกรซว่า หม่าม้า ป่าป๊ารักเกรซนะ แล้วก็เอาเกรซมากอด แล้วคืนนี้เราสองแม่ลูกก็นอนกอดกันจนหลับไป คืนนี้ดูเกรซเศร้ามาก และเกรซตื่นมาร้องไห้เป็นระยะ และเอามือกอดหม่าม้าไว้ทั้งคืน

เช้าวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2552 ...หม่าม้า ป่าป๊าตื่นกันตั้งแต่ตี 5 อาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบไปโรงพยาบาลก่อนเวลานัดผ่า คุณหมอนัดให้มาถึงโรงพยาบาลเวลา 7.00น. เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนไปทำคลอด แต่หม่าม้ารีบไปโรงพยาบาลก่อนเวลา จะได้มีเวลาเตรียมตัว ไม่รีบร้อน ส่วนเจ๊เกรซ ตอนที่หม่าม้าจะออกจากบ้าน เจ๊เกรซยังหลับอยู่ อาม่าอาสาดูแลเกรซให้ในวันนี้ แต่หม่าม้ายังอดห่วงเกรซไม่ได้ หันหลังกลับไปจุ๊บลูก พร้อมกับน้ำตาไหลเล็กน้อย และกระซิบบอกให้ลูกเป็นเด็กดี

ความรู้สึกตอนไปคลอดในวันนี้ ต่างจากวันที่ไปคลอดน้องเกรซ วันนี้ทั้งรู้สึกตื่นเต้นจะได้รู้แล้วว่าลูกในท้องแข็งแรงปลอดภัย จะได้เห็นหน้าลูกในท้องเป็นครั้งแรก ส่วนความรู้สึกอื่นๆต่อมาคือ รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกน้องเกรซ และเป็นห่วงว่าเกรซจะอยู่กับอากง อาม่าได้หรือเปล่า ช่วงที่หม่าม้าไปนอนโรงพยาบาล . . . ไม่ว่าหม่าม้าจะรู้สึกอย่างไร หม่าม้าก็พยายามสวดมนต์และลืมความรู้สึกที่ไม่ดีทั้งหมด คิดแต่เรื่องดีๆ เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ในวันดีๆวันนี้ ป่าป๊าก็เป็นห่วงเกรซไม่แพ้กัน และก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าลูกในท้อง

หม่าม้า ป่าป๊าไปถึงโรงพยาบาลไทยนครินทร์เวลา 06.15น. เนื่องจากโรงพยาบาลอยู่ใกล้บ้าน ด้วยความที่ตื่นเต้น อยากมาเตรียมตัวก่อนเวลา เพราะคิดว่าต้องไปสวนอุจจาระ เจาะเลือด ใส่สายน้ำเกลือและอื่นๆ ซึ่งต้องใช้เวลา แต่ปรากฏไปถึงทางเจ้าหน้าที่รับผู้ป่วยในแจ้งว่ามาถึงกันก่อนเวลา เลยต้องโทรเช็คทาง ward และทางห้องผ่าตัดก่อน และให้หม่าม้า ป่าป๊านั่งรอที่บริเวณแผนกรับผู้ป่วยในก่อน นั่งรอจนประมาณ06.30น. ทางเจ้าหน้าที่เคลียร์กับแผนกต่างๆเรียบร้อย จึงเรียกรถเข็นมารับหม่าม้าไปส่งที่ ward และให้นอนรอที่ห้องพักก่อน คราวนี้ได้พักที่ห้อง 511 ตอนคลอดน้องเกรซพักที่ห้อง 1101 (รู้สึกว่าครอบครัวเราจะผูกพันธ์กับเลข 11 เพราะขนาดแต่งงาน ยังแต่งกันวันที่ 11 โอนบ้านก็โอนกันวันที่ 11 บ้านเลขที่ที่ท่าพระก็ เลขที่ 11 อุ้ย! ออกนอกเรื่องซะแล้ว) พอไปถึงห้องพักทางพยาบาลแจ้งว่ามาเร็วไป เลยยังไม่ได้เคลียร์ทำความสะอาดห้อง พอดีห้องพักสำหรับคลอดแบบแพ็คเกจเต็ม และเดี๋ยวช่วงที่ไปเข้าห้องผ่าตัดจะทำความสะอาดห้องให้ หลังจากนั้นพยาบาลก็นำชุดมาให้เปลี่ยน และให้ชั่งน้ำหนัก น้ำหนักในวันนี้ชั่งได้ 64 กิโลกรัม ก่อนท้องถ้าไม่นับตอนแพ้ท้องที่น้ำหนักลงไป 2 กิโลกรัม หม่าม้าหนัก 59.7 กิโลกรัม เท่ากับท้องนี้น้ำหนักหม่าม้าขึ้นมานิดเดียว ชั่งน้ำหนักเสร็จแล้ว หม่าม้า ป่าป๊าก็นอนพัก (คราวนี้คุณหมอไม่ได้สั่งให้สวนอุจจาระก่อนเข้าห้องผ่าตัด เลยไม่ต้องทรมาน) จนถึงเวลาเกือบๆ 8โมง พยาบาลก็เข้ามาเจาะเลือดและใส่สายน้ำเกลือ และพาไปที่ห้องผ่าตัด อุ้ย!!! ตื่นเต้นจัง กลัวเจ็บก็กลัว แถมคราวนี้ตั้งใจว่าคลอดเสร็จแล้วทำหมันเลย

พอมาถึงห้องผ่าตัด ป่าป๊าต้องรออยู่ด้านนอก ที่โรงพยาบาลนี้ไม่อนุญาติให้เข้าไปด้วย หลังจากเข้าไปแล้วก็มีพยาบาลมาซักประวัติ และอีกสักครู่ก็มีวิสัญญีแพทย์มาพูดคุยก่อนเข็นเข้าไปเตรียมพร้อมในห้องผ่าตัด และแล้วช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง วิสัญญีแพทย์ก็เตรียมฉีดยาบล็อกหลัง หม่าม้ากลัวมากจนเกร็งไปหมด พยาบาลต้องคอยบอกว่าไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกร็ง และแล้วคุณหมอก็ฉีดยาชาที่หลังเพื่อเตรียมใส่ยาบล็อกหลัง หม่าม้ารู้สึกเจ็บจี๊ดๆอยู่แป๊ปแล้วก็รู้สึกปวดอยู่บริเวณเดียว เนื่องจากยาที่ใส่บล็อกหลังไม่เข้าเส้น ทำให้สักพักคุณหมอต้องฉีดยาชาใหม่อีกเข็ม เพื่อใส่ยาบล็อกหลังใหม่ คราวนี้หม่าม้าเริ่มกลัวแล้วซิ แต่สักพักก็ผ่านวินาทีบล็อกหลังไปได้ เสร็จแล้วพยาบาลก็เอาหน้ากากออกซิเจนมาสวมให้ พร้อมกับถอดชุด เตรียมอุปกรณ์ความพร้อมต่างๆ ระหว่างที่รอยาออกฤทธิ์ และรอคุณหมอมา ระหว่างนี้หม่าม้ารู้สึกอึดอัด หายใจไม่สะดวก เพราะท้องใหญ่แล้วต้องนอนราบ หม่าม้าต้องคอยหันไปบอกคุณหมอวิสัญญีแพทย์ว่าหม่าม้าหายใจไม่ออก ไม่ไหวแล้ว คุณหมอต้องคอยเข้ามานวดบริเวณหัวใจ และให้หายใจลึกๆ สักพักยาออกฤทธิ์ คุณหมอวิสัญญีแพทย์เริ่มทำการ test โดยหยิกที่แขนและให้เปรียบเทียบระดับความเจ็บกับตอนหยิกที่หน้าอก ท้อง ต้นขาและขา เพราะด้านบนตั้งแต่หน้าอกขึ้นไปจะยังคงความรู้สึก พอ test เสร็จ คุณหมอพิชัยก็มา และเริ่มลงมือผ่าคลอด หม่าม้ารู้สึกว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ยาวนาน เพราะหม่าม้าหายใจไม่ออกเป็นระยะ และคอยหันไปบอกคุณหมอและพยาบาลเป็นระยะ จนกระทั่งหม่าม้ารู้สึกว่าคุณหมอและพยาบาลกำลังกดที่หน้าท้องลึกลงไป และบอกหม่าม้าว่าเดี๋ยวรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออกแป๊ปเดียว พอลูกออกมาแล้ว ก็จะโล่งแล้ว สักแป๊ปคุณหมอก็ดึงเด็กออกมา พร้อมกับเสียงร้องดังอุแว้ วินาทีนั้นหม่าม้าน้ำตาไหลไม่หยุด ดีใจที่ได้ยินเสียงร้องของลูก ดีใจที่เราแม่ลูกจะได้เจอหน้ากันแล้ว และอย่างน้อยก็รู้สึกได้ว่าลูกเราปลอดภัย แล้วหม่าม้าก็หลับๆตื่นๆด้วยความเพลีย จนกระทั่งคุณหมอเด็กและพยาบาลทำความสะอาดเด็กเรียบร้อย เอาลูกมาให้ดู คำถามแรกที่หม่าม้าถามคุณหมอคือ ลูกแข็งแรง ปลอดภัยดีหรือเปล่า แต่คุณหมอให้ดูเพศลูกก่อนอันดับแรก บอกว่าคุณแม่ได้ลูกชายนะค่ะ แล้วก็เปิดจุ๊ดจู๋ให้ดูเพื่อความชัวร์ แล้วก็บอกว่าลูกแข็งแรง ปลอดภัยดี และหนัก 3205 กก. หลังจากนั้นหม่าม้าก็เคลิ้มๆหลับไปสักพัก สักพักตื่นมาก็ได้ยินพยาบาลบอกว่าตกลงไม่ได้ทำหมันนะค่ะ ตอนได้ยินก็เริ่มรู้สึกกังวลว่าเอ๊ะ มีอะไรเกิดขึ้นกับเราหรอ แต่ตอนนั้นรู้สึกตึงๆแผล และเพลีย และได้ยินพยาบาลบอกว่าคุยกับสามีของคุณเรียบร้อยแล้ว ก็เลยหลับต่อด้วยความเพลีย และพยาบาลก็ย้ายออกมาจากห้องผ่าตัด มานอนพักฟื้นด้านนอกจนประมาณ 11.20น. พยาบาลพากลับไปพักต่อที่ห้องพัก กลับมาถึงห้องพัก หม่าม้ารู้สึกมึนหัว เพลียๆ แต่นอนไม่หลับ ด้วยความที่คิดถึงลูก อยากเห็นหน้าลูก อยากอุ้ม อยากกอด เพราะตอนที่ดูในห้องผ่าตัด ช่วงนั้นสะลืมสะลือเลยยังดูไม่ค่อยชัด แต่น้องซันยังอยู่ในตู้ปรับอุณหภูมิ หม่าม้า ป่าป๊าเลยต้องอดใจรอ แล้วป๊าก็เล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่หมอไม่ได้ทำหมัน ป๊าบอกว่าระหว่างที่ป๊าตามหมอเด็กและลูกไป ทางเจ้าหน้าที่ก็ประกาศตามหาญาติของหม่าม้าให้มาพบคุณหมอที่หน้าห้องผ่าตัด และพอป๊ามาถึงก็ตกใจ เห็นมือหมอเปื้อนเลือดเต็มไปหมด ป๊าทำหน้าเหวอไปพัก คุณหมอเลยบอกว่าไม่ต้องตกใจ และเล่าว่าเนื่องจากระหว่างที่หมอจะเข้าไปผูกรังไข่ หมอเจอปัญหาใหญ่ คือเจอพังผืด และเวลานั้นเลือดออกเยอะ คุณหมอว่าหากจะเข้าไปทำหมันจริงๆ เหมือนเรื่องใหญ่ ต้องรื้อเครื่องกันเลย เพราะกว่าจะผ่านพังผืดนี่ไปไม่ใช่เรื่องง่าย และคนไข้อาจรับไม่ไหว เพราะเสียเลือดเยอะแล้ว ป่าป๊าเลยบอกหมอว่างั้นยุติการทำหมัน และเย็บแผลได้เลย และเดี๋ยวปะป๋าจะเป็นคนไปทำหมันเอง ส่วนเรื่องพังผืด คุณหมอว่าไม่มีอันตรายใดๆ เพียงแต่หากอนาคตต้องเข้าไปผ่าตัดทำอะไรข้างใน ก็ต้องมาดูกันอีกที

หลังจากการผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี หม่าม้าก็ต้องทนเจ็บแผลผ่าตัด แต่คราวนี้ดีหน่อย คุณหมอฉีดยาแก้ปวดและมอฟีนให้ เลยทำให้วันแรกที่ผ่าตัดฟื้นตัวเร็ว และยิ้มคุยกับเพื่อนๆที่มาเยี่ยมในวันที่คลอดได้ และหลังจากที่ถอดสายน้ำเกลือ คราวนี้หม่าม้าก็ลุกเดินเองได้อย่างรวดเร็ว ไม่เหมือนคราวที่คลอดน้องเกรซ คราวนั้นกว่าจะลุกเดินไปแต่ละจุด หม่าม้าต้องกัดฟัน แต่คราวนี้หลังจากถอดสายน้ำเกลือออกได้ 3 ชั่วโมง หม่าม้าก็เริ่มลุกเดิน และก็เดินไปให้นมน้องซันเป็นครั้งแรกที่ห้อง Nursery หม่าม้าพยายามนึกถึงหน้าลูก และอยากให้นมลูกมาก พร้อมๆกับการคลอดครั้งนี้ บางคืนหรือช่วงระหว่างวันหม่าม้าต้องนอนหรืออยู่คนเดียว ไม่มีคนเฝ้า หม่าม้าเลยต้องพยายามทำตัวให้แข็งแรงเร็วที่สุด ส่วนป่าป๊า อากง อาม่าก็ผลัดกันดูแลเจ๊เกรซระหว่างที่หม่าม้านอนอยู่ที่โรงพยาบาล ว่าแต่เสียดายที่โรงพยาบาลนี้ไม่ได้เอาลูกมาดูดกระตุ้นน้ำนมตั้งแต่วันแรก

และแล้วช่วงเวลาแห่งความเป็นจริงก็มาถึง ช่วงอยู่โรงพยาบาลยังสบายๆ เพราะไม่ต้องดูแลน้องเกรซ แถมน้องซัน Nursery ก็ดูแลให้ซะส่วนใหญ่ ว่าแล้ววันแรกที่กลับบ้านดูจะวุ่นวายและเหนื่อยเป็นพิเศษ และได้รับรู้ถึงความเหน็ดเหนื่อยของคนเป็นพ่อและแม่อย่างแท้จริง .... วันแรกที่กลับบ้านต้องรื้อฟื้นวิชาการเลี้ยงลูกเล็กๆใหม่ เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างเรื่องการกิน น้องซันดูจะไม่ค่อยชอบดูดนมแม่ เพราะน้ำนมน้อย และซันดูดแรงจนหัวนมแตก แถมน้องซันดูจะชินและชอบขวดนมมากกว่า แถมความถี่ของการให้นมก็ต่างจากเกรซ ดังนั้นหม่าม้าต้องเริ่มเรียนรู้พฤติกรรมของลูก ทำให้ช่วงนี้หม่าม้าเลยต้องให้นมแม่+นมผง เนื่องจากน้องซันทานเก่ง ทานนมแม่ได้ประมาณ 10นาที ก็สะบัดออกและปิดปากแน่น แล้วสักพักก็ร้องหิวนม พอเอานมแม่ให้ทานก็ปิดปากแน่น ไม่เอา แล้วก็ร้องไห้อยู่อย่างนั้นจนได้หม่ำนมขวด ตอนนี้หม่าม้าเลยต้องยอมให้ทาน 2 อย่างคู่กันไปก่อน เลยคิดว่าเอาที่ว่าทำแล้วทั้งแม่และลูกมีความสุข ไม่เครียด เพราะลำพังตอนนี้หม่าม้าได้นอนวันละ 3-4ชม. เพราะตื่นมาให้นมน้องซันทุก 2-2.5ชม. พอทานเสร็จก็ต้องป้อนนมขวดต่อ และต่อด้วยการเปลี่ยนผ้าอ้อม น้องซันจะต่างจากเกรซ น้องซันไม่ชอบท่าให้นมแบบนอนให้ แถมตอนน้องเกรซจะอึเฉพาะตอนระหว่างวัน แต่น้องซันนี่อึทั้งกลางวัน กลางคืน หม่าม้าเลยงานเข้า กลางคืนหม่าม้าอาสาดูแลลูกๆเอง เห็นใจที่ป่าป๊าต้องตื่นตี 5 มาช่วยอาม่าและรีบออกจากบ้านไปทำงาน แถมช่วงนี้ป่าป๊าเพิ่งเปลี่ยนงานใหม่ เลยไม่อยากให้ป๊าต้องอดนอน กลางคืนหม่าม้าเลยต้องรับดูแลลูกทั้งสองคนเดียว และช่วงนี้กลางดึกเกรซมักจะตื่นมาพร้อมน้อง และอ้อนหม่าม้าบ้าง ร้องไห้เอานั่นเอานี่บ้าง ทำให้คราวนี้หม่าม้าต้องเหนื่อยและอดนอน

น้องเกรซดูจะอิจฉาน้องมากเป็นพิเศษ กลัวจะถูกแย่งความรัก ดังนั้นน้องเกรซพยายามทำตัวเรียกร้องความสนใจ ไม่ว่าป๊าม้าทำอะไรให้น้อง น้องเกรซจะขอด้วย อย่างเช่นจะชงนมให้น้อง เกรซก็จะขอด้วย น้องจะนอนก็จะขอนอนตรงที่นอนน้อง หม่าม้าจะกล่อมน้อง ก็จะขอนอนตักหรือให้เอามือตบก้นกล่อมเกรซด้วย แล้วบางทีก็ไม่เอาใคร เอาแต่หม่าม้าคนเดียว หม่าม้าเลยซ้ายคน ขวาคน แล้วยิ่งช่วงเช้าก่อนไปโรงเรียน น้องเกรซจะแผลงฤทธิ์มากมาย พอเห็นหม่าม้าอุ้มน้องให้นม กล่อมน้อง ก็จะเริ่มงองแง ไม่ยอมไปอาบน้ำ และจะเกาะหม่าม้าแจ แถมไม่ยอมใส่ชุดนักเรียน ทำเอาหม่าม้าเหนื่อยใจ บางทีก็ต้องปล่อยให้น้องซันร้อง และมาโอ๋มาดูเกรซชั่วขณะ แล้วค่อยหันกลับไปดูน้องซัน เรียกว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยที่สุด เพราะต้องดูแลลูกเล็กๆ 2 คนในเวลาเดียวกัน แถมน้องเกรซก็ตีบทแตก ร้องไห้เรียกร้องความสนใจ จนคนที่บ้านไม่เป็นอันทำอะไรกันเลย ตอนนี้ช่วงวันหยุด ป่าป๊าต้องรับหน้าที่ดูแลเกรซ เล่นและพาเกรซไปเดินเล่น ส่วนหม่าม้าก็ดูแลน้องซัน แต่ไม่ลืมให้ความรักและเล่นกับเกรซเช่นกัน เรียกว่าตอนนี้ช่วงที่น้องเกรซไปโรงเรียน น้องซันหลับ เป็นเวลาที่มีค่าสำหรับหม่าม้า หม่าม้าสามารถเอาเวลาไปงีบ หรือเตรียมข้าวของให้ลูกทั้งสอง ช่วงนี้หม่าม้า ป่าป๊าเหนื่อยมาก แต่เราทั้งสองก็อดทนและสู้เพื่อลูก...

... และในที่สุดน้องซันก็ได้ลืมตาบนโลกใบนี้อย่างปลอดภัย และครอบครัวเราก็มีสมาชิกเพิ่มอีกหนึ่ง เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แล้ว มีทั้งลูกสาวและลูกชาย ต่อจากนี้ไปคงเป็นเรื่องของการทำหน้าที่พ่อและแม่ให้ดีที่สุด เลี้ยงดูลูกให้มีคุณภาพ และให้เติบโตมาเป็นคนดี คราวนี้หม่าม้า ป่าป๊าคงต้องเหนื่อยมากขึ้น และป่าป๊าคงต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อเก็บเงินให้ลูกทั้งสอง ...




 

Create Date : 25 พฤษภาคม 2552
2 comments
Last Update : 5 มิถุนายน 2552 14:45:36 น.
Counter : 2200 Pageviews.

 

น้องซันแก้มยุ้ยน่ารักเชียว

เดี๋ยวพี่เกรซก็จะดีใจ ได้มีน้องมาเล่นด้วยกันแล้ว

 

โดย: misspommy 7 มิถุนายน 2552 20:26:29 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: Gdnzz 17 มิถุนายน 2552 20:15:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jeabko
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jeabko's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.