ธันวาคม 2549

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
[fics]Lover ***Shinhwa's fic ตอนที่ 4
ตอนที่ 4

เอริคกระชากเธอแขนเธอเพื่อคว้าตัวเธอไว้ไม่ให้ล้มแต่ด้วยความแรงของการกระชากทำให้เธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเอริคโดยไม่มีทางเลือก มี ซองเบิกตากว้าง มองผู้ชายที่เธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดเขา ความสูงของเธอแค่อกเขาเท่านั้นทำให้ใบหน้าเธอได้สัมผัสไออุ่นจากแผงอกของเขาได้ชัดเจนแต่สิ่งที่ทำให้เธอถึงกับตาค้างน่าจะเป็นใบหน้าที่ผิดจากชายเกาหลีทั่วไปที่ดูคมสันมากกว่า

“Sorry” มีซองเอ่ยปากขอโทษที่เธอเดินไม่มองจนชนกับเขาเข้า

“ ไม่เป็นไรครับ” เอริคปล่อยเธอเป็นอิสระแล้วรีบเดินตรงไปยังห้องน้ำแต่มีซองได้แต่ยืนงงไม่เชื่อว่าคนที่เขาเห็นเมื่อกี้เป็นหนุ่มเกาหลีทั้งแท่ง

.
.
.

“เธอจะกลับกันกี่โมง” ซองมีถามเพื่อนสาวหลังจากเดินกลับมาถึงโต๊ะที่เธอและเพื่อนอีก 3 คนเลือกมานั่งดื่มในผับดัง

“อยู่ต่ออีกสักพักเดี๋ยวค่อยกลับเพลงกำลังสนุกเลยอ่ะ” เพื่อนสาวชะโงกมาตะโกนบอกซองมีแข่งกับเสียงเพลงที่ดังอยู่ในผับ

ขณะที่เอริคเดินออกมาจากห้องน้ำก็กลับเข้าไปดูเพื่อนในห้องวีไอพีแต่ก็เจอไม่เจอแม้แต่เงาเขาออกมาถามพนักงานที่หน้าเคานเตอร์จึงได้รู้ว่าจอนจินขับรถออกไปแล้วทำให้เอริคตัดสินใจเดินออกมายังลานจอดรถและกดโทรศัพท์หาเพื่อนรักเนื่องจากเห็นว่าจอนจินนั้นดื่มไปพอสมควรและไม่เหมาะที่จะขับรถกลับเอง

“นายอยู่ไหน”

“ฉันกำลังจะกลับบ้าน ขับรถอยู่”

“นายขับไหวหรืองัย ฉันเห็นนายดื่มไปหลายขวด”

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง แค่นี้นะ”

จอนจินวางหูและปิดโทรศัพท์ก่อนจะขับรถสปอร์ตสีเงินเปิดประทุนเลี้ยวเข้ามาจอดในคอนโดของซอนมีก่อนจะเดินผ่านยามขึ้นลิฟท์ไปยังชั้น 9 ซึ่งไม่น่าแปลกที่ยามชั้นล่างจะปล่อยให้เขาเข้าไปเพราะเขาแทบจะเป็นแขกประจำของคอนโดนี้ก็ว่าได้และด้วยชื่อเสียงในด้านธุรกิจของเขาก็ไม่แปลกที่จะได้รับความไว้วางใจว่าจะไม่มาทำเรื่องไม่ดี

.
.

แค่ไม่ถึง 5 นาทีลิฟท์ก็พาจอนจินที่ยืนพิงผนังลิฟท์ด้วยดวงตาเลื่อนลอยมาถึงชั้น 9

“ซอนมี...ซอนมี...ซอนมี...” จอนจินทุบประตูห้องของคนรัก

“ซอนมีเปิดประตูให้พี่หน่อย”

เสียงพี่จินนี่นามีอะไรหรือเปล่าทำไมเคาะประตูซะเสียงดัง ซอนมีคิดในใจก่อนจะลุกขึ้นเอาเสื้อคลุมมาใส่ปิดชุดนอนสายเดี่ยวที่บางเบาที่ไม่ได้สวมชั้นในเพื่อไม่ให้โป๊จนเกินไปเพราะเธอไม่มีเวลาพอที่จะเดินไปสวมชั้นใน

“พี่มีเรื่องด่วนหรือค่ะ” ซอนมีถามจอนจินที่ยืนเอามือซ้ายเท้าอยู่ที่ผนังตรงหน้าห้องจ้องมองหน้าซอนมีก่อนจะเดินแทรกเข้าไปในห้อง

“มือขวาพี่เป็นอะไรค่ะมีเลือดซึมผ้าพันแผลด้วยค่ะ” ซอนมีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

เธอเดินตามมาจับมือข้างที่เจ็บของจอนจินแต่ผู้ชายที่เคยอยู่ในโอวาทเธอกลับสะบัดมือเขาออกก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟารับแขกกลางห้อง

“เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะค่ะ”

จอนจินมองตามหญิงสาวที่เขารักและทะนุถนอมที่สุดในชุดคลุมสีครีมยาวแค่เข่าจนกระทั่งซอนมีเดินหันกลับมาพร้อมกับกล่องอุปกรณ์ทำแผลทำให้จอนจินต้องแสร้งก้มหน้า

“พี่ดื่มมาหรือค่ะ”เธอถามขณะใช้กรรไกรตัดผ้าพันแผลอันเดิมออกเพื่อหวังจะใส่ยาและเปลี่ยนผ้าให้กับเขา

“เธอเจอเขาแล้วใช่มั๊ย” จอนจินตอบไม่ตรงคำถามแต่คำถามนั้นก็เล่นเอาซอนมีถึงกับชะงักและเงยขึ้นมามองหน้าจอนจินที่จ้องเธออยู่ก่อนแล้ว

“ค่ะ”

เพลี๊ยะ ! จอนจินใช้มือขวาที่เจ็บของเขาตบหน้าซอนมีอย่างแรง

ซอนมีกัดริมฝีปากล่างที่กำลังสั่นระริกเพราะความเจ็บและความกลัว จังหวะนั้นจอนจินก้มลงจูบหญิงสาวที่ริมฝีปากหนักหน่วงแม้ว่ามือขวาของเขากำลังมีเลือดซึมแต่เขากลับไม่รู้สึกเพราะตอนนี้เขากลับรู้สึกอย่างอื่นมากกว่า


ซอนมีพยายามใช้สองมือผลักจอนจินออกแต่ดูเหมือนแรงของเธอสู้ความแข็งแรงของผู้ชายตรงหน้าไม่ไหว เธอรู้สึกเหมือนจะขาดใจเพราะจอนจินยังใช้ริมฝีปากของเขาบดขยี้ริมฝีปากที่บอบบางของเธออย่างไม่ใยดี ก่อนจะเลื่อนใบหน้ามากระซิบข้างหูซอนมี

“พี่มาขอสิ่งที่เธอบอกว่าอยากให้พี่”

จอนจินเลื่อนใบหน้าเรื่อยมาตามลำคอเขาไซร์ซอกคอของเธออย่างแผ่วเบาก่อนจะ ใช้ริมฝีปากสัมผัสเม้มเบาๆที่ซอกคอของเธอแล้วเลื่อนต่ำลงมา ใช้มือขวาที่กำลังมีเลือดไหลซึมออกมาลูบคลำเนินหน้าอกที่ตื่นตัวเพราะแรงสัมผัสจากมือเขาก่อนจะใช้มือกระชากทั้งเสื้อคลุมและชุดนอนสายเดี่ยวข้างขวาให้ขาดจนเห็นของสงวนท่อนบนของซอนมี

“อย่าค่ะ ฉันขอร้อง อย่าค่ะพี่” ซอนมีร้องขอจอนจิน ตัวสั่นระริกแม้มือทั้งสองข้างของเธอจะพยายามปัดมือซุกซนของจอนจินแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแรงของผู้หญิงตัวเล็กอย่างเธอคงสู้ไม่ได้อยู่แล้ว

ได้ผล สำหรับคำร้องขอของซอนมี ทำให้จอนจินชะงักปล่อยให้หน้าอกเธอเป็นอิสระจากริมฝีปากของเขา

ซอนมีเห็นดังนั้นก็ตัดสินใจผลักจอนจินที่นอนคร่อมเธออยู่บนพรมกลางห้องรับแขกก่อนจะรวมเสื้อนอนกับเสื้อคลุมที่ฝั่งซ้ายฉีกขาดวิ่งเข้าห้องนอนล็อคประตูและนั่งรองไห้พิงประตูห้องทั้งตกใจและเสียใจระคนกันทิ้งให้จอนจินนั่งน้ำตาซึมอยู่คนเดียว


ในชีวิตเขาไม่เคยต้องเสียน้ำตาแต่นี่เป็นครั้งแรกที่น้ำใสไหลออกมาจากตาโดยไม่รู้ตัวทั้งแค้น ทั้งเสียใจ ทั้งสงสารปนเปและอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ที่ทำให้จิตใจของเขาร้อนรุ่มและทำสิ่งที่แย่ๆลงไปเมื่อสักครู่ จอนจินลุกขึ้นมาหยิบกระดาษโน้ตบนโต๊ะวางโทรศัพท์ข้างโซฟาที่เขานั่งเขียนข้อความทิ้งไว้ให้เจ้าของก่อนก่อนจะกลับไป
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เช้าวันเสาร์ อากาศช่างสดใสเอริคจึงตัดสินใจใช้รถสปอร์สีเงินออกไปขับเพื่อรับอากาศบริสุทธ์ระหว่างทางที่จะต้องไปพบกับใครคนหนึ่งจนกระทั่งถึงที่นัดหมาย ประธานมุนในชุดกางเกงสแลคสีดำและสีผ้าเนื้อดีแขนยาวสีครีมยาวดูสบายๆเดินไปกดออดที่หน้าประตูบ้านสีขาวสไตล์ยุโรป


“สวัสดีครับ”

แอนดี้ยิ้มให้เอริคอย่างเป็นมิตรทั้งสองจับมือทักทายกัน CEO คนใหม่ของเดอะสตาร์เดินนำเอริคเข้าไปคุยในบ้านซึ่งเจ้าของบ้านแม้จะเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่แต่ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆเอริคได้สั่งให้แม่บ้านเป็นคนจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว จึงไม่แปลกที่แม้แอนดี้จะพึ่งมาถึงได้ไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็สามารถเดินไปชงกาแฟมารับแขกของเขาได้


แอนดี้ลอบมองผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงห้องรับแขกอย่างพินิจพิจารณาเขาเองก็เป็นคนเกาหลีเหมือนกันแม้ว่าจะไปทำงานด้านบริหารที่ญี่ปุ่นหลายปีแต่ก็อดแปลกใจและอิจฉาผู้ชายที่ดูแล้วน่าจะอายุมากกว่าเขาสัก 2 ปี จะหน้าตาแปลกกว่าผู้ชายเกาหลีทั่วไปคงเป็นเพราะรูปหน้าเรียวแบบไม่ได้เสริมแต่งแต่ทุกอย่างก็ดูลงตัวทั้งคิ้วที่เข้ม ดวงตาโตกลมรับกับจมูกโด่งและริมฝีปากที่ได้รูป ที่สำคัญรอยยิ้มนั่นต่างหากที่ประจำใจเขาตั้งแต่แรกเห็น

“ขอบคุณครับ” เอริครับกาแฟมาดื่มพร้อม


“วันจันทร์ผมคงจะไปทำงานและคงต้องรบกวนคุณช่วยแนะนำให้รู้จักกับรองกรรมการฝ่ายบริหารคุณซอนมีและคุณชิน เฮซองด้วยนะครับ”

“โอเคครับ การเดินทางและที่พักเป็นอย่างไรบ้างครับ”

“ทุกอย่างเพอร์เฟ็คครับ” แอนดี้ยิ้มตอบ

“ไม่ได้มาเกาหลีหลายไปไม่ทราบว่าที่ไหนมีที่นั่งฟังเพลงดีๆมั๊ยครับ ผมอยากจะรีแลกซ์ซักหน่อยก่อนเข้ารับงานใหม่”

“มีผับดังย่านกังนัม เอางี้คืนนี้ผมพาคุณไปเที่ยวก็แล้วกัน”

เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองคน

“ครับ ผมอยู่บ้านคุณแอนดี้”

“โอเค ครับ แล้วเจอกัน” เอริคตอบแล้ววางโทรศัพท์

“ อืม... เดี๋ยวคุณชิน เฮ ซองจะแวะมาทักทายคุณที่นี่”

“อ้อ ... โอเค ดีครับ ตอนค่ำจะได้ชวนไปฉลองด้วยกันซะเลย”

เฮซองขับฮุนไดสีดำมีจอดหน้าบ้านหลังใหญ่สีขาว ก่อนจะเดินไปกดกริ่งเรียกให้เจ้าของบ้านเปิดประตูรั้ว วันนี้เป็นวันหยุดเขาจึงเลือกที่จะใส่เสื้อผ้าสบายๆ กางเกงยนส์เสื้อยืดคอวีสวมหมวกแก๊ปตามสไตล์ที่เขาชอบพร้อมแว่นตากันแดด เพราะเขารักที่จะซ่อนสายตาภายใต้แว่นกันแดดนั่นเอง

แอนดี้เป็นคนเดินมาเปิดประตูให้กับเฮซองเล่นเอาแขกผู้มาเยือนถึงกับยิ้มแบบอายๆสไตล์เขาที่มักจะเขินคนแปลกหน้า จึงไม่แปลกที่ผ่านมาพ่อและแม่ของเขาต้องเป็นคนดูแลกิจการทั้งหมดจนเมื่อเกิดวิกฤติทำให้เฮซองตัดสินใจว่าต้องเป็นผู้นำของครอบครัวซะที

“เชิญนั่งก่อนครับ” แอนดี้เดินนำเฮซองเข้ามาสมทบกับเอริคที่กำลังยืนหันหลังมองวิวที่อยู่เบื้องล่างจากตัวบ้านที่ยกขึ้นมาสูงตามภูมิประเทศของเกาหลีใต้

เอริคหันมายิ้มทักทายเฮซองผู้มาใหม่ เฮซองเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วรู้สึกว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงไม่ค่อยชอบยิ้มนะทั้งๆที่ยิ้มของเขาช่างอ่อนโยนแล่ะอ่อนหวานขนาดนั้น

ทั้งสามนั่งคุยกันสักพักเฮซองกับเอริคก็ขอตัวกลับก่อนจะนัดกันว่าเจอกันที่ผับนัดหมายตอน 2 ทุ่ม ซึ่งเฮซองอาสาจะขับรถมารับแอนดี้เองเพราะอยู่ใกล้บ้านเขา

ซอนมีตื่นเกือบบ่าย 2 โมง คงเป็นเพราะเมื่อคืนกว่าเธอจะข่มตานอนได้ก็เกือบ 6 โมงเช้าชุดนอนที่ขาดและรอยเปื้อนเลือดจากมือของจอนจินถูกทิ้งอยู่ในตะกร้าซอนมีลุกขึ้นจากเตียงก็เหลือบไปเห็นมันเข้าพอดี เธอเดินออกไปดูที่ห้องนั่งเล่นอุปกรณ์ทำแผลยังหล่นระเกะระกะใต้โซฟา มีกระดาษโน้ต 1 ใบวางไว้บนโซฟาดที่ด้วย

“พี่ขอโทษ”

ซอนมีอ่านกระดาษโน้ตที่มีข้อความสั้นๆแล้วตัดสินใจกดโทรศัพท์ไปหาเจ้าของกระดาษโน้ตนั่น แต่เสียงโทรศัพท์ดังกี่ครั้งก็ไม่มีผู้รับสายเธอลองกดอีก 2-3 ครั้งจึงถอดใจและเดินไปอาบน้ำ
.
.
.
พี่ไม่ไม่พร้อมที่จะได้ยินเสียงและเจอหน้าเธอในตอนนี้ พี่ไม่พร้อมจริงๆซอนมี ขอเวลาพี่หน่อยน่ะ จอนจินได้แต่พูดกับตัวจริงขณะนั่งฟังเสียงโทรศัพท์ที่ดังหลายครั้ง เพราะเขาต้องการที่จะให้เวลากับตัวเองที่จะยอมรับความจริงในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นและกำลังทำใจว่าเขาคงจะได้เป็นแต่ผู้ที่เฝ้ามองและเฝ้ารอเท่านั้น ……………..
โปรดติดตามตอนต่อไป




Create Date : 01 ธันวาคม 2549
Last Update : 1 ธันวาคม 2549 1:14:09 น.
Counter : 473 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

moonfever
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]