ธันวาคม 2549

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
[fics]Lover *** Shinhwa's fic ตอนที่ 3
ตอนที่ 3

“คุณซู อา ช่วยเตรียมของว่าง 3 ที่ไว้รับรองคุณ มุนด้วยนะครับ” เฮซองกดโทรศัพท์ไปสั่งเลขาหน้าห้อง

ชิน เฮ ซองชายหนุ่มที่ใครหลายคนต่างลงความเห็นว่าหน้าตาเขาจิ้มลิ้มดูดูดีกว่าผู้หญิงด้วยซ้ำ ผิวขาวเนียนกับรูปร่างที่สมส่วนกับความสูงราว 180 เซนติเมตรแต่สิ่งที่ทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าวันอื่นๆเพราะสูทที่ทำให้เขายิ่งดูเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า

ทว่าเจ้าตัวกลับชอบใส่กางเกงยีนส์และเสื้อยืดหรือเสื้อเชี้ตสไตล์ง่ายๆมากกว่าจะใส่สูทแบบนี้ แต่คงจะเป็นวันนี้วันเดียวเพราะผู้บริหารที่คุณมุนจะพามาแนะนำนั้นเป็นผู้หญิงทำให้เขาต้องแต่งตัวสุภาพ แต่ก็จะแค่ครั้งแรกครั้งเดียวหรอกนะเพราะจากนั้นเขาจะยกหน้าที่บริหารจัดการให้เธอกับผู้ช่วยของเธอ


ซองกี้ ชื่อที่พ่อกับแม่เขาชอบเรียกยามอยู่ในบ้านนั่งมองรูปพ่อกับแม่ทีใส่กรอบวางอยู่บนโต๊ะ เขาพร้อมที่จะรับสภาพของตนเองเพื่อพยุงธรุกิจที่รักของครอบครัว เพราะการบริหารงานทิ่ผิดพลาดของฝ่ายบริหารรุ่นเก่าทำให้ค่ายเพลงยักษ์ใหญ๋เจอปัญหาการเงินเล่นงานจนต้องยอมขายใหญ่ 51 เปอร์เซ็นต์ให้กับ เอริค มุน นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมชื่อดังของเกาหลีเข้ามาบริหารงานแทน

ส่วนเขาก็แค่รอส่วนแบ่งแต่เขาเชื่อว่า เอริคที่เก่งด้านบริหารอยู่แล้วและเป็นนักธุรกิจที่ได้เชื่อว่าซื่อสัตย์ในวงการธุรกิจรู้กันดีและอยากจะร่วมลงทุนกับเขากันแทบตาย มีหรือเขาจะปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปอยู่ๆ เขาก็มาเจรจาขอร่วมลงทุนเพื้อแก้วิกฤติการเงินของเดอะสตาร์

“ท่าน ค่ะ คุณมุนมาแล้วค่ะ”

“เชิญเข้ามาเลยครับ” เฮ ซอง ตอบเลขาแล้วลุกขึ้นเดินมาที่โซฟาพอดีกับที่เลขาเดินนำเอริคและซอนมี เข้ามาในห้อง

“ สวัสดีครับ” เฮ ซองจับมือทักทายกับเอริคก่อนจะหันไปจับมือกับผู้หญิงที่มาด้วยกับเอริค

“สวัสดีครับ ผม ชิน เฮ ซอง คุณมุน ซอง มี ใช่มั๊ยครับ”

“ค่ะ” ซอนมีมองผู้ชายตรงหน้าอย่างอมยิ้ม นี่ถ้าไม่ใส่สูทดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าเป็นผู้ชาย ผิวเนียนหน้าหวานซะขนาดนั้น ซอนมีคิดในใจ

“เชิญนั่งครับ”เฮซองเอ่ยชวนทั้งสองนั่งคุยกันที่โซฟารับแขกในห้องทำงานของเขา

เฮซองเองก็รู้ดีว่าผู้หญิงที่จะมาช่วยบริหารงานนั้นคิดกับเขาอย่างไรหลังจากเห็นเธออมยิ้มเมื่อเห็นหน้าเขา นี่ !ยายเด็กกะโปโล ถ้าใส่ชุดลำลองใครจะรู้บ้างว่าเธอเป็นถึงรองประธานกรรมการ หน้าใสยังกับนักศึกษาเพิ่งจบใหม่

โธ่ ! ไอ้เราอุตส่าห์ใส่สูทนึกว่าจะเป็นนักบริหารวัยกลางคนที่แท้ก็ยังเด็กกะโปโล

“ผมพา ซอน มีมาแนะนำและจะได้คุยเกี่ยวกับเรื่องรายละเอียดในการเข้ามาทำงานกับคุณ ส่วนCEO ที่ผมจ้างมาจะมาถึงวันเสาร์นี้ครับเพราะทางเขาได้ศึกษาแฟ้มงานของเดอะสตาร์เรียบร้อยแล้ว วันจันทร์หน้าเขาจะเข้ามาทำงานเลย “

“โอเค ครับ เรื่องห้องทำงานห้องคุณ ซอน มีจะอยู่ด้านซ้ายส่วนของคุณ ...”

“แอนดี้ ครับ”

“ครับ แอนดี้ CEO ที่คุณจ้างมาจะอยู่ด้านขวาของห้องผมครับ”

เอริคนั่งฟังเฮซองกับซอนมี คุยเรื่องงาน ซอน มีตอนนี้ดูจริงจังในฐานะนักบริหาร แต่นอกเวลางานยามเธอมีความสุขก็เหมือนเด็กสาวทั่วไปสดใสร่าเริง ผิดกับเวลาที่เธอเศร้าเธอจะกลายเป็นอีกคนทันทีและซอนมีที่เขาเห็นตลอด 4 ปีที่ผ่านมามักจะมีช่วงเวลาที่โศกเศร้ามากกว่ารอยยิ้ม

++++++++++++++++++++++++++++++++++


หลังจากคุยเรื่องงานเสร็จเฮซองพาสองพี่น้องไปดูห้องทำงานใหม่ก่อนที่ทั้งสองคนจะขอตัวกลับ

“หวังว่าเราจะร่วมงานกันอย่างราบรื่นนะค่ะ” ซอนมีอมยิ้มขณะพูดเหมือนเป็นการล้อคู่สนทนาไปในตัว เชอะ จะไม่ให้ขำได้อย่างไรก็เล่นดูขัดเขินเหลือเกินกับไอ้ชุดสูทนั่นนะ

“อ้อ ! อีกอย่างนะค่ะทำงานกับดิฉันไม่ต้องใส่สูทก็ได้นะค่ะตามสบายเพราะฉันก็จะแต่งตามใจฉันเช่นกันค่ะ”

เฮซองกัดฟันกรอดๆๆๆ แต่ก็ยังยิ้มตอบได้ “ครับ”


พี่ชายที่เงียบและนิ่งตามสไตล์ แต่เขาก็ยิ่งดูดีกับมาดนิ่งยิ่งทำให้สาวๆหลงเดินน้ำหน้าซอนมีมายังลิฟท์ เอริคกดปุ่มเลือกชั้น G เพื่อจะลงไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดินของตึกนี้ ระหว่างนั้นลิฟท์เปิดที่ ชั้น 7 เพราะมีคนเรียก ทันใดที่ประตูลิฟท์เปิดออกชายที่เรียกลิฟท์จากชั้น 7 ถึงกับตะลึงระคนแปลกใจที่พบกับเธอที่นี่แต่เขาก็ยังมีสติพอที่จะเดินเข้าไปในลิพท์ยืนหันหลังให้กับชายหญิง 2 คนที่อยู่ข้างในก่อนแล้ว

3 คน 3 ความในใจที่ได้ต่ำพร่ำบ่นในใจระหว่างต้องยืนทนอย่างอึดอัดเพราะจากชั้น 7 ถึงชั้น 7 แม้จะแค่ไม่กี่อึดใจแต่สำหรับเขาทั้งสามแล้วมันช่างเนิ่นนานจริงๆ

ซอนมีที่ตกใจเมื่อผู้ชายที่กำลังจะเข้าลิฟท์มาคือเขา เขาจริงๆ .... แม้เธอจะเห็นเขาผ่านจอโทรทัศน์ แต่ตัวจริงเธอรู้ดีว่าเขาดูดีกว่าแค่ไหนและยิ่งมาเห็นในปัจจุบันเธอยิ่งรู้ดีว่าเขาดูดีกว่าเมื่อ 4 ปีก่อนหลายเท่านัก


หญิงสาวในชุดทำงานที่ดูแปลกตาดงวาน ได้แต่จ้องมองแผ่นหลังภายใต้เสื้อยืดสีครีมเรียบๆแต่มีสไตล์ของผู้ชายเบื้องหน้า เหมือนอยากระลึกความหลังเมื่อคิดดังนั้นน้ำตาของเด็กสาวขี้แยอย่างเธอก็เอ่อล้นจนต้องรีบก้มหน้าปาดก่อนที่มันจะไหลอาบแก้ม

ขณะที่ คิม จีซอง รู้ดีว่ามีสายตาใครบางคนกำลังจับจ้องมาที่เขาและเป็นคนที่เขาเคยคุ้นเคยมาก่อน ทว่าณ.ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปหมดแล้วรวมทั้งใจของเขาด้วยเช่นกัน ที่ติดค้างคือคำว่าขอโทษที่ยังไม่มีโอกาสได้เอ่ยออกไป....

ทำไมเรารู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้ายแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันเป็นความรู้สึกที่เอริคสัมผัสได้หลังจากเหลือบมองน้องสาวจ้องมองแผ่นหลังของผู้ชายคนคนนั้นและน้ำตาคลอ

กระทั่งลิฟท์จอดและเปิดที่ชั้น G จี ซองก็รีบเดินลิ่วไปยังรถยนต์ของเขาโดยไม่เหลียวหันมามองคนข้างหลังแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับเอริคและซอนมีที่ต่างก็เงียบและเดินไปยังรถของตัวเองเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

++++++++++++++++++++++++++++++++++
“ฉันเองค่ะ”

“เป็นอะไรไป เสียงเธอไม่ค่อยดีเลย”

“อื....ม” ซอนมีสะอื้น

“ไปเจออะไรมาเหรอ เจ้าริคมันดูหรืองัย”

“เปล่าค่ะ ฉันแค่....”

จอนจินนั่งฟังเสียงร้องไห้ของอีกฝ่ายผ่านมาทางโทรศัพท์มือถือเขานั่งฟังเฉยๆอย่างนั้นราวเกือบ 10 นาที เพื่อปล่อยให้เธอร้องไห้จนพอใจ ซึ่งตัวเขาเองก็ต้องการตั้งใจฟังเสียงร้องนั้นเพื่อจะได้รับรู้ว่าเธอต้องเจ็บปวดเพียงใด

“คิดถึงเขาเหรอ ให้พี่ไปหามั๊ย”

“ไม่ค่ะ ฉันอยากคุยกับพี่แบบนี้มากกว่า”

“พี่เล่าเรื่องตลกให้ฉันฟังหน่อยได้มั๊ยค่ะ”

“ได้ซิ อืม...เดี๋ยวนึกก่อนนะ”

จอนจินรู้ดีว่าเธอกำลังต้องการใครสักคนเพื่อระบายความอัดอั้นที่เธอมีอยู่และเขาเองมักจะใช้มุขตลกในการทำให้เธอมีรอยยิ้มเพื่อกลบรอยน้ำตาของเธอ”

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เอริคเดินเข้ามาในผับหรูเพื่อมาหาคนที่โทรเรียกเขามานั่งดื่ม แน่นอนเขารู้ว่ามันไม่ธรรมดาหากจอนจินนึกอยากดื่ม

“เฮ้ นายดื่มล่วงหน้าฉันไปเยอะเลยนะ”

“ใครใช้ให้แกมาช้าล่ะ”

เอริคเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามเพื่อนเลิฟและจัดการรินเบียร์ใส่แก้วดื่มเหมือนจะให้มันช่วยดับกระหายหลังจากต้องฝ่ารถติดมาถึง

“มีอะไร นัดฉันมาดื่ม” เจ้าของธุรกิจโรงแรมจ้องหน้าเพื่อนเขม็งเพื่อเอาคำตอบ

“ฉันยังมีอะไรที่ไม่รู้เกี่ยวกับซอนมีบ้าง”

“ทำไม.... ถ้านายอยากรู้ทำไมไม่ถามเขาตรงๆ” เอริครู้ดีว่าจอนจินต้องการรู้เรื่องอะไร

“ฉันไม่กล้า” จอนจินก้มหน้าใช้มือสองข้างที่วางอยู่บนหน้าตักเสยผมและกุมศรีษะไว้อย่างนั้นเหมือนคนใช้ความคิดหนัก

คงถึงเวลาแล้วที่เขาต้องบอก “ทำไมนายรักน้องฉัน”

“นายรู้ ?”

“ใช่ ฉันรู้”

“งั้นนายก็คงจะรู้เรื่องของซอนมีทุกอย่าง”

“อืม ...นี่ ฉันเป็นพี่เขาจะไม่รู้เรื่องของน้องตัวเองได้ยังงัย”

“แต่นายทำตัวเหมือนกับไม่รู้อะไรสักอย่าง” จอนจินแย้งเพื่อนเพราะเขาไม่สบายใจมาตลอดที่คิดว่าเอริคไม่ห่วงน้องสาวตัวเองเพราะซอนมีเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อและแม่ประสบอุบัติเหตุ

“บางครั้งคนการที่เราไม่แสดงออกอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดก็ได้”

“สำหรับนาย ความรักคืออะไร” เอริคหันไปถามเพื่อนอีกครั้ง

“สำหรับฉัน...มันคือการให้” จอนจินพูดแล้วยิ้มเมื่อนึกถึงหน้าซอนมี

เอริคเองก็มีรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าเมื่อได้ฟังคำตอบจากเพื่อน เขารู้ดีกว่าถ้าซอนมีได้อยู่กับผู้ชายคนนี้เธอจะมีความสุขแค่ไหน

“วันนี้ซอนมีเจอเขา”

จอนจินนั่งนิ่งในมือยังถือแก้วเหล้า

“นายคงยังไม่รู้ว่า คิม จี ซองนักร้องชื่อดังที่ใครๆรู้จักมีชื่อจริงๆว่า คิม ดง วาน”
พลั้วะ !!! เสียงแก้วกระแทกกับโต๊ะแตกกระจาย

จอนจินทุบแก้วเหล้าในมือกับโต๊ะทำให้เศษแก้วอันเขื่องที่แตกทิ่มมือขวาเขา แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึกเจ็บสักนิดเดียว ตรงข้ามมันกลับทำให้เขาชาไปทั้งตัว ทำไมเขาไม่เคยรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือ คิม ดง วาน!!

“มือนายเลือดออกแล้ว เดี๋ยวฉันเรียกให้พนักงานมาทำแผลให้”

เอริคจัดการเรียกพนักงานมาทำแผลให้จอนจินที่มือขวา พนักงานใส่ยาและพันผ้าพันแผลให้เสร็จเรียบร้อยจากนั้นด้วยความรีบร้อนทำให้เอริคชนเข้าอย่างจังกับผู้หญิงที่กำลังเดินออกมาจากทางเข้าห้องน้ำดี

“ว๊าย !!!!”


โปรดติดตามตอนต่อไป..................



Create Date : 01 ธันวาคม 2549
Last Update : 1 ธันวาคม 2549 1:13:23 น.
Counter : 544 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

moonfever
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]