HOME PAGE◁◁◁ตั้งหน้าหลักที่นี่...  > >แวะคุยกันฉันเพื่อน  
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
กรณี(ไม่น่า)ศึกษา เรื่อง30ปีตลาดนัดจตุจักร

สมบัติ ภู่กาญจน์

‘ถึงเวลา’แล้ว ที่ผมจะต้องใช้ความเป็น ‘ศิษย์เก่า’ เขียนถึงเรื่องราวของสถานที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีชื่อว่า ‘ตลาดนัดจตุจักร’ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบเป็นความรู้ หรือเพื่อการพิจารณา

มีนิยามที่ต้องการคำอธิบายก่อนอ่าน ในคำว่า ‘ถึงเวลา’ และคำว่า ‘ศิษย์เก่า’

     ที่ผมใช้คำว่าถึงเวลา ก็เพราะผมไม่อยากพูดถึงเรื่องราวเหล่านี้ในขณะที่เขากำลังฮือฮากันอยู่พักหนึ่งเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะถ้าผมพูดในตอนนั้น ท่ามกลางอารมณ์และความรู้สึกของกลุ่มคนทุกฝ่าย อันมีทั้งกทม.-การรถไฟฯ และผู้ค้าตลาดนัดจตุจักร ที่กำลังมีอยู่คุกรุ่นเต็มร้อยแล้ว คนสามกลุ่มนี้ ก็จะต้องพยายามตีความว่า ผมเป็นปากเสียงให้กับฝ่ายใด ?

     เพราะถ้าผมจะบอกว่า ผมเป็นปากเสียงให้กับฝ่ายประชาชน หรือฝ่ายคนซื้อ ซึ่งไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวกับพวกคุณทั้งสามเลยแม้แต่น้อยแล้ว  ก็คงจะไม่มีใครเชื่อผมนัก  ผมจึงคิดว่าการพูดในขณะนั้นไม่ใช่เวลาที่ควรพูด ผิดกับตอนนี้ ที่อารมณ์และความรู้สึกค่อย ๆซาลงบ้างแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นวาระที่ ‘ถึงเวลา’

     ส่วนคำว่าศิษย์เก่า นั้นผมใช้ในฐานะที่ผมเคยเกี่ยวข้องกับการบริหารตลาดแห่งนี้มาครั้งหนึ่งในชีวิต ด้วยตำแหน่ง ‘ผู้ช่วยผู้อำนวยการตลาด’ ในช่วงปี พ.ศ.๒๕๔๔ถึง ๒๕๔๕ สมัยที่ผู้ว่ากรุงเทพมหานครมีชื่อว่า สมัคร สุนทรเวช นั้น ผมได้รับการเชิญชวนให้ไปทำงานนี้ในฐานะที่รู้จักเกี่ยวข้องและเป็นลูกค้าตลาดแห่งนี้มาตั้งแต่แรกเกิดเมื่อปี ๒๕๒๕

     จากที่เคยเดินตลาดอยู่อาทิตย์ละหนึ่งวัน (ไม่วันเสาร์ก็วันอาทิตย์)นั้น ผมมีโอกาสได้เดินตลาดแห่งนี้อาทิตย์ละเจ็ดวัน (จะมีพักบ้างในบางวันจันทร์) อยู่สองปี ได้ทำงานในสิ่งที่ควรทำ (และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ) จนเกิดการเรียนรู้ได้ทั้งเรื่องของตลาด,เรื่องของผู้ค้า,เรื่องของผู้ทำมาหากินกับตลาด(ทั้งในทางมืดและทางสว่าง)ได้ดีพอสมควรในระดับหนึ่ง ก็มีคนมาชวนให้ผมไปทำงานที่น่าจะมีประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่มากกว่านี้ ผมก็เลยอำลาจากตำแหน่งผู้บริหาร เหลือแต่เพียงตำแหน่งลูกค้าประจำของตลาดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

     แม้จะห่างจากตำแหน่งบริหารตลาดแห่งนี้มาแล้วสิบปี แต่ด้วยความที่รู้จักตลาดนี้มาตั้งแต่เกิด จนได้มามีส่วนในการบริหารอยู่พักหนึ่ง และทุกวันนี้ผมก็ยังเดินตลาดอยู่ทุกอาทิตย์ พร้อมกับติดตามรับฟังเรื่องราวของตลาดแห่งนี้ตลอดมา ผมอยากจะกล่าวว่า

ตลาดนัดจตุจักร  เป็นตัวอย่างที่มองเห็นเป็นรูปธรรมได้อย่างหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ‘รัฐ’ หรือ ‘ผู้ใช้อำนาจรัฐ’ บริหารราชการแผ่นดินเพื่อประชาชน ด้วยผลงานที่ ‘ห่วยแตก’ เพียงใด ?

มีเหตุผลอันใดบ้าง ที่ทำให้ผมสรุปได้อย่างนี้ ?

     เริ่มตั้งแต่การเกิดของตลาด เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ ขณะนั้นรัฐบาลไทยและกรุงเทพมหานครกำลังเห่ออยู่กับการฉลอง ๒๐๐ ปีกรุงรัตนโกสินทร์  ตลาดนัดแห่งใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ที่กลางเมืองคือสนามหลวงที่เปิดตลาดอยู่ทุกวันเสาร์อาทิตย์ กับตลาดหนังสือเก่าย่านอนุเสาวรีย์แม่ธรณีบีบมวยผมซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ถูกมองว่าเป็นสลัมสกปรก ที่จะทำให้กรุงเทพเมืองฟ้าอมรหมดความสง่างามลงไป

     เนื่องในโอกาสฉลองสองร้อยปีกรุงรัตนโกสินทร์ ตลาดทั้งสองแห่งนี้จึงถูกไล่ที่ ให้พ้นไปจากเกาะกรุงรัตนโกสินทร์แล้วไปหาที่อยู่เอาใหม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องพิจารณาสถานที่เอาเองว่าควรเป็นที่ใด ตลาดนัดสนามหลวงนั้นหมดเสียงไปก่อน เพราะพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เป็นประชาชนคนธรรมดาที่มาจากถิ่นที่สารพัดไม่ใช่พ่อค้าแม่ค้าร่ำรวยเช่นยุคนี้

     เมื่อรัฐไม่เปิดพื้นที่ให้ขาย พ่อค้าแม่ค้าก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรอความกรุณาว่าเขาจะจัดที่ใหม่ให้ที่ไหน และจะขายได้ดีพอเหมือนเก่าหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สุดแต่ฟ้าจะพิจารณา สำหรับตลาดหนังสือเก่านั้นดูจะตื๊ออยู่จนถึงนาทีสุดท้าย เพราะตลาดของตัวเองนั้นขายได้ทุกวัน ไม่เฉพาะแต่วันเสาร์อาทิตย์เหมือนตลาดนัดสนามหลวง จึงพยายามต่อรองอยู่พักใหญ่ก่อนอำลา

     ผมเป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวันอยู่ในยุคนั้น ได้พยายามที่จะช่วยเหลือต่อรองกับรัฐและ กทม.ให้บ้าง ตามที่พ่อค้าแม่ค้ายกขบวนมาร้องขอ พยายามยกกรณีแผงหนังสือเก่าริมแม่น้ำแซนกรุงปารีส ตลาดขายของเก่าเมืองมิลาน มาเอ่ยอ้าง แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะรัฐทั้งไม่ฟังและไม่สนใจ

     ผู้ใช้อำนาจรัฐขณะนั้น ซึ่งมีทั้งรัฐบาล, ทั้งกรุงเทพมหานคร, และทั้งคณะกรรมการปรับปรุงกรุงรัตนโกสินทร์ ทุกฝ่ายมองภาพผ่านกรอบสี่เหลี่ยมอยู่อย่างเดียวว่า กรุงเทพต้องเป็นเมืองสวรรค์ตามจินตนาการของท่านเท่านั้น ภาพของใครอื่นจะมาทดแทนมิได้ด้วยประการใด ๆ วันสุดท้ายของตลาดหนังสือเก่ากลางกรุงรัตนโกสินทร์จึงเป็นภาพของรถแบ็คโฮที่มีคนแต่งกายชุดทหารเป็นผู้ขับ มาแซะแผงหนังสือออกไปทีละซุ้ม ๆ ........แล้วภาพอดีตภาพหนึ่งก็เลือนหายไป

     ประมาณหนึ่งหรือสองเดือนหลังจากนั้น พื้นที่ป่าหญ้าคาริมถนนพหลโยธินตรงข้ามกรมกิจการบินพลเรือน ไม่ไกลจากสถานีขนส่งสายเหนือหมอชิต จึงได้ถูกถากถางและสร้างซุ้มไม้โรงเรือนหน้าตาน่าชังขึ้นส่วนหนึ่งบนพื้นที่หลายสิบไร่ ที่แห่งนี้ถูกขึ้นป้ายว่าเป็นตลาดนัดแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร มีชื่อไพเราะเพราะพริ้งว่า ตลาดนัดสวนจตุจักร

     พ่อค้าแม่ค้าส่วนหนึ่งจากตลาดนัดสนามหลวง จำเป็นและจำใจต้องย้ายมาที่นี่  ตลาดแห่งนี้เปิดขายเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ขณะที่ตลาดหนังสือเก่าก็ถูกจัดพื้นที่ให้อยู่ที่ตลาดแห่งนี้เหมือนกันแต่อีกมุมหนึ่ง ตลาดนี้ขายได้ทุกวันถ้าอยากขาย เพราะฉะนั้นสัญญาการเช่าจึงต้องแตกต่างกัน

     หนึ่งเดือนถึงหกเดือนแรกนั้น คนขายมีมากว่าคนชื้อหลายเท่า และไม่เคยดีขึ้น พอถึงหกเดือนถึงหนึ่งปีผู้ขายจึงเจ๊งไปมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของตลาด หลายคนเซ้งแผงไปด้วยราคาไม่เกินสองพันบาทต่อราย

     รัฐ, หรือ กทม.,ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐสำหรับการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนนี้, ดูจะไม่ได้ให้ความสนใจอันใดมากนัก  สำหรับการตายการเกิดของพ่อค้าแม่ขายเหล่านี้

     ทฤษฏีคัดเลือกโดยธรรมชาติ คือคนอ่อนแอก็ตายไป คนแข็งแรงกว่าก็กระเสือกกระสนดิ้นรนไป ท่ามกลางภาวะการเมืองใหญ่ที่อยู่ในปลายยุค ‘๘ ปีเปรม’ และการเมืองกทม.อยู่ในยุค ‘ผู้ว่าฝาเข่ง’นามจำลอง ศรีเมือง ซึ่งดำเนินไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสารพัดอย่างในบ้านเมือง จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกเกือบสิบปี ตลาดแห่งนี้จึงค่อย ๆ กระเตื้องขึ้น

     กทม.นั้นใช้แต่เพียงการบริหารจัดการตลาดเพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัติและเพื่อความสงบเรียบร้อย ส่วนความสามารถในการสร้างตลาดนั้น เกิดขึ้นเองโดยความพึงใจระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ

     รัฐ มิได้มีการสนับสนุนส่งเสริมอะไรเลย ก็แทบจะว่าได้  แต่อย่างไรก็ตาม กทม.ก็ได้เช่าพื้นที่แห่งนี้จากการรถไฟฯ ไว้เป็นเวลาสามสิบปี.....ทั้งหมดนี้คือการเริ่มต้นของ ‘ที่มา’ ซึ่งจะนำไปสู่ ‘ที่ไป’  ......ผู้สนใจขอเชิญติดตามในตอนหน้า



ที่มา นสพ สยามรัฐ




Create Date : 29 พฤษภาคม 2555
Last Update : 29 พฤษภาคม 2555 11:22:31 น. 0 comments
Counter : Pageviews.
Add to Share/Save/BookmarkShare/Save/BookmarkShare/Save/Bookmark
ขุนเพชรขุนราม
Location :
Western United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember






Smiley คุยด้วยเรื่อง(นอก)(ใน)โลก...จักรวาลมีดาวทั้งหมด 300,000,000,000,000,000,000,000
Smiley ไม้กลางบ้าน พืชผักอัสจรรย์ มากด้วยคุณค่า โภชนาการ และเป็นสมุนไพร รักษาโรค กว่า 300ชนิด"มะรุม"
Smiley"Robin ฝุงนกเอี้ยง ท้องเหลืองเล่นมาปลุกแต่เช้าตรู่"
Smiley ภาพ หิมะตก เมษายน สัปดาห์ที่2 ณ.เมกา .. ขวดน้ำหวาน...สีแดง
Smiley พูดคุยกับเจ้าของบล็อก"หน้าหลัก"คลิกที่นี่

Friends' blogs
[Add ขุนเพชรขุนราม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.