Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
26 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 
safety final

26 ตุลาคม 52

สี่วันที่ผ่านมาผมไปเที่ยวเขาสก เขือนรัชประภา จังหวัดสุราษฎธานี มา สวยมากและผมประทับใจมากทีเดียว เหมือนอยู่ในฝัน เทือกเขาสูงชันติดต่อกันหลายพันกิโลเมตร หมอกลอยเหนือภูเขา เหมือนภาพวาด ถ้าใครยังไม่เคยไป ผมแนะนำให้ลองไปดูครับ โดยเฉพาะคนที่ชอบลุยๆ หรือไม่แคร์ความสะดวกสะบายมากนัก แนะนำให้ไปลองนอนแพเล่นน้ำ ตกปลา ในเขื่อน แล้วคุณจะรู้ว่า ความสุขหาได้ไม่ยากจริงๆ

หลังจากนอนแพ ผมได้ไปดูดอกบัวผุดครับ มีไกด์นำเดินขึ้นเขา แต่ผมว่ามันเป็นการกึ่งเดินกึ่งปีนมากกว่าเพราะทางมันไม่ได้ราบเรียบ แต่ลาดชัน(มาก) พวกผมใช้เวลาเดิน เพียงสามชั่วโมงครับ ทั้งๆที่ปกติต้องเดินไม่ต่ำกว่าครึ่งวัน ตอนเดินก็รู้สึกผิดปกติ เพราะทางที่ไกด์พาเราไป ไม่มีร่องลอยเป็นทางเดินที่ถูกจัดเตรียมไว้สักเท่าไหร่ ผมไม่รู้จะบรรยายยังไง เอาไว้ถ้าลงรูปในบอร์ดเป็นเมื่อไหร่ จะเอามาลงให้ดูนะครับ แต่เรื่องเทคโนโลยี นี่ แก่ๆ อย่างผมเห็นทีสมองคงยังตื่นตัวไม่ทัน

ทางที่เราเดินยังมีร่องรอย เท้าเสือกับหมีให้เห็นอยู่ครับ มีบางรอยเหมือนพึ่งเดินผ่านไป ไม่นาน จนไกด์ เอามีดออกมาถือไว้ และท่าทางแกหวั่นๆใจครับ ผมไม่ได้พูดอะไรกับเพื่อนคนอื่น แต่ก็หวังว่าเพื่อนจะสังเกตุเห็นเหมือนผม และผมสังเกตุในกระเป๋าไกด์มีของคล้ายๆ ปืนอยู่ แต่แกก็ไม่ได้หยิบมันมาใช้งานแต่ประการใดเพราะเราโชคดีไม่เจอสัตว์ร้าย และได้เห็นดอกบัวผุดสมใจ ด้วยเวลาเดินที่แสนสั้น แต่เสี่ยงกับความไม่ปลอดภัย และพวกผมมารู้กันทีหลัง ว่าแกพาไปในส่วนที่ อุทยานปิดไม่ให้เข้า มันก็เลยเป็นป่ารกทึบ ไม่มีทางเดินของคน แต่มันจะใช้เวลาสั้นกว่า สะดวกกว่า (สำหรับไกด์)แต่ผมเหมือนถูกหลอกให้ไปอยู่ใกล้อันตรายโดยเราไม่รู้ตัวเลยครับ

เมื่อวานเรากลับมาถึงกรุงเทพไม่ดึกมากครับ ก็ทยอยส่งเพื่อนๆ กลับ แต่ขากลับมีปัญหานิดหน่อยเรื่องจุดส่งเพื่อนๆ หลายคนในทีมเป็นผู้หญิงซึ่งใจจริงผมอยากให้ไปส่งที่หน้าบ้านเพื่อนทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงเลยจะดีกว่าแต่ว่ามีหลายเสียงไม่เห็นด้วยเพราะจะทำให้ดึกมากจนเกินไป มีหลายเสียงบ่นครับว่าอย่าทำให้คนอื่นลำบาก (ด้วยการไปส่งที่บ้านหรือใกล้บ้านมากที่สุด) และที่สำคัญเกรงใจคนขับรถที่เราจ้างมา เพราะเขาเหน็ดเหนื่อยมามาก สุดท้ายก็ปล่อยเพื่อนลงริมถนนและให้หาทางกลับเอง
ผมไม่ใช่คนดึงดัน ต้องเอาให้ได้ตามใจก็เลยปล่อยเลยตามเลย เพราะเจ้าตัวแต่ละคนก็บอกไม่เป็นไร(เพราะเกรงใจคนอื่นในรถ)และเคยกลับดึกดื่นหลังเที่ยวราตรีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสบายๆ สำหรับเธอเหล่านั้น

คนไทยส่วนใหญ่คิดอย่างนี้ใช่ใหม? คำว่า เกรงใจ สะดวก ระยะเวลาสั้น เป็นสิ่งที่คิดถึงเป็นอย่างแรก คุณคิดเหมือนกับคนอื่นๆรึเปล่า ?

ผมคิดตรงกันข้ามครับ อาจเป็นเพราะผมทำงานในโรงงาน ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับคนทำงาน
ช้าแต่ชัวร์ คือ ระหว่างลักษณะการทำงานที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ใช้เวลาสั้น กับ ลักษณะการทำงานที่ใช้เวลา นานอีกนิดแต่ปลอดภัยสำหรับชีวิตผู้ปฏิบัติงาน ผมจะเลือกอย่างหลัง เพราะชีวิตคนสำคัญกว่าระยะเวลาและความสะดวกในการทำงาน และผมก็เอามาประยุกต์ใช้กับชีวิตด้วย ที่สำคัญผมเคยมีประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยมาก่อน

ตอนอยู่ปี 3 ผมไปค่ายอาสากับเพื่อนในชมรม ขากลับ ก็เป็นแบบเดียวกันคือเพื่อนทุกคนไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้เพื่อนคนอื่น ไม่อยากให้เพื่อนถึงดึกมากก็เลยให้ไปส่งที่ป้ายรถเมล์ครับแล้วเพื่อนก็จะนั่งรถแท๊กซี่กลับกันเอง ทุกคนก็สรุปตามนั้นครับ เพราะว่าแต่ละคนก็อยากจะนอนเต็มแก่แล้วเพราะเหนือยมากและตอนนั้นก็เกือบตีหนึ่งแล้ว มีเพื่อนผู้หญิงคนนึงครับ บ้านอยู่รามอินทรา เกือบๆซาฟารี ไม่มีรถเมล์ผ่าน ต้องนั่งรถแท๊กซี่อย่างเดียว เราเจอกันครั้งสุดท้ายที่หน้าเมเจอร์ รังสิต หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ตอนแรกก็คิดว่าเธอไม่สบาย แต่มารู้อีกทีผ่านไปสามวัน มีคนไปพบเธอ เธอถูกฆ่าข่มขืนและทิ้งศพไว้ที่หน้าปากซอยบ้านของเธอ
และจนวันนี้ยังจับคนร้ายไม่ได้ แต่เราก็เดาว่าเป็นคนขับรถแท๊กซี่
แม้กระทั่งตอนนี้ผมก็เลยหวั่นๆ ที่จะนั่งรถแท๊กซี่ กลัวโดนปล้นเหมือนกันครับ

นี่ก็เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆ ที่เราคนไทย อาจใช้คำว่า ไม่เป็นไร เกรงใจคนอื่น ความสะดวก มาเป็นเหตุผล ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือเรื่องไม่ดีกับตัวเราและคนอื่นครับ บางทีถ้าเราคิดเรื่องความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง เราจะตัดสินใจหรือเลือกทำสิ่งใด ได้อย่างเหมาะสม และถูกช่วงเวลาครับ ผมไม่อยากให้เราใช้คำพูด ว่าโชคดีที่ไม่เป็นอะไร มาเป็นคำพูดปลอบใจตนเอง แต่อยากให้เราคิดก่อน และพูดว่าโชคดีที่เราเตรียมการไว้ก่อน
อย่าให้ safety fist เป็น convenience fist, safety final เลยครับ เสียดายชีวิตที่ต้องเสี่ยไป

ชีวิตเรามีชีวิตเดียวครับ ถ้าตายหรือสูญเสียแล้ว เราสร้างคนใหม่มาแทนที่ไม่ได้ครับ โคลนนิ่งใหม่ก็ไม่ได้คนเดิม

ผมอาจจะเขียนยาวไปต้องขอโทษด้วย แต่เรื่องความปลอดภัย จะให้เขียนยาวกว่านี้ผมก็ยอม


สุขสันต์วันที่เรายังมีชีวิตอยู่และได้คิดถึงคนที่รักครับ
กลิ่นดอย






Create Date : 26 ตุลาคม 2552
Last Update : 12 กุมภาพันธ์ 2553 17:34:59 น. 2 comments
Counter : 467 Pageviews.

 
เป็นอุทาหรณ์ที่ดีนะ และนึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


โดย: ปลายฝนต้นธันวา วันที่: 29 ตุลาคม 2552 เวลา:14:06:47 น.  

 
คนเรามักลืมsafety final..เพราะคำว่า...ไม่เป็นไรน่า คงไม่มีเรื่องอะไรหรอก
เหมือนฉันลืมคาด Seat belt รถชนมาโครม ...55+ปางตาย
แต่โชคดี? สวรรค์หรือนรกยังไม่อยากได้มนุษย์ปากหมาอย่างฉัน เลยรอดมาเขียนบล็อกเล่น อิอิ


โดย: คล้ายดาว วันที่: 25 กันยายน 2553 เวลา:21:07:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กลิ่นดอย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




****บล้อกนี้เป็นบล้อกของหมาหนึ่งตัวที่ไม่ Friendly


***********************


นกสีขาวนวลๆบินมาเกาะไหล่เมื่อเช้า

ผมถามว่า "วันนี้เป็นวันสุดท้ายของผมใช่ไหม"

นกตอบว่า "ใช่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเธอ"


ผมเดินออกจากบ้านมา แล้วบอกกับตัวเอง

"วันนี้ เราจะมีชีวิตอย่างมีความสุข
ทำในสิ่งที่อยากทำ

เพราะวันนี้คือวันสุดท้ายของเรา"

แล้วคุณหล่ะ

วันนี้คุณจะทำอะไร ถ้าเป็นวันสุดท้ายของคุณ?



ยิ้มกว้างๆนะ
Friends' blogs
[Add กลิ่นดอย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.